ASTERRA
ภาค I — ดาวดวงแรกแห่งเซเลสเทรีย
ตอนที่ 02 — ชีวิตอีกครั้ง (2)
เสียงฝีเท้าดังขึ้นหลังประตูไม่นานนัก
ครั้งนี้คนที่เข้ามาก่อนคือชายร่างสูง ผมสีขาวเทาเช่นเดียวกับเขา เพียงเข้มขึ้นเล็กน้อยตามวัย ใบหน้าคมมีร่องรอยของคนที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ตัดสินใจเื่ยากมากกว่าพูดเื่ง่าย เสื้อคลุมสีเข้มยิ่งขับให้ท่าทางเคร่งขรึม
เซลีนเดินตามเข้ามา
ลูเซียนไม่ต้องเดาว่าชายคนนี้เป็ใคร
ความคล้ายกันชัดเกินไป
ชายคนนั้นหยุดอยู่ปลายเตียง สายตากวาดั้แ่ใบหน้า ลำคอ แขน จนถึงแก้วน้ำข้างเตียง ราวกับตรวจว่าทุกอย่างยังอยู่ในตำแหน่งที่ควรอยู่
จากนั้นจึงถาม
“เวียนหัวหรือไม่”
ไม่ใช่คำถามที่ลูเซียนคาดไว้
“เล็กน้อย”
“เจ็บตรงไหน”
“ชายโครงด้านซ้าย”
ชายคนนั้นหันไปมองเซลีน
“ตรงกับที่หมอบอก”
“ข้าบอกแล้วว่าอย่าเพิ่งให้เขาลุก”
“พ่อไม่ได้ให้เขาลุก”
เซลีนหันมามองลูกชาย
ลูเซียนเลือกก้มมองแก้วน้ำข้างเตียงแทน
“เห็นหรือยัง” เธอถาม
ชายตรงหน้าเงียบไปครู่หนึ่ง
“อย่างน้อยก็ยังดื้อเหมือนเดิม”
ลูเซียนเงยหน้าขึ้นมองเขา
เซลีนเบือนหน้าไปอีกทาง แต่ไม่ทันซ่อนรอยยิ้ม
บรรยากาศในห้องคลายลงเล็กน้อย
ชายคนนั้นดึงเก้าอี้มานั่งข้างเตียง
“ข้าคือแกร์ริก เวลมอนต์”
ลูเซียนมองเขา
“พ่อของข้า?”
“ใช่”
ไม่มีความะเืใจบนใบหน้าเหมือนเซลีน แต่ลูเซียนสังเกตเห็นมือที่วางอยู่บนเข่า กำแน่นเกินไปเล็กน้อย
“แม่บอกว่าเ้าจำพวกเราไม่ได้”
“ข้าจำไม่ได้”
แกร์ริกพยักหน้าช้า ๆ
“ไม่เป็ไร อย่าฝืนตัวเอง ถ้าจำไม่ได้ก็ปล่อยมันไว้ก่อน”
ลูเซียนมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง
“พวกท่านยอมรับเื่นี้ง่ายกว่าที่ข้าคิด”
“เ้าอยากให้พ่อทำอย่างไร”
คำถามนั้นตรงจนลูเซียนเงียบไป
“ถามข้าไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะจำได้ อย่างน้อยก็น่าจะมีคำถาม”
“มี”
“แต่ท่านไม่ถาม”
“ตอนนี้ไม่ถาม”
แกร์ริกตอบโดยไม่ลังเล
“หมอบอกว่าสมองและกระแสเวทของเ้าได้รับความเสียหายหนัก การฝืนความทรงจำอาจทำให้อาการแย่ลง”
กระแสเวท
ลูเซียนเก็บคำนั้นไว้โดยไม่แสดงสีหน้า
อีกหนึ่งสิ่งสำหรับรายการ
“ข้าหมดสติไปนานแค่ไหน”
“หลายวัน”
“เกิดอะไรขึ้น”
คราวนี้เซลีนกับแกร์ริกมองกัน
เพียงครู่เดียว
แต่เขาเห็น
แกร์ริกเป็ฝ่ายตอบ
“เ้าได้รับาเ็”
“จากอะไร”
“เื่นั้นค่อยพูดเมื่อเ้าดีขึ้น”
ลูเซียนขมวดคิ้ว
“ท่านกำลังเลี่ยงคำถาม”
“ใช่”
ความตรงของคำตอบทำให้เขาชะงัก
“และพ่อจะเลี่ยงต่อไปจนกว่าหมอจะบอกว่าเ้าพร้อม”
“ถ้าข้าไม่เห็นด้วยล่ะ”
แกร์ริกเหลือบมองเขาั้แ่ศีรษะจรดเท้า ก่อนสายตาจะหยุดที่ขาซึ่งเพิ่งพาเ้าตัวเกือบล้มไปเมื่อไม่นานมานี้
“อย่างน้อยก็รอให้เ้าเดินข้ามห้องโดยไม่เกือบล้มเสียก่อน แล้วพ่อค่อยฟังเ้าคัดค้าน”
ลูเซียนเงียบ
เซลีนเบือนหน้าไปอีกทางอีกครั้ง
“เข้าใจแล้ว”
“ดี”
แกร์ริกเอื้อมไปหยิบแก้วน้ำบนโต๊ะส่งให้
“ดื่มน้ำเสียหน่อย”
ลูเซียนรับมาโดยอัตโนมัติ
น้ำอุ่นพอดี
เขามองแก้วในมือ ก่อนพลิกดูฐาน ที่นั่นมีอักขระเล็ก ๆ ฝังอยู่ในโลหะรอบก้นแก้ว แสงบาง ๆ วิ่งผ่านเส้นเ่าั้แล้วค่อยดับไป
“มันอุ่นอยู่ตลอดหรือ”
แกร์ริกเลิกคิ้ว
“แก้วเก็บอุณหภูมิ”
ลูเซียนมองอักขระอีกครั้ง
“เวทมนตร์?”
ความเงียบเกิดขึ้นในห้อง
เซลีนมองแกร์ริก
แกร์ริกมองเขา
ลูเซียนถอนหายใจ
“ข้าเดาว่านี่ก็เป็อีกเื่ที่ข้าควรจำได้”
“ใช่” เซลีนตอบอย่างระมัดระวัง
เขามองแก้วในมืออีกครั้ง
แปลกดี
ในบรรดาสิ่งที่เกิดขึ้นั้แ่ลืมตา การยืนยันว่าเวทมนตร์มีอยู่จริงกลับเป็เื่ที่สมองยอมรับได้ง่ายกว่าการมีพ่อแม่ที่เขาจำไม่ได้
อย่างน้อยแสงในผลึกก็ไม่คาดหวังให้เขารู้สึกอะไรตอบ
“ลูเซียน”
เขาเงยหน้า
แกร์ริกกำลังมองเขาอยู่
“ไม่ว่าเ้าจะจำอะไรได้หรือไม่ได้ ตอนนี้ไม่ต้องพยายามหาคำตอบทั้งหมด”
“ท่านพูดเหมือนรู้ว่าข้ากำลังพยายาม”
แกร์ริกมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง
“พ่อเลี้ยงเ้ามายี่สิบปี”
คำตอบเรียบง่ายจนลูเซียนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
“ถึงข้าจะจำพวกท่านไม่ได้?”
“เ้าจำพ่อไม่ได้ ไม่ได้แปลว่าพ่อจะจำลูกตัวเองไม่ได้”
ไม่มีน้ำเสียงอ่อนโยนเป็พิเศษ ไม่มีรอยยิ้ม และไม่มีความพยายามทำให้ประโยคนั้นสำคัญกว่าที่มันเป็
แกร์ริกเพียงพูดเหมือนกำลังบอกข้อเท็จจริง
ลูเซียนก้มมองแก้วในมือ
คราวนี้เขาไม่มีคำตอบจริง ๆ
เซลีนแตะแขนสามีเบา ๆ
“ให้ลูกพักเถอะ”
แกร์ริกพยักหน้าแล้วลุกขึ้น
ก่อนออกจากห้อง เขาหยุดตรงประตู
“และลูเซียน”
ลูเซียนเงยหน้า
“ว่าอย่างไร”
สายตาของแกร์ริกเลื่อนไปยังกระจก ก่อนกลับมาที่เขา
“ถ้าอยากรู้อะไร เรียกคนมา”
เขาหยุดนิดหนึ่ง
“ไม่ต้องลองทุกอย่างด้วยตัวเอง”
เซลีนหัวเราะเบา ๆ เป็ครั้งแรก
“พูดไปก็เท่านั้น”
แกร์ริกไม่ได้ตอบ แต่บางอย่างตรงมุมปากคล้ายเกือบเป็รอยยิ้ม
ทั้งสองออกไป
ลูเซียนอยู่คนเดียวอีกครั้ง
ห้องกลับมาเงียบ แต่ไม่เหมือนตอนที่เขาเพิ่งตื่น
ตอนนั้นทุกอย่างเป็สิ่งแปลกปลอม
ตอนนี้ห้องยังไม่คุ้นเคย เตียงยังไม่ใช่เตียงที่เขาจำได้ ชื่อบนปากยังเป็ชื่อที่มีประวัติซึ่งเขาไม่รู้ และนอกประตูมีคนสองคนซึ่งเรียกตัวเองว่าพ่อกับแม่
แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาเริ่มแน่ใจ
คนเ่าั้ไม่ได้มองเขาเหมือนคนแปลกหน้าเลย
ลูเซียนวางแก้วลง
สายตาเลื่อนไปยังหน้าต่าง
เขาควรนอน
แกร์ริกพูดถูก
เซลีนก็คงเห็นด้วย
ลูเซียนมองหน้าต่างอีกครั้ง
ก่อนถอนหายใจเบา ๆ
“แค่หน้าต่าง”
ไม่มีใครอยู่ในห้องให้เถียงด้วย
เขาเลื่อนตัวลงจากเตียงอีกครั้ง คราวนี้ช้ากว่าเดิมมาก และยอมใช้เสาเตียงช่วยพยุงโดยไม่พยายามรักษาศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่มากนัก
เมื่อถึงหน้าต่าง เขาไม่ได้เปิดมัน เพียงดึงม่านออกให้กว้างขึ้น
โลกด้านนอกปรากฏต่อหน้า
ลูเซียนนิ่งไป
คฤหาสน์ตั้งอยู่บนพื้นที่สูง มองลงไปเห็นเมืองทอดตัวตามแนวเนิน ถนนกว้างตัดผ่านอาคารหลังคาสูงซึ่งสร้างจากหินสีเทาเข้ม บางส่วนเชื่อมกันด้วยสะพานโค้ง ด้านไกลออกไปคือแนวูเาซึ่งยอดยังมีหิมะปกคลุม แม้พื้นที่ต่ำจะเริ่มมีสีเขียวของต้นฤดูใบไม้ผลิ
ควันสีขาวบางลอยออกจากปล่องหลายแห่งและถูกลมพัดเอียงไปในทิศเดียวกัน
แต่สิ่งที่ทำให้เขาหยุดมองไม่ใชู่เา
บนถนนสายหนึ่ง รถโดยสารคันยาวกำลังเคลื่อนผ่านทางแยกโดยไม่มีสัตว์ลาก ตัวรถลอยเหนือพื้นเล็กน้อย แสงสีฟ้าจากอักขระใต้ท้องรถกะพริบทุกครั้งที่มันเปลี่ยนทิศ
ไกลออกไปเหนือหลังคา เงาขนาดใหญ่เคลื่อนผ่านท้องฟ้า
ลูเซียนเงยหน้าตาม
สิ่งมีชีวิตมีปีกกว้างบินผ่านยอดหอคอย รูปร่างของมันไม่ตรงกับสัตว์ชนิดใดในความทรงจำของเขา และบนหลังของมันมีคนคนหนึ่งนั่งอยู่
เพียงไม่กี่อึดใจ ทั้งคู่ก็หายไปหลังแนวอาคาร
ลูเซียนยังคงยืนอยู่ตรงหน้าต่าง
สิ่งที่เห็นไม่ได้เหมือนฉากจากอดีต และไม่ใช่อนาคตแบบใดที่โลกของเขาน่าจะเดินไปถึง
มันเป็อย่างอื่น
โลกที่มีถนน เมือง บ้าน ผู้คน และชีวิตประจำวันเหมือนโลกใด ๆ เพียงแต่กฎบางอย่างไม่เหมือนเดิม
แสงจากผลึก
แก้วที่รักษาความร้อนด้วยอักขระ
คำว่าเวทมนตร์ซึ่งพ่อแม่ของเขารับฟังเหมือนเขาเพิ่งถามว่าน้ำคืออะไร
และสิ่งมีชีวิตที่เพิ่งบินผ่านท้องฟ้า
ลูเซียนยกมือแตะกระจกเย็น
เขายังไม่รู้ว่ามาที่นี่ได้อย่างไร ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตที่จำได้ และไม่รู้ว่าความคุ้นเคยประหลาดซึ่งเกิดขึ้นเป็ครั้งคราวหมายถึงอะไร
แต่เมื่อมองเมืองเบื้องล่าง คำถามเ่าั้กลับเงียบลงชั่วขณะ
รถไร้สัตว์ลากเลี้ยวหายไปหลังอาคารหลังหนึ่ง ขณะที่เงาของสิ่งมีชีวิตมีปีกทอดผ่านยอดหอคอยอีกครั้ง
โลกนี้เป็อย่างไร?
เป็ครั้งแรกั้แ่ลืมตา ความระแวงไม่ได้เป็สิ่งเดียวที่อยู่ในใจเขา
มีความอยากรู้แทรกเข้ามาด้วย
บางทีแกร์ริกอาจพูดถูก เขาไม่จำเป็ต้องเข้าใจทุกอย่างในวันนี้
อย่างน้อยมีข้อเท็จจริงสามอย่างที่ปฏิเสธไม่ได้
เขายังมีชีวิต
มีคนสองคนอยู่หลังประตูที่เรียกเขาว่าลูก
และข้างนอกหน้าต่างมีโลกทั้งใบที่เขายังไม่รู้จัก
ลูเซียนปล่อยม่านกลับเข้าที่
เขายังไม่รู้ว่าที่นี่คือบ้านของเขาหรือไม่
แต่ก่อนจะตัดสินเื่นั้น—
เขาอยากรู้จักโลกใบนี้ให้มากกว่านี้เสียก่อน
• • •