แผ่นดินหลงเหยียน
ยามปกติแล้ว ลานปะาแคว้นหลงลี่อันอึมครึมซึ่งเต็มไปด้วยไอสังหารตลอดทั้งปีนี้ไม่มีแม้แต่เงาผู้คน ทว่าวันนี้กลับคลาคล่ำไปด้วยฝูงชนที่มามุงดูกันอย่างแน่นขนัด บริเวณกลางลานปะามีร่างของเด็กสาวในชุดผ้าหยาบเปื้อนเืทั้งตัวนอนสลบไสลอยู่ตรงนั้น
“สมควรตายแล้ว! องค์รัชทายาทดีต่อนางถึงเพียงนี้ แต่นางกลับคิดทรยศไปคบชู้กับอ๋องเจ็ด!”
“อ๋องเจ็ดกลายเป็คนพิการเดินไม่ได้ นับว่าเขาเป็คนไร้ประโยชน์ไปแล้ว เหมาะกับคนไร้ค่าอย่างนางยิ่งนัก”
“เ้าคิดมากไปแล้ว! อ๋องเจ็ดเคยเป็ถึงเทพาอันดับหนึ่งของแคว้นหลงลี่ แม้บัดนี้จะกลายเป็คนไร้ประโยชน์ แต่ก็หาใช่คนที่คนไร้ค่าอย่างนางจะคู่ควร ข้าได้ยินมาว่านางลวนลามอ๋องเจ็ดก่อน หาไม่แล้วเหตุใดอ๋องเจ็ดถึงไม่ยอมรับอนุ อีกทั้งยังปล่อยให้อันกั๋วกง [1] กับองค์รัชทายาทสั่งปะานางอีก ดูสิ นางยังกล้าจับแหวนหยกของอ๋องเจ็ดไว้แน่นไม่ยอมปล่อยอีก ช่างไร้ยางอายเสียจริง!”
“ดูเร็วเข้า! นักหลอมโอสถฮวาเย่ว์โหรวถึงกับเช็ดหน้าให้คนไร้ค่าด้วยตัวเอง สมแล้วที่นางได้รับยกย่องว่าอ่อนโยนใจดี และเปี่ยมพร์ ไม่เหมือนกับฮวาชิงเหยียนคนไร้ค่าผู้นั้นเลยสักนิด ต่างกันราวฟ้ากับเหว!”
สายตาของฝูงชนมองไปยังหญิงสาวที่สวมชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อนยาวกรอมเท้าซึ่งนั่งอยู่กลางลานปะานั้นเต็มไปด้วยความหลงใหล ผิวพรรณงามเนียนราวหยก รูปโฉมงดงามดั่งบุปผา ท่าทางอ่อนโยนของฮวาเย่ว์โหรวขณะเช็ดหน้าอันเปรอะเปื้อนและขาวซีดให้เด็กสาวที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงนั้นแ่เบาและน่าเวทนาอย่างยิ่ง หากไม่ทันสังเกตก็มิอาจเห็นแววดูแคลนวูบหนึ่งที่ฉายวาบขึ้นในดวงตาคู่นั้น
เจ็บ...เจ็บหน้าชะมัด...ข้าควรจะตายไปแล้วมิใช่หรือ
เหตุใดถึงยังรู้สึกเจ็บอยู่เล่า
ความปวดแสบปวดร้อนบนใบหน้าปลุกให้ฮวาชิงเหยียนลืมตาขึ้นช้าๆ
สิ่งแรกที่สะท้อนั์ตาคือหญิงสาวอายุราวสิบหกสิบเจ็ดปีในชุดโบราณผู้หนึ่งที่มีใบหน้างดงามสะดุดตา ฮวาชิงเหยียนเบิกตากว้างในทันที...
“ข้ายังไม่ตาย...” ฮวาชิงเหยียนพึมพำออกมาด้วยสีหน้าตกตะลึง
เมื่อฮวาเย่ว์โหรวได้ยินเสียงนาง ก็แค่นเสียงเบาแล้วกล่าวว่า “ที่แท้เ้าก็แกล้งตาย นึกว่าทำเช่นนี้แล้วจะได้รับความเวทนาจากองค์รัชทายาท? ฝันกลางวันอยู่หรือ”
น้ำเสียงอ่อนโยนดุจสายน้ำนั้นแฝงไปด้วยความชิงชังรุนแรง จงใจออกแรงถูใบหน้าของฮวาชิงเหยียนจนเป็แผล อีกทั้งใบหน้าที่งดงามของฮวาเย่ว์โหรวยังเผยรังสีเยียบเย็นอยู่เป็ระยะ
ฮวาชิงเหยียนขมวดคิ้ว ขณะกำลังจะปัดมือนางออก สมองพลันปวดแปลบก่อนจะมีความทรงจำมหาศาลที่มิใช่ของตนถาโถมเข้ามา
ั์ตาของฮวาชิงเหยียนเบิกโพลงฉับพลัน
นางตายแล้วจริงๆ แต่ิญญากลับมาเกิดใหม่ในร่างผู้อื่น!
นางฟื้นขึ้นมาในร่างของเด็กสาวที่ชื่อฮวาชิงเหยียนเหมือนกันกับตนซึ่งถูกกล่าวหาว่าสูญเสียพรหมจรรย์และลักลอบมีสัมพันธ์กับชายอื่น ที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นคือร่างนี้ไม่อาจฝึกฝนพลังปราณได้จึงถูกตราหน้าว่าเป็คนไร้ค่า
ส่วนสาเหตุที่เ้าของร่างเดิมต้องจบชีวิตลงในครานี้ เป็เพราะนางพยายามนำแหวนหยกวงหนึ่งไปขายเพื่อนำเงินมาซื้อยา ใครจะคิดว่าแหวนวงนั้นดันไปเหมือนกับของอ๋องเจ็ดเข้า นางจึงถูกจัดฉากให้ดูเหมือนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับอ๋องเจ็ด และแหวนหยกนั้นก็เป็หลักฐานชิ้นสำคัญ จึงถูกตัดสินให้รับโทษปะาผ่าครึ่งตัว
นางถูกโบยอย่างไร้ความเมตตา ทว่าเ้าของร่างเดิมอ่อนแอเพราะอดอยากมานาน ทำให้สิ้นใจไปั้แ่ตอนถูกโบย ฮวาชิงเหยียนจึงเข้ามาอยู่ในร่างนี้ั้แ่ตอนนั้น
ฮวาชิงเหยียนซึ่งถูกมือของใครบางคนรั้งไว้ั์ตาพลันเย็นวาบ ก่อนรีบยื่นอีกมือคว้าจับไว้แน่น แต่แรงกระชากของอีกฝ่ายทำให้นางเจ็บไปทั่วทั้งตัว ทว่าแม้จะเ็ปเพียงใด นางก็ไม่แม้แต่จะเผยสีหน้าเ็ป ทั้งยังคงจับมือนั้นไว้แน่น
ถึงฮวาเย่ว์โหรวจะดึงมือกลับไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจนัก นางโน้มตัวลงกระซิบ
“หึ ปกป้องดีเสียจริงนะ คงเป็ของแทนใจที่อ๋องเจ็ดมอบให้ล่ะสิ อย่างนี้พวกข้าก็ไม่ได้ใส่ร้ายเ้านี่นา”
เสียงอ่อนหวานราวเสียงนกขับขานนั้นมีเพียงฮวาชิงเหยียนและฮวาเย่ว์โหรวเท่านั้นที่ได้ยิน
ฮวาชิงเหยียนจึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าตนยังคงกำแหวนหยกวงนั้นไว้แน่น
นั่นคือความยึดติดของเ้าของร่างเดิม ก่อนสิ้นใจคิดแต่จะนำแหวนหยกไปขายแลกเงินซื้อยา ต่อให้ตายแล้วก็ยังไม่ยอมปล่อยมือ
“พอเถอะเย่ว์เอ๋อร์ [2] ถึงแม้เ้าจะเวทนาเพียงใดก็ควรเข้าใจว่าฮวาชิงเหยียนทำให้จวนอันกั๋วกงกับองค์รัชทายาทต้องอับอายมากเพียงไหน อย่าได้ดึงเวลาต่อไปอีกเลย กลับมาที่เดิมเถิด ถึงเวลาต้องส่งนางไปแล้ว”
เสียงของชายวัยกลางคนซึ่งเปี่ยมด้วยอำนาจดังมาจากแท่นสูงด้านหน้า ฮวาชิงเหยียนเงยหน้ามองก็เห็นคนจากตระกูลฮวานั่งเรียงรายอยู่บนนั้น ผู้ที่เอ่ยวาจาเมื่อครู่นี้คือฮวาเจิ้นเซี่ย ผู้นำตระกูลฮวาคนปัจจุบัน
แต่ที่เด่นชัดที่สุดคงหนีไม่พ้นชายหนุ่มรูปงามที่นั่งอยู่ตรงกลาง ใบหน้าหล่อเหลาทว่าแววตาที่มองมาทางนางเปี่ยมด้วยความดูแคลน
เขาคือจวินอู๋ชิง องค์รัชทายาทหรือก็คือคู่หมั้นของเ้าของร่างเดิม
ฮวาเย่ว์โหรวแผ่พลังปราณไปยังมือของฮวาชิงเหยียนให้นางรู้สึกชา ก่อนดึงมือตนกลับแล้วยืนขึ้นอย่างสง่างาม
ฮวาเจิ้นเซี่ยเห็นดังนั้นจึงหันไปประสานมือกล่าวกับจวินอู๋ชิง “ขอเชิญองค์รัชทายาทลงทัณฑ์สตรีต้องโทษด้วยตนเองขอรับ”
ฮวาเย่ว์โหรวหันไปมองจวินอู๋ชิงด้วยสายตาเว้าวอน ใบหน้าเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและจนปัญญา ก่อนกล่าวเสียงแ่เบา “องค์รัชทายาท เหยียนเอ๋อร์สำนึกผิดแล้ว ข้าน้อยขอวิงวอนให้องค์รัชทายาทไว้ชีวิตนาง อย่างน้อยก็ให้ตายศพสมบูรณ์เถิดเ้าค่ะ”
นางแสดงท่าทีอ่อนหวานเวทนาอย่างแเีจนผู้คนรอบข้างต่างซุบซิบชื่นชมว่าเป็สตรีใจดีมีเมตตา
จวินอู๋ชิงจ้องมองฮวาเย่ว์โหรวจากระยะไกล บรรยากาศระหว่างทั้งสองแฝงด้วยความหวานล้ำที่ยากจะมองเห็นด้วยตาเปล่า เขามองฮวาเย่ว์โหรวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูและอ่อนโยน
ทว่าเมื่อสายตานั้นหันกลับมามองฮวาชิงเหยียน กลับเปลี่ยนเป็ความรังเกียจทันที เสียงของเขาเ็าไร้อารมณ์ “ฮวาชิงเหยียน เ้าทำเื่เสื่อมเสียเช่นนี้ต่อราชสกุล เดิมควรถูกลงโทษด้วยการผ่าครึ่งตัว แต่ในเมื่อเย่ว์โหรวขอร้อง ข้าจะให้เ้าตายอย่างศพสมบูรณ์ก็แล้วกัน ทหาร! นำสุรามา!”
ฮวาชิงเหยียนมองจวินอู๋ชิง นางยกยิ้มมุมปากเย้ยหยัน ก่อนจะค่อยๆ ยันตัวนั่ง
ละครของชายโฉดหญิงชั่วคู่นี้ช่างแสดงได้แเีเสียจริง น่าเสียดายที่นางไม่ใช่เ้าของร่างเดิม จึงหลอกได้ยากกว่ามาก
นางเคยเป็ถึงแพทย์ทหารที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งศตวรรษที่ยี่สิบสาม ผ่านศึกมานับไม่ถ้วน นางต้องผลิตยาจำนวนมากอยู่บ่อยครั้ง ส่งผลให้พลังจิตของนางพัฒนาไปจนถึงระดับสูงสุด ไวต่อทุกสิ่งโดยเฉพาะการรับรู้ นางจึงล่วงรู้จากความทรงจำของเ้าของร่างเดิมได้ทันที ว่าฮวาเย่ว์โหรวกับคู่หมั้นจอมปลอมนี้แอบสมคบคิดกันมานานแล้ว
ส่วนเื่ที่เกิดขึ้นกับเ้าของร่างเดิมในครานี้ แท้จริงก็คือแผนการของฮวาเย่ว์โหรวกับจวินอู๋ชิงโดยแท้
แม้ร่างกายฮวาชิงเหยียนเต็มไปด้วยาแเืซึมจากการโบย ไม่มีแม้แต่ที่ว่างให้เห็นผิวเนื้อดีๆ สักแห่ง ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็ฝีมือการลงโทษของฮวาเจิ้นเซี่ยทั้งสิ้น กระนั้นนางกลับไม่รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความยินดีที่ตนยังมีชีวิตรอด
“คุณหนูฮวา สุรานี้คือสิ่งที่องค์รัชทายาทมอบให้ ขอท่านดื่มเสียเถิด”
ทหารนายหนึ่งถือจอกสุราเดินเข้ามาหานาง กล่าวด้วยน้ำเสียงเ็าไร้ซึ่งความรู้สึก
แม้กลิ่นสุราโชยมาเพียงน้อย แต่ฮวาชิงเหยียนกลับชะงักทันควัน สายตาเปี่ยมด้วยความเ็า เพราะนางแยกกลิ่นพิษในสุราได้ทันที พิษนี้ร้ายแรงนัก หากดื่มเข้าไปจะทำให้อวัยวะภายในแหลกสลาย ใช้เวลาแค่หนึ่งนาทีร่างทั้งร่างก็จะกลายเป็เืโดยสมบูรณ์
สิ่งนี้น่ะหรือที่นับว่าไว้ชีวิต?
การได้มีชีวิตอยู่นั้นยากลำบากเพียงใด นางไม่มีวันปล่อยให้แผนร้ายของพวกเขาสำเร็จง่ายๆ แน่นอน
“รีบดื่มเสียเถอะ หากลูกสาวข้ากล้าทำเื่เช่นนี้ ป่านนี้ข้าคงบีบคอนางตายไปนานแล้ว!”
“นั่นสิ ยังมีหน้าอยู่ต่ออีกหรือ!”
“นักหลอมโอสถฮวากับองค์รัชทายาทช่างมีเมตตา ถึงกับยอมปล่อยให้ศพของนางสมบูรณ์ หากถามข้า คนไร้ค่าอย่างนางสมควรถูกผ่าครึ่งไปนานแล้ว นางควรคุกเข่าขอบคุณที่ได้โอกาสนี้ด้วยซ้ำ!”
ฝูงชนพากันเย้ยหยันฮวาชิงเหยียน และเร่งเร้าให้นางรีบดื่มสุราเพื่อจบเื่
ฮวาชิงเหยียนเหลือบมองจวินอู๋ชิงบนแท่นสูงด้วยสายตาเฉียบคม จากนั้นค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ร่างกายที่เคยอ่อนแอราวกับจะปลิวลมได้ทุกเมื่อกลับแผ่นหลังเหยียดตรง สายตามั่นคงอย่างยิ่ง อีกทั้งยังเปี่ยมด้วยอำนาจที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า หากกลับกดดันจนผู้คนรู้สึกสะท้านในใจ