ปลดผนึกคำสาปให้รักหวนคืน

    ตอนที่ 2 : ผลตอบแทนที่มาพร้อมกับความรู้สึกที่แท้จริง

    เซี่ยเว่ยหลานแหงนมองพระจันทร์ ที่ในคืนนี้ดูสว่างเป็นพิเศษ ปักกิ่งในยามค่ำคืนเมื่อต้องเผชิญตามลำพัง มันทำให้เธอรู้สึกกังวลอย่างบอกไม่ถูก แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่เจิ้งหู่หลี่ได้พูดเอาไว้ มันจึงทำให้เธอมีความกล้าที่จะเผชิญหน้ามากยิ่งขึ้น หากเธอยังคงหวาดกลัวที่ต้องอยู่ตามลำพังข้างนอกบ้าน แล้วเธอจะจัดการเจิ้งหู่หลี่ได้อย่างไรเธอหันไปมองโรงเรียนที่ถูกตั้งอยู่ทางซ้ายมือ เพียงแค่ไม่กี่ก้าวเธอก็จะเดินมาถึงโรงเรียนแล้ว แต่การเข้าไปในโรงเรียนในยามวิกาล ก็ไม่ใช่ว่าจะเข้าไปกันได้ง่ายๆ เพราะยังมียามที่นั่งเฝ้าอยู่หน้าประตู แต่ก็ถือว่าเป็นความโชคดีที่เธอมาในช่วงเวลาที่ยามแอบหลับ เมื่อมาถึงหน้าโรงเรียนเธอจึงแอบเข้าไปด้านในได้อย่างสบายๆเมื่อเข้ามาภายในโรงเรียนได้แล้ว เซี่ยเว่ยหลานจึงหยิบไฟฉายที่อยู่ในกระเป๋าผ้า แล้วมุ่งหน้าไปยังสระว่ายน้ำในโรงยิมหลังโรงเรียนทันที แต่ในขณะที่เธอกำลังเดินไปยังโรงยิม เซี่ยเว่ยหลานก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติที่อยู่ด้านหลังของเธอ จนทำให้เธอต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็ว แล้วหันไปมองด้านหลังทันที‘ไม่มี…ไม่มีอีกแล้ว!’เซี่ยเว่ยหลานขมวดคิ้วขึ้น เมื่อสิ่งที่ปรากฏอยู่ด้านหลังของเธอ กลับกลายเป็นความว่างเปล่าเช่นเดิม ก่อนที่เธอจะหันไปมองด้านหน้าอีกครั้ง‘ตั้งครึ่งปีแล้วนะเนี่ย ทำไมรู้สึกเหมือนมีคนเดินตามตลอดเลย’เซี่ยเว่ยหลานครุ่นคิดพลางส่ายหน้าเบาๆ เพื่อตัดความรำคาญในหัว ก่อนที่จะเดินมุ่งหน้าไปยังโรงยิมอย่างที่เธอตั้งใจในระหว่างเดินทางไปยังโรงยิม เซี่ยเว่ยหลานจำเป็นต้องใช้ไฟฉายในการส่องทางเดิน เธอกลืนน้ำลายลงอย่างช้าๆ เมื่อเห็นความมืดที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะตัดสินใจเดินเข้าไปเรื่อยๆยิ่งมองสองข้างทาง ก็ยิ่งทำให้เซี่ยเว่ยหลานรู้สึกระแวงในใจ ว่าจะมีอะไรปรากฏอยู่ด้านข้างหรือเปล่า เพราะในหัวของเธอตอนนี้เต็มไปด้วยรายชื่อภูตผีในแต่ละประเทศเท่าที่เธอจะจำได้‘ทำไมรู้สึกเหมือนอยู่ในรายการ Ghost Hunters[21] เลยนะ’เซี่ยเว่ยหลานครุ่นคิดด้วยสีหน้าที่เหยเกเล็กน้อย เธอเดินเข้าไปเรื่อยๆจนในที่สุด เธอก็ได้เดินมาถึงหน้าโรงยิม“ถึงสักที”เซี่ยเว่ยหลานถอนหายใจพลางมองโรงยิมที่อยู่ตรงหน้า “คิดว่าจะช็อคตายเพราะเจออดีตเคยเป็นคนซะอีก ดีนะที่ไม่เจอ”เซี่ยเว่ยหลานที่อยู่ในอาการระแวงหันไปมองด้านหลังอีกครั้ง‘เมื่อไหร่ฉันจะเลิกรู้สึกว่ามีคนตามสักทีเนี่ย’เธอครุ่นคิดก่อนที่จะหันไปมองโรงยิมอีกครั้ง พลางสูดลมหายใจเข้าออกอย่างช้าๆ เพื่อเรียกสติให้กับตัวเอง ที่เกือบจะเตลิดระหว่างทางและเรียกความกล้า ความมั่นใจให้กับตัวเอง ราวกับว่าเธอกำลังจะไปประลองยุทธ์ในยุทธภพแห่งหนึ่งเซี่ยเว่ยหลานเก็บไฟฉายไว้ในกระเป๋าผ้า พร้อมกับผลักประตูโรงยิมแล้วเดินเข้าไปด้านใน แค่เพียงก้าวเดียวเท่านั้น เธอก็พบผู้ชายคนหนึ่งที่ในตอนนี้กำลังนั่งรอใครบางคน และผู้ชายคนนั้นก็คือตัวปัญหา ที่คอยวนเวียนอยู่ในชีวิตเธอมาตลอดหนึ่งปีกว่า วนเวียนมาพร้อมกับความสงสารที่เธอมีต่อเขาอย่างไม่มีเหตุผล“สองทุ่ม ตรงเวลา ไม่ขาดไม่เกิน”ชายหนุ่มผู้นั่งรอเซี่ยเว่ยหลานก้มมองดูนาฬิกาข้อมือของตัวเอง แล้วหันไปมองคนที่เขากำลังรออยู่ ก่อนที่เขาจะเดินลงมาจากอัฒจันทร์“ฉันมาตามข้อเสนอของรุ่นพี่แล้ว ฉันกลับก่อนนะคะ”เซี่ยเว่ยหลานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ ก่อนที่เธอจะหันหลังกลับไป“เดี๋ยวก่อนสิ! เธอไม่อยากรู้เรื่องจางหนานเหอหรอ ไม่อยากรู้หรอว่าทำไมจางหนานเหอถึงไม่สนใจเธอ”สิ้นเสียงยียวนกวนประสาทของผู้ชายคนนั้น เซี่ยเว่ยหลานสูดลมหายใจเข้าออกอย่างช้าๆ เพื่อเรียกสติให้กับตัวเอง พลางหลับตาและกำมือไว้แน่น ก่อนที่จะตอบคนที่อยู่ด้านหลังกลับไปว่า…“เรื่องของรุ่นพี่จางกับฉันไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับรุ่นพี่เจิ้ง และฉันก็ไม่ได้อยากรู้เรื่องของรุ่นพี่จางด้วย ที่ฉันมาที่นี่ก็เพราะข้อเสนอของรุ่นพี่เจิ้ง หวังว่ารุ่นพี่เจิ้งจะทำตามในสิ่งที่ตัวเองพูด”เมื่อตอบคำถามอีกฝ่ายเสร็จ เซี่ยเว่ยหลานจึงผลักประตูก่อนที่จะมีเสียงแทรกขึ้นมาว่า…“ก็เพราะเธอเป็นแบบนี้ไง จางหนานเหอมันถึงไม่อยากมาวุ่นวายกับเธอ ก็เพราะเธอไปให้ความหวังมันเหมือนที่เธอทำกับฉันอยู่นี่ไง!”สิ้นเสียงของคนด้านหลัง เซี่ยเว่ยหลานจึงหลับตาแน่นเพื่อควบคุมสติของตัวเอง‘เพราะฉันใจดีมากเกินไปใช่มั้ย ผู้ชายคนนี้ถึงได้มาทำแบบนี้กับฉัน’ เซี่ยเว่ยหลานลืมตาขึ้นมาพลางกำมือของตัวเองไว้แน่น แววตาของเธอในตอนนี้กลับเปลี่ยนไป ก่อนที่จะหันไปตอบอีกฝ่ายด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ“อย่ามากล่าวหาฉันแบบนี้นะ เจิ้งหู่หลี่!”เซี่ยเว่ยหลานเดินเข้ามาหาเจิ้งหู่หลี่ที่ยืนอยู่ใกล้ๆสระว่ายน้ำ “ฉันไปให้ความหวังคุณเมื่อไหร่ ไหนคุณบอกฉันมาสิเจิ้งหู่หลี่!”เซี่ยเว่ยหลานหยุดอยู่ตรงหน้าเจิ้งหู่หลี่ แววตาของเธอในตอนนี้แตกต่างจากเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง แววตากลมใสไร้ความรู้สึก กลับแข็งกร้าวดุดันได้อย่างน่ากลัว เช่นเดียวกับท่าทางของเซี่ยเว่ยหลานที่เปลี่ยนไปเจิ้งหู่หลี่ชะงักขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อเห็นท่าทีของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า นี่เป็นครั้งแรกที่เจิ้งหู่หลี่ได้เห็นอีกมุมหนึ่งของเซี่ยเว่ยหลาน ผู้หญิงที่ไม่เคยโกรธหรือต่อว่าเขาเลย แต่ดูเหมือนว่าในตอนนี้เธอจะโกรธมากเสียด้วย ที่เขาได้พูดแบบนั้นออกไป“บอกฉันมาสิ! ว่าฉันไปให้ความหวังอะไรคุณบ้างเจิ้งหู่หลี่!”เสียงของเซี่ยเว่ยหลานดังขึ้นมา จนทำให้เจิ้งหู่หลี่ที่อยู่ในอาการชะงักกลับได้สติทันทีที่เขาได้ยินคำถามของเซี่ยเว่ยหลาน เขาจึงรวบรวมสติของตัวเองพลางกลืนน้ำลายก้อนเหนียวๆลงคอ เมื่อสบสายตาของอีกฝ่าย แล้วตอบกลับไปว่า...“เธอไม่เคยโกรธฉัน ไม่เคยต่อว่าฉัน ไม่เคยไล่ฉัน ต่อให้ฉันจะวอแวเธอยังไง เธอก็รักษาน้ำใจฉันเสมอ ตอนแรกฉันก็ดีใจนะ ดีใจที่เธอไม่เคยรำคาญฉัน แต่พอเธอทำแบบนี้กับฉันทุกวัน ฉันถึงได้รู้ตัวว่า…ที่จริงเธอไม่เคยให้ความสำคัญกับฉันเลย”เจิ้งหู่หลี่ได้ระบายสิ่งที่เขาอัดอั้นตันใจมาตลอดให้เซี่ยเว่ยหลานรับฟัง‘ใช่ ฉันไม่ได้ให้ความสำคัญกับคุณมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เจิ้งหู่หลี่ แล้วฉันก็ไม่เคยให้ความหวังกับคุณด้วย’“ไม่เคยโกรธ ไม่เคยต่อว่า ไม่เคยไล่ รักษาน้ำใจ แบบนี้เขาเรียกว่าให้ความหวังหรือคะ”เซี่ยเว่ยหลานขมวดคิ้วขึ้นเมื่อได้เห็นตรรกะของเจิ้งหู่หลี่ที่แสดงออกมา“สำหรับคนที่ต้องการความรักจากอีกฝ่าย มันคือการให้ความหวัง ในมุมมองของเธอมันอาจจะเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับฉัน…ไม่”เจิ้งหู่หลี่เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ เช่นเดียวกับใบหน้าและแววตาของเขาที่ได้แสดงออกมา“ให้ความหวัง หรือว่าคุณคิดไปเองฝ่ายเดียวกันแน่ เจิ้งหู่หลี่”เซี่ยเว่ยหลานตอบกลับอีกฝ่ายทันที หลังจากที่ได้ฟังเจิ้งหู่หลี่ระบายออกมา “ปกติฉันไม่เคยพูดแบบนี้กับใครเลยนะ เพราะฉันไม่อยากมีปัญหา แต่ครั้งนี้ฉันจำเป็นต้องพูดเพื่อให้สติคุณจริงๆ”“คิดไปเองหรอ…หึ!”เจิ้งหู่หลี่รู้สึกตลกกับสิ่งที่เซี่ยเว่ยหลานพูดขึ้นมา เขาหันไปมองทางอื่น ก่อนที่จะหันมามองเซี่ยเว่ยหลานที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา แล้วเดินเข้าไปหาใกล้ๆ‘ผู้ชายคนนี้คิดจะทำอะไร’เซี่ยเว่ยหลานขมวดคิ้วขึ้นมาอีกครั้ง พลางมองเจิ้งหู่หลี่ที่เดินเข้ามาหาเธอเรื่อยๆ จนตัวของเขาแทบจะติดกับตัวของเธอ เขาก้มมองคนตัวเล็กที่อยู่ตรงหน้าพลางพูดขึ้นมาว่า…“รู้มั้ย ว่าฉันทุ่มเทไปกับเธอมากขนาดไหน ผู้หญิงที่ฉันจีบบางคน ฉันยังไม่ลงทุนลงแรงเท่ากับเธอเลย บางคนก็เดินมาหาฉันก่อนซะด้วยซ้ำ”สิ้นเสียงของเจิ้งหู่หลี่ เซี่ยเว่ยหลานจึงเดินถอยหลังกลับไปหนึ่งก้าว พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมาตอบเขา“เพราะฉันไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น คุณไม่ต้องมาเอาฉันไปเหมารวม”“เพราะเธอไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้นไง ฉันถึงพยายามเอาชนะใจเธอก่อนที่จางหนานเหอจะได้ใจเธอไป”“จางหนานเหอ”“ใช่! จางหนานเหอ ในระหว่างที่ฉันพยายามเอาชนะใจเธอ ฉันก็เพิ่งจะรู้ว่าจางหนานเหอมันก็พยายามเอาชนะใจเธอมาก่อนหน้านี้แล้วเหมือนกัน ตอนนั้น…ฉันมั่นใจว่า…ฉันทำให้เธอเลือกฉันแทนที่จะเลือกมันได้”หมับ!เซี่ยเว่ยหลานก้มมองมือของเจิ้งหู่หลี่ ที่เอื้อมมาจับแขนของเธอเบาๆ และท่าทางของเธอในตอนนี้ กลับดูไม่หวาดกลัวเขาเลยสักนิด หนำซ้ำยังคงจดจ้องมองใบหน้าของเขา เหมือนกำลังรับฟังอะไรบางอย่าง“แต่ฉันคิดผิด…”เจิ้งหู่หลี่ค่อยๆยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆเซี่ยเว่ยหลาน แต่อีกฝ่ายกลับไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด “เพราะเธอไม่ได้เลือกใครเลยสักคน”“ก็รู้แล้วนี่คะ”เซี่ยเว่ยหลานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ ผิดกับภายในใจของเธอที่เต้นรัวไปด้วยความหวาดหวั่น“ใช่! ฉันรู้”เจิ้งหู่หลี่ค่อยๆเลื่อนใบหน้าของตัวเองให้ออกห่างจากใบหน้าของเซี่ยเว่ยหลาน “และฉันก็เพิ่งจะมารู้อย่างชัดเจน หลังจากที่จางหนานเหอออกไปจากชีวิตเธอ รู้อย่างชัดเจนว่าเธอก็มีใจให้มันเหมือนกัน”“ฉันไม่เคยคิดอะไรแบบนั้นกับรุ่นพี่จาง”“เธอแน่ใจหรอเซี่ยเว่ยหลาน! ว่าเธอไม่ได้มีใจให้มัน วันๆเธอเอาแต่ยืนอยู่ที่มันเคยยืนรอเธอ ตลอดครึ่งปีมานี้…ในหัวของเธอ ในใจของเธอ คิดถึงมันตลอด ถ้าเธอมีใจให้กับคนอื่นฉันจะไม่ว่าอะไรเลย”เจิ้งหู่หลี่เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ เมื่อนึกถึงเวลาที่ผ่านมาหมับ!เจิ้งหู่หลี่จับแขนอีกข้างหนึ่งของเซี่ยเว่ยหลาน พลางมองแววตาของอีกฝ่ายที่ยังคงนิ่งสงบเช่นเดิม และสายตาของเซี่ยเว่ยหลานในตอนนี้ กลับไร้ความรู้สึก และไม่ได้โกรธเขาเหมือนตอนแรก“แต่ทำไม…ทำไมต้องเป็นจางหนานเหอ! ทำไมต้องเป็นมัน…ทำไมต้องเป็นมันอีกแล้ว! กับคนอื่น…ถ้าไม่มีมันฉันเป็นที่หนึ่งเสมอ แต่กับเธอต่อให้ไม่มีมัน มันก็เป็นที่หนึ่งสำหรับเธอเสมอ ทำไมต้องเป็นมัน ทำไมต้องเป็นฉันที่ต้องแพ้มันด้วย”“แพ้อย่างนั้นหรอ…”เซี่ยเว่ยหลานขมวดคิ้วขึ้นมาอีกครั้ง พลางปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆที่เจิ้งหู่หลี่ได้ระบายออกมา“ใช่…แต่มันก็แค่เรื่องนี้เท่านั้น”เจิ้งหู่หลี่ยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ก่อนที่จะปล่อยแขนทั้งสองข้างของเซี่ยเว่ยหลาน“หมายความว่าอะไร”“ก็หมายความว่า ถึงยังไง…จางหนานเหอก็ไม่มีทางกลับมาหาเธออยู่ดี ตอนที่มันรักเธอ เธอก็ไม่ได้รู้สึกตัวมากพอที่จะรู้ว่าตัวเองรักใคร แต่พอมันไป เธอก็เพิ่งจะรู้ตัวว่าเธอแคร์มันมาก รักมันมาก นี่แหละ…ผลตอบแทนที่มันให้กับเธอ ผลตอบแทนกับความโลเลของเธอ”เจิ้งหู่หลี่แสยะยิ้มขึ้นมาทันที เมื่อเห็นสีหน้าของเซี่ยเว่ยหลานกลับถอดสี เมื่อเขาพูดถึงจางหนานเหอ‘ผลตอบแทนของจางหนานเหออย่างนั้นหรอ’เซี่ยเว่ยหลานขมวดคิ้วขึ้นมา หลังจากฟังสิ่งที่เจิ้งหู่หลี่พูดออกมา ‘ความรักที่เพิ่งจะรู้สึกหรอ’“ฉันกับจางหนานเหอเราเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน มันก็ไม่ต่างอะไรกับฉันหรอก ถ้ามันทำให้เธอรักมันได้ ฉันก็ทำให้เธอรักฉันได้เหมือนกัน”“ไม่…ไม่มีทาง!”สิ้นเสียงของเจิ้งหู่หลี่ เซี่ยเว่ยหลานจึงตอบกลับไปทันที โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการคิดไตร่ตรอง “ต่อให้คุณกับเหล่าจาง[22] จะเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน แต่คุณกับเขาก็ไม่เหมือนกัน”“นี่ไง…ก็เห็นชัดอยู่ว่าเธอรักมัน เธอถึงได้ปกป้องมันขนาดนี้ มาจนถึงตอนนี้เธอยังจะปากแข็งอีกหรอ เซี่ยเว่ยหลาน เธอนี่มันโลเลไม่ยอมเลือกจริงๆ”สิ้นเสียงของเจิ้งหู่หลี่ คำพูดของเขาทั้งหมดมันทำให้เธอนึกถึงคำพูดของเซี่ยหยาง ที่พูดกับเธอเอาไว้เมื่อตอนบ่าย คำพูดที่เซี่ยหยางได้พลั้งปากพูดออกมา คำพูด…ที่มีความหมายไม่ได้แตกต่างกันเลย“ใช่ เราสามคนมีความเด่นชัดแตกต่างกัน ฉันเด่นชัดในเรื่องความเด็ดขาด แต่เธอกลับเด่นชัดในเรื่องโลเล สับสน เพราะเธอไม่ชัดเจนแบบนี้ไงเขาถึง…”“เพราะฉันโลเล ไม่ชัดเจนใช่มั้ย คุณถึงได้คิดว่าฉันให้ความหวังคุณ”เซี่ยเว่ยหลานสูดลมหายใจเข้าออกเบาๆ ก่อนที่จะตัดสินใจตอบอีกฝ่ายกลับไป“ได้…ฉันยอมรับ ว่าฉันชอบจางหนานเหอ ฉันชอบเขา ฉันมารู้ตัวหลังจากที่เขาจากไป พอคุณพูดแบบนี้ มันก็ยิ่งทำให้ฉันรู้ว่า ฉันไม่มีทางลืมจางหนานเหอได้เลย เพราะฉันรักเขามาก รักมากเกินกว่าที่ฉันจะลืมเขาได้ ตอนนี้คุณก็ได้คำตอบแล้ว ก็เลิกยุ่งกับฉันซะ!”เซี่ยเว่ยหลานเอ่ยขึ้นมาด้วยแววตาที่แข็งกร้าว แต่ดวงตาของเธอกลับเอ่อนองไปด้วยน้ำตา เมื่อพูดถึงจางหนานเหอ ก่อนที่เธอจะเดินถอยหลังไปสองสามก้าวแล้วหันหลังกลับไปหมับ!แต่สุดท้ายเจิ้งหู่หลี่กลับคว้าแขนเธอเพื่อรั้งเอาไว้อีกครั้ง เซี่ยเว่ยหลานมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่ไม่พอใจ ผิดกับอีกฝ่ายที่ดูมีความสุขเป็นพิเศษ เมื่อเห็นสีหน้าของเธอ“แน่นอน…ฉันจะเลิกยุ่งกับเธออย่างแน่นอน และก็…”เจิ้งหู่หลี่แสยะยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะจับแขนของเซี่ยเว่ยหลานอีกข้างหนึ่งขึ้นมา “จะทำให้จางหนานเหอไม่มีทางมายุ่งกับเธอได้อีก”สิ้นเสียงของเจิ้งหู่หลี่ เซี่ยเว่ยหลานชะงักขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินคำตอบของเขา“ทำไมคุณถึงทำแบบนี้ เจิ้งหู่หลี่”“เรื่องนี้มันเป็นสิทธิ์ของฉัน และหลังจากนั้นฉันจะทำให้เธอกลับมารักฉัน โดยที่ฉันไม่ต้องลงมือทำอะไรเลย”“ไม่มีทาง…ฉันไม่มีทางรักคุณ!”“เธอรักจางหนานเหอได้ เธอก็ต้องรักฉันได้เหมือนกัน เซี่ยเว่ยหลาน”“ตรรกะอะไรของคุณเนี่ย เจิ้งหู่หลี่!”เซี่ยเว่ยหลานขมวดคิ้วขึ้นมา แทนที่เธอจะโกรธกลับรู้สึกรำคาญกับความคิดของเขาเสียแทน “ฟังฉันนะ เจิ้งหู่หลี่ ที่คุณระบายออกมาทั้งหมดให้ฉันฟัง มันไม่มีเค้าว่าคุณรักฉันเลยนะ”“ฉันรักเธอ”เจิ้งหู่หลี่ยังคงยืนยันกับความรู้สึกของตัวเองเช่นเดิม สีหน้าของเขาในตอนนี้กำลังพยายามทำให้เซี่ยเว่ยหลานเชื่อว่าเขารู้สึกเช่นนั้นจริงๆ“ไม่”เซี่ยเว่ยหลานส่ายหน้าขึ้นมา เมื่อได้ฟังคำยืนยันจากเขา “คุณไม่ได้รักฉัน คุณรักตัวเองต่างหากเจิ้งหู่หลี่ ที่ผ่านมาคุณไม่ได้รักฉันเลย คุณแค่ต้องการเอาชนะฉัน เพราะฉันไม่สนใจคุณ คุณเกลียดจางหนานเหอ คุณถึงได้คิดที่จะใช้ฉันมาทำร้ายจางหนานเหอ คุณเห็นฉันเป็นแค่เครื่องมือเท่านั้น!”“ไม่จริง!”เจิ้งหู่หลี่ส่ายหน้าเพื่อยืนยันคำตอบกับเซี่ยเว่ยหลาน“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!”เซี่ยเว่ยหลานเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าที่จริงจัง ผิดกับเจิ้งหู่หลี่ที่ขมวดคิ้วขึ้นมาด้วยความแปลกใจ เมื่อมองมือของตัวเองที่จับแขนของเซี่ยเว่ยหลานอยู่“ปล่อยไม่ได้!”เจิ้งหู่หลี่ตอบกลับไปพลางมองมือของตัวเอง ที่ยังคงจับแขนของเซี่ยเว่ยหลานอยู่“นี่คุณคิดจะทำอะไรน่ะเจิ้งหู่หลี่ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!”เซี่ยเว่ยหลานมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ เธอพยายามสลัดแขนตัวเองให้พ้นจากพันธนาการของเจิ้งหู่หลี่ ก่อนที่จะขมวดคิ้วขึ้นมา‘หอมจัง กลิ่นเหมือนน้ำหอมของเหล่าจางเลย’เซี่ยเว่ยหลานครุ่นคิดเมื่อได้กลิ่นประหลาดที่ลอยเข้ามาเตะจมูก เธอหลับตาแน่นเมื่อมีอาการประหลาดเข้ามาครอบงำสีหน้าที่ดูมึนงงขึ้นมาเล็กน้อย พลางส่ายหน้าเบาๆเพื่อเรียกสติให้กับตัวเอง แต่ดวงตาของเธอกลับพร่ามัวลงเรื่อยๆ ก่อนที่จะหันไปมองอีกฝ่ายที่อยู่ตรงหน้าในตอนนี้ กลายเป็นภาพทับซ้อนเลือนลางไปหมด“นี่นายทำอะไรฉันเจิ้งหู่หลี่!”เซี่ยเว่ยหลานในตอนนี้อยู่ในสภาพที่ไม่ค่อยได้สติเท่าไหร่นัก หากเจิ้งหู่หลี่ปล่อยแขนของเธอ เธอคงไม่สามารถพยุงตัวเองได้อย่างแน่นอน เพราะอาการประหลาดได้เข้ามาครอบงำตัวเธอ จนดูคล้ายกับคนมึนเมา “ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!”“ปล่อยไม่ได้ ฉันปล่อยแขนเธอไม่ได้!”เจิ้งหู่หลี่พูดจบด้วยน้ำเสียงที่ดูเหลือเชื่ออะไรบางอย่าง เซี่ยเว่ยหลานยังไม่ทันจะได้พูดอะไร เจิ้งหู่หลี่ก็ดึงแขนของเซี่ยเว่ยหลานเพื่อดันตัวของเธอ ให้โผเข้ามาสู่อ้อมอกของตัวเอง แล้วกอดตัวของเซี่ยเว่ยหลานเอาไว้“ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ เจิ้งหู่หลี่!”น้ำเสียงของเซี่ยเว่ยหลานแหบพร่าราวกับคนไม่มีแรงจะพูด เธอหายใจเร็วและแรงทั้งๆที่ร่างกายแทบจะไม่มีแรงเหลือเลยสักนิดร่างกายของเธอในตอนนี้ แทบจะไม่ต่างอะไรกับคนที่มึนเมาสุรา ถึงแม้ว่าเธอแทบจะไม่มีแรง แต่เธอก็พยายามดิ้นเพื่อให้ตัวเองพ้นจากพันธนาการของเจิ้งหู่หลี่ ก่อนที่เธอจะรวบรวมกำลังสุดท้ายของตัวเองทั้งหมด แล้วผลักตัวของเจิ้งหู่หลี่ให้ออกห่าง จนตัวของเจิ้งหู่หลี่กระเด็นลงบนพื้นกรึก!เสียงข้อเท้าของเซี่ยเว่ยหลานดังขึ้นมา เนื่องจากการทรงตัวที่ผิดปกติ ในที่สุดสิ่งที่ไม่คาดฝันก็ได้เกิดขึ้นกับเธอ เมื่อตัวของเธอหงายหลังจนไม่สามารถทรงตัวไม่ให้เซไปไหนได้ ซ้ำร้ายอาการมึนเมาประหลาดนั้นกลับทำให้เธอแย่ลงสายตาของเธอที่พร่ามัวพลางเหลือบไปมองสระว่ายน้ำที่อยู่ด้านหลังตัวเอง ด้วยสีหน้าที่มึนเมาและไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวอะไร แต่ภายในใจของเธอกลับตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เธอก็รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปนี้________________________________________________________[21] รายการ Ghost Hunters คือ รายการเรียลลิตี้อาถรรพ์ล่าผีของสหรัฐอเมริกา โดยเน้นเรื่องของวิทยาศาสตร์เป็นหลัก[22] เหล่าจาง (老张) คำว่า 老 มักจะวางไว้หน้านามสกุลเพื่อใช้เป็นชื่อเรียกบุคคลที่อาวุโสกว่า แสดงถึงความสนิทสนมและความเคารพ คำว่า 张 เป็นนามกุล ในที่นี้ แปลว่า พี่จาง นั่นก็คือ จางหนานเหอ