ตอนที่ 69ไอ้เสือมันโดนพิษดอกรัก!
เสือน้อยเดินเข้าไปหาเหมือนฝันอี๋อ๋อกันอย่างออกนอกหน้าอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนเดินไปหาเพื่อนฝูงที่กำลังทำเวรประจำวันโดยการกวาดพื้นอยู่ ส่วนเสือน้อยมาทันวันแรก เพื่อน ๆ จึงอดอุทานในใจไม่ได้ ก่อนพสกันแซวหยอกล้อกันอยู่ครู่ใหญ่
“สงสัยวันนี้ฝนจะตกพายุจะเข้าว่ะ!”ไอ้เปรมทักขึ้นมา
เสือน้อยก็แอบรู้สึกเจ็บแปลบๆ ที่หน้าอกอีกครั้ง
“หรือว่าเขาคิดถึงเหมือนฝันมากเกินไป?”โรคทางใจรักษาหายยาก จนรออยู่ครู่หนึ่งกว่าจะหายไป ในสมองเขาครุ่นคิดเหตุผลหนึ่งขึ้นมาได้แต่ทว่าก็ได้ปล่อยมันผ่านไป เพราะมันคงจะตลกเกินไปถ้าหากเกิดขึ้นจริง
หลังจากเรียนเสร็จจนถึงพักกลางวันเสือน้อยก็นั่งอยู่กับกลุ่มเพื่อน และใบหน้าของเขาก็เจ็บปวดมากขึ้นเรื่อย ๆเขาเจ็บบริเวณหน้าอกอย่างบอกไม่ถูก เมื่อเพื่อน ๆเห็นสีหน้าของเสือน้อยที่แสดงออกมาก็ตกใจยกใหญ่
“ไอ้เสือมึงเป็นอะไร!”สมชายถามขึ้น
“แม่ง…กูเจ็บที่หน้าอกวะสงสัยกูคิดถึงเหมือนฝันมากเกินไปหรือเปล่า?” เสือน้อยตอบด้วยสีหน้าเหยเก
“มึงเป็นโรคหัวใจหรือเปล่า?”สามถามขึ้น
“ไม่รู้เหมือนกันว่ะ”เขาส่ายหน้า
“งั้นเมื่อเช้าจนถึงเมื่อวานมึงไปทำอะไรมาบ้าง”เอสก็ช่วยถามเสริม เผื่อจะรู้ถึงต้นสายปลายเหตุ!
“เมื่อวานก็ไปซื้ออาหารกับพวงมาลัยดอกรักมาถวายพระครูไผ่ตอนเช้าก็เดินเข็นรถตามพระครูไปพอเข้ามาในโรงเรียนก็เจอเหมือนฝันมันเริ่มเจ็บแปล๊บ ๆ ที่หน้าอกตั้งแต่ตอนนั้น!” เสือน้อยไล่เรียงลำดับเหตุการณ์
“หรือว่ามึงโดนดอกรัก!ไอ้เสือมึงโดน ‘ดอกรัก’ เร็วเข้ารีบสกัดจุดมัน!” สิงหาตะโกนขึ้น
“เฮ้ย เป็นไปได้!”เสือน้อยตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ เขาไม่คิดว่าจะมีคนคิดเหมือนกับตน
หลังจากนั้นเปรมที่ตัวสูงใหญ่กว่าเพื่อนๆ ก็กระโดดมาข้างหลังเสือน้อย สองมือตบเข้าที่แผ่นหลัง คล้ายในหนังจีนซึ่งกำลังถ่ายทอดกำลังภายใน
ส่วนไอ้สิงหาวิ่งมาด้านหน้าเอา‘นิ้วชี้กับนิ้วกลาง’ เลียนแบบการสกัดจุดจากในหนังมา เขาจิ้มมั่ว ๆอยู่ทั่วหน้าอกจิ้มไปโดนตรงไหน เสือน้อยก็ร้องขึ้นมาที เสียงร้องดูคล้ายแมวโดนเหยียบหาง
เพื่อนที่เห็นดังนั้นจึงเล่นด้วยต่อแถวเป็นขบวนยาว ตบที่หลังของคนถัดไปและถ่ายทอดลมปราณให้เสือน้อย
สมชายที่ยืนอยู่กับที่อยู่คนเดียวเขารู้สึกอับอายแทนเพื่อนสายตาโดยรอบที่จ้องมาหาพวกเขาที่นั่งต่อแถวถ่ายทอดลมปราณเป็นขบวน
เขาจึงถือโอกาสเดินไปหลังสุดตบหัวเรียงตัวจากด้านหลังสุดมาถึงไอ้สิงหาที่เอานิ้วจิ้ม ก่อนพูดขึ้นว่า “ปัญญาอ่อน”
“มึงคิดว่าเป็นเอี้ยก้วยหรือไงไอ้ฉิบหาย!?”
เขาหันไปมองหน้าเสือน้อย“ดอกรักในละครมันไม่มีในชีวิตจริงโว้ย!”
สิงหาก็เถียง“มึงนี่ไม่เชื่ออย่าลบหลู่สิวะ! ดอกรักชื่อมันก็บอกอยู่ว่าดอกรัก”
“มันคนละดอกกันเว้ย!ไอ้พวกเวรเอ๊ย! ลุกขึ้นกูอายคนอื่นเขา!” สมชายกัดฟันกรอด
เสือน้อยพูดขึ้นห้ามปราม“เฮ้ย! พวกมึงเลิกเถียงกันก่อน ‘หิ้วปีก’ กูไปห้องพยาบาลเร็ว!”
ระหว่างนั้นเสือน้อยก็นั่งสมาธิรวบรวมลมปราณเลียนแบบในหนังในละคร
สมชายตบหน้าผากตัวเองบ่นในใจ “มึงคิดว่าตัวเองอยู่ในเรื่องมังกรหยกหรือไง!?”
เขาอดปวดกบาลกับไอ้พวกเพื่อนที่ชอบเล่นใหญ่กลุ่มนี้ไม่ได้เขารู้สึกว่าตัวเองตกกระไดพลอยโจน เพื่อนทั้งกลุ่มหลังจากส่งเพื่อนเข้าห้องพยาบาล ก็พากันมายืนสุมหัวมองเข้าไปดู…
ภายในห้องพยาบาล
ครูพยาบาลประเมินอาการปรากฏว่าเธอคิดว่า…นายเสือน้อยหลอน นอนไม่พอจนเกิดอาการหรือไม่ก็ออกกำลังกายผิดท่า แต่ว่าครูพยาบาลกลับกังวลเรื่องโรคหัวใจเสียมากกว่าจึงส่งเสือน้อยไปโรงพยาบาลแต่โดยดี
……
ไม่นานคนที่ได้ยินกลุ่มของเสือน้อยตะโกนเถียงกันละแวกนั้นก็พากันซุบซิบนินทาจนคนอื่น ๆ ได้ยิน ลามไปถึงหูคนครึ่งโรงเรียนเห็นจะได้ภายในเวลาครึ่งวันที่เหลือ
“ไอ้เสือน้อยโดนดอกรัก!”รุ่นพี่ผู้ชายหัวเราะก๊าก เรื่องแบบนี้พอได้ยินทุกคนก็กลายเป็นเหมือนกันหมด
ที่มุมหนึ่งกลุ่มเพื่อนก็พากันขำยกใหญ่ พีพูดกลั้วหัวเราะ “แม่งช่างคิดจริง ๆ กูว่าแม่งคงหลอนเพราะพี้กัญชาแน่ๆ เชื่อกูสิ!”
เหมือนฝันก็เขินอายหน้าแดงระเรื่อ…เธอโดนเพื่อนแซวว่าเป็น‘เซียวเหล่งนึ่ง’ ทำเอาเธอกัดฟันกรอด อยากไปทุบเจ้าเสือน้อยสักสองสามทีเล่นใหญ่จนได้เรื่อง!
เสือน้อยอยู่บนเตียงพยาบาลซึ่งบุรุษพยาบาลก็กำลังเข็นเตียงของเขาส่ายไปมา รอคิวพบหมอแต่อนิจจาคนไข้ในโรงพยาบาลช่างเยอะเสียเหลือเกิน ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนพระเอกที่กำลังจะเข้าผ่าตัดเพราะบรรยากาศคล้ายคลึงกับในหนังในละครไม่มีผิดเพี้ยน
ความรู้สึกที่เหมือนหมูรอขึ้นเขียงเตรียมถูกเชือดก็ปรากฏอยู่ในความคิดของเขาขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว รออยู่หลายสิบนาทีเสือน้อยในชุดนักเรียนลุกขึ้นมานั่ง
เขาเจ็บที่หน้าอกแปล๊บๆ ก่อนกวาดสายตาไปโดยรอบ เขาสงสัยเมื่อไหร่จะได้พบหมอ?
จึงกวักมือส่งสัญญาณเรียกครูที่มาเป็นเพื่อนครูเมื่อเห็นเด็กนักเรียนลุกทำท่าจะเรียกเขาแต่ไม่กล้าใช้เสียงดังในโรงพยาบาลจึงเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาด้วยตัวเอง
“ครูสมศักดิ์เมื่อไหร่ผมจะเจอหมอครับเนี่ย!?” เสือน้อยกัดฟันพูดด้วยความเจ็บปวด
ครูก็ยิ้มแห้ง“คือว่ากรณีของเธอมันดูเหมือนไม่ใช่เหตุฉุกเฉิน แต่ถึงแม้ว่ามันจะเป็นกรณีฉุกเฉินห้องก็เต็มคนประสบอุบัติเหตุเยอะมาก เห็นหมอหลายแผนกวิ่งเข้ามาดูไม่ขาดสายเลย”
“ผมว่าวันนี้ไม่ได้เจอหมอแน่เลยใช่มั้ยครับ?”เสือน้อยก็พอจะเข้าใจก็ต้องให้คนป่วยที่อาการหนักกว่ารักษาก่อนถึงจะถูกต้องส่วนของเขาเองอาการยังไม่แน่ชัด…
“คงเป็นงั้นเอาไงดีละว่าแต่อาการดีขึ้นบ้างหรือยัง!?” ครูสมศักดิ์ถามเพื่อรอตัดสินใจจะทำการต่อไป
“ยังเลยครับครูยังเจ็บแปล๊บ ๆ อยู่เลย” เสือน้อยครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งถ้าไม่รู้ว่าตัวเองจะเป็นอะไรตายเขาไม่ยอมเด็ดขาด ก่อนพูดขึ้นว่า “ครูครับ!ย้ายผมไปโรงบาลเอกชนดีกว่า…ผมอยากรู้ผลเร็ว ๆ”
“ไปโรงพยาบาลเรือใบน่ะเหรอตรงตลาดพูนทรัพย์อะนะ?” ครูสมศักดิ์ขมวดคิ้วเพราะค่าใช้จ่ายย่อมแพงกว่า
“ครูไม่ต้องคิดมากหรอกครับผมมีประกันชีวิตและถึงแม้ประกันชีวิตจะใช้ไม่ได้ ยามเมื่อจะรักษาชีวิต…ไอ้เสือน้อยคนนี้มันก็พอมีตังค์เก็บไว้อยู่บ้าง!” เสือน้อยพูดจาเป็นมั่นเป็นเหมาะ
เมื่อครูได้ยินดังนั้นจึงพาเสือน้อยขึ้นนั่งแท็กซี่ไปโรงพยาบาล ในระหว่างทางเสือน้อยก็โทรหาลุงหมอนิธิ“ลุงหมอ! ผมเจ็บหน้าอกแปล๊บ ๆ กำลังนั่งรถไปโรงพยาบาลลุง วันนี้ลุงหมออยู่เวรมั้ยครับ?”
เสียงปลายสายตอบกลับมาด้วยท่าทีกังวลใจ“เอออยู่…อาการเป็นไงเล่าให้ลุงฟังซิ!?” จากนั้นเสือน้อยก็บรรยายเหตุการณ์
ลุงหมอก็ถามขึ้นว่า“แล้วโทรบอกพ่อบอกแม่เอ็งหรือยัง?”
“ยังเลยครับลุงประเดี๋ยวโทรเลยเนี่ย…” เสือน้อยก็นึกขึ้นได้ว่าลืมบอกพ่อแม่หลังจากตัดสายก็โทรไปเล่าอาการเบื้องต้นให้พ่อผันแม่ชบาฟังจนกระทั่งทั้งสองตื่นตระหนก ห่วงลูกชายหัวแก้วหัวแหวนรีบขับรถไปโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน…
ระหว่างเสือน้อยกำลังนอนอยู่บนเตียงคนไข้บุรุษพยาบาลกำลังเข็นรถอยู่ เป็นช่วงเวลาบ่ายโมงพอดี เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเสือน้อยหยิบมือถือตัวโปรด ยี่ห้อ i-mobile 902 ขึ้นมา
เขาเห็นรายชื่อของไอ้สิงหาจึงกดรับสายทันที “เออว่าไงมึง!”
“ไอ้เสือตอนมึงคิดถึงเหมือนฝันมันทำให้มึงเจ็บที่หน้าอกใช่หรือเปล่าวะ?” สิงหาถามขึ้นด้วยท่าทีกระตือรือร้นสิงหาเปิดลำโพงให้เพื่อนในกลุ่มได้ยินด้วย
เสือน้อยครุ่นคิดครู่หนึ่ง“พอมึงพูดขึ้นมา ก็เหมือนจะใช่ขึ้นมาหน่อย ๆ แล้ว”
“นั่นไง!มึงโดนดอกรักจริง ๆ” สิงหาได้พยายามจะหาทางโน้มน้าวให้เพื่อน ๆเชื่อให้ได้ว่าเป็นอย่างที่เขาบอกจริง ๆ
เสียงปลายสายแทรกขึ้นเป็นเสียงของเปรม“แล้วมึงให้หมอตรวจยังวะ?”
“ยังกูอยู่บนเตียงพยาบาลกำลังโดนเข็นไปหาหมอ…อุ๊ย! ซี้ด เจ็บอีกแล้วว่ะ!”
“เฮ้ยมึงอย่าไปคิดถึงคนที่มึงรักมากลองปล่อยใจว่าง ๆ เชื่อกูเพื่อน” สิงหาในฐานะผู้มีประสบการณ์ทางด้านการดูละครเพราะทุกวันหยุดเขานั่งติดหน้าจอรอดูละครโปรด เรื่องมังกรหยก จนถึงขั้นไปซื้อหนังสือมาอ่าน
ฉากที่เอี้ยก้วยกระอักเลือดออกมาเวลาคิดถึงเซียวเหล่งนึ่ง ตอนอยู่ ‘หุบเหวไร้รัก’ ยังคงตราตรึงฝังใจเจ้าตัวมาจนทุกวันนี้
“เดี๋ยวกูไปหายาไส้ขาดให้”พอได้ยินเสียงเสือน้อยเหมือนจะคุยกับหมออยู่
เขาจึงตัดสายไปทันทีหลังจากวางสายเสร็จสิงหา ก็ไปโม้คุยโวโอ้อวดกับเพื่อนในกลุ่มยกใหญ่ว่าใช่แน่ ๆไอ้เสือมันโดนพิษดอกรัก!
_________
ถ้าท่านชื่นชอบนิยายเรื่องนี้หรือตอนนี้ สามารถส่ง "อั่งเปา" มาให้เป็นกำลังเพิ่มเติมได้นะครับ ขอบคุณครับ : )