จอมหมัดราชันย์

    ตอนที่ 21 ตีบทแตก

    ตอนที่ 21 ตีบทแตก
    ท่ามความเงียบที่ปกคลุมไปทั่วทั้งห้องโถง ช่างไห่มองตัวยาในมือด้วยความสำนึกผิด แต่เมื่อคิดถึงหลานของตนที่ทนลำบากมาหลายปี เขาจึงจำยอมพร้อมใจ กับการกระทำผิดครั้งนี้ ถึงแม้มันจะย้อนแย้งกับนิสัยของเขาก็ตาม แต่กลับกันกับผู้อาวุโสทั้งสอง บนใบหน้าของพวกเขาต่างเอ่อล้นด้วยความสุข ด้วยยาเกร็ดมังกรม่วงระดับแปด ไม่เพียงแต่รักษา แต่มันยังสรรพคุณเพิ่มพูนพลังลมปราณ หากลูกทั้งสองของพวกเขาได้รับตัวยา การคัดสรรศิษย์ในวันพรุ่ง ก็อาจเพิ่มโอกาสให้แก่พวกมันอีกหลายเท่าตัวทันใดนั้นประตูใหญ่ห้องโถงพลันถูกเปิดออก พวกเขาเร่งรีบเก็บยาเกร็ดมังกรทันที เมื่อเห็นว่าเป็นบุตรชายทั้งสองของตน จึงได้มีสีหน้าที่ผ่อนคลาย เมื่อเนี่ยตี้และเทียนเหมินเข้ามาถึง พวกมันก็ประสานมือคำนับทั้งสามทันที “ท่านปู่ ท่านพ่อ พวกท่านเรียกหาข้า?” บนใบหน้าของเนี่ยตี้นั้นแสดงความสุภาพ นอบน้อมถึงขีดสุด เมื่อยามที่มันอยู่ต่อหน้าฉางไห่“เจ้าต้องเรียกข้าว่าผู้นำ! แม้แต่จะไม่มีศิษย์นอกอยู่ในนี้ แต่ก็ไม่สมควร งานในวันพรุ่งนี้จัดเตรียมเป็นอย่างไรบ้าง” ฉางไห่พูดออกมาอย่างเฉยชา พร้อมกับยกน้ำชาขึ้นดื่ม มีหรือที่เขาจะไม่รู้ว่าทั้งสองเกลียดชังเนี่ยฟงแค่ไหน แม้แต่ศิษย์คนอื่นๆ เอง พวกมันทั้งสองก็ยุแหย่ให้เกลียดเนี่ยฟงตามพวกมัน “เรียนท่านผู้นำ ทุกอย่างได้ถูกจัดเตรียมไว้อย่างเพียบพร้อม ไม่มีสิ่งใดตกหล่น ขอให้ท่านผู้นำโปรดวางใจ” เนี้ยตี้ก้มหน้าคำนับ แม้ใบหน้าของมันจะมีรอยยิ้ม แต่ภายในใจขุ่นเคืองยิ่งนัก “แล้วเจ้าขยะนั่น! ทำไมมันเรียกเจ้าว่าท่านปู่ได้” เนี่ยตี้ครุ่นคิดในใจด้วยความโกรธเคือง “ดี แล้วหลายวันที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นในสำนักหรือไม่” ทันทีที่ชางไห่กล่าวออกมา ใบหน้าของเทียนเหมินปรากฏเม็ดเหงื่อไปทั่วทั้งใบหน้า มือและขาของมันสั่นไหวราวกับเจ้าเข้าทรง จนเนี่ยตี้ต้องเหยียบที่เท้าของมัน ให้ดึงสติคืนมา แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของฉางไห่ได้ ทำให้เขาเอ่ยปากออกมาทันที “เกิดอะไรขึ้น!! รีบบอกมาเดี๋ยวนี้!!” เนี่ยตี้จ้องมองเทียนเหมินด้วยความโกรธเคือง เมื่อยามจะเปิดปากพูดออกไป ประตูห้องโถงก็เปิดขึ้นทันที พร้อมกับการมาของศิษย์ผู้หนึ่ง ที่หลานเซินใช้ให้มันไปตามลูกๆ ของตน“เรียนท่านผู้นำ ข้าพบแต่คุณชายทั้งสองเท่านั้น แต่ไม่พบคุณชายเนี่ยฟง เมื่อได้ตรวจสอบภายในห้องนอน มีเพียงฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งห้อง ราวกับว่าคุณชายไม่ได้อยู่หลายวันแล้ว ข้าจึงไปตามหาหลิงเอ๋อแทน ซึ่งข้าก็ไม่พบนางเช่นกัน” ศิษย์ผู้นี้เป็นศิษย์ที่เข้าไปช่วยเหลือในการปรุงยา ดังนั้นการที่เขาไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นจึงไม่แปลกอะไร ฉางไห่หันไปมองเนี่ยตี้และเทียนเหมินทันที พร้อมกับตีที่พักแขนบนเก้าอี้จนดังสนั่น และลุกขึ้นยืนชี้หน้าพวกมันทั้งสอง “เนี่ยฟงและหลิงเอ๋อไปไหน!! ดูจากอาการของเทียนเหมิน ข้าแน่ใจว่าพวกเจ้าต้องรู้ รีบบอกมา!!” ทันใดนั้นบนใบหน้าของเนี่ยตี้ปรากฏความเศร้าหมอง พร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลรินออกมาเป็นสาย เข่าทั้งสองข้างของมันทรุดลงสู่พื้น โดยที่ไม่ลืมดึงร่างเทียนเหมินลงมานั่งเคียงข้าง ก่อนจะร้องไห้โฮฟูมฟายดั่งคนบ้า ทำให้หัวใจของฉางไห่สั่นไหวทันที “เรียนท่านผู้นำตามตรง ที่เทียนเหมินสั่นไหวเยี่ยงนั้นเพราะมันเสียใจ...เสียใจกับการจากไปของหลิงเอ๋อและเนี่ยฟง ในวันที่พวกท่านเข้าห้องปรุงยา ก็มีกลุ่มโจรสี่คนบุกเข้ามาในยามวิกาล เพื่อช่วงชิงตัวยาสำคัญของสำนัก และบังเอิญที่เนี่ยฟงกับหลิงเอ๋อไปเห็นเข้าพอดี พวกมันจึงไล่ล่าพวกเขาเพื่อสังหาร ด้วยพลังลมปราณที่สูงของพวกมัน แม้แต่ข้ากับเทียนเหมินก็ไม่สามารถต่อกรได้ จนพวกโจรไล่ล่าพวกเราไปถึงหลังตระกูล แล้ว...แล้ว....” เมื่อเนี่ยตี้หยุดพูดกลางคัน ฉางไห่ก็พูดออกมาทันที “แล้วอะไร? ! เกิดอะไรขึ้น รีบบอกข้ามา” “แล้ว...แล้วพวกกลุ่มโจร ก็ผลักเนี่ยฟงตกหน้าผาไร้ก้น เมื่อหลิงเอ๋อเห็นดังนั้นจึงกระโจนไปช่วยดึงรั้งขาเนี่ยฟงไว้ แต่ด้วยเรี่ยวแรงของนางไม่สามารถฉุดดึงเนี่ยฟงขึ้นมาได้ ข้ากับเทียนเหมินก็ไปช่วยกันดึงอีกแรง พวกโจรเห็นดังนั้น จึงใช้กระบี่แทงที่หัวไหล่ข้ากับเทียนเหมิน พวกข้าจึงไม่สามารถดึงรั้งพวกเขาขึ้นมาได้ จึงได้เห็นพวกเขาตกผาไปต่อหน้าต่อตา และถ้าหากตอนนั้นไม่มีศิษย์ในสำนักมาช่วย แม้แต่ชีวิตของข้ากับเทียนเหมิน....ก็ไม่อาจรอดกลับมาได้....ท่านผู้นำนี่คือบาดแผลที่กลุ่มโจรมันทิ้งไว้บนร่างของข้า ท่านดูเถอะ!!” เนี่ยตี้ลุกขึ้นยืนพร้อมกับเปิดเสื้อโชว์แผ่นหลัง ปรากฏผ้าพันแผลที่ชุ่มไปด้วยเลือด ไม่เพียงแค่นั้นมันยังเปิดเสื้อของเทียนเหมินออก โชว์บาดแผลที่ไหล่เช่นกัน แต่ก็ไม่ได้ชุ่มเลือดเหมือนกับมัน ทันใดนั้นร่างของฉางไห่ก็ทรุดลงไปที่เก้าอี้ทันที พร้อมกับน้ำตาที่หลั่งรินออกมา “ลูกฟง~!!” เมื่อหลานเซินและเทียนหยางเห็นบาดแผลบนตัวลูกของตน มันก็พุ่งทะยานเข้าหาลูกของตนทันที พร้อมกับตรวจดูบาดแผลของทั้งสองด้วยความเป็นห่วง เมื่อปลายนิ้วสัมผัสที่ผ้าพันแผล ก็มีเลือดที่ติดมากับปลายนิ้ว “ลูกตี้ ลูกเหมิน พวกเจ้าบอกพ่อว่าตั้งแต่วันแรก ที่พวกพ่อเข้าห้องปรุงยา แล้วเหตุใดเลือดมันไหลอยู่ นี่ผ่านมาตั้งสิบสี่วันแล้ว บาดแผลควรสมานกันแล้วไม่ใช่หรือไง?” ทันใดนั้น ดวงตาของเนี่ยตี้และเทียนเหมินก็สั่นไหวทันที ก่อนจะปล่อยเสียงโฮออกมาดังสนั่น “โฮโฮโฮ!! ท่านพ่อ พวกท่านคงไม่เข้าใจ เมื่อใดที่พวกข้าคิดถึงเนี่ยฟงและหลิงเอ๋อ เลือดที่บาดแผลก็จะไหลออกมาทันที มันคงเป็นบาปที่พวกข้าไม่สามารถช่วยพวกเขาได้ โฮ~!!” “โธ่~!! ลูกพ่อ เจ้าช่างจิตใจดียิ่งนัก ทำไมพวกเจ้าถึงไม่มาตามพวกพ่อกันเล่า!!” “จะให้พวกข้าไปตามพวกท่านได้อย่างไร พวกท่านมีกิจสำคัญที่ไม่สามารถปลีกตัวได้ หากพวกข้าไปตามพวกท่าน อาจจะทำให้เสียสมาธิในการปรุงยาและปรุงยาไม่ทันการณ์ พรรคมังกรฟ้าย่อมไม่ปล่อยตระกูลเราไปง่ายๆ แล้วท่านจะให้ข้าทำอย่างไร โฮ~!!” “โธ่~!!! ลูกตี้ของพ่อ!!! ทำไมเจ้าประเสริฐถึงเพียงนี้! เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ดีจริงๆ! ไม่เสียแรงที่เกิดเป็นลูกข้า” เนี่ยหลานเซินกอดลูกของมันแน่น พร้อมกับปลอบประโลมไม่ขาดสาย แม้ใบหน้าของเนี่ยตี้จะปรากฏหยาดน้ำตามากมาย แต่ภายในหัวใจของมันนั้น กลับหัวร่อออกมาดังสนั่น มันรู้สึกสะใจเป็นอย่างมาก เมื่อเห็นใบหน้าที่เศร้าหมองของฉางไห่ “ท่านผู้นำ ข้าจะพาลูกข้าไปรักษาบาดแผล เรื่องนี้จะช้าไม่ได้ เมื่อพรรคมังกรฟ้ามาถึง ลูกข้าจะได้เตรียมตัวทัน ขอลา!” หลานเซินกล่าวออกมาพร้อมกับประคองร่างของบุตรชาย“พวกเจ้าไปเถอะ” ฉางไห่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ พร้อมกับโบกสะบัดฝ่ามือราวกับเป็นการโบกไล่ เมื่อหลานเซินและเทียนหยางเห็นดังนั้น ก็พาลูกทั้งสองของพวกมัน จากไปทันทีแน่นอนว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้น เนี่ยตีและเทียนเหมินสร้างมันขึ้นมา รวมถึงบาดแผลที่พวกมันผลัดกันแทง เพียงแต่เทียนเหมินแทงแรงเกินไป จนทำให้เนี่ยตี้มีบาดแผลที่ลึกกว่า ผิดกับเทียนเหมินที่เนี่ยตี้แทงแค่ถากๆ เท่านั้น เมื่อหลานเซินรักษาบาดแผลให้แก่ลูกชายเสร็จ เนี่ยตี้ก็เตรียมจะกลับที่ห้องของตนทันที ทันใดนั้นเอง เขาก็เห็นฉางไห่ที่กำลังเดินไปยังด้านหลังตระกูล พร้อมกับแววตาและสีหน้าที่เศร้าสร้อย เมื่อเห็นดังนั้น มันจึงสะกดรอยตามไปทันที เกรงกลัวจะมีสิ่งใดเล็ดลอด อาจจะสาวความมาถึงมันได้ อย่างน้อยมันควรไปตรวจสอบดู เพื่อจะเตรียมตัวกับสถานการณ์ที่ไม่อาจคาดฝันดวงจันทร์บนท้องนภาสวยเด่น ดวงดาวมากมายเรียงรายไปทั่วท้องฟ้า สายลมที่พัดผ่านเย็นสบายเป็นอย่างยิ่ง เสียงจิ้งหรีดเรไรต่างขับกล่อมประสานเสียง มันเต็มไปด้วยบรรยากาศที่ชวนฝัน แต่กลับป่นไปด้วยเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้น ฉางไห่ยืนดูขอบหน้าผาพร้อมกับหยาดน้ำตาที่หลั่งรินมาเป็นสาย ในมือของเขานั้นกำเม็ดยาระดับแปดไว้แน่น ราวกับว่ามันจะแหลกคามือในไม่ช้า“มียาระดับแปดแล้วอย่างไร มียาที่รักษาชีพจรได้แล้วเป็นอย่างไร ต่อให้เป็นยาระดับสิบก็ไร้ประโยชน์! สวรรค์คนเลวๆ ท่านไม่พาไป แต่กลับมาเอาคนดีๆ อย่างลูกฟงของข้า ท่านมีตาหรือไม่!!! เขาเป็นเพียงแค่เด็กที่น่าสงสาร เป็นเพียงขยะไร้ค่าในสายตาผู้คน ท่านให้เขาเกิดมามีเส้นชีพจรพิการยังไม่พอหรือไงกัน เพราะเหตุใดท่านต้องมาพรากชีวิตเขาไปเยี่ยงนี้ ทำไมท่านไม่เอาชีวิตข้าไปแทนเขา ลูกฟง~!! ฮือฮือ!!” เสียงของฉางไห่สั่นสะท้าน ด่าทอสรวงสวรรค์ไม่ขาดสาย น้ำตาหลั่งไหลดุจสายเลือด เสียงร้องไห้ของเขา ราวกับคนจะขาดใจในไม่ช้า โดยไม่ทันสังเกตว่าเนี่ยตี้กำลังแอบมองอยู่ “ลูกฟง...หรือสวรรค์เมตตาต่อเจ้า พรากชีวิตของเจ้าไปเพราะไม่อยากให้เจ้าลำบาก ต้องถูกกลั่นแกล้งและถูกนินทาดุด่า ถูกผู้คนมองดั่งเศษขยะที่ไร้ค่า สวรรค์จึงนำเจ้าไป เพื่อไปเกิดใหม่เจอสิ่งที่ดีกว่า เช่นนั้นข้าคงจะโทษสวรรค์ไม่ได้ แต่เสียดายยิ่งนัก...ที่เจ้าไม่ได้พบเจอกับพ่อแม่ที่แท้จริง หากผู้มีคุณต่อข้ารู้ว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ เขาคงไม่ฝากเจ้าไว้ให้กับข้าแน่นอน ข้าทำผิดต่อท่านเหลือเกินท่านผู้มีคุณ ที่ไม่สามารถดูแลลูกหลานของท่านได้” “เนี่ยฟงไม่ใช่คนของตระกูลเนี่ยรึ!!!” ดวงตาของเนี่ยตี้เบิกโพลงกว้าง ก่อนที่มันเผลอพูดออกมาโดยไม่รู้ตัว ทำให้ฉางไห่ตกใจเป็นอย่างมาก ก่อนจะหันไปมองบริเวณที่เนี่ยตี้ซุกซ่อนตัวอยู่ พร้อมกับโคจรพลังลมปราณอย่างบ้าคลั่ง เตรียมจะซัดฝ่ามือทันที “นั่นใคร!!! ออกมาเดี๋ยวนี้!!”