โจวจินเยว่ เป็ผู้บัญชาการราชองครักษ์แห่งวังหลวง มีตำแหน่งใหญ่ที่สุดในกองราชองครักษ์ อีกทั้งเป็องค์ชายรอง มีตำแหน่งฉินอ๋อง นั่งชมการประลองอยู่บนเก้าอี้ที่ถูกจัดไว้สำหรับผู้สูงศักดิ์ที่เข้าร่วมชมการคัดเลือกทหารองครักษ์ในครั้งนี้ ข้าง ๆ เขาคือ จิ้นอ๋อง โจวเหิงเยว่ ที่มีศักดิ์เป็น้องชายเขามานั่งชมอยู่ข้าง ๆ และแน่นอนว่าสายตาของผู้สูงศักดิ์ทั้งคู่บัดนี้ถูกคุณชายผู้หนึ่งดึงดูดสายตาจนจ้องมองตาแทบไม่กระพริบ
สายตาของทั้งคู่ไม่ใช่สายตาเฉยชาอย่างที่เคยเป็ กลับมีการสั่นไหวอยู่ในดวงตา ั์ตาสีนิลยามที่มองไปยังบุรุษที่กำลังหลบหลีกคู่ต่อสู้บนเวทีประลองนั้นดูต่างออกไปจนเดาไม่ออกว่ากำลังคิดอย่างไร
"คุณชายที่หน้าเหมือนกันสองคนนั่นเป็ใครกัน" โจวเหิงเยว่ ถามองค์รักษ์ที่ยืนใกล้ ๆ
"ผู้ที่อยู่บนเวที คือฟ่านหนิงเหอเป็บุตรชายคนเล็กของนายอำเภอเมืองอิงโตว ที่ยืนอยู่ข้างเวทีหน้าตาเหมือนกันนั่นฟ่านหนิงเทียนเป็พี่ชายฝาแฝดขอรับ"
แล้วคนที่เขาเจอที่ริมแม่น้ำวันนั้นเป็ฟ่านหนิงเหอหรือว่าฟ่านหนิงเทียนกันนะ โจวเหิงเยว่ใช้ความคิดพิจารณากลับแยกไม่ออกว่าคนที่เขาเจอครั้งก่อนคือผู้ใดกันแน่ จึงจ้องไปยังทั้งคู่ที่หน้าตาเหมือนกัน แถมยังใส่ชุดละม้ายคล้ายคลึงกันมาก จนแทบจะแยกไม่ออก
ต่างกับโจวจินเยว่ ผู้เป็พี่ชายเขามั่นใจั้แ่คราแรกที่เห็นว่าคุณชายที่เต้นหลบไปหลบมาบนเวทีคนนั้นคือคนที่เขาเจอยืนชมจันทร์อยู่บนสะพาน
เมื่อคืนอย่างแน่นอน เพียงแค่สงสัยว่าทำไมถึงไม่เข้าต่อสู้กับคู่ประลองทั้งที่เมื่อคืนเขาเห็นคุณชายผู้นั้นจัดการนักเลงตัวโตให้ลงไปนอนกับพื้นเพื่อช่วยสาวน้อยภายในไม่กี่กระบวนท่า
"ข้าอยากดูข้อสอบของผู้เข้าสอบที่ชื่อฟ่านหนิงเหอเอามาให้ข้าที่ห้องอักษรด้วย" เขาจึงออกคำสั่งองครักษ์คู่กายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
"พะย่ะค่ะฉินอ๋อง"
ในที่สุดเมื่อหลบจนเหนื่อย ฟ่านหนิงเหอจึงทำเหมือนหลบพลาดหล่นลงไปยืนข้างเวทีประลองเสียอย่างนั้น แล้วโค้งคำนับให้คู่ต่อสู้ ที่บัดนี้ยืนงงว่าตนเองชนะได้อย่างไรทั้ง ๆ ที่ยังไม่แตะโดนตัวคู่ต่อสู้ ที่ขยันวิ่งหลบให้เขาวิ่งไล่จนโมโห อยู่ดี ๆ ก็หล่นลงไปข้างเวทีเสียอย่างนั้น
ฟ่านหนิงเหอเดินเข้ามาหาฟ่านหนิงเทียนกับฮุ่ยิที่ยืนทำหน้าเสียดายอยู่ข้างเวที
"เ้าชนะอีกแค่รอบเดียวเ้าก็จะได้เข้ารอบเหมือนข้ากับหนิงเทียน..น่าเสียดายจริง ๆ"
"ข้าไม่มีวรยุทธ์จะเอาอะไรไปสู้พี่่กล้ามใหญ่บนเวทีนั่นได้ เข้าถึงรอบนี้ได้แค่บิดาข้าไม่ตีข้าให้ขาหัก ข้าก็พึงพอใจแล้ว"
"เ้าหลบหลีกเก่งจะตาย เ้าหลบจนพี่กล้ามใหญ่สองคนหล่นจากเวทีมาแล้วสองรอบจนชนะ ครั้งนี้น่าเสียดายจริง ๆ"
"ไม่เป็ไรหรอกถึงข้าไม่ได้เป็องครักษ์เ้าก็ไปหาข้าที่เมืองอิงโตวได้เสมอนะ"
ฮุ่ยิที่อยากให้ฟ่านหนิงเหอเข้ารอบไปด้วยกันถึงกับทำหน้าเบื่อโลกขึ้นมา เขาอยากให้สหายผู้นี้ได้เข้าไปเป็ทหารองครักษ์ด้วยกันในวังจริง ๆ ชีวิตเขาคงมีสีสันทุกวันแน่นอน
วันถัดมาเป็การประกาศผลการสอบซึ่งผลเป็ไปตามคาด ฟ่านหนิงเทียนกับฮุ่ยิผ่านฉลุยได้เข้าเป็ทหารองครักษ์ของวังหลวง ซึ่งจะเรียกตัวเข้าฝึกอีกครึ่งเดือนข้างหน้า
ฟ่านหนิงเหอเดินทางกลับจวนด้วยอารมณ์หลากหลาย ดีใจที่ได้กลับไปใช้ชีวิตอิสระ ได้กลับไปเป็คุณชายขายสุราอีกครั้ง แต่อีกใจเขาก็คงจะต้องทำใจเพราะหนิงเทียนจะต้องเข้าวัง เขาคงไม่มีใครคอยปกป้องยามบิดาจะฟาดก้นอีกแล้ว ที่สำคัญครานี้เขาต้องโดนบิดาเอาไม้ฟาดขาจนฟกช้ำอย่างแน่นอน เพราะความไม่เอาไหนที่สอบไม่ผ่าน
อันวาสนาฟ้าเป็ผู้ลิขิต แต่ชะตารักข้าขอขีดเขียนด้วยตัวข้าเอง
คำตอบที่ฟ่านหนิงเหอเขียนลงในกระดาษคำตอบเพื่อบรรยายภาพวาดชายนั่งตกปลาริมตลิ่ง กับหญิงงามที่นั่งถือดอกบัวสายตาเหม่อมองไปยังทะเลสาบกว้างไกล ซึ่งเป็โจทย์ข้อเขียนสำหรับใช้ทดสอบเข้าเป็ทหารองค์รักษ์ของวังหลวง เล่นเอาโจวจินเยว่คนอ่านคำตอบถึงกับยกยิ้มที่มุมปาก
"เ้าช่างน่าสนใจยิ่งนัก ฟ่านหนิงเหอ"
หลังจากโดนบิดาชำระความไปครึ่งชั่วยามทั้งดุ ทั้งด่า ทั้งคาดโทษ ทั้งกักบริเวณจนผ่านไปเกือบสองอาทิตย์ เขาก็ได้ออกมาโลดแล่นบนเส้นทางคุณชายเ้าสำราญอีกครั้ง
"ซ่งหลิงวันนี้กิจการเป็อย่างไรบ้าง"
ฟ่านหนิงเหอเดินเข้ามาในร้านเจอซ่งหลิงกำลังเดินตรวจตราความเรียบร้อย ภายในร้านที่มีผู้คนมาอุดหนุนไม่ขาดสาย
"ถือว่าดีเหมือนเดิมขอรับคุณชาย คุณชายไปสอบเป็อย่างไรบ้างขอรับ"
"ระดับข้าต้องผ่านฉลุยอยู่แล้ว"
"ห๊า! ผ่านหรือขอรับ ที่ข้าได้ยินมาคือ..."
ฟ่านหนิงเหอเดินขึ้นชั้นสองซึ่งเป็ห้องที่เขาใช้พักที่นี่ยามต้องมาดูแลกิจการร้านสุราอันรุ่งโรจน์ของเขา โดยปล่อยให้ซ่งหลิงยืนใกับคำตอบ จนอาชางต้องก้มลงกระซิบบอกความจริง
"คุณชายหมายถึงผ่าน..ได้อยู่ร้านอย่างสำราญใจ"
ซ่งหลิงถึงกับหัวเราะออกมา คุณชายของเขาถึงไม่เป็วรยุทธ์แต่ฉลาดหลักแหลม เอาตัวรอดเก่งแต่ไหนแต่ไร เขาก็คาดไว้แต่คราแรกแล้วว่าคุณชายต้องผ่าน ถึงกับกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่
"วันนี้ข้าจะไปเล่นพนันเสียหน่อย คันไม้คันมืออยากใช้ตำลึงทองที่หามาได้ออกไปบ้าง" ฟ่านหนิงเหอบอกอาชางขณะที่เดินผ่านโรงเตี้ยมที่มีการเล่นพนันในห้องลับด้านใน
"ขอรับคุณชาย"
ฟ่านหนิงเหอเล่นไปหนึ่งชั่วยาม เขากวาดเงินเข้าอ้อมแขนเป็ว่าเล่น ทำเอาเ้าของบ่อนและนักเลงคุมบ่อนตาโต เพราะวันนี้คุณชายฟ่านหนิงเหอเซียนพนันตัวยงเดินเหยียบเข้าร้านชะตาพวกเขาคงจะต้องเสียเงินมหาศาลอย่างแน่นอน จะปิดหนีก็คงไม่ทัน เพราะเล่นมาแบบไม่ทันตั้งตัว จะโกงด้วยวิธีใดก็โดยคุณชายฟ่านหนิงเหอหักเหลี่ยมเอาคืนได้ทุกครั้ง
"อาชางเ้าเหนื่อยหรือไม่" อาชางที่ตอนนี้เอาเงินมัดรวมใส่ห่อผ้าพาดไว้บนบ่าเดินตามหลังคุณชายที่มีฝีมือเก่งกาจด้านการพนันจนเป็หนึ่งในอิงโตว
"ไม่เหนื่อยขอรับคุณชาย" แต่มันจะดีหรือขอรับ เราชนะพนันครานี้เล่นเอาเ้าของบ่อนแทบจะหมดตัวเลยนะขอรับ
"เ้าเอาเงินนี่ไปแจกให้คนจนทั่วเมืองนี้ แค่นี้ก็หมดเื่แล้ว เื่อื่นอย่าไปคิดมาก พวกมันสูบเืสูบเนื้อคนจน คนที่ไม่รู้เท่าทันแทบจะขายลูกขายเมียมาเข้าบ่อน ก็ต้องเอาคืนกันบ้าง"
"ขอรับคุณชาย"
ฟ่านหนิงเหอรู้สึกสนุกที่ฝีมือการเล่นพนันของคุณชายหนิงเหอทำให้ชีวิตเขามีสีสันขึ้นมา อย่างน้อยอยู่ที่นี่เขาก็มีอะไรให้ทำหลายอย่างที่เขาไม่เคยทำมาก่อน
ตลาดกลางเมืองอิงโตว ตรอกแคบ ๆ ฟ่านหนิงเทียนที่ถูกลอบวางยาสลายกำลังขณะที่นั่งทานอาหารในโรงเตี้ยมภายในตลาด กำลังเดินโซซัดโซเซ เพื่อหนีจากกลุ่มชายฉกรรจ์ห้าคนที่ไล่ตามหลังมาติด ๆ จนในที่สุดร่างเขาก็ล้มลงเพราะฤทธิ์ของยา
"ไงไอ้คุณชายฟ่านหนิงเหอ คราวนี้เสร็จพวกเราแน่ เล่นหอบเงินหนีออกจากบ่อน ก็ต้องโดนแบบนี้"
เท้าเป็สิบเท้ารุมกระหน่ำบนร่างที่ตอนนี้หมดเรี่ยวแรงอยู่บนพื้นจนสลบไป
"พอแค่นี้ก่อน นายท่านสั่งมาแค่ให้สั่งสอนอย่าให้ถึงตายเดี๋ยวจะเป็เื่ใหญ่ ถึงยังไงไอ้คุณชายนี่ก็เป็ถึงลูกนายอำเภอ"
ฟ่านหนิงเทียนถูกช่วยเหลือนำตัวมาส่งที่จวนด้วยอาการาเ็สลบไสล เล่นเอาฮูหยินกับนายอำเภอวิ่งกันวุ่นเพื่อหาหมอมารักษา
"อาการคุณชายถือว่าหนักมากแต่ไม่ถึงขั้นถึงแก่ชีวิต บอบช้ำ กระดูกร้าวต้องรอให้กระดูกประสานกัน ต้องพักรักษาตัวอย่างน้อยสองเดือนขอรับ"
"หมอรายงานอาการคนเจ็บที่นอนสลบอยู่บนเตียง"
"สองเดือนเชียวเหรอ" นายอำเภออิงโตวถึงกับเอามือกุมขมับตัวเองไว้
"ไปเรียกหนิงเหอมาพบข้าเดี๋ยวนี้!" เขาะโลั่นจวนให้บ่าวรับใช้เรียกตัวต้นเหตุมาชำระความ