“จื่อเยี่ยนกำลังน่ารักเลย นายแน่ใจนะว่าจะตัดใจจากเขาได้ลง แล้วเขาก็ดูจะติดนายมากเหมือนกัน” หลิงผูเถาถามคนรัก
“เ้าเด็กซนนั่นอายุแค่หกเดือนแต่กลับรู้วิธีอ้อนคนแล้ว แต่ถึงฉันเรียนต่อที่นี่ เธอคิดเหรอว่าคุณพ่อจะปล่อยน้องชายมาให้ฉันอุ้ม” เย่จื่อหานนึกไปถึงน้องชายคนเล็กที่เป็ที่รักของทุกคนแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ “ถึงจะคิดถึงแต่ฉันก็ต้องตัดใจ ฉันจะรีบเรียนให้จบแล้วรีบกลับมาช่วยงานคุณพ่อ ฉันอยากให้เย่กรุ๊ปมั่นคงกว่านี้ จื่อเยี่ยนจะได้ไม่ลำบาก”
“คุณชายเย่ เย่กรุ๊ปของนายยังมั่นคงไม่พออีกเหรอ ต่อให้ทุกวันนี้ครอบครัวของนายไม่ทำงาน ตระกูลเย่ก็มีกินมีใช้ไปถึงร้อยปีแล้วมั้ง” หลิงผูเถาหัวเราะ “ได้กลับมามีชีวิตใหม่ครั้งนี้ก็ดีเหมือนกันนะ ฉันได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว ส่วนนายก็ได้ปรับความเข้าใจกับคุณลุงเย่และคุณป้าเจียง และยังมีจื่อเยี่ยนตัวน้อยมาเป็น้องชายคนเล็กอีกคน ครอบครัวของพวกเราต่างก็ถูกเติมเต็ม”
“และที่สำคัญ ฉันกับเธอได้มาคบกัน พอเรียนจบเราก็จะแต่งงานกันและจะใช้ชีวิตด้วยกันไปจนแก่เฒ่า” เย่จื่อหานเสริม
“พูดเป็คนแก่ไปได้” หลิงผูเถายิ้ม
เอี๊ยด!
“ขอโทษครับคุณชาย มีคนะโมาขวางหน้ารถ ผมถึงต้องเบรกอย่างกะทันหันน่ะครับ” คนขับรถรีบบอก
“เบรกทันหรือเปล่า ไม่ได้ชนใครใช่ไหม” เย่จื่อหานถาม
“เบรกทันครับ คุณชายกับคุณหนูหลิงรออยู่บนรถก่อนนะครับ เดี๋ยวผมจะออกไปดูข้างนอกเอง”
หวงิเฉินเห็นคนขับเปิดประตูรถก็รีบวิ่งไปถาม “เถาเถาอยู่บนรถหรือเปล่า แกมาส่งเถาเถาใช่ไหม”
“คุณเป็ใคร? ถามหาเ้านายผมทำไม?” คนขับรถถอยหลัง
“แกเป็คนขับรถของเถาเถาจริงๆ ด้วย แกไปบอกเถาเถาให้ลงมาหาฉันที”
“คุณยังไม่ตอบผมเลยว่าคุณเป็ใคร มีธุระอะไรอยากพบเ้านายของผม” คนขับรถใช้มือคลำกระบองที่เหน็บอยู่ข้างเอว
“บอกให้แกไปบอกก็ไปสิ จะมาถามอะไรให้มากความ”
หลิงผูเถากับเย่จื่อหานรู้แล้วว่าเป็ใครที่ะโมาขวางหน้ารถของพวกเขา และทั้งคู่ก็เห็นว่าเดินอีกไม่กี่ก้าวก็จะถึงประตูบ้านตระกูลหลิงแล้ว หวงิเฉินคงไม่กล้าทำอะไรรุนแรง
“ต่อให้เรานั่งอยู่บนรถจนสว่าง หวงิเฉินก็คงไม่ยอมกลับ เราลงไปดูหน่อยดีกว่าว่าเขาอยากมาพบฉันทำไม” หลิงผูเถาบอก
“เอาสิ ฉันจะไปกับเธอด้วย” เย่จื่อหานจูงมือหลิงผูเถาลงมายืนอยู่ข้างรถ
“น้องเถาเถา พี่ได้ยินมาว่าเธอจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศเหรอ ทำไมเธอไม่บอกพี่” หวงิเฉินรีบวิ่งเข้าไปหาหลิงผูเถา แต่ก็ถูกเย่จื่อหานขวางไว้
“อย่าเข้าใกล้คนรักของฉัน ถ้ายังไม่ฟัง ฉันจะต่อยนายให้ฟันร่วงเลย” เย่จื่อหานพูดเสียงเข้ม
หวงิเฉินนึกไปถึงที่ตัวเองเคยโดนเย่จื่อหานต่อยมาก่อนหน้านั้นแล้ว เขาจึงหยุดอยู่ที่เดิม “น้องเถาเถา ทำไมเธอถึงไม่บอกพี่ว่าเธอจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ มหาวิทยาลัยในประเทศของเราก็ดีมากอยู่แล้ว ทำไมเธอไม่เรียนต่อที่นี่ล่ะ บางทีพี่กับเธออาจจะได้เรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกันก็ได้นะ”
“ฉันจะไปเรียนที่ไหนแล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณด้วย”
“อย่าพูดจาใจร้ายอย่างนั้นสิ เธอไม่รู้จริงๆ เหรอว่าพี่รู้สึกยังไงกับเธอ” หวงิเฉินต้องใช้ไม้อ่อน หากเขากล่อมให้เธอเรียนต่อมหาวิทยาลัยในประเทศได้ โอกาสที่เขาจะจีบเธอติดก็จะมีมากขึ้น
“รู้สิ” หลิงผูเถายิ้ม “ฉันรู้ว่าคุณรังเกียจฉัน โกรธฉัน และอยากใช้ร่างกายของฉันแทนกระสอบทรายยังไงล่ะ”
“เธอกำลังโทษกับการกระทำของพี่ในอดีตสินะ” หวงิเฉินพูดเสียงเศร้า “ตอนนั้นพี่ยังเด็กและยังเป็วัยรุ่น พี่ก็เลยใจร้อนไปหน่อย อีกอย่างก็เป็เพราะลี่ลี่ที่คอยมาเสี้ยมให้พี่เกลียดเธอ แต่ตอนนี้ลี่ลี่ไม่อยู่แล้ว และพี่ก็รู้ตัวแล้วว่าพี่ทำไม่ดีกับเธอไว้มากจริงๆ พี่สัญญานะว่าต่อไปพี่จะไม่ทำร้ายเธออีก พี่จะดูแลเธอให้ดี เพราะพี่รักเธอ”
“เก็บความรักของคุณกลับไปเถอะ เพราะคนอย่างคุณเทียบกับคนรักของฉันไม่ได้ด้วยซ้ำ”
“แกกล้ามากนะหวงิเฉิน ฉันยังยืนอยู่ตรงนี้แท้ๆ แต่แกก็ยังกล้ามาสารภาพรักกับคนรักของฉัน แค่โดนต่อยคงไม่พอแล้วล่ะ” เย่จื่อหานทำท่าจะเดินเข้าไปต่อยหวงิเฉินให้หายโมโหสักหมัดสองหมัด เขายังยืนอยู่ตรงนี้แท้ๆ แต่หวงิเฉินกลับมาสารภาพรักกับคนรักของเขา แค่ต่อยมันยังน้อยไปด้วยซ้ำ
“แกเป็แค่คนมาทีหลัง ฉันกับน้องเถาเถารู้จักกันมาก่อน เราสองคนโตมาด้วยกัน ฉันดูแลเธอมาั้แ่เธอยังใส่เสื้อผ้าไม่เป็ด้วยซ้ำ แล้วแกเป็ใคร เพิ่งจะรู้จักเธอไม่นานก็อาศัยฐานะมาบีบให้เธอไปคบกับแก” หวงิเฉินชี้หน้าเย่จื่อหาน
“แกจะคิดยังไงก็ตามใจ เราสองคนไม่จำเป็ต้องอธิบายถึงเหตุผลที่เราคบกันให้แกฟัง ส่วนแกก็เลิกพูดถึงเื่ในอดีตสักที เถาเถากับตระกูลหวงของพวกแกตัดขาดกันไปนานแล้ว ถ้าขืนแกยังมายุ่งกับเธออีก ฉันจะทำให้ตระกูลหวงของพวกแกไม่มีที่ยืนในประเทศอีก” เย่จื่อหานพูดเสียงเข้ม “และครั้งนี้ฉันจะทำให้แกได้รู้จักคำว่าใช้ฐานะบีบบังคับที่แท้จริงมันเป็ยังไง”
“เถาเถา เธอดู เย่จื่อหานไม่ใช่คนดี อยู่ต่อหน้าเธอมันยังกล้ามาขู่ฉัน เธออย่าไปคบกับมันเลยนะ” หวงิเฉินหันไปพูดกับหลิงผูเถา “ฉันรักเธอจริงๆ นะ เมื่อก่อนฉันห้ามใจตัวเองไว้เพราะเรายังอยู่ในสถานะพี่น้อง แต่ตอนนี้ฉันกับเธอไม่ได้ใช้แซ่เดียวกันแล้ว เราสามารถแต่งงานกันได้”
“เลิกพูดไร้สาระเสียทีเถอะหวงิเฉิน” หลิงผูเถาห้าม
“ไม่หยุด ฉันจะไม่หยุดจนกว่าเธอจะยอมคบกับฉัน และเธอต้องยกเลิกการไปเรียนต่อที่ต่างประเทศเดี๋ยวนี้” หวงิเฉินจ้องหลิงผูเถาและพูดด้วยท่าทางจริงจัง “เธออยากให้ฉันบอกเขาไหมว่าตอนวันเกิดอายุครบสิบห้าปีของเธอ ระหว่างเราเกิดอะไรขึ้น”
หลิงผูเถาขมวดคิ้ว วันเกิดอายุครบสิบห้าปี เธอจำได้ว่าวันนั้นคนตระกูลหวงจัดงานวันเกิดให้เธอใหญ่โต และพวกเขายังได้เชิญคนตระกูลหานมาร่วมงานด้วย ทุกคนช่วยกันเกลี่ยกล่อมให้เธอกลับไปอยู่กับครอบครัวที่แท้จริง และพวกเขายังให้สัญญาว่าวันเกิดของเธอทุกปี พวกเขาจะรับเธอกลับมาเลี้ยงฉลองด้วยกัน
ตอนนั้นหลิงผูเถายังผูกพันกับคุณพ่อหวงและคุณแม่หวงมาก ยิ่งเห็นว่าพวกเขาทำดีกับเธอ เธอก็ยิ่งตัดใจไปจากพวกเขาไม่ลง เธอปฏิเสธที่จะกลับไปอยู่กับพ่อแม่ที่แท้จริงอีกครั้ง คุณพ่อหวงกับคุณแม่หวงก็ไม่ได้พูดอะไรอีก มีเพียงส่งเครื่องดื่มและอาหารมาให้เธอกินไม่หยุด เธอกลับไปนอนที่ห้องใต้บันไดได้ยังไงเธอก็ยังไม่รู้ รู้แค่ว่าพอตื่นขึ้นมา เธอก็นอนอยู่ในห้องและเสื้อผ้าที่ใส่ในงานเลี้ยงก็ถูกเปลี่ยนเป็ชุดนอนเรียบร้อยแล้ว
“เธอดื่มมากไปก็เลยหลับไปก่อน ฉันเป็คนอุ้มเธอไปส่งที่ห้องเอง เธอจำได้ไหมล่ะว่าเช้าวันต่อมาเธอก็เปลี่ยนเป็ชุดนอนแล้ว” หวงิเฉินยิ้มอย่างผู้ชนะ “เป็ฉันที่เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอเอง ฉันบอกแล้วว่าฉันดูแลเธอมาั้แ่เธอยังใส่เสื้อผ้าไม่เป็ จนเธอโตเป็สาวและร่างกายก็เปลี่ยนไปถึงไหนต่อไหน ก็เป็ฉันที่เป็คนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอ ฟังอย่างนี้แล้วเธอยังจะไปคบกับคนอื่นได้อีกเหรอ แล้วเธอคิดจริงๆ เหรอว่าเย่จื่อหานจะรับผู้หญิงที่เคยถูกผู้ชายคนอื่นเห็นเรือนร่างแล้วอย่างเธอได้”
หลิงผูเถาหน้าซีด “ไม่จริง! นายไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ฉัน คนที่เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ฉันคือหวงเหมยลี่”
“ถ้าเธอคิดอย่างนั้นแล้วสบายใจก็แล้วแต่เธอเลย” หวงิเฉินหันไปยิ้มให้เย่จื่อหาน “ฟังอย่างนี้แล้วแกยังอยากได้เธออยู่ไหมล่ะ แต่ถ้าแกยอมรับของเหลือจากฉันได้ ฉันก็ไม่ว่าอะไร”
หวงิเฉินเห็นว่าคำพูดของตัวเองทำให้หลิงผูเถากับเย่จื่อหานพูดไม่ออกแล้ว เขาเดินกลับไปขึ้นรถอย่างสบายใจ ‘เหอะ...จะมีผู้ชายสักกี่คนที่ยอมรับได้ว่าผู้หญิงของตัวเองเคยมีอะไรกับคนอื่นมาก่อนแล้ว ส่วนเธอนะหลิงผูเถา เธอก็อย่าโทษที่ฉันทำลายชื่อเสียงของเธอเลย ก็ใครใช้ให้เธอเป็ลูกสาวคนเดียวของตระกูลหลิงกันล่ะ ต่อให้ตอนนี้เป็แค่เื่โกหก แต่ครั้งหน้าฉันจะทำให้เธอเป็ของฉันจริงๆ ให้ได้เลย คอยดู!’
“เถาเถา! เธอเป็อะไรไป” เย่จื่อหานรีบเข้าไปประคองคนรัก “เธออย่าไปฟังคำพูดไร้สาระของเขาเลย”
“จื่อหาน ฉันจำไม่ได้ว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้น ฉันตื่นเพราะลี่ลี่มาปลุกฉัน” หลิงผูเถาร้องไห้ “แล้วถ้า...ถ้าหวงิเฉินพูดความจริงล่ะ ร่างกายที่แสนสกปรกของฉันคงไม่เหมาะกับนายแล้วใช่ไหม”
เย่จื่อหานเห็นหลิงผูเถาพยายามแกะมือตัวเองออก และเธอก็ดิ้นไม่ยอมให้เขากอด “หลิงผูเถา! เธอฟังคำพูดต่อจากนี้ของฉันให้ดี ฉันรักเธอก็เพราะเธอเป็เธอ ฉันไม่สนใจคำพูดของหวงิเฉินแม้แต่นิดเดียว”
“แต่ถ้าร่างกายของฉันมันสกปรก ฉันคบกับนายไม่ได้”
เย่จื่อหานกอดหญิงสาวแน่นขึ้นกว่าเดิม เขาต้องระวังคำพูดของตัวเองให้ดี หากเขาบอกว่าเขาไม่สนใจว่าเธอจะผ่านใครมา ก็เท่ากับเขายอมรับคำพูดของหวงิเฉิน แต่ถ้าเขาบอกให้เธอพิสูจน์ ก็เท่ากับเขาไม่เชื่อใจเธอ
“จื่อหาน ผู้หญิงสกปรกอย่างฉันไม่เหมาะกับนาย”
ยังไม่ทันที่เย่จื่อหานจะตอบ เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือของหลิงผูเถาก็ดังขึ้น หน้าจอปรากฏชื่อของหวงเหมยลี่
เย่จื่อหานรีบคว้าโทรศัพท์มากดรับ “ลี่ลี่ เธอจำงานเลี้ยงวันเกิดอายุครบสิบห้าปีของเถาเถาได้ไหม”
“พี่เถาเถาไม่สะดวกรับสายเหรอคะ ทำไมพี่ถึงมารับสายแทนล่ะ” หวงเหมยลี่ถามเมื่อได้ยินเสียงเย่จื่อหาน
“เธอรีบตอบฉันมาว่าเธอจำวันเกิดของเถาเถาวันนั้นได้ไหม” เย่จื่อหานไม่มีเวลาอธิบาย
“ฉันได้ยินเสียงร้องไห้ พี่เถาเถาร้องไห้เหรอคะ พี่เขาเป็อะไร” หวงเหมยลี่ถามอย่างใ เธอจำเสียงนี้ได้ เสียงร้องไห้ที่เหมือนจะขาดใจนี้เหมือนกับตอนที่พี่สาวยังอาศัยอยู่กับตระกูลหวง
“ลี่ลี่ อีกสักพักฉันจะโทรกลับนะ เธอรอรับสายพวกเราด้วย” เย่จื่อหานรีบกดวางสายเมื่อเห็นคนรักร้องไห้หนักขึ้น จากนั้นเขาก็หันไปสั่งคนขับรถ “ไปส่งฉันกับเถาเถาที่คอนโด แล้วนายค่อยกลับไปบอกคุณพ่อว่าคืนนี้ฉันไม่กลับบ้าน และบอกคุณแม่ให้โทรหาคุณอาหลิงด้วยว่าเถาเถาจะค้างคืนที่บ้านของเรา”
คนขับรถเข้าใจทันที คุณชายอยากให้คุณนายช่วยโกหกเพราะคุณหนูหลิงถูกทำร้ายจิตใจจนกลับไปนอนที่บ้านไม่ได้ คิดแล้วก็น่าเสียดาย ทำไมตอนนั้นเขาไม่ขับรถชนไอ้คุณชายหวงนั่นไปซะ