หวัดดีครับเพื่อนๆ มาพบกับผมอีกครั้งแล้ว....หากใครจำไม่ได้ก็ให้ขอกลับไปอ่านตอนเก่าๆ ดูนะครับ รู้สึกว่าเมื่อภาค ก่อนมีหลายคนถึงขั้นอยากฆ่าผมเลยทีเดียวกับความป็อดของผม...ที่ไม่กล้า เปิด web นั้น ไม่ต้องห่วงครับ ผมเปิดแน่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้...
แต่ก่อนจะเล่าถึง เื่ราวในภาคนี้ ก็ขอบอกผลลัพธ์กับเพื่อนๆ ก่อน หลังจากเหตุการณ์ในตอนที่แล้ว ความสัมพันธ์ของผมกับตาลก็รุดหน้าไปมาก ถึงแม้เื่ฐานะความสัมพันธ์ยังอยู่ในขั้นคบหา มิใช่ แฟนก็เถอะ แต่ความสัมพันธ์ของเราก็ไปไกลกว่า ฐานะนั้นเป็ที่เรียบร้อยแล้ว..เพราะหลังจากเหตุการณ์นั้น ผมกับตาลก็มีอะไรกันมากขึ้น จากที่ก่อนหน้านี้ก็อย่างที่เคยบอกไป คือ ไม่เคยมีอะไรกันเลย คบหากันแบบบริสุทธิ์ใจ...
สภาพของ ตาล หลังเหตุการณ์นั้น ก็เหมือนเขื่อนที่แตกพังก็ไม่ป่าน เพราะทุกปลายสัปดาห์ หลังจากเกิดเื่ราวในตอนที่แล้ว ตาลก็มักมากาผม และให้ผมจัดเธอ 3 ยกเป็อย่างน้อย...ถามว่าหนักหนามั้ย? ก็หนักหนาอยู่นะ เพราะเพื่อนๆ อย่าลืมว่า ผมมิได้มีแค่ ตาล เพียงคนเดียว ยังมี “เต้ย” ดาราสาว เพื่อนในสมัยเด็กที่อยู่ห้องข้างๆ อีกคน ซึ่งถ้าอาทิตย์ไหนเธอลอบเข้ามาขอให้ผมจัดเธอด้วย และปลายสัปดาห์ก็มี ตาล ไม่อยากจะบอกเลยว่า ถ้าอาทิตย์ไหนเป็เช่นนั้น...
มันเป็อะไรที่เหนื่อยมากๆ และมันคงต้องเหนื่อยกว่านี้อีกแน่ หาก ตาล ได้เลิกกับแฟน และมาอยู่ผมแบบเป็ทางการละก็...และถ้าเป็แบบนั้นขึ้นมา ผมก็คิดอยู่ว่าจะจัดการปัญหาเื่เต้ย ยังไงดี...
แต่เื่พวกนั้น เอาไว้ทีหลังละกัน ตอนนี้มาเข้าเื่ราวหลักในครั้งนี้จะดีกว่า เื่ราวหลักๆ ในตอนนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับ ตาล หรือ เต้ย รวมถึงเพื่อนสาวนิสัยแปลกๆ อย่าง คุณแว่น ด้วย หากแต่เป็สาวคนใหม่!! ทำไมพอพูดถึงตรงนี้ ผมรู้สึกเหมือนโดนเพื่อนๆ เขม่นก็ไม่ทราบ....
สาวคนใหม่ของตอนนี้ ถ้าบอกตามตรง ผมไม่เคยคิดเลย ว่าจะมีคืนวันที่ได้ทำเื่แบบนั้นกับเธอ ใช่..ไมเคยคิดและต่อให้ตายก็ไม่คิดจะมีด้วย..โดยสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นผมเองก็ยังคง งงๆ อยู่ เื่ราวเป็ไง เชิญอ่านไปพร้อมกันเลยครับ...
สาวประจำตอนนี้ เป็ใคร? เป็เพื่อนในวัยไหน? สาวเ้าของตอนนี้ เป็ สาวเ้าที่ทำงานเดียวของผมเองครับ ถ้าเรียกก็คง “เพื่อนในวัยทำงาน” หรือ “เพื่อนที่ทำงาน” มาถึงตรงนี้เหมือนเห็นเพื่อนๆ หลายคนทำตาโต ร้อง ว้าว.. ผมขอบอกว่า อย่าเพิ่งรีบตาโตร้องกันเลยครับ.. (ทำมือไม้โบกไปมา...)
ทำไมนะเหรอ? ก็เพราะความสัมพันธ์ของผม กับเธอคนนี้ไม่ได้สนิทสนม ตามแบบ ความสัมพันธ์ต้องห้ามระหว่างเพื่อน แต่อย่างใด หรือพูดง่ายๆ คือ ไม่ใช่เื่ราวแบบ “เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ” ใช่...ไม่ได้สนิทสนม ความสัมพันธ์ของผมกับเธอคนนั้น ค่อนไปทางไม่ถูกกัน ประหนึ่งคู่กัดกันซะมากกว่า....
...
“ตกลง งานนี้ เราจะใช้ไอเดียของคุณณัฐ ก็แล้วกันนะ...” เสียงของหัวหน้างานที่เป็ชายวัย 45-50 ปี ที่เอ่ยกล่าวอย่างสรุปในที่ประชุม และบทสรุปดั่งกล่าวก็ทำให้การประชุมย่อยนั้น สิ้นสุดลงทันที และขณะที่ผมยืนขึ้นอย่างเก็บของนั้น สาวสวยที่กำลังลุกขึ้นและเก็บของเช่นเดียวกับผมนั้นก็ส่งสายตาและรอยยิ้มอย่างผู้มีชัย เหมือนเย้ยหยั่นผู้แพ้อย่างผม...
ใช่...สาวสวยคนนั้น คือ สาวสวยของเื่ราวในครั้งนี้ เธอมีชื่อว่า “ณัฐกานต์” หรือ “ณัฐ” แต่ส่วนใหญ่ทุกคนที่ทำงานจะเรียกเธอว่า “คุณณัฐ” ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไม ใครๆ ในบริษัทถึงเรียกเธออย่างสุภาพก็ไม่รู้? บางคนขนาดตำแหน่งใหญ่กว่า าุโ กว่ายังเรียกเธอแบบนั้นเลย... ซึ่งผมเป็เพียงแค่คนหนึ่ง หรือ อาจจะ เป็คนเดียวของ บริษัทก็ได้ ที่ไม่ได้เรียกเธออย่างสุภาพเช่นนั้น….
ณัฐกานต์ หรือ ณัฐ เป็ สาว หน้าสวยผมดำยาว ส่วนสูงและอายุนั้นก็ไล่ๆ กับผม ส่วนรูปร่างก็โอเคเลยทีเดียว เรียกว่าน้องๆ นางแบบก็คงได้ แถมประวัติการศึกษาก็ใช่ย่อย...เท่าที่ได้ยินมา จบจากนอก ด้วย....
โดยสรุปภาครวม “ณัฐ” ก็ ถือว่า เป็สาวสวยคนหนึ่ง ในบริษัทเลยทีเดียว...จริงๆ ผมก็เคยมีความคิดที่จะจีบเธอเหมือนกันนะ..แต่เพราะจริตที่เธอแสดงกับผมในครั้งแรกนั้น มันทำให้ผมล้มความคิดเื่จีบไปเลย...เธอมาทำงานหลังผม สักเล็กน้อย ทำงานในตำแหน่งเดียวกับผม ซึ่งผมก็ยังจำได้ถึงวันแรกที่เจอเธอ..
ทีแรกก็ดีๆ หรอก แต่พอผมบอกไปว่าจบที่ไหนมาเท่านั้น ท่าทางของเธอก็ดูเปลี่ยนไป มีท่าทีดูแคลนด้วยซ้ำ...ถ้ามีแค่เื่สถาบันการศึกษาละก็ ยังพอทน....แต่มันก็ยังมีเื่อื่นอีก ถึงกระนั้นผมเองก็ไม่แน่ใจว่า จุดเริ่มต้นของการไม่ถูกกันนั้นมาจาก เื่ที่ผมจบจากไหนรึเปล่า ถึงทำให้ท่าทีของเธอดูเปลี่ยนไป เวลาการพูดจากับผมถึงค่อนไปทางดูถูก ไหนจะเื่การแสดงออกของคุณเธอที่มักแสดง ความมั่นใจแบบสูงปรี๊ด...
โดยที่เื่ความมั่นใจของเธอนั้น ก็ทำให้ผมกับเธอถกเถียงเื่งานหลายครั้ง....ยังไม่รวมถึงท่าทีของคนอื่นๆ ที่ผมเอ่ยไปตอนต้นว่า แสดงท่าที นอบน้อมเธอเหลือเกิน..เรียกเธอนำหน้าด้วย “คุณ” ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าทำไม? ... และด้วยหลายเหตุผลที่ว่ามานั้น ก็ทำให้ผมรู้สึกไม่ชอบเธอเสียเท่าไร...แต่ผมก็ต้องยอมรับแหละว่า การทำงานของเธอนั้น ดีกว่าผมมาก เรียกได้ว่า ดี สมกับความมั่นใจอันสูงปรี๊ดของเธอก็ว่าได้...
ดีกว่าจน...ถ้าเกิดบริษัทอยู่ในสภาวะยำแย่จนต้องคัดคนออก ผมคงโดนแน่ๆ ...เพราะงานของผมไม่เชิงสู้เธอไม่ได้ แต่ต้องเรียกว่าไม่โดนใจเท่ากับของเธอมากกว่า แต่ก็ใช่ว่า งานของเธอจะถูกเลือกตลอดนะ ก็มีบ้างที่งานของผมก็ถูกเลือกเช่นกัน แต่ถ้านับโดยรวมแล้ว ผมยังคงแพ้ให้กับเธออยู่ดี...
“ชั้นชนะอีกแล้วนะ ครั้งนี้จะพาชั้นไปทางข้าวได้ยังละ...” ณัฐกานต์ หรือ ณัฐ ที่เข้ามาเอ่ยกลับผม หลังจากที่ผมได้เดินออกจากห้องประชุม จนกลับมาถึงโต๊ะทำงาน..
“จำได้ว่า ผมไม่ได้พนันอะไรแบบนั้นนะ..” ผมตอบเธอ และก็ไม่ได้เป็ครั้งแรกที่เธอเข้ามาเอ่ยประมาณนี้ แต่หลายครั้งแล้ว ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่า ทำไม?
“ใช่ นายไม่ได้พนัน แต่มันเป็หน้าที่ของผู้แพ้ ที่ต้องทำตามคำสั่งของผู้ชนะ นะ..” เธอตอบ อย่างยิ้มๆ และมันเป็คำตอบที่เธอมักจะใช้ทุกครั้ง ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจจริงๆ ถึงการกระทำนี้ มันเป็การเย้ยหยั่นอย่างหนึ่งหรือเปล่า? ...พองานของเธอชนะที่ไรก็มักเข้ามาหาผม โมเม บอกว่า ผมต้องเลี้ยงข้าว เลี้ยงหนังเธอบ้าง มันอะไร!!
“ไร้สาระ...” ผมตอบเธอกลับ พร้อมกับลุกขึ้นเดินออกไปหาอะไรทานใน่กลางวัน โดยไม่สนท่าทีของเธอ ซึ่งผมก็ทำท่าทีแบบนี้ทุกครั้ง..ไม่สน ไม่ตอบสนอง และไม่สนใจด้วยว่าเธอจะมีท่าทียังไงเมื่อเจอผม ปฏิเสธ..และถ้าถามว่าผมแค้นมั้ย? ที่แพ้งานเธอ ก็มีบ้างครับ ตามทิฐิส่วนตัว เพราะด้วยมาดมั่นใจ ท่าทีที่ข่มคนอื่นเหมือนคุณหนูแบบนั้น มันทำให้ผมไม่ค่อยอยากจะแพ้เธอเสียเท่าไร แต่จะให้ทำไงได้...อย่างที่ผมเล่าให้ฟัง ไปว่า ฝีมือของเธอ เป็ของจริง...
และอีกเื่ที่ตัวผมเองก็ลืมไปแล้วว่า มันเกิดอะไรขึ้น ถึงทำให้การทำงานของผมกับเธอมันออกมาในรูปแข่งขันกันไปได้ แทนที่จะช่วยเหลือกันอย่างที่ควร...แต่เื่การแข่งขัน หัวหน้าของพวกผมก็ไม่ได้ต่อว่านะ มีท่าทีชอบด้วยซ้ำ กับการทำงานในลักษณะนี้....