ณ ป่าสัตว์อสูร ป่านี้เป็ที่อยู่ของสัตว์มีทั้งสัตว์ป่าและสัตว์อสูร ทั้งแข็งแกร่งและอ่อนแออยู่ปะปนกัน ในใจกลางป่าสัตว์อสูรใต้ต้นไม้ใหญ่ มีเด็กน้อยคนหนึ่งนอนหลับไหลอยู่ ดูจากภายนอกเขามีอายุราวๆสองขวบเปลือกตาเขาปิดสนิท ขนตาสีเงินเรียวยาว ใบหน้าอันแสนใส่ซื่อ คิวประดุจกระบี่ ผมสีเงินดูสะดุดตา ผิวสีขาวอมชมพู สวมอาภรสีขาวไร้มลทินแม้จะนอนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่มานานก็ไม่มีแม้แต่ฝุ่นบนตัวเขา ที่คอของเขามีจี้หยกห้อยคอของเขาอยู่ หยกสีเขียวถูกแกะสลักอย่างปราณีด ได้ถูกสลักชื่อหนึ่งเอาไว้ เหยียนจื่อ นั้นคือชื่อของเด็กน้อยคนนี้ ณ เวลานี้เป็่เวลาเย็น สัตว์ป่าและสัตว์ได้ออกหาอาหารแล้ว มีลมโชยราวกับฤดูใบไม้ผลิ ผมสีเงินของเขาพลิ้วไหวตามสายลมที่โชยมากระทบ
“ตุบ ตุบ ตุบ”
มีเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ มันเป็พยักตัวหนึ่ง พยักตัวนี้ใหญ่กว่าพยักปกติสามเท่า ที่หลังของมันมีปีกคู่หนึ่งสีดำ พับเก็บไว้อยู่ เมื่อปีกกางออกมันจะมีความยาวสี่เมตร เขี้ยวยาวอันทรงพลังที่พร้อมฉีกเหยื่อให้เป็ชิ้นๆ ดวงสีแดงของมันจ้องไปยังเด็กน้อยที่นอนหลับอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ พยักตัวนี้ได้วิ่งเข้าหาเด็กน้อยอย่างหิวโหย ถึงระยะจู่โจมมันได้ะโเข้าหา พร้อมฉีกกระชากเหยื่อ แต่ก่อนที่จะถึงได้มีกระบี่เล่มหนึ่งที่ทรงพลังพุ่งเข้ามา มันได้ตัดหัวพยักตัวนั้นขาดทันที
“ฟิ้ว ฉับ ฉึก”
เมื่อกระบี่ได้ตัดหัวพยักตัวนั้นเสร็จมันได้แทงลงไปในดิน บนต้นไม้ไกลออกหนึ่งร้อยเมตรมีชายชราคนหนึ่ง ผมยาวสีขาวพริ้วไหวตามสายลม ดวงตาคู่นั้นให้ความรู้สึกที่มองผ่านโลกนี้มานาน คิ้วสีขาวดั่งกระบี่แหลมคม เคราสีขาวยาวดูแกะกะ ใบหน้าเหี่ยวย่นตามธรรมชาติของคนชรา เขาได้บินไปหาเด็กน้อย เขาได้เรียกกระบี่ให้บินกลับมาในมือและเก็บกระบี่เข้าสู่แหวน แหวนนั้นคือแหวนมิติมันมิติขนาดเล็กอยู่ข้างใน ชายชราได้พิจารณาดูเด็กน้อยที่นอนหลับใหล ผมสีเงินคิ้วสีเงินที่สะดุดตา เขาได้สังเกตุเห็นที่คอของเด็กน้อยนั้นมีจี้หยกห่อยอยู่ เข้าได้หยิบจี้หยกขึ้นมาดูจึงได้เห็นชื่อที่สลักอยู่บนจี้
“เหยียนจื่อ นี้คงเป็โชคชะตาที่ทำให้เ้ากับข้า ชายชราผู้นี้ได้มาเจอกัน”
ชารชราได้เช็คจุดชีพจรของเด็กน้อยทำให้รู้ว่าเขายีงมีชีวิตอยู่ จึงได้อุ่มเด็กน้อยเหยียนจื่อออกจากป่าสัตว์ กลับไปยังเมืองที่เขาอยู่ เวลาผ่านไปสามปี ณ เมืองหมอกเมฆา เมืองนี้เป็เมืองที่กว้างใหญ่ เมืองนี้มีหนึ่งตระกูลเ้าเมืองคือตระกูลฉิน สามตระกูลใหญ่ได้แก่ หลิน หลาน เทียน และตระกูลอีกมากภายในเมือง ภายในตระกูลเทียน มีตำหนักมากมายตั้งอยู่ ทั้งหลังเล็กหลังใหญ่ มีตำหนักหลังใหญ่หลังหนึ่ง ในห้องที่ถูกตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีเด็กชายวัยห้าขวบเขานั่งเข้าฌานอยู่บนเตียง เด็กชายคนนี้มีผมสีเงินยาวถึงกลางหลัง คิ้วดุจกระบี่ขมวดเข้าด้วยกัน ดวงตาปิดสนิท ใบหน้ามีความไร้เดียงสาอยู่แต่ก็มีความหล่อเหลาอยู่บางส่วน ร่างกายสมส่วนมีกล้ามเนื้อเล็กน้อยดูแล้วสบายตา เขาสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ บนหน้าฝากของเขามีเหงื่อเม็ดใหญ่ฝุดออกมา
“ทำไมข้าถึงสร้างตันเถียนขึ้นมาไม่ได้หละ”
เด็กน้อยคนนี้คือเหยียนจื่อ เมื่อสามปีที่แล้วชายชราได้นำเขาเข้ามาในตระกูลเทียน ชายชราได้ดูแลเขาตอนหลับไม่ได้สติ จนกระทั้งเขาตื่นขึ้นมา ชายชราจึงได้ถามคำถามหลายอย่างจนได้รู้คำตอบ เขาจำไม่ได้ว่าตนเองเป็ใคร มาจากไหน เขารู้เพียงแค่ชื่อของตัวเองเท่านั้น จากตอนนั้นมาชายชราได้รับเขาเป็หลานชายบุญธรรม เขาได้พึมพำกับตัวเอง พร้อมเช็ดเหงื่อเม็ดโตบนหน้าฝาก เขาลืมตาขึ้นมาทำให้เห็นดวงตาสีดำเป็ประกายราวกับมีดวงดาวนับไม่ท่วนอยู่ข้างใน เวลานี้เองก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นมาจากหน้าห้องของเขา
“นายน้อยจื่อ ผู้าุโเทียนฮ่าวเรียกพบที่ห้องโถง เ้าค่ะ”
“ได้เดี๋ยวข้าตามไป”
เมื่อหญิงสาวรับใช้จากไป เหยียนจื่อได้ลุกขึ้นจากเตียงจัดแจงเสื้อผ้าเสร็จ เขาจึงเดินไปที่ห้องโถงกลางตำหนัก ห้องโถงกลางตำหนัก ภายในห้องโถงตกแต่งอย่างเรียบง่าย ไม่ได้สวยไม่ได้หรูหรามากเกินไป ใจกลางห้องมีโต๊ะขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง มีชายชรานั่งรออยู่ เขาคือผู้าุโเทียนฮ่าว เขาเป็ผู้าุโสูงสุดของตระกูลเทียนมีอำนาจรองจากผู้นำตระกูลเท่านั้น เขายกน้ำชาขึ้นมาจิบสภาพของเขาไม่ได้เปลี่ยนไปจากเมื่อสามปีก่อนเลย เมื่อเห็นเหยียนจื่อเดินเข้ามา เขาวางแก้วน้ำชาลง เหยียนจื่อกุมมือคาราวะ
“นั่งลงก่อน”
“ขอรับท่านปู่”
เหยียนจื่อนั่งลงตรงข้ามปู่ของตน เมื่อเหยียนจื่อนั่งลง เขาได้ลูปเครายาวของตายชราได้มองอย่างตั้งใจไปที่หลานของตน เขาได้เปิดปากพูดออกมา
“จื่อเอ๋อ ไม่ต้องคิดมากเื่ที่เ้ายังสร้างตันเถียนไม่ได้หรอก เ้าพึ่งอายุห้าขวบ หนทางของเ้ายังอีกยาวไกล”
“ทราบแล้วท่านปู่ ข้าจะพยายามไม่ให้ท่านปู่ผิดหวัง”
“ดี”
เมื่อพูดจบเขาได้ล้วงไปในชายเสื้อของตน หยิบกล่องออกมาหนึ่งกล่อง กล่องใบนั้นมีสีแดงขนาดไม่ใหญ่มาก เขาได้ยื่นให้เหยียนจื่อ เขารับมาด้วยความงุนงง เมื่อเขาเปิดดูก็ได้เห็นเม็ดยาสีขาวสะอาดไร้มลทินมีกลิ่นอายของปราณบริสุทธิ์อัดแน่นอยู่ข้างในเม็ดยา เมื่อเห็นเม็ดยานั้นเขารู้สึกว่าเม็ดยานี้มันมีมูลค่ามากเกินไปเขาทราบซึ้งในพระคุณที่ปู่ของตนนำมาเม็ดยาล้ำค่ามาให้เขา
“ท่านปู่นี่คือ”
“เม็ดยารวมปราณ”
“นี่มันมีค่ามากเลยนะขอรับท่านปู่”
“ข้าซื้อมันมาก็เพื่อเ้าใช้โดยเฉพาะเ้าไม่ต้องเกรงใจ”
“ขอบคุณขอรับท่านปู่”
“เ้าไปได้แล้ว”
“ขอรับ”
เหยียนจิ่อกุมมือคาราวะแล้วหันหลังเดินจากไป ข้างนอกตำหนัก เหยียนจื่อออกไปเดินเล่นเพื่อผ่อนคลายจากการฝึก เขาเดินเตร่ไปทั่วในตระกูลเทียน ผู้คนมากมายเมื่อเห็นเหยียนจื่อต่างกระซิบกระซาบกัน เพราะเขาไม่ใช่คนในตระกูลเทียน เขาได้ใช้ทรัพยากรณ์ของตระกูลเทียนไปจำนวนไม่น้อยเลย แม้คนอื่นจะไม่พอใจเขาสักเท่าไหร่แต่ก็ไม่มีใครกล้าไปยุ่งกับเขา เพราะมีผู้าุโสูงสุดเป็ปู่ของเขา เดินเล่นได้ไม่นานเขารู็สึกเบื่อขึ้นมาจึงกลับเข้าห้องของตน ในค่ำคืนนี้เขาไม่ได้ทำการเข้าเข้าฌานเขานอนหลับอยูู่บนเตียงของเขา เมื่อเขาหลับิญญาของเขาได้หลุดเข้าไปในมิติลึกลับ ที่นี่ราวกับจักรวาลมีดวงดาวมากมายคอยส่องแสงสว่างให้ ตรงหน้าของเขามีคัมภีร์สีเงินลอยอยู่ คัมภีร์นี้มีชื่อว่า กายาาศักดิ์สิทธิ์ เขาเดินเข้าไปหาคัมภีร์ราวกับถูกดึงดูดจากมัน เมื่อมือของเขาได้สัมผัมคัมภีร์เล่มนั้น ปฎิกิริยาต่อมาคัมภีร์เล่มนั้นได้เปิดหน้าออกทำให้เห็นอักขระจำนวนมากและมันได้ลอยเข้าสู่ิญญาของเขา มันให้ความรู้สึกเหมือนิญญาจะแตกสลายเขาร้องออกมาด้วยความเ็ป เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ หนึ่งวันสองวันหรืออาจจะมากกว่านั้นไม่มีใครรู้ เหยียนจื่อได้ตื่นขึ้นมาภายในมิติ เขายังจำตวามรู้สึกนั้นได้ความเ็ปนั้นที่เกิดขึ้น เขารู้สึกปวดหัวและได้มีเคล็ดวิชาบ่มเพาะปรากฏขึ้นมาในหัว เคล็ดวิชานี้มีชื่อว่า'าผันแปร'
“นะ นี่มัน”