ชาล์เดอฟรองเซอมยิ้มผ่านขอบปราสาทหินอ่อน
คาร์ลพยักหน้ารับนายทหารต่างเมือง“เ้าเป็ตัวแทนของใคร”
ทหารเบอร์กันดีทุบอกเบาๆ แสดงความเคารพ “ท่านไมดาส ผู้เก็บส่วยเมือง”
“แจ้งให้เข้ามาพบข้าได้ใน่บ่าย”คาร์ลโบกมือไล่ทหารเบอร์กันดีออกจากโถงปราสาท แล้วหันมาสั่งเสียงดุทางเฟซอง “เ้าสั่งนายทวารรับเื่ด้วย”
“รับคำสั่ง”เฟซองก้าวตามผู้เป็ใหญ่ไปยังห้องรับรอง
พ่อค้าตะวันออกตากลมยิ้มกว้างให้คาร์ลและเฟซองทันที“นายท่าน้าสิ่งเลอค่าใด” มืออวบยกสายสังวาลทองขึ้น
“ของพวกนี้ไม่เป็ที่นิยมในฟรังเกีย”คาร์ลเลื่อนสายตาไปตามถาดเครื่องประดับพระยศ “ข้า้าของสำหรับาา สีม่วง และ...”สายตามองกวาดอีกรอบหนึ่ง “ของที่ทำให้ข้าดูยิ่งใหญ่”
คนขายลูบคางตนเองครู่หนึ่งดวงตากวาดมองคาร์ลั้แ่ศีรษะจดเท้า “สำหรับาา” เขาก้มลงไปหาของในกล่อง“หมวกหนังประดับขนนกกระจอกเทศ”
คาร์ลโบกมือย่นหน้าเสียดเสียงปฏิเสธในลำคอ“หมวกอะไรน่าเกลียดสิ้นดี”
“ผ้าคลุมแห่งโรมัน”พ่อค้าดึงผ้าสีแดงขึ้นมาแสดงให้ดู
“โบราณเกินไป” คาร์ลมองหาอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะชี้ไปยังกำไลวงสีทองประดับเพชรไพลินก้อนใหญ่“นั่นอะไร”
พ่อค้ายิ้มกว้าง “กำไลแขนสำหรับท่านอเล็กซานเดอร์เซียร์”ก่อนจะย่นหน้า “ของสิ่งนี้...ข้าขายไม่ได้เซียร์” แล้วรีบเก็บลงกล่อง “เ้าเมืองไบเซนธิริกสั่งทำพิเศษ”
ว่าที่าาคว้าจากมือพ่อค้ามาดูรายละเอียด“ดูสิ ใหญ่เกินไปหรือเปล่า” คาร์ลสวมบนศีรษะ “ข้าว่าเป็มงกุฎ” ก่อนจะหันมาหาเฟซอง“เ้าเห็นว่าอย่างไร”
ไพลินเด่นเหนือศีรษะของคาร์ล“ราวดวงตะวันเลยเซียร์” พ่อค้าเอ่ยชม
สีหน้าตื่นตระหนกของทหารยามนั้นดึงความสนใจของคาร์ล“มีเื่อะไร”
“เรียนท่านชาล์ แม่ทัพโยมุสขอหารือเื่เดินทัพ”ทหารยามเสียงสั่น
“เฟซองไปจัดการเื่นี้!” ว่าที่กษัตริย์เสียงเขียว “พวกนี้ไม่เข้าใจหรืออย่างไร!”
“ทุกคนกังวลกับ...”เฟซองกลืนคำพูดเพราะพ่อค้ากำลังยิ้มแป้นอยู่ข้างชาล์ “ข้าจะไปจัดการโดยเร็ว”รองแม่ทัพส่ายหน้าถี่ระหว่างเดินลิ่วไปยังโถงกลางปราสาท
โยมุสร่างใหญ่ขบกรามจนแก้มขึ้นสันเด่นกว่าใคร“แล้วท่านคาร์ลเล่า”
“ใจเย็นก่อน” เฟซองยกมือปรามอารมณ์ร้าย“ท่านกำลังเลือกอาภรณ์พิธี”
“คาร์ลควรระลึกว่าเราเดินทางมาที่นี่เพื่ออะไร”โยมุสถอยตัวไปได้สองก้าว ก่อนจะถูกเฟซองดึงศอกเอาไว้
“ท่านโยมุส” เฟซองเน้นเสียงเข้ม“การอภิเษกครั้งนี้สำคัญ ท่านรู้ดีกว่าใคร”
“แต่ไม่ได้หมายความว่าจะปล่อยปละละเลยการทัพ”โยมุสชี้นิ้วกระแทกลงบนแผ่นอกเฟซอง “ทุกคนมาเพื่อส่วยา”
“เื่นั้น ข้าคนจากแปรีสเข้าใจดีที่สุด”เฟซองกระตุกศอกโยมุสอีกครั้ง
“คนของไวกิงจะเดินทางกลับในรุ่งเช้า”โยมุสสูดหายใจลึก “แจ้งท่านชาล์จ่ายสำหรับคนของข้าด้วย”
“ท่านชาล์จะไม่จ่ายสำหรับคนหนีทัพ”เฟซองปล่อยมือโยมุส “นั่นคือวาจาที่ตกลงก่อนมาเบอร์กันดี”
นักรบหัวแดงะโในลำคอเขาชกฝ่ามือตนเองหลายครั้งแล้วโยมุสก็มองเ้าเผ่าคนอื่นเพื่อขอแรงสนับสนุน
แต่ทุกคนกลับหลบตาเขา
“การศึกยังไม่สิ้นสุด”เฟซองกระซิบแ่เบา “าไม่ได้มีเพียงการหยิบดาบมาฟาดฟันกันเท่านั้น”รองแม่ทัพคว้าคอเสื้อขุนพลร่างใหญ่
ไหล่ของโยมุสลู่ลงดวงตาเกรี้ยวกราดอ่อนแรงลงด้วยสติที่กลับคืนมา
“บางครั้งาก็มาในรูปแบบของพิธีการและการผูกมัดทางข้อสัญญา”เฟซองปัดอกโยมุสแล้วมองตาคนอื่น “ท่านชาล์กำลังเริ่มาครั้งนี้เดิมพันด้วยชื่อเสียงของท่าน ผูกมัดสายโลธาริ่งด้วยตัวท่านเองพวกท่านจะหนีทัพหรือเปล่า”
ทุกคนก้มหน้าลงไม่ตอบเฟซองก่อนจะหันเหความสนใจไปยังเดนีเอลผู้กำลังเดินผ่านประตูหินอย่างใจเย็น
“มีอะไรหรือเปล่า?”เดนีเอลถามเสียงใส “ท่านชาล์เรียกประชุมทัพหรือ”
“พวกข้ามาถามเื่การจัดเวรยาม”โยมุสออกปากเอง
เดนีเอลหรี่ตาลง“จัดเวรยาม ก็...” มือเรียวชี้ไปยังเ้าเผ่าแซคซอนด้านหลัง “เป็หน้าที่ของเขานี่ข้าลืมอะไรไปหรือเปล่า”
“แล้วเื่ท่านอเล็กซานเดอร์ว่าอย่างไรบ้าง” เฟซองตัดความให้โยมุส
“ดีที่ยังไม่พ้นเขตฟรองเซท่านกำลังเดินทางกลับมาเพื่อทำพิธี” เดนีเอลยิ้ม
เฟซองผ่อนลมหายใจ “ถ้าขาดศาสนขุนพลคอข้าได้ขาดตามอย่างแน่นอน”
เดนีเอลหัวเราะดัง “แต่ตอนนี้เ้าคงต้องขัดเกราะท่านชาล์ทั้งคืนแน่นอน”จบคำทุกคนก็สลายตัวไปจากเฟซอง
“ให้ตายสิ คนพวกนี้”เฟซองบ่นในลำคอระหว่างเดินกลับไปรายงานคาร์ล
พ่อค้ายิ้มกว้างยืนนำหน้าข้ารับใช้ถือของมีค่า“นายของท่านโชคดียิ่ง”
เฟซองผายมือส่งเขาขมวดคิ้วระหว่างเดินกลับไปถึงหน้าประตู “ท่านชาล์” เฟซองเตือนนายตนเองก่อนเข้าไปภายในห้อง
“พวกเขาเข้าใจหรือยัง”ชาล์กำลังถอดชุดเก่าทิ้งลงบนพื้น
“เข้าใจแล้ว”เฟซองลดเสียง “แต่...เราไว้ใจพระราชินีกีเนเวียได้จริงหรือ”
คาร์ลมองออกไปนอกหน้าต่างซึ่งเห็นยอดปราสาทเบอร์กันดีอยู่สุดสายตา“เดนีเอลกลับมาหรือยัง” เขาถามเสียงเข้มราวสั่งเดินทัพพร้อมสายตาคมดุ
รองแม่ทัพเปลี่ยนอารมณ์ไม่ทันจนเงอะงะครู่หนึ่ง“เขามาแล้ว เขาให้แจ้งว่าท่านอเล็กซานเดอร์กำลังกลับมา”
“เ้านำกำลังไปพบท่านอเล็กซานเดอร์”คาร์ลเดินลงอ่างหินอันมีไอน้ำอุ่นโชยหอมออกมา “นำพวกเขามาพักในปราสาท”
“ศาสนขุนพลย่อมปฏิเสธ” ทุกคนรู้ดีว่าศาสนขุนพลไม่พักในปราสาท
“ใช่เขาจะปฏิเสธ” คาร์ลลูบใบหน้าตนเองแรง ๆ “ทำทีไม่รู้ว่าจะให้เขาพักที่ไหน”แล้วจ้องตาเฟซอง “เขาจะตอบเ้าเอง”
“ตามรับสั่ง” เฟซองก้มศีรษะรับคำสั่งก่อนจะถอยตัวออกจากห้องไป
เฟซองนำหนึ่งกองร้อยเตรียมต้อนรับอเล็กซานเดอร์ทางทิศใต้ของปราสาทเมื่อตราทองคำตัดแสงอาทิตย์อัสดงปรากฏแก่สายตา สองไหล่ก็ยกเกร็งพร้อมรับศึก
“แจ้งนามของเ้า”ทหารนำขบวนชี้หอกใส่เฟซอง “ประกาศนามของเ้า”
“เฟซองแล็กซอ รองแม่ทัพแห่งฟรองเซ” เฟซองส่งตาคมตอบศาสนขุนพลผู้ชักม้ากลับไปร่วมทัพใหญ่ทันใดนั้นก็เกิดเสียงแผ่นดินะเืลั่นจนหินสั่นทำให้ม้าของเขาตื่นร้อง เขาจึงรีบค้นหาที่มาของความตื่นตระหนกแล้วก็ได้พบร่างของั์บนหลังแรดเผือก
“ศาสนขุนพลอเล็กซานเดอร์”ั์ใหญ่ทุบอกเคารพดัง “เฟซองเองเหรอ ข้าไม่ได้รับแจ้งว่าจะมีขบวนทหารมารอ ขออภัยหากเสียมารยาทใดไป”
“ท่านชาล์ให้เชิญศาสนขุนพลเข้าพักในปราสาท”เฟซองทุบอกเคารพตอบ
อเล็กซานเดอร์ปัดมือในอากาศ“ศาสนขุนพลไม่พักแรมในปราสาท นั่นคือกฎของเรา” ดวงตาสีเพชรจ้องเขา“ท่านคิดว่าเราควรพักที่ไหนดี”
“ข้า” เฟซองทำตาลอย“ข้าเป็คนแปรีส เื่เบอร์กันดีเห็นจะไม่ชำนาญ”
ยักษาก้มหน้าลงมองพื้น“แจ้งชาล์ว่าข้าจะไปตั้งค่ายแถวชายทุ่งธีโอเนล”
“ตามรับสั่ง”เฟซองก้มคำนับแล้วเดินขบวนนำศาสนขุนพลไปส่งยังชายป่า
“ป่านี้เป็ทางเชื่อมไปยังปราสาทเบอร์กันดี”อเล็กซานเดอร์เล่าระหว่างทาง “เส้นทางของราชวงศ์สำหรับเดินทางไปยังวังออสเตรีย”
“ป่าอุดมสมบูรณ์มาก” เฟซองสั่นหน้าเพราะคิดเห็นจุดลอบสังหาร
“เมื่อคาร์ลขึ้นเป็กษัตริย์ท่านก็ต้องให้เขาหาป่าแบบนี้ไว้สักผืน” ยักษายิ้มบนมุมปาก“พวกท่านชอบเนื้อกวางกันมากมิใช่เหรอ”
เฟซองหัวเราะฝืดร่วมไปกับศาสนขุนพล“ขอให้ท่านพักผ่อนหลับสบาย”
“ขอบใจ ข้าคงต้องขอตัวจัดการค่ายพักแรม”อเล็กซานเดอร์ทุบอกเคารพลา
“ลาท่านอเล็กซานเดอร์”เฟซองทุบอกตอบแล้วมองกองทัพใหญ่แปรขบวน
เขาสังเกตการตั้งค่ายริมป่าของศาสนขุนพลแล้วฉงนใจว่าทำไมอีกฝ่ายจึงไม่เกรงกลัวว่าจะถูกลอบสังหาร หรือแม้แต่ถูกปล้นสะดม
เมื่อดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยลงต่ำเฟซองก็ได้ยินเสียงทหารร้องเพลง์เช่นเดียวกับที่ได้ยินในเมืองเบอร์กันดี
เขาหัวเราะในลำคอ“ดูคนพวกนี้สิ” แล้วส่ายหน้า “พวกเขาคงสติไม่ดี”
ทหารติดตามต่างพากันหัวเราะ
รองแม่ทัพชักม้ากลับด้วยความเหนื่อยอ่อนกับภารกิจไร้ความหมายทั้งวันพอถึงปราสาทก็พบของมีค่ามากมายกองจนท่วมศีรษะ เหล่าข้ารับใช้จัดเก็บจนตะวันตกดินแล้วก็ยังไม่เสร็จ
“ขัดไม่ให้มีรอย”ชาล์กำลังตวาดทหารรับใช้ดังข้ามห้องโถง
เมื่อเฟซองผ่านประตูก็เห็นทหารรับใช้กำลังนั่งขัดคราบดำบนเกราะเหล็ก
สายตาดุตวัดมองมายังเขา“อเล็กซานเดอร์พักที่ไหน”
“ชายทุ่งธีโอเนลแถบอุทยานหลวง” เมื่อนายขึ้นเสียง เขาก็ขึ้นเสียงสวนเช่นเดียวกัน “ท่านชาล์...”
ทว่าลูกน้องยังไม่ทันได้บ่นชาล์ก็เดินหนีไปยังระเบียงแล้วไล่นกพิราบออกไปให้พ้นบริเวณ “อุทยานหลวงเหรอ”
รุ่งเช้าวันอภิเษกท้องฟ้าสดใสทอแสงอบอุ่นลงบนลานทุ่งหญ้าเขียวขจีใหญ่โล่งทอดยาวจากวังเลจีสตังไปถึงปราสาทเบอร์กันดี วัวหนังเดินเป็กลุ่มมองขบวนทหารธงดอกลิลลี่จากฝั่งตะวันตกและธงสามดาบขลิบสามปีกเทวทูตทางทิศตะวันออก
ชาล์สวมชุดคลุมขนสิงโตผิวเป็มันประกายทองควบม้ามาจนถึงลานพิธี
ธงศาสนขุนพลโบกสะบัดตามแรงลมปักเป็แถวล้อมยักษาผู้สวมเกราะเหล็กอเล็กซานเดอร์ยังคงนุ่งผ้าคลุมแดงแห่งโรมัน ในมือของเขาถือจอกเงินอยู่กึ่งกลาง
เ้าหญิงเลเน่ในชุดผ้าฝ้ายสีธรรมชาติผ่องสว่างอยู่กลางแสงตะวันเธอเดินออกจากรถม้าของดันเต้และกีเนเวียผู้คลุมใบหน้าด้วยผ้าทองคำเปล่งรัศมี
“ชาล์แห่งฟรังเกีย”อเล็กซานเดอร์ผายมือขวาเรียกผู้เป็ใหญ่ “ดัชเชสแห่งเบอร์กันดี”มือซ้ายเรียกเด็กสาวเข้าสู่ลานพิธี
เ้าแห่งฟรองเซยื่นมือหนาเชิญว่าที่ภริยาให้เดินร่วมกันไปยังศาสนขุนพล
มือขวาของอเล็กซานเดอร์แตะลงบนขอบจอกเงิน“ด้วยอำนาจแห่งไบเซนธิริก ชาล์แห่งฟรังเกียจะรับดัชเชสแห่งเบอร์กันดีเป็ภริยาหรือไม่”
ดวงตาสีเข้มมองเด็กสาวผู้เกล้าผมอวดคองามระหง“ข้ายินดีรับนางเป็ภริยา” ชาล์ยกจอกเงินขึ้นจิบเหล้าองุ่น
“ดัชเชสแห่งเบอร์กันดี ท่านจะยินดีเป็ภริยาของชาล์แห่งฟรังเกียหรือไม่”
“ข้ายินดี”เ้าหญิงผมแดงส่งยิ้มสวยพร้อมจิบจอกเงินร่วมกับชาล์
“ด้วยอำนาจแห่ง์”ดวงตายักษาเปล่งประกายพร้อมดึงเส้นแสงจากอากาศ“ข้าขอผูกมัดเ้าทั้งสองเป็สามีและภริยากัน จวบจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต” สิ้นคำพูดเส้นแสงก็ไหลมาผูกข้อมือของคนทั้งสองแล้วจางหายไปทันใด
คาร์ลช้อนร่างเ้าหญิงขึ้นบนอ้อมแขนด้วยรอยยิ้ม เขาอุ้มเธอเดินกลับมายังรถเทียมม้าพร้อมเสียงหัวเราะเมื่อส่งตัวเ้าหญิงขึ้นตู้รถเทียมม้าเสร็จ ว่าที่าาก็หันกลับมากระชากคอเสื้อเฟซองแล้วสั่งด้วยเสียงต่ำว่า“ฆ่าพวกมันให้หมด”