“เธอคือบทเรียนที่ผมยอมผิดศีล”

    ตอนที่ 82 รอยร้าวที่ยากจะประสาน

    แพรกำลังเดินผ่านโถงทางเดินด้านหลังห้องทำงานของอีกแผนกเพื่อไปเอาน้ำที่ตู้เย็น 


    จู่ ๆ เสียงกระซิบกระซาบจากกลุ่มอาจารย์และเจ้าหน้าที่สองสามคนที่ยืนสนทนากันอยู่ใกล้ห้องพิมพ์เอกสารก็ลอยมาเข้าหูเธออย่างชัดเจน โดยที่พวกเขาไม่ทันสังเกตเห็นเธอ


    “...ได้ยินมาว่าเมื่อเช้าในห้องอาจารย์กร อาจารย์วิภาร้องไห้หนักมากเลยนะ เห็นว่าอาจารย์กรพูดใส่หน้าตรง ๆ เลยว่า ‘ผู้หญิงแบบคุณก็แค่ของเล่น ไม่มีใครเขาอยากจริงจังด้วยหรอก’ 

    โห... พูดแรงมากนะนั่น ทั้งที่เขาก็ตามเฝ้าอาจารย์กรขนาดนั้น”

    อีกคนหัวเราะในลำคอเบา ๆ “ก็น่าสมน้ำหน้าอยู่หรอก ตามตื้อไม่เลิกแบบนั้นใครจะไปทนไหว แต่ก็นะ อาจารย์กรดูเปลี่ยนไปมากจริง ๆ ตั้งแต่เลิกกับน้องคนนั้นไป ดูเหมือนคนหมดไฟไปเลย”


    แพรชะงักฝีเท้าลงกะทันหัน มือที่กำลังจะเอื้อมไปเปิดประตูตู้เย็นค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่มันไม่ใช่ความรู้สึกเจ็บปวดหรือโกรธเคืองอย่างที่เคยเป็น แต่มันคือความรู้สึก... ว่างเปล่า


    เธอกลับมานั่งที่โต๊ะทำงานแล้วทบทวนความรู้สึกตัวเอง ในใจของแพรตอนนี้ตระหนักได้ชัดเจนว่าเธอรัก "พี่เอก" มากกว่า แม้จะรู้สึกว่าพี่กรน่าสงสารอยู่บ้าง แต่ความรู้สึกของเธอที่มีต่อเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว 

    อาจเป็นเพราะในอดีตเขาเคยทำลายหัวใจดวงน้อย ๆ ของเธอจนขาดสะบั้น จนไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวของความรักที่จะมอบให้เขาได้อีก 


    แพรคิดในใจว่า... ทุกอย่างมันสายเกินไปแล้ว ถ้าในวันนั้นเขาตัดสินใจตัดขาดจากอาจารย์วิภาให้เร็วกว่านี้ บางทีวันนี้เธออาจจะใจอ่อน


    เธอถอนหายใจยาว เมื่อเปรียบเทียบกับพี่เอก... แม้เขาจะขาดการติดต่อจนเกิดความค้างคาใจ แต่นั่นก็ไม่ใช่การจงใจทำลายดวงใจของเธอเหมือนอย่างที่พี่กรเคยทำ


    ระหว่างที่เดินไปห้องน้ำ แพรยังคงคิดทบทวนเรื่องนี้ไปตลอดทางเดินยาวของตึกคณะ หัวใจยังคงสั่นไหวจากเหตุการณ์วุ่นวายเมื่อช่วงเช้า เธอพยายามสูดลมหายใจเพื่อสงบสติอารมณ์ก่อนจะเปิดประตูห้องน้ำหญิงเข้าไป 


    เธอเลือกเข้าคอกสุดท้ายเพื่อความเป็นส่วนตัว ขณะที่กำลังก้มลงล้างหน้าอยู่ที่อ่างล้างมือ เธอได้ยินเสียงประตูห้องน้ำเปิดออกเบา ๆ แล้วปิดลงพร้อมเสียง ล็อก ... แกร่ก!


    แพรคิดว่าเป็นเพื่อนร่วมงานคนอื่นจึงไม่ได้สนใจ แต่แล้วเสียงฝีเท้าที่แสนคุ้นเคยกลับใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จนกระทั่งเธอเงยหน้าขึ้นมองกระจก...


    เธอก็เห็นพี่กรยืนซ้อนอยู่ข้างหลัง 

    "เห้ย...พี่..."


    เขาตามเธอเข้ามาในห้องน้ำหญิงและล็อกประตูจากด้านในไว้เรียบร้อยแล้ว ในห้องน้ำตอนนี้มีเพียงเธอและเขาแค่สองคน


    แพรสะดุ้งสุดตัว มองเขาด้วยความตื่นตระหนก “พี่กร! พี่เข้ามาทำอะไรที่นี่คะ นี่มันห้องน้ำผู้หญิงนะ!”


    พี่กรยืนนิ่งจ้องมองหน้าเธอตรง ๆ ดวงตาของเขาแดงก่ำ ใบหน้าซีดเซียว แต่สายตากลับเต็มไปด้วยความโหยหาและความสิ้นหวัง น้ำเสียงของเขาต่ำและสั่นเครือแต่พยายามควบคุมให้นิ่งที่สุด

    “แพร... พี่รู้แล้วครับว่าหนูเลิกกับอาจารย์เอกแล้ว พี่แอบได้ยินพี่แอนคุยกับคนอื่น พี่... พี่ดีใจมากเลยครับ แต่ในขณะเดียวกันพี่ก็เจ็บด้วย พี่รู้ว่าพี่ไม่มีสิทธิ์ แต่พี่ทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ พี่อยากขอโอกาสอีกสักครั้ง อยากให้หนูกลับมา พี่สัญญาว่าครั้งนี้พี่จะไม่ทำให้หนูต้องเจ็บอีก พี่จะตัดขาดทุกคนที่เคยทำให้หนูไม่สบายใจ พี่จะ—”


    แพรยกมือขึ้นตัดบทเขาทันที น้ำตาเริ่มเอ่อคลอขึ้นมาแต่เธอพยายามกลั้นมันไว้ น้ำเสียงของเธอเย็นชาและเด็ดขาด ทว่ายังคงสั่นน้อย ๆ จากรอยแผลในใจที่ยังหลงเหลือ

    “พี่กรคะ... พอเถอะค่ะ พี่เคยพูดแบบนี้มาแล้วกี่ครั้ง พี่เคยบอกว่าจะตัดขาดอาจารย์วิภา แต่สุดท้ายพี่ก็ยังปล่อยให้เขาตามติดพี่อยู่ทุกวัน พี่เคยบอกว่ารักหนูคนเดียว แต่พี่ก็ยังไปมีความสัมพันธ์กับเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันสายเกินไปแล้วค่ะ พี่กร... หนูไม่ต้องการโอกาสใหม่ หนูแค่ต้องการความสงบ อยากอยู่กับตัวเอง และไม่อยากต้องเจ็บปวดอีกแล้ว”


    พี่กรก้าวเข้ามาใกล้เธออีกหนึ่งก้าว น้ำตาไหลอาบแก้ม “แพร... พี่เปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ พี่จะพิสูจน์ให้หนูเห็น พี่จะ—”


    แพรถอยหลังหนีจนหลังชนกับขอบอ่างล้างหน้า เธอยกมือขึ้นป้องกันตัวเอง “อย่าเข้ามานะพี่กร! หนู... หนูกลัวพี่จริง ๆ แล้วนะ หนูกลัวว่าถ้าให้โอกาสพี่อีกครั้ง หนูจะต้องกลับไปเจอเรื่องเดิม ๆ ซ้ำ ๆ หนูขอร้องล่ะค่ะ ปล่อยหนูไปเถอะ หนูไม่อยากเจอพี่อีกแล้วจริง ๆ”

    พี่กรหยุดนิ่งอยู่กับที่ น้ำตาไหลไม่หยุด เขาก้มหน้าลงช้า ๆ แล้วเอ่ยออกมาด้วยเสียงแหบพร่า


    “ครับ... พี่เข้าใจแล้ว พี่จะไม่รบกวนหนูอีก พี่ขอโทษจริง ๆ ที่ทำร้ายหนูมาตลอด พี่รักหนูนะครับ... แม้จะรู้ดีว่าพี่ไม่มีสิทธิ์นั้นแล้วก็ตาม”

    เขาหันหลังเดินไปที่ประตูช้า ๆ ปลดล็อกแล้วก้าวออกไปเงียบ ๆ โดยไม่หันกลับมามองอีกเลย 


    แพรยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง น้ำตาค่อย ๆ ไหลลงมาอย่างเงียบเชียบ เธอไม่ได้ตามเขาไป... เธอเพียงแค่ยืนกอดตัวเองไว้แน่น รู้สึกถึงความโล่งอกที่ปนเปไปกับความเศร้าที่ยังตกค้างอยู่ในใจ


    หลังจากที่พี่กรเดินออกไป แพรยืนล้างหน้าอีกครั้งเพื่อกลบเกลื่อนรอยน้ำตา เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจายให้กลับมาเข้าที่เข้าทาง ก่อนจะเปิดประตูห้องน้ำเดินกลับไปยังห้องทำงาน


    แต่ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าเขตออฟฟิศ แพรก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นเพื่อนร่วมงานกลุ่มใหญ่กำลังรุมล้อมอยู่ที่โต๊ะทำงานของเธอ ทุกคนดูตื่นเต้นและซุบซิบกันยกใหญ่

    “มีอะไรกันเหรอคะพี่แอน?” แพรเอ่ยถามเสียงแผ่ว

    “แพร! มาพอดีเลย ดูนี่สิ มีพัสดุกล่องใหญ่มากส่งมาถึงแกจากต่างประเทศแน่ะ ดูสิ... กล่องสีชมพูสวยเชียว!” พี่แอนรีบหลีกทางให้แพรเดินเข้าไปดู


    บนโต๊ะทำงานของเธอมี กล่องพัสดุสีชมพูหวานใบใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่ บนจ่าหน้ากล่องระบุชื่อผู้ส่งชัดเจนว่ามาจากประเทศอังกฤษ 


    หัวใจที่เคยแห้งแล้งของแพรพลันเต้นรัวแรงขึ้นมาทันที เพื่อนร่วมงานต่างถอยออกห่างเพื่อให้เจ้าของได้เปิดดูด้วยตัวเอง

    มือที่สั่นเทาของแพรค่อย ๆ แกะเทปกาวออกอย่างระมัดระวัง เมื่อฝากล่องเปิดออก กลิ่นหอมจาง ๆ ที่แสนคุ้นเคยก็โชยออกมา ภายในคือ กระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นลิมิเต็ด ที่แพรเคยเปรยว่าชอบเมื่อนานมาแล้ว แต่นั่นยังไม่สำคัญเท่ากับซองจดหมายสีขาวที่วางอยู่ข้างบน แพรหยิบมันขึ้นมาเปิดอ่านด้วยหัวใจที่ลุ้นระทึก


    “ถึง แพร... ผู้หญิงที่พี่คิดถึงที่สุด

    พี่ต้องขอโทษจริง ๆ ที่หายไปแบบติดต่อไม่ได้เลย พี่รู้ว่าหนูคงเจ็บปวดและสับสนมาก แต่พี่มีเหตุผลที่อยากให้หนูได้รับฟัง... หลังจากที่พี่มาถึงที่นี่ พ่อของพี่ทำเรื่องระงับพาสปอร์ตของพี่ทันที ท่านต้องการบีบให้พี่ทุ่มเทกับการเรียนและโปรเจกต์งานวิจัยที่นี่อย่างเต็มที่โดยไม่มีเรื่องอื่นกวนใจ ชีวิตพี่ที่นี่มันยุ่งยากกว่าที่คิด พี่ถูกประกบตัวแทบตลอดเวลาและแทบไม่มีโอกาสได้แตะเครื่องมือสื่อสารส่วนตัวเลย

    พี่ยอมรับว่าพี่เกือบจะถอดใจ แต่ทุกครั้งที่เหนื่อย พี่ก็นึกถึงหน้าหนูเสมอ... พี่พยายามหาทางติดต่อหนูทุกวิถีทาง จนกระทั่งวันนี้ที่พี่แอบทำเรื่องส่งของชิ้นนี้มาให้ได้ พี่อยากขอร้องให้หนู ‘รอ’ พี่อีกสักนิดได้ไหมครับแพร... พี่กำลังทำทุกอย่างเพื่อให้ได้กลับไปหาหนู พาสปอร์ตของพี่กำลังจะได้คืนในอีกไม่ช้า

    รักและคิดถึงหนูทุกลมหายใจ

    พี่เอก”


    น้ำตาที่เพิ่งแห้งไปกลับไหลออกมาอีกครั้ง แต่น้ำตาคราวนี้มันเต็มไปด้วยความโล่งอกและความหวังที่ขยายตัวขึ้นในอก พี่เอกไม่ได้ทิ้งเธอไป... เขาไม่ได้เงียบเพราะมีคนใหม่ แต่เขาถูกกักขังไว้ด้วยสถานการณ์ที่ยากจะหลีกเลี่ยง


    แพรกอดจดหมายฉบับนั้นไว้แนบอก ท่ามกลางสายตาแสดงความยินดีของเพื่อนร่วมงาน ความว่างเปล่าที่เคยกดทับเธอมาตลอดหลายวันเริ่มจางหายไป

    หนูจะรอค่ะพี่เอก... หนูจะรอพี่กลับมา



    ในขณะเดียวกัน ที่มุมมืดตรงประตูทางเดิน พี่กรยืนมองภาพนั้นอยู่เงียบ ๆ เขามองเห็นรอยยิ้มผ่านน้ำตาของแพรที่มอบให้ชายคนอื่น... รอยยิ้มที่เขาไม่มีวันได้รับมันอีกต่อไป เขารู้ตัวดีแล้วว่า ต่อให้เขาจะแก้ไขอดีตอย่างไร เขาก็ไม่มีวันชนะคนที่ครองหัวใจของเธอได้เลย


    "แปะๆ.." เสียงปรบมือดังขึ้น

    บรรยากาศที่กำลังอบอวลไปด้วยความหวังพลันเย็นเยียบลงทันที เสียงดังขึ้นจากทางเข้าแผนก พร้อมกับร่างของ อาจารย์วิภา ที่เดินนวยนาดเข้ามาด้วยใบหน้าที่ฉาบไปด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน แม้ดวงตาของเธอจะยังบวมช้ำจากการร้องไห้เมื่อเช้า แต่ความริษยาที่มีต่อแพรกลับพุ่งสูงจนปิดไม่มิด


    “แหม... ละครน้ำเน่าฉากใหญ่อีกแล้วนะคะเนี่ย” วิภาหัวเราะในลำคอพลางมองไปที่กล่องพัสดุสีชมพูและกระเป๋าแบรนด์เนมบนโต๊ะแพรด้วยสายตาเหยียดหยาม 


    “ปรบมือให้เลยค่ะ เก่งจริง ๆ นะคะน้องแพร... สับรางเก่งจนพี่นับถือจริง ๆ”


    เพื่อนร่วมงานที่มุงอยู่เริ่มขยับออกห่าง บรรยากาศอึดอัดขึ้นมาทันที


    “เพิ่งจะทำให้อาจารย์กรเขาคลั่งจนเป็นบ้าเป็นหลังไปเมื่อกี้ แป๊บเดียว... มีพัสดุจาก 'ผู้ชายคนใหม่' ส่งมาประเคนให้ถึงที่เลยเหรอคะ? หรือจริง ๆ แล้วที่ทำเป็นเล่นตัวกับอาจารย์กร เพราะตั้งใจจะอัปค่าตัวรอของแบรนด์เนมจากต่างประเทศกันแน่?”


    แพรกำจดหมายในมือแน่น ใบหน้าชาวาบกับคำแขวะที่รุนแรงและหยาบคายนั้น “อาจารย์วิภาคะ... มันไม่ใช่อย่างที่อาจารย์พูดนะคะ และนี่มันก็พื้นที่ส่วนตัวของหนูด้วย”


    วิภาเบะปาก หัวใจของเธอเดือดพล่านด้วยความแค้นที่ถูกพี่กรบอกเลิกอย่างไม่ใยดีเมื่อเช้า จึงเลือกมาลงที่แพรเป็นที่ระบาย “พื้นที่ส่วนตัว? ในที่ทำงานเนี่ยนะคะ? เธอนี่มันร้ายลึกจริง ๆ นะ ทำตัวเป็นนางเอกผู้น่าสงสารให้ผู้ชายมารุมแย่ง แต่ลับหลังก็คว้าเอาหมดทุกคน พี่ล่ะอยากรู้จริง ๆ ว่าถ้าคนทางนู้นรู้ว่าเธอยังพัวพันอยู่กับอาจารย์กรที่นี่ เขาจะยังส่งของแพง ๆ มาให้เธออยู่อีกไหม!”


    วิภาก้าวเข้ามาใกล้จนเกือบชิดโต๊ะแพร สายตาจ้องจิกไปที่ใบหน้าของแพรอย่างหมั่นไส้สุดขีด “จำไว้นะคะ... ของที่ได้มาง่าย ๆ เพราะการปั่นหัวคนอื่น วันนึงมันก็ต้องหลุดลอยไปเหมือนที่เธอเคยโดนอาจารย์กรทิ้งนั่นแหละ อย่าคิดว่าของแค่นี้จะช่วยอัปเกรดให้เธอสูงส่งขึ้นมาได้เลย!”


    แพรยืนนิ่ง พยายามข่มอารมณ์ไม่ให้โต้ตอบคนเสียสติอย่างวิภา แต่คำพูดที่กรีดแทงใจดำเรื่องการถูกทิ้งในอดีตมันทำให้เธอสั่นไปทั้งตัว


    ทันใดนั้นเอง... พี่แอนที่ยืนดูอยู่นานก็ทนไม่ไหว ก้าวออกมาขวางข้างหน้าแพรไว้ “พอเถอะค่ะอาจารย์วิภา! กลับไปสงบสติอารมณ์ที่ห้องตัวเองดีกว่าไหมคะ? ใครจะส่งอะไรให้ใครมันก็เรื่องของเขา อย่าพาลเอาความเจ็บส่วนตัวมาลงกับน้องแบบนี้เลยค่ะ มันดูไม่แพง...”


    วิภาหน้าเสีย สะบัดหน้าหนีด้วยความหงุดหงิดทิ้งท้ายด้วยสายตาชิงชัง “หึ! ก็ปกป้องกันเข้าไปเถอะ ระวังเถอะ... ความลับไม่มีในโลกหรอก!”

    เธอกระแทกส้นสูงเดินจากไป ทิ้งให้แพรยืนนิ่งท่ามกลางสายตาเห็นใจของเพื่อนร่วมงาน 


    แม้ข้อความในจดหมายของพี่เอกจะให้ความหวัง แต่คำพูดของวิภาก็เหมือนหนามที่คอยสะกิดเตือนว่า ความรักของเธอครั้งนี้ยังคงมีอุปสรรคชิ้นใหญ่รออยู่






    คล้ายกับเรื่อง“เธอคือบทเรียนที่ผมยอมผิดศีล” ที่คุณอ่าน