END คุณหนูวายร้าย [ มันตา ]

    บทที่ 9 [ 3 ]

            เสียเวลาไปราวครึ่งชั่วโมงเมื่อสองแรงแข็งขันช่วยกันเก็บกวาดข้าวของที่ตกเกลื่อนกลาดในห้องนอนหลายจุดโดยที่แมวเก็บสีหน้าความสงสัยไว้ไม่อยู่ ว่าเหตุใดคุณหนูผู้เย่อหยิ่งถึงยอมศิโรราบเก็บห้องนอนตามคำพูดของคืนฉายแต่กระนั้นเ๽้าหล่อนก็หาได้กล้าเอ่ยปากถาม เพราะเกรงว่าจะเจอลูกหลง


                    ปรีดิ์รติหันไปมองบอดีการ์ดสุดกวนกำลังยืนพิงอยู่กรอบประตูด้วยมาดขึงขัง แสดงท่าทีข่มว่าครั้งนี้เขาเป็๲ฝ่ายชนะซึ่งหล่อนเองก็ไม่เข้าใจสักนิด ว่าเป็๲เพราะเหตุใดหล่อนถึงพ่ายให้กับผู้ชายที่ตนมองว่าอยู่ต่ำกว่า


                    หญิงสาวซับหน้า เติมแป้งจนเนียนลงสีลิปสติกที่ปากซ้ำจนฉ่ำ สำรวจความเรียบร้อยของเสื้อผ้าแล้วคว้ากระเป๋าสะพายขึ้นคล้องไหล่ หันไปมองที่ประตู คืนฉายยกนิ้วโป้งให้พร้อมกับค้อมศีรษะอย่างนอบน้อม ทำเอาหล่อนแปลกใจอยู่ครามครัน


                    ไม่รู้ว่านายนั่นจะมาไม้ไหน...แต่อย่าหวังเลยว่าแค่ยกนิ้วก้มหัว แล้วจะทำให้ฉันใจอ่อนกับสิ่งที่นายจงใจแกล้ง!


                    เดินผ่านกรอบประตูไปแล้วหล่อนจึงหันไปบอกกับสาวรับใช้ “แมวบอกลุงจืด เตรียมรถไว้ให้ฉันด้วย”


                    แมวทำท่าจะหยิบรองเท้าส้นสูงสีเหลืองซึ่งวางไว้แต่แรก นำลงไปให้อย่างเคย...แต่คุณหนูรีบพูดเนิบๆ “รองเท้าวางไว้ตรงนั้นล่ะ”


                    สาวใช้ทำหน้างงๆแต่ก็เดินลงไปชั้นล่างโดยดี...ปรีดิ์รติจึงหันไปออกคำสั่งกับชายหนุ่มซึ่งยืนทำเป็๞ไม่รู้ไม่ชี้ด้วยมาดแบบนี้นั่นล่ะ ยิ่งเห็นก็ยิ่งโมโหคืนฉายไม่มีคราบนักคุ้มกันแบบบอดีการ์ดที่ผ่านมาของบิดาสักรายเขาเป็๞คนแหกกฎทุกอย่าง ไม่วางตัวอยู่ในกรอบที่ต้องเข้ม ยืนสงบปากสงบคำรู้จักเว้นระยะระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง แต่นี่กระไร เขาทำตรงข้ามหมด


                    หล่อนจึงอดไม่ได้ จิกตามองเขม้น “รองเท้าของฉันนายเอาลงไปให้ด้วย”


                    หญิงสาวไม่รอฟังคำโต้ตอบของเขาเพราะรู้ว่าเ๽้าตัวต้องไม่ยอมทำตามแน่...แต่ความหมั่นไส้ปนฉิวบวกกับความคับแค้นในอกที่ไม่สามารถต่อกรกับเขาได้ จึงหวังระบายอออกแม้เป็๲เพียงสิ่งเล็กน้อย...ดังนั้นจึงเดินตัวปลิว ก้าวยาวๆไปถึงเชิงบันไดจ้ำพรวดทีละขั้นอย่างรวดเร็ว


                    เมื่อลงมาถึงชั้นล่างเงยหน้าขึ้นมอง คืนฉายยืนอยู่บนสุดของขั้นบันได ในมือเขาว่างเปล่าไม่ได้หยิบรองเท้าคู่นั้นติดมือมาด้วย หล่อนจึงตวาดเสียงดัง


                    “ทำไมนายไม่ถือรองเท้าของฉันมาด้วย”


                    เขาไม่ได้ปุบปับตอบแต่ก้าวลงบันไดอย่างช้าๆ เมื่อมายืนในระยะประชิด จึงพูดเสียงเบาอย่างสุภาพทั้งที่แววตากำลังเยาะ “ผมไม่ใช่คนใช้นี่ครับ รับค่าจ้างเป็๞แค่บอดีการ์ด...แล้วก็...” เขาวางท่ายึกยัก “ยอมรับคำเรียกขานที่คุณหนูตั้งให้ว่าคุณชายรักความสะอาด”


                    คืนฉายไม่สนใจอาการกระทืบเท้าเต้นเร่าๆจะเป็๲จะตายของคุณหนู เดินไปคอยอยู่นอกประตูอย่างใจเย็น


                    ปรีดิ์รติจึงได้แต่เม้มปากแน่นเห็นทีจะต้องฝากความหวังของวันนี้ เอาไว้ที่เก้งกับกวางเสียแล้ว...คอยดูนะนายจะต้องเข่าอ่อนเพราะสองคนนั้น

    ...........................................