ผ่านไปเกือบ 1 สัปดาห์แล้วทุกคนก็ยังทำหน้าที่ของตัวเองตามปกติโดยภานุและสายป่านยังคงเดินทางมาทำงานพร้อมกันเหมือนเช่นในวันแรกส่วนแก้วตานั้นเดินทางมาด้วยตัวเองั้แ่การฝึกงานในวันที่สองแล้ว
เช้านี้ก็เหมือนเช่นทุกวันที่ภานุจะมาทำงานแต่เช้าเสมอเรียกได้ว่ามาก่อนพนักงานบางคนเสียอีกซึ่งสิ่งนี้เองที่ทำให้เขาได้รับรางวัลผู้บริหารดีเด่นที่มีทั้งความสามารถและระเบียบวินัยติดต่อกันมาหลายปีแล้ว
“พี่นุคะ ป่านขอลงไปที่โรงอาหารได้ไหมคะ” สายป่านลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเดินเข้าไปขออนุญาตกับชายหนุ่มเ้าของห้อง
“หืม น้องป่านหิวเหรอครับ” ภานุเงยหน้าจากเอกสารบนโต๊ะแล้วถามด้วยรอยยิ้มเอ็นดูในใจก็รู้สึกมึนงงเล็กน้อยเพราะก่อนออกจากบ้านเขากับเธอก็ทานอาหารเช้าด้วยกันมาแล้ว
“เอ่อ... คือ ป่านจะลงไปรอยัยแก้วน่ะค่ะ” หญิงสาวตอบเสียงอึกอักด้วยอาการเกร็งๆ
“ก็นั่งรอในห้องกับพี่เหมือนทุกวันก็ได้นี่ครับ ไม่เห็นจะต้องลงไปเลยข้างล่างนั่นมันแออัดและคนก็พลุกพล่านด้วย”
ชายหนุ่มผู้ที่เป็ทั้งเ้านายและผู้ปกครองบอกอย่างใจดีแม้ลึกๆ จะอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมหญิงสาวถึงไม่กล้านั่งอยู่ข้างนอกห้องคนเดียวจะว่าไปก็ั้แ่วันที่เธอมีเื่ทะเลาะกับนาวินนั่นแหละเธอดูจะเกรงกลัวฝ่ายนั้นไปเลยแม้แต่ห้องทำงานของนาวินที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเธอก็ไม่คิดจะย่างกายเฉียดเข้าไปสักนิด...แต่ก็ถือว่าเป็สิ่งที่ดีแล้ว เพราะว่าเขากับเธอจะได้มีเวลาใกล้ชิดกันมากขึ้นและที่สำคัญการที่เธอทำตัวออกห่างจากนาวินแบบนี้ก็เป็เื่ที่ดีด้วย
“ป่านเกรงว่าจะรบกวนการทำงานของพี่นุน่ะค่ะ”
สายป่านบอกตามตรงเพราะการที่เธอเข้ามานั่งในนี้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นทำให้เธอรู้ว่าเขาเป็คนเคร่งเครียดและจริงจังกับการทำงานมากจนบางครั้งเหมือนเธอจะรกหูรกตาเขาเปล่าๆ
“พี่ไม่เคยคิดแบบนั้นสักครั้งเลยนะครับออกจะดีใจด้วยซ้ำที่น้องป่านมานั่งเป็เพื่อนพี่แบบนี้... นะครับนั่งอยู่กับพี่ในห้องนี้แหละ” ชายหนุ่มหว่านล้อมเสียงนุ่มแล้วยิ้มให้อย่างนึกเอ็นดูในความน่ารักของเธอ
“ค่ะ” หญิงสาวรับคำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่โซฟาตามเดิม... อีกไม่กี่นาทีพี่ยุพากับแก้วตาก็คงจะมาแล้ว
สายป่านถอนหายใจยาวแล้วคิดถึงความตั้งใจของตัวเองที่เธอพยายามจะไม่ไปให้นาวินเห็นหน้าหรือหาทางพูดจาปรับความเข้าใจอะไรกับเขาอีกแค่เขาคิดว่าเธอหลอกล่อให้ท่าเขาเธอก็อับอายมากพอแล้วไหนจะการกระทำที่ป่าเถื่อนจาบจ้วงของเขาอีกมันทำให้เธอไม่อยากเข้าใกล้เขาเลยด้วยซ้ำ ถึงแม้ลึกๆเธอไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่ารสจูบของเขามันยังฝังแน่นอยู่ในใจของเธอไม่จางหายก็ตาม
ส่วนเื่ระหว่างเธอกับภานุนั้น... หญิงสาวเหลือบตาไปมองชายหนุ่มเ้าของห้องที่ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าเขาคือคู่หมั้นของเธอด้วยแววตาครุ่นคิดเธอยอมรับว่าเขาเป็ผู้ชายที่เพียบพร้อมไปหมดทุกอย่างทั้งรูปร่างหน้าตาชื่อเสียงเงินทอง และทรัพย์สมบัติ แต่หัวใจของเธอนี่สิที่ไม่ยอมรับเขาไม่ว่าจะมองอย่างไร หรือคิดแบบไหน เขาก็ยังเป็พี่ชายในความรู้สึกของเธออยู่ดี...เธออยากขอเวลาเตรียมใจอีกสักนิด หวังว่าเขาคงจะเข้าใจและให้โอกาสเธอบ้าง
ภานุชำเลืองมองหญิงสาวเป็ระยะๆเขาจึงรู้ว่าเธอถอนหายใจบ่อยครั้งเหมือนกำลังมีเื่กลุ้มใจหรือมีปัญหาใหญ่ให้ต้องคิดหนักเป็แน่จะว่าไปก็ั้แ่วันที่เธอทะเลาะกับนาวินนั่นแหละหญิงสาวก็เปลี่ยนไปไม่ค่อยพูดจาและดูเก็บเนื้อเก็บตัวจนผิดปกติ...สงสัยวันหยุดนี้ต้องหาเวลาคุยกับเธอสักหน่อยแล้วเขาจะไม่ยอมปล่อยให้เธอเป็ทุกข์แบบนี้คนเดียวแน่
นาวินมาถึงออฟฟิศในเวลาใกล้เที่ยงซึ่งถือได้ว่าเขามาสายกว่าทุกวันเพราะวันนี้เขากับคริสโตเฟอร์ต้องไปรายงานตัวที่สนามบินในตำแหน่งกัปตันก่อนจะเข้ามาที่อาคารสำนักงานใหญ่
ภาพร่างสูงของชายหนุ่มที่อยู่ในชุดเครื่องแบบนักบินเต็มยศดูสง่าผ่าเผยประกอบกับดีกรีความหล่อเหลาและสูงใหญ่บึกบึนที่ทั้งคู่มีมากมายอย่างไม่มีใครน้อยหน้าใครนั้นสร้างเสียงฮือฮาให้สาวๆ ทั่วทั้งสำนักงานได้แตกตื่นเหลียวมองกันจนตาค้าง
“เห้ยวิน สาวที่นี่สวยๆ ทั้งนั้นเลยว่ะ” คริสโตเฟอร์หันมาพูดกับนาวินขณะก้าวเท้าออกมาจากลิฟต์พร้อมกัน
“นี่! ถ้าแกคิดจะหิ้วอย่างเดียวละก็ ขอร้องเลยนะ ไปหาที่อื่นฉันี้เีมีปัญหา”
นาวินรีบชิงดักทางเอาไว้ก่อนแล้วมองหน้าอีกฝ่ายอย่างรู้ทัน
“เออ ฉันรู้น่า... ก็แค่มองเฉยๆ”
คนเ้าชู้หัวเราะร่าทำตากรุ้มกริ่มจนคนเตือนส่ายหน้าเอือมระอาก่อนจะรีบสาวเท้าตรงดิ่งไปที่ห้องทำงานของตัวเอง
สายป่านและแก้วตากำลังง่วนอยู่กับการแยกเอกสารที่จะใช้ในการประชุมบ่ายนี้ออกเป็ชุดๆจนไม่ทันได้มองว่ามีสองหนุ่มรูปหล่อกำลังมุ่งตรงมาทางนี้ก่อนที่ยุพาเลขาสาวที่พ่วงด้วยตำแหน่งพี่เลี้ยงของสองสาวนักศึกษาฝึกงานจะเอ่ยทักขึ้นมาก่อน
“สวัสดีค่ะคุณนาวิน”
เสียงทักทายของสาวรุ่นพี่ทำให้คนที่กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่กับงานของตัวเองต้องเงยหน้าขึ้นมองอย่างพร้อมเพรียงกันและทันทีที่ดวงตากลมโตของสายป่านปะทะเข้ากับดวงตาคมเข้มของนาวินหญิงสาวก็มีท่าทีบึ้งตึงแล้วหันไปพูดกับเพื่อนสาว
“แก้ว เดี๋ยวป่านขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”
โดยไม่ต้องรอคำตอบรับจากเพื่อนสาวร่างบางของสายป่านก็เดินหายวับไปทันทีอย่างว่องไว
“อ้าว... เห้ย... เดี๋ยวสิ” แก้วตาทำท่าจะคัดค้านแต่ก็ไม่ทันเพราะการที่อีกฝ่ายเดินออกไปแบบนั้นมันเหมือนเป็การหลบหน้าอย่างเสียมารยาทมาก... ‘เป็อะไรของเขานะ’ หญิงสาวเกาหัวแก๊กๆ แก้เก้อแล้วหันไปส่งยิ้มทักทายชายหนุ่มที่เดินใกล้เข้ามา
“สวัสดีค่ะพี่วิน”
สรรพนามการเรียกขานแบบนี้นาวินเป็คนอนุญาตให้เธอเรียกเขาว่าพี่ได้แม้จะไม่ค่อยเข้าใจนักว่าทำไมกับสายป่านชายหนุ่มถึงให้เรียกว่าคุณซึ่งดูห่างเหินแบบนั้น
“สวัสดีครับ... เอ่อ คุณยุพา น้องแก้ว นี่คริสโตเฟอร์ เพื่อนผมครับแล้วคริส นี่คุณยุพาเป็เลขาของพี่นุ แล้วนั่นน้องแก้วตาเป็นักศึกษาฝึกงาน”
นาวินยิ้มรับคำทักทายแล้วแนะนำทั้งสองฝ่ายให้รู้จักกันแต่ภายในใจนั้นนึกขุ่นเคืองหญิงสาวที่เพิ่งเดินออกไปอย่างไร้มารยาทเขาไม่ได้ตาฝาดแน่ๆ เมื่อกี้เขายังเห็นว่าเธอยืนอยู่ตรงนี้พอเห็นเขาเดินมาเท่านั้นแหละเธอก็รีบออกไปทันทีอย่างน่าโมโห... ‘เธอคิดอะไรอยู่กันแน่สายป่านหรือคิดจะเล่นตัวเรียกร้องความสนใจจากเขา’ชายหนุ่มขบคิดต่อว่าหญิงสาวอยู่ในใจ
“สวัสดีครับสาวๆไม่คิดว่าที่นี่จะซ่อนนางฟ้าไว้บนหอคอยที่สูงลิบลิ่วอย่างนี้ เป็บุญของผมจริงๆครับที่ได้มาทำความรู้จักกับคุณคนสวยทั้งสอง”
กัปตันหนุ่มอารมณ์ดีเอ่ยแซวสองสาวด้วยแววตากรุ้มกริ่มหยอกเย้าจนนาวินนึกหมั่นไส้ต้องรีบดักคอเอาไว้ก่อน ไม่งั้นเดี๋ยวได้เื่ยาวเป็แน่
“พอแล้ว! ไอ้นี่ ได้ทีก็เลื้อยเลยนะ” เสียงเข้มตวัดใส่เพื่อนรักเป็การเตือนให้อีกฝ่ายรู้ตัวก่อนจะหันไปทางแก้วตาด้วยท่าทีเหมือนอยากจะถามอะไรบางอย่างแต่ไม่รู้จะพูดยังไงดี
“เอ่อ... แล้ว... เอ่อ”
“ยัยป่านไปห้องน้ำค่ะ” เสียงใสตอบเขาอย่างฉะฉานเหมือนรู้ใจและนั่นทำให้นาวินถึงกับอึ้งไปชั่วครู่ เพราะไม่คิดว่าหญิงสาวจะรู้ว่าเขา้าถามอะไรเมื่อตั้งสติได้เขาก็รีบปรับสีหน้าแล้วหันไปมองที่ยุพาแทน
“เอ่อ ผมหมายถึงพี่นุอยู่หรือเปล่าน่ะ”
คำถามของนาวินทำให้แก้วตารู้สึกหน้าแตกเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มเขินไปให้ชายหนุ่มและเขาก็แค่หยักยิ้มมุมปากนิดๆ ให้เธอเท่านั้น
“ท่านประธานอยู่ที่ห้องคุณทนายค่ะ” ยุพาบอกด้วยรอยยิ้มสดใสอดจะนึกชื่นชมชายหนุ่มทั้งสองไม่ได้โดยเฉพาะนาวินที่วันนี้เขาอยู่ในชุดนักบินเต็มยศที่เพิ่มความสมาร์ตหล่อเหลาและมีเสน่ห์ขึ้นเป็กองเชียว
“ครับ งั้นผมขอตัวก่อน” นาวินพยักหน้ารับรู้ก่อนจะเดินไปที่ห้องทำงานของตัวเองโดยไม่ลืมที่จะฉุดรั้งคนเ้าชู้ไปด้วย
หลังจากสองหนุ่มเข้าห้องไปแล้วเสียงโทรศัพท์ภายในที่ตั้งอยู่บนโต๊ะของเลขาสาวก็ดังขึ้นก่อนที่เ้าของโต๊ะจะยกหูขึ้นรับสายแล้วพูดโต้ตอบกลับไปสองสามคำสั้นๆแล้วก็วางโทรศัพท์ไว้ที่เดิม
“น้องแก้วจ๊ะ ลงไปรับเอกสารที่ห้องบัญชีให้พี่หน่อยสิ”
“ค่ะพี่ยุพา” แก้วตารับคำก่อนจะวางกระดาษในมือลงบนโต๊ะแล้วรีบเดินออกไปทันที
ระหว่างที่เลขาสาวกำลังจะไปเตรียมน้ำดื่มมาต้อนรับแขกของนาวินนั้น จู่ๆสาวสวยรูปร่างปราดเปรียวในชุดเดรสเกาะอกสั้นสีน้ำเงินที่ไม่คุ้นหน้าก็ตรงดิ่งมาทางนี้
“สวัสดีค่ะ มาพบใครคะ” ยุพาหันมายิ้มทักทายอย่างมีมารยาทเพราะใครก็ตามที่ขึ้นมาบนนี้ได้แสดงว่าต้องเป็แขกของผู้บริหารเท่านั้น
“ฉันมาหาคุณนาวิน” นิลณีย์แจ้งความจำนงเสียงชัดเจนก่อนจะกวาดสายตามองพื้นที่โดยรอบอย่างสำรวจ
“ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรคะ แล้วได้นัดเอาไว้หรือเปล่าดิฉันจะได้ตรวจสอบให้ค่ะ” คนเป็เลขาเอ่ยถามตามหน้าที่ด้วยน้ำเสียงไพเราะส่วนในใจก็นึกตำหนิอีกฝ่ายที่แต่งตัวหวือหวาวับๆ แวมๆ มากเกินไปจนดูไม่เรียบร้อย
“ฉันชื่อนีล่าและฉันก็เป็แฟนเค้า คงไม่ต้องนัดล่วงหน้าก็ได้มั้งคะ”
สาวสวยแอร์โฮสเตสจีบปากจีบคอบอกแล้วเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดีพร้อมทั้งนึกดูถูกคนตรงหน้าอยู่ในใจ ‘ฮึนังพนักงานหน้าโง่ พวกแกก็ได้แค่นั่งๆ นอนๆ อยู่แต่ในออฟฟิศนี่แหละแต่งตัวก็เชยชะมัด’
“งั้นกรุณารอสักครู่นะคะ เดี๋ยวดิฉันขอเรียนให้คุณนาวินทราบก่อน”
ยุพาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มแม้จะใเล็กน้อยกับฐานะของหญิงสาวคนนี้ ‘นี่น่ะเหรอแฟนคุณนาวินหน้าตาก็สวยดีหรอกแต่นิสัยใช้ไม่ได้เลย’ จากนั้นก็หันไปยกหูโทรศัพท์เพื่อจะกดโทรเข้าไปแจ้งให้คนในห้องทราบแต่ไม่ทันจะได้กดหมายเลขหญิงสาวผู้เป็แขกก็ฮึดฮัดกระแทกเท้าเดินดิ่งเข้าไปที่ห้องของนาวินทันที
“โอ๊ย! เื่มากจริง ฉันไม่รอหรอก... ห้องรองประธานอยู่นั่นใช่ไหม”
“ว๊าย! เดี๋ยวค่ะคุณ คุณคะ” ยุพาวางโทรศัพท์ลงแทบไม่ทันก่อนจะรีบพุ่งเข้าไปหมายจะห้ามหญิงสาวเอาไว้ก่อนแต่ยังช้ากว่าคนใจร้อนที่ตอนนี้ผลักประตูเข้าไปในห้องที่้าเรียบร้อยแล้ว
เสียงประตูที่ถูกเปิดเข้ามาอย่างกะทันหันทำให้นาวินและคริสโตเฟอร์ที่กำลังนั่งคุยกันอยู่ที่โซฟารับแขกหันไปมองด้วยความแปลกใจก่อนจะเปลี่ยนเป็ขุ่นเคืองเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเป็หญิงสาวคนคุ้นเคยที่ไม่อยากเจอหน้ามากที่สุดตอนนี้
“วินคะ นีล่าคิดถึงคุณจังเลยค่ะ” แอร์โฮสเตสสาวส่งเสียงออดอ้อนพร้อมทั้งสาวเท้าดิ่งเข้าไปหาชายหนุ่มเ้าของห้องอย่างรวดเร็วก่อนจะเหลือบตาไปมองคริสโตเฟอร์เป็เชิงทักทายเล็กน้อย
นาวินถอนหายใจแรง แล้วตวัดสายตาไปมองเลขาสาวหน้าห้องด้วยแววตำหนิ
“ขอโทษค่ะคุณนาวิน ดิฉันห้ามไว้ไม่ทัน” ยุพายิ้มเจื่อนๆแล้วก้มหน้าลงอย่างสำนึกผิด
“ไม่เป็ไรครับ เธอเป็เพื่อนผมเอง คุณไปทำงานต่อเถอะ” เ้าของห้องพยักพเยิดเอ่ยบอกเสียงนิ่งเรียบ... จะโทษเธอก็ไม่ถูกหรอกคนของเขาเองต่างหากที่ไม่มีมารยาท
“ค่ะ” เลขาสาวรับคำแล้วหมุนตัวเตรียมจะเดินออกไปแต่ก็ต้องชะงักเท้าเพราะเสียงแหลมๆ ของแขกคนใหม่ออกคำสั่งตามมา
“เดี๋ยว! เอาน้ำส้มคั้นมาให้ฉันด้วยนะ”
ยุพาขานรับสั้นๆ ก่อนจะก้าวออกไปจากห้องแล้วปิดประตูลงอย่างเบามือเธอพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ร้อนที่เริ่มปะทุขึ้นมาแล้วอย่างสุดกำลังจากนั้นก็เดินไปนั่งลงที่โต๊ะทำงานของตัวเองเพื่อทำใจ ‘ผู้หญิงอะไรก็ไม่รู้ไร้มารยาทคุณนาวินไปคว้าเอามาเป็แฟนได้ยังไงเนี่ย... แต่เอ๊ะเมื่อกี้คุณนาวินบอกว่าเป็เพื่อนนี่นาหรือว่ายัยเปรี้ยวจี๊ดคนนี้แอบอ้างมั่วนิ่มไปเอง’ เลขาสาวทำท่าครุ่นคิดและพึมพำต่อว่าแขกคนสวยของเ้านายอย่างเอาจริงเอาจัง
“บ่นอะไรอยู่คนเดียวคะพี่ยุพา” สายป่านเดินกลับมาที่โต๊ะเห็นสาวรุ่นพี่พูดอะไรงึมงำอยู่คนเดียวจึงเอ่ยถาม
“อ้าวน้องป่าน มาพอดีเลยค่ะ พี่วานเอาน้ำไปเสิร์ฟให้แขกคุณนาวินหน่อยสิคะพี่คงใจไม่เย็นพอที่จะเข้าไปตอนนี้น่ะค่ะ”
ยุพาเปลี่ยนสีหน้าเป็โล่งใจเหมือนยกูเาออกจากอกแล้วรีบจูงมือสาวน้อยผู้โชคดีให้เดินตามเธอไปที่ห้องครัวด้วย
“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ” สายป่านถามอย่างมึนงงเล็กน้อยภายในใจก็ยังนึกหวั่นที่เธอจะต้องเข้าไปในห้องนั้นซึ่งตลอดสัปดาห์นี้เธอพยายามหลีกเลี่ยงมาได้ทุกครั้งแต่คราวนี้เห็นทีจะไม่ได้จริงๆ เพราะแก้วตาเพื่อนรักของเธอก็ไม่อยู่เสียด้วย
“ก็แฟนคุณนาวินน่ะสิคะน้องป่าน จู่ๆ โผล่มายังไงก็ไม่รู้ค่ะแถมยังขี้โวยวายเอาแต่ใจตัวเองด้วย”
“อะ เอ่อ แฟน!?... แฟนเหรอคะ”
คำบอกของสาวรุ่นพี่ทำให้สายป่านอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะย้อนถามอย่างไม่ค่อยมั่นใจนักแม้จะได้ยินชัดเจนก็เถอะ ‘เขามีคนรักแล้วสินะ… บางทีการที่เขาทำเมินเฉยใส่เธออาจจะไม่ใช่แค่เพราะเธอเป็คู่หมั้นของพี่นุก็ได้แต่อาจเป็เพราะเขามีแฟนแล้วนี่เอง’ หญิงสาวคิดด้วยหัวใจที่เจ็บแปลบอยู่ลึกๆ
“ใช่ค่ะ เธอบอกว่าเธอเป็แฟนคุณนาวินพอบอกปุ๊บก็เดินดิ่งเข้าไปในห้องอย่างไม่บอกไม่กล่าวกันเลยนะคะพี่เรียกเอาไว้ก็ไม่ทัน ดีนะคุณนาวินไม่โกรธน่ะ” ยุพายังคงบ่นกระปอดกระแปดไปเรื่อยมือก็สาละวนกับการหยิบจับแก้วน้ำวางในถาดให้เรียบร้อยจนไม่ทันสังเกตอาการนิ่งงันปนเศร้าหมองของสาวน้อยตรงหน้า
“เขาจะโกรธทำไมล่ะคะ แฟนเขามาหาทั้งทีเขาน่าจะดีใจมากกว่า” สายป่านฝืนยิ้มแล้วรับถาดที่มีแก้วน้ำส้มคั้นกับน้ำเปล่าจากอีกฝ่ายมาถือไว้แล้วเดินออกไปพร้อมกัน
“แต่พี่ว่าสีหน้าคุณนาวินดูเบื่อๆ ยังไงก็ไม่รู้นะคะ”
สาวรุ่นพี่หันมาชวนคุยจนกระทั่งเดินมาถึงหน้าห้องทำงานของนาวินขณะที่กำลังจะยกมือขึ้นเคาะประตูนั้นเสียงโทรศัพท์ภายในที่โต๊ะทำงานของเลขาสาวก็ดังขึ้นทำให้สองสาวหยุดชะงักแล้วหันมองสบตากัน
“พี่ยุพารีบไปรับโทรศัพท์เถอะค่ะ เดี๋ยวป่านเข้าไปเสิร์ฟน้ำเอง” สายป่านบอกด้วยรอยยิ้มน้อยๆ แม้จะไม่ค่อยสบายใจนักแต่เธอเป็เด็กฝึกงานจะเกี่ยงหรือหลีกเลี่ยงก็คงไม่ดีนัก
“จ้ะๆ ขอบใจนะจ๊ะน้องป่าน” สาวรุ่นพี่ละล่ำละลักบอกพร้อมทั้งรีบดิ่งไปรับโทรศัพท์ที่กำลังแผดเสียงร้องเรียกอยู่บนโต๊ะทำงานของตัวเองทันที
สายป่านยืนนิ่งเพื่อทำใจแล้วหันซ้ายแลขวาภาวนาขอให้เพื่อนสาวกลับมาเร็วๆจะได้รับหน้าที่นี้แทนเธอ แต่ดูเหมือนว่าคำอ้อนวอนภาวนาของเธอจะไม่เป็ผล...หญิงสาวจึงตัดสินใจเคาะประตูเบาๆเป็มารยาทก่อนจะเปิดเข้าไปด้วยหัวใจที่เต้นระทึกทั้งรู้สึกหวาดหวั่นและประหม่าจนมือไม้สั่นไปหมด‘ตอนนี้เธอยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับเขาและคนรักของเขาด้วย’
********************
ทันทีที่ร่างบางของหญิงสาวในชุดนักศึกษาก้าวเข้ามาในห้องนาวินถึงกับผละลุกขึ้นจากโซฟาที่มีแอร์โฮสเตสสาวคู่ควงของเขานั่งแนบชิดจนแทบจะเกยอยู่บนตักด้วยอาการใเล็กน้อยก่อนจะสาวเท้าไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองอย่างรวดเร็วแล้วแกล้งหยิบนั่นหยิบนี่ขึ้นมาทำเหมือนไม่สนใจแต่ดวงตาคมนั้นคอยเมียงมองหญิงสาวตัวเล็กในชุดนักศึกษาอยู่ตลอดเวลา
นิลณีย์มองการกระทำของชายคนรักด้วยความไม่เข้าใจและขุ่นเคืองน้อยๆส่วนคริสโตเฟอร์นั้นจ้องมองสาวสวยที่กำลังเดินเข้ามาใกล้อย่างนึกชื่นชม
“ว๊าว… นางฟ้าตัวจริงอยู่นี่เอง” กัปตันหนุ่มแซวแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มส่งสายตาเป็ประกายอย่างหยอกล้อซึ่งสายป่านเองก็ทำเพียงแค่ยิ้มรับบางๆ เท่านั้นหญิงสาวทรุดตัวลงนั่งกับพื้นแล้วค่อยๆบรรจงหยิบแก้วน้ำส้มและน้ำเปล่าวางลงบนโต๊ะอย่างเบามือเธอพยายามรีบทำหน้าที่ของตัวเองให้เสร็จเร็วๆ จะได้ออกไปสักที
“คริส!” นาวินตวัดเสียงเข้มลอยมาทำให้คริสโตเฟอร์ที่ทำท่าเหมือนเสือจ้องตะครุบเหยื่ออันโอชะต้องหยุดชะงักทันควัน ‘อะไรวะ แค่เด็กฝึกงานทำเป็หวงไปได้’
คนถูกขัดใจหันไปมองหน้าคนห้ามแล้วหันมามองหน้าหญิงสาวอีกทีอย่างชั่งใจก่อนจะนึกย้อนไปถึงเด็กหญิงตัวน้อยที่นาวินเคยเล่าให้ฟังั้แ่อยู่เมืองนอกด้วยกัน‘หรือว่าสาวน้อยคนนี้จะเป็...น้องป่าน’คิดได้เพียงเท่านั้นเสือผู้หญิงตัวยงจึงได้แต่นั่งยิ้มแล้วคอยดูสถานการณ์อยู่นิ่งๆอดจะนึกหวาดหวั่นแทนเพื่อนรักไม่ได้ ‘ถ้ายัยนีล่ารู้เข้าละก็เด็กแกได้เดือดร้อนแน่นายวิน’
อาการที่ไม่ปกติของนาวินทำให้นิลณีย์ยิ่งเกิดความข้องใจมากขึ้นรวมถึงหลายวันมานี้นาวินไม่เคยไปหาเธอเลย เธอจึงต้องบุกมาหาเขาถึงที่นี่และเธอก็ต้องหาความกระจ่างให้ได้ดังนั้นร่างบางเย้ายวนจึงลุกขึ้นยืนแล้วเดินดิ่งเข้าไปหานาวินจากนั้นก็หย่อนตัวลงนั่งที่ตักของเขาอย่างคุ้นเคยแม้นาวินจะแสดงท่าทีไม่พอใจและพยายามยกมือขึ้นมาผลักดันที่หลังของเธอก็เถอะแต่มันกลายเป็ว่าเขากำลังจับเอวเธอไว้ด้วยซ้ำ
“เอาน้ำส้มมาให้ฉันตรงนี้ทีสิ” สาวเปรี้ยวออกคำสั่งกับเด็กสาวด้วยน้ำเสียงตึงๆ
สายป่านหันไปมองตามเสียงเรียกทำให้เธอสบตากับนาวินอย่างไม่ได้ตั้งใจซึ่งเขาก็ทำเป็เมินเฉยและเสมองไปทางอื่นเหมือนไม่อยากรับรู้อะไรทั้งสิ้นเธอจึงตัดสินใจหยิบแก้วน้ำส้มขึ้นมาแล้วเดินไปที่โต๊ะของเขาตามความ้าของหญิงสาวที่เธอไม่อยากรู้จัก
“อืม เด็กฝึกงานของวินเนี่ยหน้าตาสะสวยนะคะ กิริยาก็เรียบร้อยน่ารัก”นิลณีย์จีบปากจีบคอพูดขณะจ้องมองใบหน้าเนียนสวยเกลี้ยงเกลาของสายป่านไปด้วย...‘นังนี่มันสวยอย่างไม่น่าไว้ใจจริงๆ มิน่าล่ะวินถึงไม่ไปหาเธอตั้งหลายวัน’
“ไม่ใช่ของผมหรอก ของพี่นุต่างหากล่ะ” นาวินตอบด้วยท่าทางเ็า...เขาพยายามเจาะจงเน้นประโยคนี้เพื่อให้นิลณีย์เลิกสนใจสาวน้อยของเขาซะแต่ดูเหมือนเื่จะไม่จบง่ายๆ
“อ้าว มีแบ่งแยกกันด้วยเหรอคะ นีล่าคิดว่าพี่น้องจะ ‘ใช้’ คนร่วมกันซะอีก”
“นีล่า!”
คำพูดที่ชวนให้คิดลึกของแอร์โฮสเตสสาวทำให้นาวินตวัดเสียงเข้มแล้วมองเธอตาเขียวปัดอย่างโกรธเคืองที่เธอพูดเหมือนดูถูกเขาและหญิงสาวตรงหน้าด้วยซึ่งตอนนี้เธอดูหน้าซีดลงไปอย่างเห็นได้ชัด...สายป่านดูบอบบางมากเกินกว่าจะต่อปากต่อคำกับนิลณีย์คู่ควงของเขาได้
“แหม่ๆ นีล่าล้อเล่นน่ะค่ะวินก็... ทำจริงจังไปได้” นิลณีย์รีบเปลี่ยนท่าทีมาเป็ออดอ้อนชายหนุ่มข้างกายเพื่อกลบเกลื่อนแม้ลึกๆ จะรู้สึกขัดใจไม่น้อยที่เขาทำเหมือนว่ากำลังปกป้องเด็กสาวคนนี้
“เขาเรียกว่าพูดพล่อยๆ มากกว่ามั้ง” คริสโตเฟอร์ที่นั่งดูเหตุการณ์อยู่นานแล้วเห็นท่าไม่ดีจึงเอ่ยต่อว่าเพื่อนสาวเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจด้วยรู้ดีว่าอีกฝ่ายคงกำลังคิดจะทำเื่ไม่ดีอยู่แน่ๆจากที่คบหาและรู้จักเป็เพื่อนกันมานานนิลณีย์ไม่เคยให้ผู้หญิงคนไหนเข้าใกล้นาวินได้เลยสักคนเดียว
“เอ๊ะ คริส นี่คุณว่าฉันเหรอ” สาวเปรี้ยวหันมาแหวเพื่อนชายอย่างนึกฉุนเพราะมันเป็อย่างนี้ั้แ่ไหนแต่ไรมาแล้วที่อีกฝ่ายคอยขัดคอเธอตลอด
“เปล่านิ” คนถูกย้อนเบ้ปากยักไหล่ยียวนอย่างไม่รู้ไม่ชี้ทั้งที่ใจจริงๆ ก็ว่าเธอนั่นแหละ
“เสร็จธุระของเธอแล้วก็ออกไปสิ ยืนบื้ออยู่ทำไม” นาวินได้ทีเห็นเพื่อนซี้ส่งซิกยักคิ้วให้เป็เชิงรู้กันเขาจึงรีบออกปากไล่สาวน้อยของเขาให้ออกไปไกลๆ ซะก่อนที่นิลณีย์จะหันมาสนใจเธอ
“ค่ะ” สายป่านก้มหน้ารับคำด้วยความรู้สึกน้อยใจเล็กๆที่เขาทำท่าทางเ็าใส่เธอแต่ยังไม่ทันจะหมุนตัวเสียงเรียกของหญิงสาวที่จ้องจะหาเื่ก็ดังขึ้นอีก
“เดี๋ยวก่อน! เธอชื่ออะไร”
คำถามของนิลณีย์ทำให้นาวินใจหายวาบด้วยรู้ดีว่าเธอ้าอะไรใน่ตลอดหลายวันมานี้ที่เขาไม่ไปหาเธอและพยายามหลบหน้าเธอก็เพราะเธอคอยแต่จะเซ้าซี้ถามถึงผู้หญิงที่เขาคร่ำครวญออกมาในวันนั้นและตอนนี้เธอคนนั้นก็กำลังยืนอยู่ตรงหน้าแล้วด้วย ชายหนุ่มนึกกังวลอยู่ในใจก่อนจะเหลือบตาไปมองเพื่อนรักเป็เชิงขอความช่วยเหลือแต่ดูเหมือนอีกฝ่ายก็คิดอะไรไม่ออกเช่นกัน
สายป่านมองนาวินแวบหนึ่งเมื่อเห็นว่าเขาทำเป็ไม่สนใจเธอจึงตอบคำถามนั้นตามมารยาท
“สายป่านค่ะ”
คำตอบของหญิงสาวทำให้นิลณีย์หันขวับมองหน้าชายหนุ่มคนรักตาขวางอย่างเอาเื่แต่นาวินกลับสู้เธอด้วยการจ้องตาแข็งๆ มาให้เหมือนเป็การปรามซึ่งนั่นทำให้เธอยิ่งไม่พอใจอย่างมากเพราะมันแปลความหมายได้ว่าเขากำลังปกป้องเด็กคนนี้ ‘มันจะมากไปแล้วนะ...กับแค่เด็กฝึกงานจะมาสู้อะไรฉันได้’
“ฮึ เดี๋ยวสิสายป่าน” อีกครั้งที่แอร์โฮสเตสสาวเรียกสายป่านเอาไว้ก่อนที่เธอจะทันได้ก้าวออกไปแล้วตามด้วยคำสั่งที่ดูเหมือนเป็การกลั่นแกล้งกันมากกว่า
“เธอช่วยเอาน้ำส้มคั้นนี่ไปเปลี่ยนให้ฉันทีสิ มันจืดชืดไปหมดแล้วน่ะ”
“อย่าเื่มากได้ไหมนีล่า”
นาวินออกรับแทนอย่างลืมตัวเพราะนึกไม่พอใจที่นิลณีย์ออกคำสั่งที่ดูไร้สาระนั้นออกไปส่วนคริสโตเฟอร์ได้แต่นั่งตัวเกร็งเตรียมตั้งรับกับสถานการณ์ที่เริ่มไม่น่าไว้ใจมากขึ้นทุกที
นิลณีย์ไม่ได้สนใจกับเสียงคัดค้านของชายหนุ่มเธอลุกขึ้นแล้วหยิบแก้วน้ำส้มคั้นขึ้นมาจากนั้นก็ตรงดิ่งไปให้หญิงสาวที่กำลังเดินเข้ามารับแต่มีหรือที่มันจะผ่านไปได้ด้วยดี
“ว๊าย!”
พลั่ก!
ร่างบางเย้ายวนในชุดที่แสนเซ็กซี่แสร้งเดินซวนเซแล้วดีดตัวเองไปชนกับหญิงสาวตัวเล็กกว่าที่กำลังยื่นมือมารับแก้วจากเธอทำให้น้ำส้มคั้นหกราดรดบนเสื้อนักศึกษาสีขาวจนเปียกชุ่มอีกทั้งยังล้มหงายหลังลงไปด้วยแรงผลักของแอร์โฮสเตสสาวร่างอวบอีกด้วยก่อนที่แก้วใบสวยจะหลุดจากมือเล็กแล้วตกลงพื้นแตกกระจายเกิดเป็เสียงดังกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณ
เพล้ง!!!
“โอ๊ย!” เสียงหวานอุทานด้วยความใและรู้สึกเจ็บแปลบที่ปลายนิ้วมือจนไม่กล้าขยับ
“น้องป่าน!” ภาพเหตุการณ์ที่ไม่ทันคาดคิดทำให้นาวินผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วร้องเรียกหญิงสาวในดวงใจด้วยความเป็ห่วงขณะที่คริสโตเฟอร์ก็รีบพุ่งตัวเข้าไปหาหญิงสาวตัวเล็กด้วยเช่นกัน
“นีล่า! คุณทำบ้าอะไรของคุณเนี่ย” นาวินตะคอกใส่คู่ควงสาวอย่างไม่้าคำตอบพร้อมทั้งดึงแขนเรียวของเธอให้ออกห่างจากสาวน้อยของเขาด้วยอาการร้อนรนและนั่นก็ทำให้คนก่อเื่ถึงกับสติแตกกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง
กรี๊ดดดดดด!... กรี๊ดดดดดด!...
“หยุดนะนีล่า ผมบอกให้หยุด”
นาวินที่กำลังจะทรุดตัวลงนั่งเพื่อดูอาการาเ็ของคนตัวเล็กจำต้องหยุดชะงักแล้วลุกขึ้นเท้าสะเอวกราดใส่คู่ควงของเขาอีกครั้งอย่างเหลืออด...ั้แ่คบหากันมาเขาไม่เคยเห็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจแบบนี้ของเธอมาก่อนเลย
“ไม่! นีล่าไม่หยุด คุณอยากตะคอกใส่นีล่าทำไมล่ะ” นิลณีย์สะบัดเสียงย้อนชายหนุ่มอย่างลืมตัวและกรีดร้องออกมาอีกเหมือนคนขาดสติ
กรี๊ดดดดดด!...กรี๊ดดดดดด!...
จู่ๆเสียงประตูห้องก็เปิดผัวะเข้ามาอย่างแรงท่ามกลางเสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งของแอร์โฮสเตสสาว
“เกิดอะไรขึ้น!?” ภานุร้องถามเสียงตื่นก่อนที่ยุพาและแก้วตาจะรีบวิ่งตามเข้ามาด้วยอาการใไม่แพ้กัน
การมาของภานุทำให้ทุกคนในห้องใจนทำอะไรไม่ถูกโดยเฉพาะนิลณีย์ที่ตอนนี้หุบปากฉับทันทีอย่างนึกหวั่นเกรงด้วยรู้ดีว่าชายหนุ่มที่เพิ่งเข้ามานั้นเป็ใครแม้จะไม่เคยเห็นตัวจริงแต่เธอก็เคยเห็นในรูปมาก่อน...ที่สำคัญเขายังเป็ชายหนุ่มที่เธอหมายปองคนต่อไปอีกด้วย
ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้ผู้บริหารหนุ่มรีบถลาเข้าไปหาหญิงสาวว่าที่คู่หมั้นของเขาทันทีซึ่งตอนนี้เธอกำลังนั่งจมอยู่กับคราบน้ำส้มที่เจิ่งนองและเศษแก้วที่กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นโดยมีชายหนุ่มชาวต่างชาตินั่งอยู่ใกล้ๆ อย่างห่วงใยขณะที่น้องชายของเขายืนเท้าสะเอวทำหน้าบึ้งตึงใส่หญิงสาวอีกคนซึ่งเขาเดาว่าน่าจะเป็ตัวต้นเหตุที่ทำให้คนของเขาต้องลงไปกองกับพื้นแบบนี้
“น้องป่านเป็อะไรหรือเปล่าครับ”
“ป่านไม่เป็ไรค่ะ” สายป่านตอบเสียงเบาแล้วก้มหน้านิ่งเพื่อเก็บซ่อนความเ็ปทั้งกายใจ
ภานุโอบประคองหญิงสาวเอาไว้ในวงแขนด้วยความเป็ห่วงและหวงแหนสุดหัวใจพร้อมทั้งลูบไล้ตรวจดูอาการาเ็ของร่างบางจนรู้ว่านิ้วเรียวของเธอถูกเศษแก้วบาดจนเืไหลเป็ทางยาวตามรอยาแและนั่นก็ทำให้ความโกรธของเขายิ่งปะทุมากขึ้น
“ใครจะบอกฉันได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น!” เสียงเข้มะโถามแล้วตวัดสายตากราดมองทุกคนที่ยืนนิ่งมองเขาอย่างอึ้งๆก่อนจะหยุดจ้องเขม็งที่ชายหนุ่มเ้าของห้อง
นาวินมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่เจ็บแปลบแต่ก็ต้องทนฝืนเก็บความรู้สึกนั้นเอาไว้ให้ลึกที่สุดยิ่งเห็นเืสีแดงสดไหลอาบนิ้วเรียวของเธอด้วยแล้วทำให้หัวใจดวงแกร่งยิ่งปวดหนึบจนแทบคลั่งแต่ตอนนี้เขาไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากพยายามกีดกันหญิงสาวให้ออกห่างจากเขาเพื่อเธอจะได้รอดพ้นจากการก่อกวนของนิลณีย์...เพราะดูท่าแล้วแอร์โฮสเตสสาวคงไม่ยอมง่ายๆ แน่หากรู้ว่าสายป่านคือหญิงสาวในดวงใจของเขา
ส่วนหญิงสาวตัวต้นเหตุได้แต่ยืนเข็ดเขี้ยวเคี้ยวฟันมองสองพี่น้องที่จับจ้องตากันราวกับเด็กแย่งของเล่นที่แสนรักก็ไม่ปาน‘ฮึย!นี่อย่าบอกนะว่าหลงนังเด็กสายป่านนั่นทั้งพี่ทั้งน้องน่ะ’ นิลณีย์นึกริษยาอยู่ในใจก่อนจะสะดุ้งน้อยๆด้วยมือแกร่งของนาวินที่ยื่นมาดึงเธอเข้าไปใกล้เหมือนเขากำลังปกป้องเธอ
“ก็แค่อุบัติเหตุน่ะ แล้วคนของพี่ก็ไม่ได้เจ็บมากมายอะไรไม่ใช่เหรอจะโวยวายไปทำไม”
นาวินบอกด้วยท่าทีไม่ใส่ใจแม้จะรู้ว่าตอนนี้สายป่านกำลังมองเขาด้วยแววตาตัดพ้อและถ้าเขาไม่ได้เข้าข้างตัวเองเขามั่นใจว่าเห็นแววน้อยใจปนอยู่ในดวงตากลมโตคู่นั้นด้วย‘พี่ขอโทษนะครับน้องป่าน พี่จำเป็ต้องทำแบบนี้จริงๆไม่อย่างนั้นนิลณีย์คงหาเื่เธอไม่หยุดแน่’
คำพูดของนาวินทำให้แอร์โฮสเตสสาวยิ้มหยันนิดๆ อย่างผู้มีชัยแต่เมื่อเห็นว่าภานุมองอยู่เธอจึงแสร้งทำเป็สำนึกผิดเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขา
“เอ่อ นีล่าขอโทษจริงๆ นะคะ นีล่าไม่ได้ตั้งใจค่ะ” เสียงพูดนั้นสั่นเครือเหมือนกับว่าเธอกำลังเสียใจและสำนึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“หน๊อย... ยัยจิ้งจอกปากแดงนี่มันทำเธอใช่ไหมป่าน...เดี๋ยวแก้วจะจัดการมันเอง” แก้วตาชี้มือถามพร้อมทั้งทำท่าจะดิ่งเข้าไปหาตัวก่อเื่แต่มือแกร่งของภานุก็ฉุดแขนเธอเอาไว้ได้ทัน
“นี่หยุดนะ! ไม่เห็นหรือไงว่าเศษแก้วเกลื่อนพื้นไปหมดน่ะเดี๋ยวก็ได้เจ็บอีกคนหรอก มานี่เลย” ผู้บริหารหนุ่มร้องบอกแล้วลากตัวหญิงสาวให้มายืนอยู่ข้างๆกับสายป่าน... ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเขาต้องรู้สึกเป็ห่วงยัยแสบนี่ด้วย
“ฉันเห็นหรอกน่า... ชิ!” คนถูกขัดใจมีท่าทีฮึดฮัดแต่ก็ไม่วายเถียงชายหนุ่มกลับไปตามความเคยชินจนได้สายตาดุๆจากเขาเป็รางวัล
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกแก้ว ป่านซุ่มซ่ามเองน่ะ” สายป่านจับมือเพื่อนสาวแล้วบีบเบาๆเพื่อยืนยันคำพูด แม้ภายในใจจะรู้สึกคลุมเครืออยู่บ้างก็ตามเนื่องจากเธอเห็นดวงตาโฉบเฉี่ยวคู่นั้นของนิลณีย์จิกมองเธออย่างชิงชังมากกว่าอาการไม่ได้ตั้งใจอย่างที่บอกกับทุกคน
“ไปทำแผลก่อนเถอะครับน้องป่าน... ยุพา ผมฝากด้วย” ภานุหันมาบอกหญิงสาวที่ยืนเกาะกลุ่มกันอยู่ข้างหลังด้วยความห่วงใย
ยุพาตอบรับคำฝากของเ้านายเพียงสั้นๆก่อนจะรีบพาสองสาวออกไปจากห้องเพื่อไปทำแผลโดยเร็ว...สายป่านหันกลับมาสบตานาวินแวบหนึ่งก่อนจะหลบวูบไปเมื่อเห็นว่าเขามองเธอด้วยสายตาเ็าเพียงแค่นั้นหัวใจดวงน้อยก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อทั้งหมดออกไปแล้ว ผู้บริหารหนุ่มจึงหันมามองคนในห้องด้วยแววตำหนิและพิจารณาชายหนุ่มชาวต่างชาติที่อยู่ในชุดเครื่องแบบนักบินนั้นเขาจำได้ดีว่าอีกฝ่ายเป็กัปตันของสายการบินเราและเป็เพื่อนรักของนาวินด้วยส่วนหญิงสาวอีกคนเขาก็จำได้อีกเช่นกันเพราะเธอคือแอร์โฮสเตสสาวคู่ควงคนล่าสุดของน้องชาย
คริสโตเฟอร์ที่ยืนอึ้งอยู่นานรีบเข้าไปแสดงตัวแล้วทำความเคารพผู้เป็เ้านายใหญ่อย่างนอบน้อม
“สวัสดีครับท่านประธาน ผมคริสโตเฟอร์ครับ”
“สวัสดีครับ” ผู้บริหารหนุ่มตอบรับเพียงสั้นๆอย่างรักษามารยาท
“สวัสดีค่ะท่านประธาน ดิฉันชื่อนิลณีย์ หรือจะเรียกนีล่าก็ได้ค่ะ” นิลณีย์รีบสาวเท้าเข้าไปตรงหน้าชายหนุ่มแล้วยกมือไหว้เขาตามแบบฉบับธรรมเนียมไทยอย่างเรียบร้อยซึ่งเขาก็ทำเพียงกดยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยเท่านั้น
“ครับ”
ภานุไม่ได้สนใจชายหนุ่มต่างชาติเท่าไรนักเพราะอีกฝ่ายไม่ได้มีท่าทีผิดปกติอะไร แต่กับหญิงสาวผู้นี้เธอมองเขาด้วยแววตาเชิญชวนมีจริตจนเขารู้สึกขนลุกเกรียวและไม่อาจทนอยู่ได้นาน...‘ผู้หญิงคนนี้มันงูพิษชัดๆ ขนาดแฟนยืนอยู่ใกล้ๆทั้งคนยังกล้าปรายตาเชิญชวนชายอื่น’ ชายหนุ่มนึกก่นด่าหญิงสาวอยู่ในใจก่อนจะหันไปออกคำสั่งกับคนเป็น้องด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและชัดเจน
“นายวิน เดี๋ยวแกจัดการเคลียร์คนของแกให้เรียบร้อยแล้วเที่ยงนี้แกต้องออกไปพบลูกค้ากับฉันด้วย” ว่าจบร่างสูงของท่านประธานใหญ่ก็เดินออกไปจากห้องด้วยท่าทางนิ่งๆไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆโดยมีสายตาหวานเชื่อมของแอร์โฮสเตสสาวมองตามเขาจนแทบจะถอดจิตลอยตามไปด้วย
“หุย... ไอ้วิน ท่านประธานโคตรเฮี๊ยบเลยว่ะ ฉันนี่เกร็งจนตัวแข็งไปหมดเลย”คริสโตเฟอร์บอกกับเพื่อนรักก่อนจะเดินไปนั่งที่โซฟาตามเดิม
“แกก็พูดเกินไป” นาวินพูดออกมาลอยๆและทำหน้าเอือมระอาเหมือนเคยชิน ก่อนจะสาวเท้าไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองส่วนนิลณีย์ยังคงยืนเพ้อฝันอยู่กลางห้อง
“เห้ย แล้วนี่พวกเราจะโดนไล่ออกไหมวะเนี่ย ... คิดแล้วสยองว่ะ”
เสียงที่ดูเป็กังวลแบบทีเล่นทีจริงของกัปตันหนุ่มเืผสมทำให้นิลณีย์หันขวับมามองอย่างไม่ค่อยพอใจนัก
“แหม่ แค่เด็กฝึกงานทำซุ่มซ่าม ถึงกับจะไล่ผู้เกี่ยวข้องออกจากงานมันก็เกินไปหน่อยละมั้ง”
“แน่เหรอนี่ล่า ว่าน้องสายป่านซุ่มซ่ามเองน่ะ” อีกครั้งที่คริสโตเฟอร์เอ่ยปากขัดเพื่อนสาว
“เอ๊ะ!” นิลณีย์ตวัดเสียงใส่คนรู้ทันอย่างนึกโมโห
เมื่อสองเพื่อนสนิทกำลังจะมีปากเสียงกันนาวินจำต้องเอ่ยห้ามทัพด้วยน้ำเสียงที่ติดจะรำคาญและเบื่อหน่าย
“หยุดเถียงกันได้แล้ว... ไร้สาระน่า...พี่นุไม่เคยเอาเื่ส่วนตัวมาปะปนกับเื่งานหรอก... ยกเว้นเื่ของฉันน่ะ”
“หือ เื่ส่วนตัวทำไมวินพูดเหมือนว่ายัยเด็กสายป่านนั่นมีความสำคัญอะไรอย่างนั้นแหละ” นิลณีย์ขมวดคิ้วย้อนถามเสียงเย้ยหยัน ‘มันจะมีดีสักแค่ไหนกันเชียวนังสายป่านฮึ’
นาวินนิ่งคิดทบทวนอยู่ในใจว่าเขาควรจะบอกความจริงกับแอร์โฮสเตสสาวดีไหมก่อนจะเหลือบตาไปมองคริสโตเฟอร์เพื่อขอความเห็นเมื่ออีกฝ่ายสบตาแล้วพยักหน้าให้น้อยๆ เขาจึงตัดสินใจบอกเธอ อย่างน้อยก็เพื่อความปลอดภัยของสายป่าน
“งั้นผมจะบอกให้ก็แล้วกันนีล่า คุณจำเอาไว้ให้ดีๆ ล่ะสายป่านเธอเป็ว่าที่คู่หมั้นของพี่นุแล้วเขาก็กำลังจะมีงานหมั้นกันในอีกไม่ช้านี้ด้วยทางที่ดีคุณควรจะออกห่างและอย่าไปยุ่งกับเธอเป็ดีที่สุดนะ”
สิ้นคำพูดนั้น นิลณีย์ถึงกับอึ้งไปนานเหมือนว่ากำลังช็อกกับสิ่งที่ได้ยินและนั่นทำให้สองหนุ่มหันมาส่งยิ้มให้กันอย่างโล่งใจ
“ทีนี้หายข้องใจหรือยังล่ะ ถ้าเธอยังขืนไปวุ่นวายกับน้องเขาอีกละก็ท่านประธานเอาตายแน่” คริสโตเฟอร์ได้ทีพูดขู่สัมทับอีก
“เชอะ! รู้แล้วน่ะ” แอร์โฮสเตสสาวสะบัดเสียงใส่คนขู่ด้วยความไม่พอใจซึ่งเธอพยายามสะกดมันไว้อย่างสุดกำลัง...ตอนนี้เธออยากจะกรี๊ดๆๆๆ ออกมาให้สุดเสียงให้มันสาแก่ใจนัก ‘หน๊อยนังสายป่านมันมีดีจริงๆ ด้วยแต่ยังไงก็ตามถ้ายังไม่มีงานหมั้นก็แสดงว่ายังไม่ได้หมั้น เธอไม่ยอมรามือง่ายๆหรอก... ที่สำคัญ ถ้าเธอพลาดคนพี่ยังไงคนน้องก็อยู่ในกำมือของเธออยู่ดี ฮึ’นิลณีย์ผุดรอยยิ้มหยันที่มุมปากให้กับความคิดของตัวเอง
“คริส นายไปส่งนีล่าด้วยนะ ฉันมีธุระ” นาวินพูดขึ้นขณะที่ห้องทั้งห้องอยู่ในความเงียบไปชั่วขณะ
คริสโตเฟอร์ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปตบหนักๆ ที่ไหล่กว้างของเพื่อนรักอย่างให้กำลังใจเขารู้ดีว่าอีกฝ่ายเ็ปและต้องใช้ความอดทนมากแค่ไหนในการพูดถึงเื่นั้นออกมาซึ่งนาวินก็พยักหน้าให้เป็เชิงรู้กัน
จากนั้นกัปตันหนุ่มก็ผละออกมาแล้วสาวเท้าไปจนถึงประตูห้องเมื่อเห็นว่าหญิงสาวที่เขารับหน้าที่ดูแลยังไม่ยอมเดินตามมาอีกจึงเอ่ยเรียกอย่างหงุดหงิดแต่ไม่วายประชดประชันเล็กน้อยตามสไตล์ของเขา
“ไปสิแม่คุณ ท่านรองเค้าไล่แล้ว”
“วิน... ไม่ไปกินข้าวกับนีล่าก่อนเหรอคะ” นิลณีย์ตรงเข้าไปโอบแขนเรียวที่ลำคอแกร่งของชายหนุ่มแล้วออดอ้อนเสียงหวาน
“คุณไม่ได้ยินที่ท่านประธานสั่งหรือไง” นาวินตวัดสายตามองหญิงสาวอย่างปรามๆจนเธอต้องหดมือกลับแล้วค่อยๆ เดินออกไปจากเขาอย่างอ้อยอิ่ง
“เอ้า เร็วๆ สิ เดี๋ยวก็ให้กลับเองซะหรอก” คริสโตเฟอร์เร่งเร้าแล้วเข้ามากระชากแขนเรียวของหญิงสาวให้เดินตามไปเร็วๆอย่างนึกหมั่นไส้ ‘ทีตอนมาก็มาอย่างกับสายฟ้าแลบ พอตอนจะกลับทำเป็อ้อยอิ่ง’
“ชิ! ไม่ต้อง ฉันเดินเองได้ย่ะ” แอร์โฮสเตสสาวสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่ายก่อนจะเชิดหน้าขึ้นแล้วเดินนำเขาไปอย่างกระแทกกระทั้น
หลังจากเื่วุ่นวายผ่านพ้นไปแล้วร่างสูงก็เอนกายพิงพนักเก้าอี้แล้วปล่อยลมหายใจออกมายืดยาวด้วยความเหนื่อยล้าหัวใจดวงแกร่งทั้งเ็ปทั้งห่วงทั้งคิดถึงและโกรธเคืองความรู้สึกตอนนี้มันสับสนตีกันไปหมด เขาไม่ควรกลับมาที่นี่เลยจริงๆนาวินเปรยออกมาเบาๆ และนั่งจมอยู่กับความคิดของตัวเองเพียงครู่ก่อนจะเหลือบมองนาฬิกาที่ข้อมือ เมื่อเห็นว่าใกล้ถึงเวลานัดที่คนเป็พี่บอกไว้แล้วชายหนุ่มจึงผุดลุกขึ้นยืนแล้วยืดอกเต็มความสูงจากนั้นก็เดินดิ่งไปที่ประตูแล้วก้าวออกไปทันทีอย่างรวดเร็ว
..........................
สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
mebmarket ...และ... ธัญวลัย ...และ... ookbee
หรือ้าลิ้งค์ซื้อ E-Book สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง
E-mail : oilza24@hotmail.com
ไลน์ : oilza_writer
(ในเว็บไม่สามารถวางลิ้งค์ได้ค่ะ)
ขอบคุณค่ะ
^_^