“หญิงชราเช่นเจ้าคิดว่าใต้เท้านายอําเภอของพวกเราจะกินซาลาเปาร้านเจ้าโดยไม่จ่ายเงินอย่างนั้นหรือดูให้ดีเล่า นี่คือเงิน มีแต่จะให้เกินไม่มีทางให้ขาด” เจ้าหน้าที่ทางการหนุ่มจงใจยกมือขวาขึ้นนิ้วของเขาถือแท่งเงินขนาดเล็กหนึ่งตำลึงหนึ่งแท่ง จากนั้นก็มอบให้หลิวซื่อท่ามกลางสายตาของทุกคนพลางกล่าวว่า “พรุ่งนี้ทําซาลาเปาให้มากหน่อย ให้ประชาชนในอำเภอสามารถซื้อได้”
“เจ้าค่ะขอบคุณใต้เท้านายอําเภอ ขอบคุณใต้เท้าขุนนาง” หลิวซื่อถือแท่งเงินพร้อมจิตใจที่เบิกบานก่อนจะเอ่ยถามอย่างกระตือรือร้นว่า “ใต้เท้าขุนนางต้องการให้พวกข้านำซาลาเปาไปส่งหรือไม่เจ้าคะ?”
เมื่อเจ้าหน้าที่ทางการหนุ่มเห็นหลิวซื่อรู้ว่าควรทำตัวอย่างไรแล้วจึงหัวเราะพลางกล่าว “เช่นนั้นพวกเจ้าก็ตามข้าไปสักหนึ่งเที่ยว ไม่ไกลอยู่เพียงศาลาว่าการนี่เอง”
ในบรรดาคนที่ซื้อซาลาเปามีคนรู้จักกับเจ้าหน้าที่ทางการหนุ่มเขาจึงถามอย่างสงสัยใคร่รู้ “ใต้เท้านายอําเภอซื้อซาลาเปามากมายเพียงนี้ให้ผู้ใดกินหรือ?”
“แน่นอนว่าให้พวกข้ากิน”เจ้าหน้าที่ทางการหนุ่มเอ่ยอย่างภาคภูมิใจเล็กน้อย “หัวหน้ามือปราบพาพวกข้าไขคดีสังหารคนได้แล้วใต้เท้านายอําเภอดีใจอยู่ชั่วขณะหนึ่ง จึงตกรางวัลเป็นเงินเลี้ยงอาหารพวกข้า”
จริงๆแล้วเงินรางวัลคือสองตำลึงเงิน
หัวหน้ามือปราบกล่าวว่าอาหารในเหลาอาหารของอำเภอล้วนกินจนเบื่อแล้วประจวบกับได้กินซาลาเปาที่คนในเรือนซื้อมา ปรากฏว่ารสชาติกลับอร่อยยิ่งกว่าซาลาเปาที่ขายในเหลาอาหารใหญ่ๆของเมืองเซียงเสียอีก จึงสั่งให้เขามาซื้อซาลาเปา
ซาลาเปาจะขายเฉพาะช่วงเช้าเท่านั้นเมื่อคืนวานหัวหน้ามือปราบกำชับเขาเป็นพิเศษว่าวันนี้ให้รีบมาซื้อตั้งแต่เช้า
เจ้าหน้าที่หนุ่มคิดว่าตนเองมาค่อนข้างเร็วแล้วผู้ใดจะรู้ว่าเหลือซาลาเปาเพียงสองร้อยกว่าลูกเท่านั้นทว่ายังเหลือเงินอีกหนึ่งตำลึง พรุ่งนี้ยังสามารถซื้อซาลาเปาได้อีกหนึ่งครั้ง
ได้ยินเช่นนี้ทุกคนต่างก็ให้ความสนใจกับคดีสังหารคนเป็นพิเศษรบเร้าจะให้เจ้าหน้าที่หนุ่มเอ่ยต่ออีกหลายประโยค
“ก็คือคดีสังหารหงเอ๋อร์แห่งหอเพียวเซียงที่ถูกฆ่าตายเมื่อครึ่งเดือนก่อนอย่างไรเล่า”เจ้าหน้าที่หนุ่มกล่าวเสริมว่า “เช้าวันนี้จะขึ้นศาลเพื่อตัดสินคดีหากพวกเจ้าอยากรู้กระบวนการ ก็สามารถไปดูที่ด้านนอกโถงของศาลาว่าการได้”
“คดีของหงเอ๋อร์ถูกคลี่คลายแล้ว!”
“ใต้เท้าขุนนางช่างน่าเกรงขามจริงๆสามารถคลี่คลายคดีได้รวดเร็วถึงเพียงนี้”
“หงเอ๋อร์หน้าตางดงามได้ยินว่าอายุเพียงสิบหกปี กำลังอยู่ในวัยบานสะพรั่ง ตายไปเช่นนี้น่าเสียดายจริงๆ”
“โอเจ้าเคยพบหงเอ๋อร์มาก่อนใช่หรือไม่ เป็นแขกผู้มีพระคุณของหงเอ๋อร์ใช่หรือไม่ดูท่าทางหลงใหลของเจ้าสิ”
“ถุยหงเอ๋อร์เสียชีวิตไปแล้ว ข้าจะหลงใหลคนที่ตายไปแล้วได้อย่างไรเจ้ากล่าวให้มีศีลธรรมบ้าง!”
“ใต้เท้าขุนนางมือสังหารที่ฆ่าหงเอ๋อร์คือผู้ใด?”
ทุกคนต่างแย่งกันพูดอยู่ด้านหลังของเจ้าหน้าที่หนุ่มผู้เฒ่าหวังและหลิวซื่อสามีภรรยาที่เข็นเกวียนอยู่จึงเพียงฟังเงียบๆ เท่านั้น
เจ้าหน้าที่ทางการหนุ่มไม่ยอมกล่าวไปมากกว่านี้“รอขึ้นศาลเช้าวันนี้พวกเจ้าก็จะรู้แล้ว”
เพื่อจับมือสังหารของคดีนี้พวกเขาต้องเดินทางนับพันกว่าลี้ จนขาของเจ้าหน้าที่ทางการหลายคนเกือบหลุดเอาเสียแล้วมิฉะนั้นใต้เท้านายอําเภอจะตกเงินรางวัลสองตำลึงให้พวกเขาได้อย่างไร
“คดีที่หงเอ๋อร์ถูกฆ่าตายจะขึ้นศาลเช้าของวันนี้!”
“วันนี้ที่ศาลาว่าการจะตัดสินคดีสังหารคน!”
“ไม่รู้ว่าผู้ใดที่เป็นคนสังหารหงเอ๋อร์?”
ข่าวที่ว่าคดีสังหารหงเอ๋อร์จะถูกนำขึ้นศาลได้กระจายไปทั่วตลาดอย่างรวดเร็วชาวบ้านหลายคนจึงอยากไปดู
ความบันเทิงของชาวบ้านในยุคสมัยนี้มีน้อยยิ่งนัก
การพิจารณาคดีของศาลาว่าการเปิดเผยต่อสาธารณะคนทั่วไปที่สงสัยใคร่รู้และชอบนินทาจึงชอบดูสิ่งนี้ที่สุด ไม่ว่าจะคดีเล็กคดีใหญ่ล้วนชื่นชอบรับชม
หลังจากคดีแต่ละคดีถูกตัดสินเสร็จโจทก์และจําเลยในคดีก็จะถูกชาวบ้านเอ่ยถึงในยามว่างหลังอาหารอยู่ระยะหนึ่ง
ชายชราร่างอ้วนกินซาลาเปาที่ซื้อก่อนหน้านี้หมดแล้วเขาเดินไปพลางสะบัดมือสองข้างอย่างสบายอกสบายใจไปพลาง เอ่ยว่า “วันนี้ข้าไม่มีธุระอันใดข้าจะไปดูที่ด้านนอกโถงศาลาว่าการประเดี๋ยวนี้”
ครั้นส่งซาลาเปาเสร็จแล้วหลิวซื่อเห็นว่ายังเช้าอยู่ จึงให้ผู้เฒ่าหวังไปรอบุตรชายที่นอกอำเภอ ส่วนตัวนางจะตามชายชราร่างอ้วนไปรอดูที่ด้านนอกโถงหลักของศาลาว่าการ
หลิวซื่อชอบความคึกคักไม่แพ้กันนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่นางได้มีโอกาสดูการตัดสินคดี แล้วยังเป็นถึงคดีสังหารคนและนี่ยังเป็นเพราะว่าบังเอิญมาขายซาลาเปาที่อำเภออีกด้วย
ชายชราร่างอ้วนเป็นคนชอบพูดคุยเขาเอ่ยถามว่า “พรุ่งนี้ซาลาเปาของร้านเจ้าทำไส้อะไรหรือ?”
“ข้าได้ยินลูกสะใภ้เอ่ยว่าวันนี้จะไปเก็บหูหลัวปัวที่แปลงผัก”
ชายชราร่างอ้วนมีสีหน้าผิดหวัง“หูหลัวปัวมีกลิ่นเหม็น เฮ้อ ข้าไม่ชอบกิน”
หลิวซื่อเอ่ยอย่างมั่นใจว่า“หูหลัวปัวที่ลูกสะใภ้ข้าทํานั้นอร่อยยิ่ง ใส่น้ำมันพืชเยอะมากยังมีเนื้อหมูอีกด้วย กลิ่นก็หอมยิ่งนัก”
ชายชราร่างอ้วนไม่ได้เป็นคนหัวแข็งจึงถูกหลิวซื่อเอ่ยโน้มน้าวได้ “อ้อ เช่นนั้นพรุ่งนี้ข้าจะซื้อมาชิมสักสองลูกก่อนแล้วกัน”
“ลูกสะใภ้ข้าบอกว่ากินหูหลัวปัวเป็นประจำดีต่อดวงตา!”
“จริงหรือดวงตาข้าพร่ามัวแล้ว กินหูหลัวปัวมากๆ จะดีขึ้นหรือไม่?”
หลิวซื่อได้แต่หัวเราะ
มือปราบเจ้าหน้าที่ทางการ และเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพของศาลาว่าการประจำอำเภอมาถึงครบแล้วพวกเขากินซาลาเปาอย่างตะกละตะกลาม แต่ละคนต่างร้องออกมาว่า “อร่อย!”ได้ยินว่ายังเหลือเงินอยู่หนึ่งตำลึง และพรุ่งนี้ยังจะได้กินซาลาเปาอีก ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าซาลาเปาอร่อยแล้วยังราคาไม่แพง
“ยังเหลือซาลาเปาอยู่สามสิบกว่าลูกท่านหัวหน้า ข้าจะนำไปส่งที่เรือนท่าน ให้พี่สะใภ้กับหลานได้ลิ้มลอง”เจ้าหน้าที่หนุ่มถนัดเรื่องการสานสัมพันธ์เป็นพิเศษ ตั้งใจจะนำซาลาเปาที่กินเหลือจากเมื่อเช้าวันนี้ส่งไปที่บ้านของหัวหน้ามือปราบ
หัวหน้ามือปราบหัวเราะพลางเอ่ยกับทุกคนว่า“คนในบ้านข้าที่ชอบกินซาลาเปามากที่สุดคือพ่อข้า ฟันของท่านพ่อไม่ค่อยดีทว่าซาลาเปานี้เขาสามารถกัดได้”
หลังจากนั้นไม่นานบริเวณด้านนอกห้องโถงหลักของศาลาว่าการก็เต็มไปด้วยผู้คนคาดไม่ถึงว่าจะมีพ่อค้าหาบเร่มาขายม่ายหยาถังถึงที่นี่ด้วย
ผ่านไปไม่นานนายอำเภอและที่ปรึกษาส่วนตัวก็มาถึงแล้ว จึงได้เริ่มเปิดศาลไต่สวนคดี
หลิวซื่อมาถึงเร็วที่สุดนางจึงได้ยืนอยู่แถวหน้าสุด มองเห็นนายอำเภอ ที่ปรึกษาส่วนตัว เจ้าหน้าที่ทางการและนักโทษได้อย่างชัดเจน
หงเอ๋อร์แห่งหอเพียวเซียงปีนี้อายุสิบห้าปีอายุลวงสิบหกปี สองเดือนก่อนเพิ่งเข้าพิธีปักปิ่น ราคาประมูลตัวนางในคืนแรกสูงเป็นอย่างยิ่ง
คนที่ซื้อคืนแรกของนางคือเศรษฐีจากเมืองเซียงคนผู้นี้แซ่เฮ่อนามห่วง ปีนี้อายุสิบเก้าปี ที่บ้านมีที่ดินสามพันหมู่ร้านค้าเก้าแห่ง และยังมีญาติเป็นขุนนางต่างถิ่นอีกด้วย
หงเอ๋อร์ออดอ้อนเฮ่อห่วงให้เฮ่อห่วงจ่ายเงินสองร้อยตำลึงเพื่อไถ่ตัวนาง
เฮ่อห่วงเคยพบสาวงามมาน้อยยิ่งประจวบเหมาะกับถูกอารมณ์คึกคักบนเตียงครอบงำ จึงได้ตกปากรับคำ และยังลงนามสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรอีกด้วย
เฮ่อห่วงกลับถึงบ้านอย่างไม่สะทกสะท้านครั้นเห็นภรรยาก็โยนเรื่องนี้ทิ้งไว้เบื้องหลัง
เพื่อออกไปจากหอคณิกาแห่งนี้ไม่ง่ายเลยกว่าหงเอ๋อร์จะจับเฮ่อห่วงได้ และคิดว่าเฮ่อห่วงยังเป็นคนหนุ่มและร่ำรวยหากพลาดคนนี้ไปก็หาเช่นนี้ไม่ได้อีกแล้วนางจึงส่งทาสชายที่ทำงานในหอคณิกาไปหาเฮ่อห่วงที่เมืองเซียง
ครั้นเฮ่อห่วงได้ยินว่าหงเอ๋อร์คิดถึงเขาก็คิดว่านางคงคิดถึงเงินของเขา ทว่าตนก็ไม่อาจตัดใจจากหญิงงามนางนี้ได้จึงกลับมาพบหงเอ๋อร์ที่หอเพียวเซียง
หงเอ๋อร์จึงนำหนังสือสัญญามาบังคับเฮ่อห่วงให้เขาทําตามสัญญาให้เคยให้ไว้
สองร้อยตำลึงสามารถซื้อที่นาดีๆได้ห้าสิบหมู่ เฮ่อห่วงมีเงิน แต่เขาไม่ได้เลอะเลือนถึงขนาดควักเงินจํานวนมากขนาดนี้เพื่อซื้อสตรีจากหอคณิกากลับไปหักหน้าภรรยา
ทว่าหงเอ๋อร์ถือสัญญาของเฮ่อห่วงเอาไว้อยู่เฮ่อห่วงเกรงว่าหากเรื่องนี้แพร่ออกไป จะเป็นการทําลายเกียรติของตระกูลเฮ่อให้เสื่อมเสีย
ขณะที่ทั้งสองทะเลาะกันนั้นเฮ่อห่วงพลั้งมือผลักหงเอ๋อร์ด้วยความโกรธ ขมับของหงเอ๋อร์ชนกับมุมโต๊ะพอดี ทำให้นางเสียชีวิตคาที่
เฮ่อห่วงสังหารคนแล้วทว่าไม่ได้วิ่งหนีไปในทันที เขาเช็ดคราบเลือดบนใบหน้าของหงเอ๋อร์ให้สะอาด จากนั้นก็ถอดเสื้อผ้าของนางออกแล้วอุ้มไปที่เตียงและออกไปดึงบุรุษผู้หนึ่งที่ดื่มสุราจนเมามายแล้วเดินไปทั่วในหอคณิกาเข้ามาในห้อง...
เฮ่อห่วงยังแสร้งทําเป็นใจเย็นจ่ายเงินค่าหลับนอนกับหงเอ๋อร์ให้ทาสหนุ่ม แล้วเอ่ยว่า “หงเอ๋อร์ต้องต้อนรับลูกค้าคนใหม่นางให้ข้ากลับไปก่อน”
ยามนั้นทาสหนุ่มยังแปลกใจว่าไม่ใช่ว่าหงเอ๋อร์ตัดสินใจให้เฮ่อห่วงไถ่ตัวหรอกหรือหลายวันมานี้นางไม่ได้รับแขกเลย ไฉนตอนนี้จึงรับแขกคนอื่นต่อหน้าเฮ่อห่วง?