หลังจากที่หนานหลินและชิงเหยามาถึงหอหมื่นสมุทร หยางผิงก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับกล่าวทักทายทั้งสองด้วยความเป็กันเอง
เนื่องจากหยางผิงและหนานหลินมาจากเมืองฮุ่ยเหมือนกัน แถมหยางผิงก็ยังเคยให้การสนับสนุนหนานอวี้พี่ใหญ่ของนาง ทำให้หนานหลินรู้สึกเคารพและนับถือหยางผิงเหมือนกับผู้าุโในตระกูลเอง
แน่นอนว่าหยางผิงก็เหมือนกับผู้าุโคนหนึ่งจริงๆ เขาทั้งช่วยเหลือและสนับสนุนหนานหลินอย่างดีหลังจากที่เขามาถึงเมืองต้าฉิน โดยเฉพาะการที่เขามอบป้ายสัญลักษณ์ของหอการค้าหมื่นสมุทรระดับทองให้กับหนานหลิน ทำให้หนานหลินสามารถซื้อของในหอการค้าหมื่นสมุทรถูกลงหลายส่วน
แถมบางครั้งหยางผิงก็ได้มอบโอสถที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการฝึกยุทธ์ให้กับหนานหลิน ทำให้หนานหลินพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว
“ โอ้ เสี่ยวหลินมาแล้วหรือ มาๆแขกของเ้ามาถึงแล้วตอนนี้กำลังรออยู่ที่ห้องส่วนตัว ” หยางผิงกล่าวด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะหันไปทักทายกับชิงเหยา
ในฐานะผู้ติดตามของหนานิ เขาย่อมตรวจสอบประวัติและพฤติกรรมของชิงเหยามาก่อนและพบว่านางเป็คนที่รักและดูแลหนานหลินั้แ่วันแรกที่หนานหลินมาอยู่สำนักผู้ตรวจการ ทำให้หยางผิงพึงพอใจและมักจะช่วยเหลือนางเป็บางครั้ง
เพราะแบบนี้ทำให้ชิงเหยาและหยางผิงสนิทกันในระดับหนึ่ง และชิงเหยามักจะเรียกหยางผิงว่าท่านลุงหยางเหมือนกับหนานหลิน
“ ท่านลุงหยาง น้องชายของข้ามาถึงนานหรือยัง? ” หนานหลินถามขึ้น
“ นาย…เ้าหนูนั้นมาถึงเมื่อครู่เอง ตอนนี้กำลังเลือกรายการอาหารอยู่มั้ง ” หยางผิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม เขาเกือบจะหลุดปากว่านายท่านไปเสียแล้ว โชคยังดีที่หยุดได้ทัน
“ เข้าใจแล้ว ” หนานหลินยิ้มอย่างยินดี
“ มาๆ อย่าให้แขกของเ้าต้องรอนานเลย ” หยางผิงกล่าวด้วยรอยยิ้มก่อนที่เขาจะพาทั้งสองไปยังชั้นที่สี่ของหอหมื่นสมุทร
แน่นอนว่าเมื่อเข้ามาในหอหมื่นสมุทรซึ่งเป็ร้านอาหารของหอการค้าหมื่นสมุทร เถียนซวงจึงไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากเดินตามขึ้นไปและจองห้องที่อยู่ใกล้ๆกับห้องของหนานหลินพร้อมกับสั่งให้คนของเขาเฝ้าดูว่าถ้าหากหนานหลินออกมาแล้วก็ให้รีบเรียกเขาด้วย
แม้ว่าเถียนซวงจะเป็ถึงบุตรชายของรองผู้บัญชาการสำนักผู้ตรวจการแต่เขาก็ไม่กล้าที่จะสร้างปัญหาขึ้นที่หอการค้าหมื่นสมุทร แม้กระทั้งบิดาของเขาก็ยังไม่กล้า
เรียกได้ว่าผู้ยิ่งใหญ่ระดับราชันยุทธ์ทุกๆคนในเมืองต้าฉินกล้าที่จะสร้างปัญหาขึ้นในเมืองต้าฉิน แต่มีที่เดียวที่พวกเขาไม่กล้าก็คือหอการค้าหมื่นสมุทร
เนื่องจากในอดีตเคยมีผู้ฝึกยุทธ์พเนจรสร้างปัญหาขึ้นที่หอการค้าหมื่นสมุทร และยังเป็ถึงยอดฝีมือระดับราชันยุทธ์ด้วย แต่เมื่อผู้ช่วยของหยางผิงนามว่าเยี่ยจวงปรากฏตัวขึ้นเขาก็ใช้เพียงแค่ฝ่ามือเดียวสังหารผู้ฝึกยุทธ์พเนจรคนนั้นในลมหายใจเดียว
ตอนนั้นทุกๆคนััได้ถึงกลิ่นอายที่แข็งแกร่งและทรงพลังยิ่งกว่าพลังยุทธ์ของราชันยุทธ์ที่โผล่ออกมาจากตัวของเยี่ยจวง หรือก็คือตัวของเยี่ยจวงคาดว่าจะเป็ถึงยอดฝีมือระดับจักรพรรดิยุทธ์
ถ้าหากเยี่ยจวงที่เป็ผู้ช่วยของหยางผิงยังแข็งแกร่งระดับนี้แล้วหยางผิงที่เป็ผู้ดูแลจะแข็งแกร่งขนาดไหน เพียงเท่านี้ก็ทำให้ทุกๆคนในเมืองต้าฉินต่างให้ความเคารพและนับถือเยี่ยจวงและหยางผิงอย่างยิ่ง
หลังจากที่หนานหลินและชิงเหยาเดินเข้ามาในห้องส่วนตัว ทั้งสองก็เห็นบุรุษรุ่นเยาว์คนหนึ่งกำลังนั่งอ่านเมนูอาหารอยู่
“ เ้าน้องชายตัวแสบ!! ” หนานหลินเรียกหนานิพร้อมกับรอยยิ้มที่งดงาม จากนั้นนางก็รีบวิ่งไปหาหนานิก่อนที่จะบีบแก้มของหนานิอย่างรุนแรง
หนานิถอนหายใจและกล่าวว่า “ นี้พี่ข้าโตแล้วนะ ท่านยังทำแบบนี้กับข้าอีกหรอ?! ”
“ โตแล้วอย่างไร? สุดท้ายเ้าก็ยังเป็น้องชายของข้าอยู่ดี ” หนานหลินหัวเราะอย่างมีความสุข
“ นี้น่ะหรือน้องชายของน้องหนานหลิน ” ชิงเหยาพึมพำพร้อมกับมองหนานิอย่างไม่วางตา เพราะนางััได้ว่าแม้หนานิจะดูหล่อเหลาแต่กริยาและท่าทีของเขานั้นไม่ธรรมดาเลย เห็นได้ชัดว่าหนานิจะต้องมีอะไรมากกว่าที่นางเห็นอย่างแน่นอน
หนานิเงยหน้ามาเห็นชิงเหยายืนอยู่ที่หน้าประตูเขาจึงยิ้มทักทายอย่างเป็กันเอง
ชิงเหยาเองก็หน้าแดงขึ้นก่อนที่นางจะยิ้มตอบหนานิเพื่อเป็การทักทาย
“ พี่สาวที่งดงามท่านนี้คงจะเป็พี่ชิงเหยาใช่หรือไม่ ข้าหนานิน้องชายที่หล่อเหลาของพี่สาวหนานหลิน วันนี้ถือว่าเป็วันแรกที่พบกันข้าจะเลี้ยงอาหารท่านเอง ” หนานิกล่าวยิ้มๆ
ชิงเหยาที่ได้ยินก็ยิ้มอย่างพึงพอใจและกล่าวว่า “ เด็กน้อยเ้ารู้จักมารยาทจริงๆ ”
ชิงเหยาเป็คนที่ชอบกินอาหารอร่อยๆอย่างยิ่ง โดยเฉพาะหัวปลาหม้อไฟของหอหมื่นสมุทรที่มีรสชาติยอดเยี่ยม นางมักจะมากินบ่อยๆ ถ้าหากไม่ใช่เพราะราคาอาหารแพงเกินไปนางคงจะกินมันทุกวันด้วยซ้ำ
เมื่อเห็นว่าหนานิเป็คนเลี้ยง ชิงเหยาจึงลงมือสั่งอาหารที่นางชอบ แน่นอนว่านางก็ไม่คิดที่จะให้หนานิเลี้ยงหรอก เพราะนางรู้ดีว่าอาหารของหอหมื่นสมุทรแพงมากแค่ไหน อีกอย่างแม้ว่าหนานิจะมาจากตระกูลที่ร่ำรวย แต่นั้นก็เป็เพียงแค่หมู่บ้านเล็กๆที่อยู่ห่างไกลจากเมืองต้าฉินมาก
หลังจากนั้นหนานิ หนานหลินและชิงเหยาก็พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน นอกจากนี้ชิงเหยาก็มักจะแหย่หนานหลินเล่นเป็พักๆอย่างการขายเื่หน้าอายของนางให้กับหนานิฟัง
หนานิหัวเราะร่า ส่วนหนานหลินก็ได้แต่มองชิงเหยาด้วยความไม่พอใจ
เวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอ พริบตาเดียวก็ผ่านไปนานกว่าสองชั่วยาม
“ น้องหนานิข้าคิดว่าอาหารมื้อนี้คงราคาไม่น้อย ข้าเองก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไรแต่ข้าจะช่วยเ้าจ่ายครึ่งหนึ่งแล้วกัน ” ชิงเหยากล่าวด้วยรอยยิ้ม
ชิงเหยาเป็บุตรสาวของตระกูลชิงแห่งเมืองป่ายจู ซึ่งตระกูลชิงเป็หนึ่งในสามตระกูลใหญ่ของเมือง
เมืองป่ายจูเป็เมืองใหญ่พอๆกับเมืองจ้าวจิง ซึ่งเป็รองเพียงแค่เมืองต้าฉินเท่านั้นที่มีขนาดใหญ่และมีความแข็งแกร่งที่มากกว่า เพราะฉะนั้นในฐานะของลูกหลานตระกูลใหญ่นางย่อมมีเงินเพียงพอที่จะจ่ายค่าอาหารเหล่านี้
“ พี่สาวชิงเหยาท่านเป็คนที่คอยดูแลพี่สาวของข้าั้แ่ที่นางมาถึงสำนักผู้ตรวจการ ข้าในฐานะที่เป็น้องชายของนางย่อมไม่้าให้ท่านลำบากกับค่าอาหารเหล่านี้หรอก ข้าสามารถใช้ป้ายหอการค้าหมื่นสมุทรในการลดราคาอาหารได้เจ็ดส่วน ท่านไม่จำเป็ต้องกังวลมากนัก นอกจากนี้อาจารย์ของข้าก็ยังเป็ถึงอาจารย์ระดับทองของสถาบันฉินเยี่ย ท่านอาจารย์เองก็ได้มอบสมบัติและเงินบางส่วนให้กับข้า ” หนานิกล่าวด้วยรอยยิ้ม
แน่นอนว่าในฐานะเ้าของหอการค้าหมื่นสมุทร หนานิย่อมไม่จำเป็ต้องจ่ายเงินใดๆ เพียงแต่เขาต้องแต่งเื่ขึ้นมาเพื่อไม่ให้ชิงเหยาและหนานหลินสงสัยเท่านั้น
“ หือ?!เมื่อกี้เ้าบอกว่าอาจารย์ของเ้าคืออาจารย์ระดับทองของสถาบันฉินเยี่ยงั้นหรือ? อาจารย์ของเ้าคือใครกันหรือน้องหนาน? ” ชิงเหยาถามขึ้นด้วยความสงสัย เพราะอย่างที่รู้กันว่าอาจารย์ระดับทองของสถาบันฉินเยี่ยย่อมเป็ยอดฝีมือระดับราชันยุทธ์เท่านั้น
“ เ้าน้องชายตัวแสบเ้าได้เข้าร่วมกับสถาบันฉินเยี่ยแล้วงั้นหรือ ยอดเยี่ยมไปเลยแบบนี้เ้าก็ต้องอยู่ที่เมืองฉินเยี่ยไปอีกหลายปีเลยสิ ” หนานหลินกล่าวด้วยความยินดี
เนื่องจากนางต้องย้ายมายังเมืองต้าฉินนานถึงสามปี โดยที่ไม่ได้กลับไปที่บ้านเลยการได้น้องชายมาอยู่ด้วยก็ทำให้นางรู้สึกมีความสุขมาก อย่างน้อยๆก็มีญาติมาอยู่ด้วยกัน
“ ใช่แล้วล่ะ ตอนนี้ข้าเป็ศิษย์ชั้นในของสถาบันฉินเยี่ยแล้ว อาจารย์ของข้ามีชื่อว่าโหรวอวี้ นางเป็อาจารย์ระดับทองของสถาบันฉินเยี่ย ” หนานิกล่าว
เมื่อทั้งสองได้ยินชื่อของโหรวอวี้ พวกนางก็แสดงสีหน้าประหลาดใจออกมา เนื่องจากชื่อเสียงของอาจารย์โหรวอวี้นั้นโด่งดังอย่างมาก แม้กระทั้งพวกนางที่เป็ผู้ตรวจการก็ยังได้ยิน
“ ดูเหมือนว่าเื้ัของน้องหนานิก็ไม่ธรรมดาแล้วล่ะ ” ชิงเหยาหัวเราะอย่างยินดี
“ แล้วพวกเ้าจะไปไหนกันต่อหรือ? ” หนานิถามขึ้นเพราะตอนนี้
หนานหลินส่ายหน้าเป็คำตอบ เพราะนาง้ามาหาหนานิเท่านั้นและยังไม่คิดว่าจะไปไหนกันต่อ
“ นี้ๆน้องหนานิข้าได้ยินจากน้องหนานหลินบอกว่าเ้าแข็งแกร่งมากแถมยังชี้แนะน้องหนานหลินจนฝีมือพัฒนาอย่างรวดเร็ว ข้าจึงอยากขอคำชี้แนะจากเ้าได้หรือไม่? ” ชิงเหยาถามขึ้นด้วยความตื่นเต้น
“ ใช่ๆ ข้าเองก็อยากที่จะขอคำชี้แนะจากเ้าด้วยเหมือนกัน ” หนานหลินกล่าวพร้อมกับสายตาที่เปร่งประกาย
หนานิถึงกับเอามือกุมหน้าผาก ถ้าหากเป็สตรีทั่วไปก็คงจะไปเดินเล่นแต่พอเป็ผู้ฝึกยุทธ์ชีวิตของพวกเขาส่วนมากก็จะเป็การฝึกยุทธ์หรือไม่ก็ท้าประลองกับผู้อื่น
“ ก็ได้ๆ ถ้าหากพวกเ้าอยากจะให้ข้าชี้แนะก็ได้แต่จะให้ไปชี้แนะที่ไหนล่ะ? ” หนานิถามขึ้น
“ ไปที่สำนักผู้ตรวจการก็ได้เพราะที่สำนักผู้ตรวจการมีลานประลองยุทธ์อยู่แถมยังเป็ลานประลองยุทธ์แบบไม่ให้ผู้อื่นเข้ามายุ่งเกี่ยวได้ เพราะอาจารย์ปู่มีลานประลองยุทธ์ส่วนตัวอยู่ จริงสิอาจารย์ปู่ของพวกเราคือท่านเผิงสวี่ไช่ เป็ยอดฝีมือระดับราชันยุทธ์ที่แข็งแกร่งสามอันดับแรกของสำนักผู้ตรวจการเลยทีเดียว ” ชิงเหยากล่าวด้วยความเคารพและชื่นชม
“ ท่านเผิงสวี่ไช่…ข้าเองก็เคยได้ยินชื่อเสียงอยู่เหมือนกัน ” หนานิกล่าวขึ้น แน่นอนว่าหนานิย่อมรู้จักเป็อย่างดีเพราะบุคคลที่อยู่ใกล้กับหนานหลิน เขาให้คนตรวจสอบมาหมดแล้ว
“ ไปกันเถอะข้าอยากทดสอบฝีมือกับน้องหนานิแล้ว ” ชิงเหยากล่าวด้วยรอยยิ้ม
จากนั้นทั้งสามก็ออกจากห้องส่วนตัว
ในขณะที่ทั้งสามกำลังเดินลงบันได จู่ๆก็มีเสียงวิ่งมาจากด้านหลังก่อนที่จะมีใครบางคนมาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าของทั้งสาม
แน่นอนว่าผู้ที่มาหยุดอยู่ด้านหน้าของทั้งสามก็คือเถียนซวง
เมื่อเถียนซวงวิ่งมาหยุดอยู่ด้านหน้า เขาก็เห็นว่าหนานหลินกำลังกอดแขนของบุรุษรุ่นเยาว์ผู้หนึ่งอยู่ แถมนางยังพูดคุยอย่างสนุกสนานและหัวเราะออกมาอีกด้วย ซึ่งฉากนี้ทำให้เถียนซวงรู้สึกโกรธอย่างมาก
“ น้องหนานหลินชายคนนี้เป็ใคร? ” เถียนซวงถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็า
หนานิมองไปยังเถียนซวงด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะกล่าวขึ้นว่า “ ไม่ทราบว่าเ้าเป็ใครงั้นหรือ? ”
“ ไอ้เ้าเด็กน้อย…ข้าเถียนซวงบุตรชายของเถียนจินหยวนรองผู้บัญชาการสำนักผู้ตรวจการ ข้าขอสั่งให้เ้าเลิกยุ่งกับหนานหลิน ถ้าหากเ้าไม่ทำตามล่ะก็เ้าก็คงรู้ผลที่ตามมาเป็อย่างดี ” เถียนซวงกล่าวอย่างเ็า
“ เถียนซวง เ้ากล้าใช้บิดาเ้ามากดดันงั้นเหรอ เช่นนั้นข้าจะไปบอกอาจารย์ปู่ว่าเ้ากล้าใช้ตำแหน่งกดดันผู้อื่น ” หนานหลินกล่าวขึ้นอย่างไม่ไว้หน้า
เถียนซวงกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ และเขาก็ไม่กล้าที่จะทำอะไรที่หอการค้าหมื่นสมุทรด้วย
“ เ้า…ข้าจะปล่อยเ้าไปก่อน อย่าให้เจอข้างนอกล่ะกันข้าจะจัดการเ้าให้!! ” เถียนซวงกล่าวอย่างไม่พอใจก่อนที่จะเดินจากไปทันที
เมื่อเห็นว่าเถียนซวงจากไปแล้ว ชิงเหยาก็รีบเอ่ยเตือนทันที เพราะนางรู้จักนิสัยของเถียนซวงเป็อย่างดี
“ พวกเ้านี้ก็เหลือเกินนะทำไมถึงไม่บอกไปล่ะว่าเ้านี้คือน้องชายของเ้า เ้า้าให้น้องชายของเ้าถูกเ้าหมอนั้นสร้างปัญหาใส่งั้นหรอ? ” ชิงเหยามองไปที่หนานหลินและกล่าวด้วยความไม่พอใจ
หนานหลินที่พึงคิดได้ก็รู้ตัวว่าทำให้น้องชายของนางถูกเถียนซวงมุ่งร้าย ทำให้นางมองไปที่หนานิด้วยแววตารู้สึกผิด
“ ไม่ต้องห่วงหรอก สำหรับตระกูลเถียนพวกท่านไม่ต้องเป็ห่วงไป ” หนานิกล่าวด้วยรอยยิ้มอย่างมั่นใจ
“ เ้าคิดว่าอาศัยอาจารย์ของเ้าจะจัดการกับปัญหานี้ได้งั้นหรือ? เ้าอย่าลืมว่าเถียนซวงมีทั้งบิดาและสหายมากมายที่มีเื้ัไม่ธรรมดา ” ชิงเหยากล่าวด้วยความเป็ห่วง
“ ไม่ต้องห่วงพี่ชิงเหยาข้าจะให้อาจารย์ปู่ช่วยด้วย เมื่อรวมกับอาจารย์ของพี่หนาน พวกเราก็มีความแข็งแกร่งที่ไม่ธรรมดาเหมือนกัน ” หนานหลินกล่าวอย่างมั่นใจ
“ จริงด้วยถ้าหากพวกเราร่วมมือกันบิดาของเถียนซวงก็คงทำอะไรไม่ได้มากหรอก ” ชิงเหยากล่าวขึ้นด้วยความพอใจ จากนั้นนางก็หันไปมองหนานิและกล่าวขึ้นว่า “ น้องหนานเ้าไม่ต้องกังวลข้าและน้องหนานหลินจะไปอ้อนท่านอาจารย์ปู่ให้ ข้าเชื่อว่าท่านอาจารย์ปู่จะต้องช่วยเหลือน้องหนานอย่างแน่นอน ”
หนานิยิ้มและกล่าวขอบคุณชิงเหยา
“ พี่ พี่คิดยังไงกับเ้านั้น? ” หนานิถามขึ้น
“ ข้าก็ไม่ได้อะไรกับเ้าหมอนั้นหรอกนะ เพียงแต่ข้าไม่ชอบเ้าหมอนั้นที่ชอบติดตามข้าไปไหนมาไหนตลอดเวลา ” หนานหลินกล่าวพร้อมกับส่ายหน้า
ถึงอย่างไรเถียนซวงก็ถือว่าเป็บุรุษผู้หนึ่ง เขาไม่เคยทำให้หนานหลินรู้สึกลำบากใจแม้แต่น้อยถือได้ว่าเป็คุณชายที่ดีคนหนึ่ง เพียงแต่เขาเป็คนที่อารมณ์ร้อนไปบ้าง
‘ ดูเหมือนว่าตระกูลเถียนคงต้องจัดการลงโทษพวกเขาสักหน่อย จะได้รู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควร ’ หนานิครุ่นคิด เขารู้ดีว่าเถียนซวงเพียงแค่ตามจีบพี่สาวเขาเท่านั้นและไม่เคยสร้างปัญหาอะไรให้กับพี่สาวเลย แต่ถ้าหากพี่สาวเขาไม่ชอบเช่นนั้นก็ต้องสั่งสอนสักหน่อย ให้พวกเขารู้ว่าพี่สาวของข้าหนานิไม่ใช่คนที่จะมารังแกได้ง่ายๆ
“ จริงด้วยพวกท่านรอสักครู่ข้าไปห้องน้ำเสียหน่อย ” หนานิกล่าวจบเขาก็เดินตรงไปยังห้องน้ำ
เพียงแต่ยังไม่ถึงห้องน้ำเยี่ยจวงก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับโค้งคำนับให้กับหนานิ
“ นายท่านมีรับสั่งอะไรหรือไม่ขอรับ? ” เยี่ยจวงถามขึ้น เนื่องจากเหตุการณ์เมื่อครู่เขาก็สังเกตเห็นเหมือนกัน
“ ก็จัดการเบาๆก็พอ เอาให้พวกมันรู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควร ” หนานิกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ รับคำสั่งนายท่าน ข้าน้อยจะไปจัดการเื่นี้ให้กับนายท่านเอง ” เยี่ยจวงกล่าวจบเขาก็โค้งคำนับให้กับหนานิและหายตัวไปทันที
หลังจากที่เข้าห้องน้ำเสร็จหนานิก็เดินทางไปยังสำนักผู้ตรวจการพร้อมกับหนานหลินและชิงเหยา