ตอนที่3 นักกินตัวยง
“มีสิ”
โจวโจวเปิดห่อผ้าออกแล้วหยิบเอายันต์ปลอดภัยออกมา “สิ่งนี้หนูให้พี่สาวแล้วกันมันจะช่วยคุ้มครองให้พี่รอดพ้นจากวิกฤตได้”
“ขอบคุณนะจ๊ะ! ” หญิงสาวรับยันต์มา แล้วหยิบเงิน 200 หยวนยื่นให้หนูน้อยก่อนจะยิ้มให้เธออีกครั้ง “ขอบคุณอาจารย์และอาจารย์น้อยมากนะ”
พูดจบหญิงสาวก็เดินจากไปอย่างอารมณ์ดี
ิทงมองไปยังธนบัตรสีแดงสองใบในมือของเธอจนตาของเขาแทบจะถลนออกมาเขากัดฟันแน่นแล้วกล่าวว่า: “ใช้ได้เลยนี่ที่แท้ก็คู่แข่งที่แย่งกันทำธุรกิจนี่เอง ! ”
โจวโจวกำลังมองสิ่งที่อยู่ในมือด้วยความแปลกใจไม่เข้าใจว่าพี่สาวให้กระดาษสองแผ่นแก่เธอทำไม และเมื่อได้ยินคำพูดของิทงเธอก็หันไปหาเขาซึ่งเป็จังหวะที่เขากำลังมองเธอด้วยสีหน้าถมึงทึงราวกับเธอทำเื่เลวร้ายมาอย่างนั้น
เธอหดคอตัวเองจากนั้นก็ฉีกยิ้มแป้นแล้วเรียกเขาอย่างประจบ “อาจารย์ลุงิทง”
“อย่าทำตัวสนิทกันนะใครเป็อาจารย์ลุงของเธอ” ิทงโบกมือปัดอย่างไม่สบอารมณ์แต่แล้วเขาก็เหมือนนึกบางอย่างขึ้นได้ จึงกล่าวถามไปว่า“ว่าแต่เธอรู้ได้อย่างไรว่าฉันชื่อิทง ? ”
ชิชะเ้าหนูคนนี้เตรียมตัวมาก่อนด้วยรึ ?
โจวโจวเอามือบีบหน้าตัวเองแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้“หนูเอง โจวโจว อาจารย์ลุงจำหนูไม่ได้หรือ ? ”
“โจวโจว? ” ิทงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สายตาของเขาไปตกอยู่ที่หน้าผากโล้นใสของเธอในที่สุดเขาก็นึกออกแล้ว“เธอคือลูกศิษย์น้อยที่ศิษย์น้องหยวนิไปชิงตัวมาจากวัดที่อยู่ถัดไปใช่ไหม ? ”
“ใช่แล้วหนูเอง” เมื่อเห็นว่าเขานึกออกแล้ว โจวโจวจึงหันไปยิ้มกว้างให้เขาพวงแก้มที่อวบอ้วนของหนูน้อยรวมเข้ากับคิ้วทรงกิ่งเหมยและดวงตาที่เหมือนพระจันทร์เสี้ยวช่างเป็ภาพที่น่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนัก ทำเอาอารมณ์โมโหของิทงสลายหายไปในทันที
คาดไม่ถึงเลยว่าจะเป็หนูน้อย
ิทงกวาดตามองเธอเห็นแก่ที่เป็คนร่วมสำนักเดียวกันเขาจึงไม่คิดเล็กคิดน้อยเื่ที่หนูน้อยเพิ่งจะแย่งลูกค้าเขาไปเมื่อครู่นี้“อาจารย์ของเธอได้ติดต่อมาแล้ว เขา้าให้ฉันดูแลเธอไปสักระยะ ไม่ต้องกังวลมันก็แค่เื่เล็กน้อย”
มันก็แค่เลี้ยงเด็กน้อยคนนึงไม่ใช่หรือให้หนูน้อยกินข้าวมื้อละชามก็อิ่มแล้ว ไม่เห็นจะยากตรงไหนเลยไม่รู้ทำไมหลี่หยวนิถึงได้ส่งหนูน้อยลงจากูเาออกมาหาประสบการณ์ั้แ่ยังเป็เด็กเล็กเท่านี้
“ขอบคุณอาจารย์ลุง! ” โจวโจวพูดด้วยความตื่นเต้นขณะมองไปที่เขา
“ไม่เป็ไร”ในระหว่างที่พูด เขาก็ชำเลืองมองไปยังเงินที่อยู่ในมือของหนูน้อย
โจวโจวเข้าใจความคิดของเขาในทันทีหนูน้อยรีบยื่นเงินให้เขาแล้วพูดว่า “นี่คือค่าอาหารของหนู่นี้คงต้องรบกวนให้อาจารย์ลุงดูแลหนูแล้ว”
“พูดได้ดีๆ ” ิทงเองก็รับเงินมาอย่างไม่เกรงใจเช่นกัน เขามองเธอด้วยความชื่นชมหนูน้อยยังเด็กนัก แต่กลับกล้าหาญเดินทางลงเขามาคนเดียว
เขามองหนูน้อยอีกครั้งพลางเอ่ยขึ้นลอย ๆ ว่า “ได้ยินอาจารย์ของเธอบอกว่าเธอเคยเรียนดูดวงมาด้วยใช่ไหม ? ”
โจวโจวพยักหน้ารับ“อาจารย์เคยสอน”
ดูฝีมือของหนูน้อยเมื่อครู่นี้ก็พอจะรู้แล้ว
ิทงกระแอมไอ“ฉะนั้นประเดี๋ยวมีคนมาดูดวง เธอก็รับหน้าที่ดูดวงให้แล้วกัน เธออยู่แต่บนูเาไม่มีโอกาสได้ฝึกฝน ถือซะว่าเป็โอกาสดีในการฝึกฝนแล้วกันเพราะสิ่งที่อยู่ในตำราควรได้ใช้ในสถานการณ์จริงถึงจะเป็ประโยชน์”
เ้าหนูคนนี้หน้าตาน่ารักน่าชังน่าจะเรียกลูกค้าได้ดี อีกทั้งยังดูเหมือนมีความสามารถไม่น้อยเขาจะได้พักผ่อนสักครู่ เพราะการทำนายดวงชะตามันเหนื่อยไม่ใช่น้อย
โจวโจวไม่รู้แผนการในใจของเขาหนูน้อยจึงตอบรับไป เธอเลียนแบบท่าทางของเขาโดยนั่งขัดสมาธิอยู่ตรงนั้นเอามือลูบคางขณะมองไปยังผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา ผ่านไปสักประเดี๋ยวก็ถามขึ้นว่า“อาจารย์ลุง ที่อาจารย์ให้หนูทำนาย คงไม่ใช่เป็เพราะอาจารย์ทำนายไม่ได้ใช่ไหม”
“เหลวไหล”ิทงทำหน้าจริงจังขึ้นมา “ฉันเป็ถึงอาจารย์ลุงของเธอเชียวนะ จะดูดวงไม่ได้อย่างไร”
โจวโจวทำแก้มป่องก็เห็นกันอยู่ว่าเมื่อครู่เขาทำนายดวงไม่ได้จริง ๆ นี่นา
เมื่อเดาความคิดหนูน้อยได้ิทงก็กระแอมแล้วชำเลืองมองเธอ“เธอนึกว่าการลงมาใช้ชีวิตด้านล่างูเามันง่ายดายนักหรือไง ? ไม่ว่าจะเื่กินเื่นอน เื่เครื่องนุ่งห่มล้วนต้องใช้เงินทั้งนั้นหากไม่พูดให้ดูเลวร้ายหน่อย จะทำให้พวกเขายอมควักเงินจ่ายได้อย่างไรการหาเงินมีช่องทางอีกมากมายที่เ้าต้องเรียนรู้อีกเยอะ”
อาจารย์ของเธอก็พูดแบบนี้เหมือนกันเขามักจะพร่ำบอกเธอเสมอว่าเหล่าศิษย์พี่ของเธอหาเงินมาได้อย่างยากลำบาก
แต่เธอก็ยังคงไม่เห็นด้วยที่เขาหลอกลวงคนอื่น
ช่างเถอะเธอเป็คนดูดวงแม่น ขอแค่ไม่ทำให้เหล่าผู้มีพระคุณต้องเดือดร้อนก็พอ
เป็อย่างที่คาดไว้ไม่มีผิดพอมีหนูน้อย ไม่นานก็สามารถดึงดูดให้ผู้คนเข้ามาดูดวงได้เป็จำนวนมากตอนแรกพวกลูกค้าต่างเข้ามาหาเพราะเห็นหนูน้อยน่ารัก จึงอยากจะหยอกล้อเล่นแต่พอเห็นว่าหนูน้อยทำนายดวงแม่นจริง ๆ พวกเขาต่างก็ยอมควักเงินจ่ายด้วยความเต็มใจ
โจวโจวเขย่ากระดองเต่าเสี่ยงทายในมืออย่างรวดเร็วพลางทำนายดวงให้ลูกค้าจนปากแห้งคอแห้ง อีกด้านหนึ่งิทงนั่งนับเงินอย่างมีความสุข เขายิ้มจนโชว์ฟันขาวออกมาแล้ว
850หยวน
900หยวน
1,000หยวน !
วันนี้หาเงินได้ตั้ง1,092หยวน ! นี่เป็รายได้ที่มากที่สุดั้แ่เขาเปิดแผงดูดวงมาเชียวนะ !
ด้วยความใเขาถึงขั้นนับอย่างละเอียดอีกครั้ง
โจวโจวกลืนน้ำลายลงคอแล้วหันไปดึงชายเสื้อของิทง “อาจารย์ลุง หนูอยากดื่มน้ำ”
หนูน้อยดูดวงให้ลูกค้ามาตลอด่เย็นปากแห้งคอแห้ง ดูน่าสงสารเหลือเกิน
เพราะถึงอย่างไรเธอก็เป็หนูน้อยนำโชคิทงจึงไม่ได้เหนื่อยอะไร เขารีบพูดขึ้นว่า: “ไปกันเถอะอาจารย์ลุงจะพาเธอไปดื่มน้ำ หิวไหม ? ”
“หิวสิ! ” โจวโจวพยักหน้ารับ เธอไม่ได้กินข้าวมาหลายชั่วโมงแล้วตอนนี้เธอจะกินให้พุงกางไปเลย !
“ไปกันเถอะอาจารย์ลุงจะพาเธอไปกินบะหมี่ แถวนี้มีร้านบะหมี่อร่อยอยู่ร้านหนึ่ง หน้าตาน่ากินน้ำซุปหอมเข้มข้น จะได้กินให้อิ่มท้องและพักผ่อนก่อน”ิทงพูดไปด้วยพลางเก็บร้านแผงลอยของตนเองไปด้วยจากนั้นเขาก็ยื่นมือออกไปตั้งใจจะช่วยหนูน้อยถือสัมภาระผลปรากฏว่าตอนเขาจะยกมันขึ้นมานั้น มันกลับไม่ขยับเขยื้อนเลย
ตอนแรกเขาไม่เชื่อความรู้สึกตัวเองจึงลองยกมันขึ้นมาอีกครั้งแต่พอเพิ่งจะยกขึ้นมาได้เพียงครู่เดียว ห่อผ้านั้นก็หลุดมือกระแทกพื้นเข้าแล้ว“หนักมาก ในนี้มีอะไรบ้างเนี่ย ? ”
“ไม่ได้มีอะไรสักหน่อย”โจวโจวยกนิ้วขึ้นมานับทีละชิ้น “หนูเอามาแค่ยาที่กลั่นเสร็จแล้วรวมถึงกระดองเต่าเสี่ยงทาย เข็มทิศหลัวผาน ยันต์แปดทิศ กระจก กระถางธูปกระบี่ไม้ท้อ……. อ้อ จริงสิ แล้วก็มีบาตรทองเหลืองที่ศิษย์พี่จิ้งคงให้หนูมา”
ระหว่างที่พูดเธอก็หยิบเอาบาตรทองเหลืองออกมา “ศิษย์พี่จิ้งคงบอกว่าใช้สำหรับบิณฑบาตเขาให้หนูมา เขาบอกว่ามันใช้ขอข้าวกินได้เวลาที่หนูไม่มีอาหารกินก็ให้เอาสิ่งนี้ไปขอข้าวจากชาวบ้านเขาบอกว่าหากหนูถือสิ่งนี้ไว้ หนูจะมีข้าวกินอย่างแน่นอน ! ”
ระหว่างที่พูดเธอก็ลูบบาตรทองเหลืองอย่างรักใคร่ราวกับมันเป็สมบัติล้ำค่าพลางจ้องตาแป๋วมายังิทง
ิทงกระตุกมุมปากเล็กน้อยดูหนูน้อยที่มีท่าทีเหมือนคนหิวโหยมานานหลายร้อยปี สวมใส่เสื้อผ้ามอซอซอมซ่อแต่กลับมีหน้าตาน่ารักน่าชังอีกทั้งหนูน้อยยังใช้ดวงตากลมโตที่ใสแป๋วจ้องมองมาที่เขา แบบนี้จะให้เขาปฏิเสธได้อย่างไร
แต่เอ๊ะ! มันไม่ถูกสิ ทำไมจิ้งคงอะไรนั่นถึงไม่อวยพรให้เธอมีชีวิตเป็อยู่ที่สุขสบายกล้าพูดได้อย่างไรว่าหนูน้อยจะไม่มีข้าวกิน มีอาจารย์อยู่ทั้งคนใครจะปล่อยให้หนูน้อยอย่างเธอต้องหิ้วท้องหิวกัน ?
ดูถูกใคร!
ไม่ใช่สักหน่อย
โจวโจวลูบหัวตัวเองขณะกำลังจะบอกว่าเธอนั้นมีชะตากรรมล้างผลาญเงินทองอาจารย์บอกเธอว่าเื่ที่เหมาะกับเธอที่สุดคือการเป็ขอทานน้อยขอข้าวคนอื่นกิน
ไม่รอให้เธอได้พูดอะไริทงก็โบกมือใหญ่หยาบกร้านของเขา แล้วกล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า “ไปกันเถอะ ! อาจารย์ลุงจะพาเธอไปกินข้าวกินได้เต็มที่เลยนะ ! ”
ระหว่างที่พูดพร้อมเสียงหัวเราะเขาก็คิดในใจว่าวัดซานชิงของพวกเขาเลี้ยงเด็กคนหนึ่งไม่ไหวได้อย่างไร ? มีหวังพูดออกไปคนรอบข้างได้หัวเราะจนฟันหลุดแน่
คิกๆ
เมื่อได้ยินคำพูดของเขาโจวโจวก็ตาเป็ประกายขึ้นมาทันที “จริงหรือ ? ”
“จริงสิ”ิทงย้ำคำเดิม “ที่อาจารย์ลุงของเธอไม่เคยขาดแคลนคือ เงิน ! ”
ระหว่างที่พูดเขาก็เดินนำหน้าไป โจวโจวรีบอุ้มห่อผ้าขึ้นพาดบ่า แล้วเดินตามหลังเขาต้อย ๆ ปากก็ปะเหลาะเขาไม่หยุดว่า“อาจารย์ลุงช่างดีต่อข้าจริง ๆ ” ทำเอาิทงยิ้มจนปากจะฉีกถึงหูแล้ว
เมื่อทั้งสองเดินมาถึงร้านบะหมี่เขานำเมนูออกมาอ่านและสั่งผัดผักสองสามอย่างที่ปกติเขาไม่ค่อยจะกินและหันไปถามหนูน้อยว่าจะกินอะไรอีก
โจวโจวส่ายหน้าพลางพูดว่า“หนูกินแค่บะหมี่ก็พอแล้ว”
“ได้เลย”ิทงส่งเมนูอาหารคืนพนักงานไป แล้วพูดว่า “เอาบะหมี่มา 3 ชาม”
เขากินสองชามหนูน้อยหนึ่งชาม ลงตัวอย่างพอดี !
ร้านนี้เสิร์ฟอาหารเร็วมากผ่านไปไม่นาน อาหารและบะหมี่ก็ถูกยกมาเสิร์ฟ ขณะที่ิทงกำลังจะกินทันใดนั้นเขาก็บังเอิญเจอคนคุ้นเคยเข้า จึงกล่าวว่า “หนูน้อย เธอกินก่อนเถอะฉันจะออกไปนอกร้านสักหน่อย เดี๋ยวก็มา ไม่ต้องเกรงใจ อยากกินอะไรก็สั่งได้เลยกินให้เต็มที่ หากอยากกินอะไรก็เรียกให้ร้านทำให้รับประกันเลยว่าถ้าอยู่กับอาจารย์ลุง เธอจะต้องอิ่มท้องอย่างแน่นอน”
โจวโจวจ้องเขาด้วยดวงตาที่เป็ประกาย
นานแล้วที่ไม่มีใครบอกเธอว่าให้กินอย่างเต็มที่!
อาจารย์ลุงใจดีจังเลย!
เมื่อเห็นสายตานับถือและเลื่อมใสของเธอิทงก็แกล้งทำเป็ลุกเดินออกไปอย่างไม่รู้ไม่ชี้ เพื่อไปสนทนากับเพื่อนเก่า
โจวโจวหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบบะหมี่กินอย่างรวดเร็วเมื่อกลืนบะหมี่ลงคอ หนูน้อยก็หลับตาพริ้มอย่างมีความสุข
อร่อยจังเลย!
หนูน้อยดูดเส้นกินอย่างรวดเร็วหัวของเธอแทบจะฝังลงไปในชามบะหมี่อยู่แล้ว เธอซดน้ำซุปจนหมดเกลี้ยงมันอร่อยมากจริง ๆ
หลังจากกินหมดเธอก็เหลือบไปเห็นว่าบนโต๊ะยังมีชามบะหมี่อยู่ จึงเริ่มกินบะหมี่ชามนั้นอย่างไม่ลังเลเพราะตอนอยู่บนูเาอาจารย์และศิษย์พี่ของเธอมักจะอนุญาตให้เธอกินแค่สองชามเท่านั้น
แต่ครั้งนี้ต่างออกไปอาจารย์ลุงบอกแล้วว่าเธอสามารถกินได้เต็มที่หากไม่อิ่มก็สามารถสั่งมากินใหม่ได้ทุกเมื่อ ! ?