ณ หุบเขาเร้นลับ ใจกลางหุบเขาห้องใต้ดิน
"อาจารย์..นี่ก็ผ่านมาแล้วหนึ่งเดือน เหตุใดหวังเหยายังไม่ออกจากสมาธิอีกหรอ..???เสียงอันนุ่มนวลปนความเป็ห่วงขอไป๋หลานกล่าวถามลู่เซียนผู้เป็อาจารย์
ลู่เซียนเพียงส่ายหัวไปมาเป็การตอบรับ...จากนั้นนางก็พูดขึ้น
"เขาอยู่ใน่ตระหนักรู้..ว่ากันตามตรง ขนาดอาจารย์ยังไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเรียนรู้เคล็ดวิชานี้
"หลานเอ๋อ..อย่าได้กังวลใจไป นี่เป็สิ่งที่ดีสำหรับตัวของเขาเอง ปล่อยให้เขาได้ตระหนักรับรู้ด้วยความสงบเถอะ เ้ากับอาจารย์มิอาจช่วยอะไรเขาได้ นอกจากเฝ้ามองดู และคุ้มกันไม่ให้มีสิ่งรบกวนเขา
ลู่เซียน เมื่อเห็นว่าไป๋หลานกำลังร้อนลนใจ นางจึงเอ่ยปลอบใจไป๋หลาน
"หลานเอ๋อ...เื่ความสัมพันธ์ของหวังเหยากับเ้า....พอพูดมาถึงตรงนี้ ลู่เซียนนางก็เงียบไป
ส่วนไป๋หลานนั้น เมื่อได้ยิน นางก็หน้าแดงก่ำด้วยความเขิลอาย
"ท่านอาจารย์..ข้า... ข้า..กับศิษย์น้อง พวกเรารักกัน พูดจบไป๋หลานก็ไม่กล้าสบตาลู่เซียนผู้เป็อาจารย์
"ห้าๆๆๆ...ลู่เซียนหัวเราะออกมา จากนั้นก็นำมือไปลูบที่หัวของนางอย่างเอ็นดู แล้วพูดขึ้น
"เื่ความสัมพันธ์ของพวกเ้า อาจารย์ก็พอที่จะเดาออกั้แ่แรก จะยังไงอาจารย์ก็ไม่ตำหนิพวกเ้าทั้งสองหรอก..!!
"พวกเ้าทั้งคู่ล้วนก็เป็ศิษย์ของข้า...ลู่เซียนกล่าวไปลูบหัวนางไป ทำให้ไป๋หลานรู้สึกอบอุ่นไม่น้อย เื่ที่นางเป็กังวลบัดนี้ก็ได้คลายใจแล้ว
แต่ไป๋หลานและหวังเหยาหารู้ไม่ เื่ทั้งหมดทั้งมวล ล้วนเป็แผนการณ์ของลู่เซียนที่วางไว้ั้แ่แรก
แผนการณ์ลู่เซียนหาได้มีจิตคิดร้าย นางเพียงหวังดีกับศิษย์ทั้งสองเพียงเท่านั้น...
สองเดือนผ่านไป...ภายในห้วงดวงจิตต์ของหวังเหยา ชายหนุ่มกำลังฝึกท่าร่างควบคุมพลังธาตุ
ครื้นนน....เสียงพลังธาตุที่แพร่กระจายออกเป็วงกว้าง ปลดปล่อยกลิ่นอายแผดเผาออกมา
เบื้องหน้าของชายหนุ่ม ดวงไฟสีแดงชาด บัดนี้กำแปรเปลี่ยนเป็สีดำม่วง ครื้นนนโครมม....ดวงไฟสำดำม่วงแพร่กระจายออกมา
หวังเหยาสะบัดมืออีกหนึ่งครั้ง ดวงไฟดำม่วงก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็ดวงไฟไร้สีไร้รูป สะบัดมืออีกครั้ง บัดนี้ดวงไฟไร้รูปสี แปรเปลี่ยนเป็สีขาวขุ่น หวังเหยาได้ตระหนักรู้พลังธาตุไฟได้ใหม่ นั้นก็คือไฟสีขาวขุ่น มันมีคุณสมบัติ เพิ่มพูนพลังเวทย์ให้แก่เขา
เดิมทีพลังเวทย์หวังเหยาคือชำนาญเวทย์ขั้นต้น แต่เมื่อยามที่เขาใช้พลังธาตุไฟสีขาวขุ่นที่ตระหนักรู้ใหม่
พลังเวทย์เขาก็พุ่งขึ้นไปอยู่ ชำนาญเวทย์ขั้นสูง ไฟสีขาวขุ่นถึงกับสามารถเพิ่มพลังเวทย์ได้ถึงสองขั้นย้อย..!!!
หวังเหยาบรรลุขั้นที่หนึ่งของเคล็ดวิชาไสยเวทย์วิหก์ได้นานแล้ว เพียงแต่ที่หวังเหยายังไม่ออกจากสมาธิในห้วงดวงจิตต์
เป็เพราะเขาอยากจะฝึกใช้ให้ชำนาญ หวังเหยาไม่รับรู้ว่าเวลาด้านนอกนั้นผ่านไปนานเท่าใด
เขาเพียงตั้งหน้าตั้งตาฝึกอยู่อย่างนั้น ราวกับคนจิตฝั้นเฟือง
ส่วนธาตุน้ำแข็ง เขาก็สามารถตระหนักรู้และยกระดับคุณสมบัติของธาตุน้ำแข็ง ไปถึงขั้นสร้างอาณาเขตได้แล้ว
หวังเหยาลุกขึ้นยืนในห้วงด้วงจิต เขาวาดมือออกไป แกร๊กก...ไม่นานเสียงน้ำแข็งก่อตัว ภายในรัศมีสามร้อยเมตร ถูกปรกคุมไปด้วยอาณาเขตน้ำแข็ง
ภายในอาณาเขตนี้ ล้วนถูกแช่แข็ง ความรู้สึกที่เ็าที่เกิดขึ้นลึกๆในดวงจิต ภายในอาณาเขต คุณสมบัติพิเศษที่หวังเหยาได้ตระหนักรู้ใหม่ด้วยตนเอง เขาสามารถที่แช่แข็งเวลาได้!!! แต่เพียงแค่เสี้ยววิเท่านั้น นี่คืิอการตระหนักรู้พลังธาตุที่เขาค้นพบ
"แช่แข็งได้ แม้กระทั่งเวลา...!!!
ไฟและน้ำ ที่หวังเหยาสามารถตระหนักรู้ได้เร็ว เป็เพราะไฟและน้ำติดตัวเขามาั้แ่เกิด
ส่วนธาตุแสง ที่ได้มาจากพรมจรรย์ของไป๋หลานนั้น เดิมทีั้แ่ได้มาใหม่ๆ ก็มีคุณสมบัติในการฟื้นฟูอยู่แล้ว บัดนี้หวังเหยาตระหนักรู้ธาตุแสง ธาตุแสงสามารถเพิ่มความเร็วให้กับเขาได้ ในยามเคลื่อนไหว หวังเหยาจะรวดเร็วดุจแสง หากจะใช้คำนี้ ก็ไม่เกินเลยแม้แต่น้อย
พึบๆๆ หวังเหยาขยับตัวนิดเดียว เขาก็มาโพล่อีกด้าน ห่างจากจุดเดิมค้อนข้างไกล
"เคล็ดวิชาไสยเวทย์วิหก์ช่างอัศจรรย์ยิ่งนัก..!! หวังเหยาพรึมพลัมกับตัวเอง
"ไม่รู้ว่าด้านนอกตอนนี้ เป็ยังไงบ้าง หวังเหยาหยุดเคลื่อนไหวหยุดฝึกวิชาไว้เพียงเท่านี้
หวังเหยานั่งลง แล้วปรับสภาพพลังเวทย์ให้คงที่
ณ ใจกลางหุบเขาเร้นลับ ห้องใต้ดิน
"นี่ก็ผ่านมาแล้วสามเดือน..อาจารย์ถึงเวลาแล้ว ที่ศิษย์ต้องออกเดินทางกลับอาณาจักรของตัวเอง ข้าจากบ้านเกิดมาหลายสิบปี บัดนี้ถึงเวลาแล้ว..!!!
เสียงไป๋หลานเอ่ยขึ้น นางมองไปที่หวังเหยา แล้วกล่าวกับลู่เซียนผู้เป็อาจารย์ น้ำเสียงของนางนั้นปนไปด้วยความเศร้าหมอง เพราะพรุ่งนี้ นางต้องเดินทางกลับอาณาจักรของตนเอง แต่กลับไม่ได้ล่ำลาหวังเหยา
"อื่มม..หลานเอ๋อกลับไปบ้านเกิดเมืองนอนเถอะ ทางนี้ไม่มีอันใดต้องเป็ห่วง..!!!ลู่เซียนกล่าวตอบนางเบาๆ
ตลอดระยะเวลาสามเดือนที่ผ่านมา ทั้งไป๋หลานและลู่เซียน ทั้งสองอยู่เฝ้าหวังเหยามิได้ห่างกาย เฝ้ามองดูเขาตระหนักรู้
ค่ำคืนผ่านพ้น แสงสุริยาสาดส่องเป็สัญญาณของเช้าวันใหม่
ไป๋หลานเดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าของหวังเหยา นางเอื้อมมือขาวหยกมาลูบใบหน้าอันหล่อเหลาของหวังเหยาอย่างแ่
ติ่ง...เสียงหยดน้ำตาหนึ่งหยดไหลริน ผ่านแก้มใสบริสุทธิ์ของนางกระทบลงสู่พื้น นางหลับตาลงหนึ่งครั้ง แล้วลืมตา จ้องมองหวังเหยา ชายผู้เป็ที่รักของนาง จากนั้นนางก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเศร้าหมอง
"ท่านพี่...จากกันครั้งนี้ ไม่รู้จะได้พานพบกันอีกเมื่อใด ท่านต้องดูแลตัวเองนะ เซื่อฟังอาจารย์ และก็อย่าแอบไปนั่งตากหมอกดูดาวในยามค่ำคืนคนเดียว เดี่ยวท่านไม่สบายเอา...ส่วนลู่เซียนนางหันหลังไปอีกมุม ปล่อยให้ไป๋หลานได้กล่าวล่ำลาหวังเหยา
ผ่านไปหลายอึดใจ ไป๋หลานก็ลุกขึ้น แล้วเดินมาตรงหน้าลู่เซียนผู้เป็อาจารย์ จากนั้นไป๋หลานก็ยื่นจดหมายฉบับหนึ่งให้ลู่เซียน
"อาจารย์..นี่คือจดหมายอำลา เมื่อหวังเหยาออกจากสมาธิ ข้าฝากท่านมอบให้เขาด้วย..
"เ้าเดินทางเถอะ..ลู่เซียนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอบอุ่นอ่อนโยน
ไป๋หลานยืนคุยสักพัก แล้วกล่าวอำลาลู่เซียนผู้เป็อาจารย์ จากนั้นนางก็ออกมาจากห้องใต้ดิน แล้วลงเขาเดินทาง
ไกลกลับอาณาจักรของตัวเอง