ตอนที่ 5 สู่ขอ
#ขุนพล & #ตะวัน
่สายๆของวันใหม่ผมพาแม่ประนอมนั่งรถไปที่บ้านของตะวัน ตามที่ได้บอกกับทางโน้นเอาไว้ท่าทางของแม่ดูยิ้มแย้มไปตลอดทาง ซึ่งปกติผมเห็นแม่ทำแต่งานไม่ค่อยได้เห็นท่านยิ้มแบบนี้สักเท่าไหร่ วันนี้ท่านดูมีความสุขผมก็ยินดีด้วย
เมื่อผมเลี้ยวรถเข้าไปจอดที่หน้าบ้านก็เห็นไอ้กล้าเดินอุ้มลูกสาวของมันเข้ามาหา
"สวัสดีครับแม่" ไอ้กล้ามันคงรู้สึกแปลกใจ ที่เห็นผมพาแม่มาด้วยในมือของผมมีกระเช้าผลไม้และขนมเบเกอรี่ที่แม่ทำ ถือติดไม้ติดมือเอามาฝากด้วย
"สวัสดีกล้า แม่เราอยู่มั้ย"
"อยู่ด้านในครับ เชิญครับ"
"ลูกสาวเหรอ ผิวใสจังเลย" แม่ประนอมเอ่ยชมน้องปลายฝนพร้อมกับเอื้อมมือไปจับแก้มยุ้ยๆของแกเล่นทันใดนั้นใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักก็ส่งยิ้มหวานให้แม่ทันทีน้องปลายฝนเป็เด็กยิ้มเก่งอารมณ์ดี ใครที่ได้พบเห็นต่างเป็ต้องหลงรักกันทุกคน
"ครับ ลูกสาวผมผิวสวยได้แม่ครับ" ไอ้กล้าตอบด้วยความปลื้มใจมันคงปลื้มที่ได้เมียสวย และปลื้มที่มีลูกสาวน่ารักเสียดายที่วันงานแต่งของมันผมไม่ได้ไปด้วย ก็บ้านเมียมันอยู่ไกลเหลือเกิน
"อ่ะย่าให้ตังกินขนม"แบงค์สีเทาหนึ่งใบถูกหยิบขึ้นมาจากกระเป๋าของย่าประนอมแล้วยื่นให้สาวน้อยน่ารักด้วยรอยยิ้มทันใดนั้นฝ่ามือเล็กๆรีบคว้าแบงค์สีเทาใบนั้นเอามาถือไว้ทันที
"ขอบคุณนะครับแม่" ไอ้กล้ามันขอบคุณแม่ประนอมแทนลูกสาวของมันอายุของน้องปลายฝนน่าจะห้าหกเดือนได้มั้ง ข้อนี้ผมไม่ค่อยมั่นใจ
"น่ารักจังเลย ชื่ออะไรคะลูก"
"ชื่อน้องปลายฝนครับ"
"ชื่อก็น่ารัก ไปๆเข้าบ้านกันดีกว่า เดี๋ยวจะเสียฤกษ์"
"ฤกษ์อะไรครับ" แม่ประนอมไม่ได้ตอบคำถามแต่เลือกที่จะเดินนำเข้าบ้านไป...ทำอย่างกับเป็บ้านตัวเอง!
"ฤกษ์อะไรวะไอ้พล"
"เดี๋ยวมึงก็รู้" ไอ้กล้ากับผมเดินตามหลังของแม่ประนอมเข้าไปได้หน่อยแม่รำเพยก็เดินออกมาต้อนรับที่หน้าประตูบ้าน
"อ้าวเ้าพล พาแม่มาด้วยเหรอ"
"สวัสดีครับ ของฝากเล็กๆน้อยๆครับ" ผมรีบยกมือไหว้แม่รำเพยทันทีก่อนที่จะส่งกระเช้าผลไม้และขนมให้ท่าน
"ขอบใจลูก" ซึ่งท่านก็รับเอาไปถือไว้แล้ววางลงที่โต๊ะใกล้ๆเนื่องจากน้ำหนักค่อนข้างมาก
"สวัสดีค่ะ ฉันเป็แม่ของตาพลค่ะ"ส่วนแม่ของผมมือของท่านไม่ว่างหรอกครับ เพราะวันนี้ท่านหอบเอาทองคำที่ซื้อมาเมื่อวานหวังจะเอามาเป็ของหมั้นซึ่งผมก็ยังไม่รู้ว่าแม่รำเพยจะยกลูกสาวเพียงคนเดียวของท่านให้ผมหรือเปล่า
"สวัสดีค่ะ เชิญเข้าบ้านก่อนค่ะ...ที่จริงแค่มาขอโทษมาเองก็ได้ไม่ต้องลำบากพาแม่มาด้วยหรอก" ประโยคหลังแม่รำเพยหันมาพูดกับผมซึ่งผมก็ทำได้แค่ส่งยิ้มไปให้ท่านเท่านั้น
"ตะวันใช่มั้ยลูก"
"สวัสดีค่ะ หนูตะวันค่ะ"
"น่ารักกว่าที่แม่คิดเอาไว้ซะอีก" แม่...เบาได้เบา!ผมอยากจะสะกิดแม่ของผมเหลือเกิน อัธยาศัยดีเกิน!
"ที่ฉันมากับตาพลวันนี้ด้วย ฉันมีเื่อยากจะคุยกับแม่ด้วยค่ะขอเวลาสักครู่ได้มั้ยคะ" แม่ผมเริ่มเข้าเื่และ
จากนั้นแม่ทั้งสองท่านก็พากันเข้าไปคุยกันด้านในบ้านผมทำท่าจะเดินตามแม่เข้าไปแต่ก็ต้องหยุด
"เฮียพลคะ หนูขอคุยด้วยหน่อยค่ะ"ตะวันคว้าข้อมือของผมพาเดินกลับออกมาทางด้านหน้าบ้านเธอพาผมเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างบ้านใต้ต้นไม้ใหญ่
"ตะวันมีอะไรจะคุยกับเฮียเหรอ"
"ที่จริงเฮียไม่ต้องรู้สึกผิด แค่กอดเองหนูไม่เป็ไร แล้วพาแม่มาด้วยทำไมเกรงใจท่านเปล่าๆ" ผมควรจะรู้สึกหรือพูดอะไรดีล่ะตอนนี้แม่ประนอมของผมคงพูดเข้าเื่แล้ว
"เื่เมื่อวาน เฮียขอโทษนะ"
"ไม่เป็ไรค่ะ ว่าแต่หน้าเฮียเจ็บมากมั้ยคะ"
"ถ้าบอกว่าไม่เจ็บเฮียคงโกหก" ยังช้ำอยู่เลย
"หนูต้องขอโทษแทนเฮียผาด้วยนะคะ เฮียผาเป็คนใจร้อนแบบนี้แหละค่ะ"
"ไม่เป็ไรเฮียเข้าใจ ถ้าเฮียเป็เขาเฮียก็คงโกรธ"สายตาของผมมองไปรอบๆไม่เห็นเฮียผาเลย เห็นแต่เฮียสิงห์เดินแว๊บๆอยู่ในบ้าน
"เขาไม่อยู่ที่นี่หรอกค่ะ เขาอยู่ที่สวน"
"อ่อครับ"
"ว่าแต่เฮียพาแม่มาทำไมคะ เกรงใจท่านเปล่าๆ"
"มาสู่ขอเราไง" สู่ขอ!
"ห๊ะ!" ฉันต้องฟังผิดไปแน่ๆ
"เฮียมาแสดงความรับผิดชอบเื่เมื่อวานนี้ไง" ผมพูดแค่นี้ตะวันหันหลังให้แล้วรีบวิ่งกลับเข้าบ้านไปทันทีเลยส่วนผมก็เดินตามเธอเข้าไปในบ้านด้วย
ฉันเดินเร็วๆเข้ามาถึงในบ้านสิ่งที่ฉันได้ยินคือ...
"ฤกษ์แต่งเดือนหน้านะคะ ฉันไปถามหลวงพ่อมาให้แล้วค่ะ" เสียงแม่ประนอม
"ค่ะ"
"ส่วนค่าสินสอดถ้าไม่เรียก ทางฉันขอจัดมาให้เอง รับรองสมน้ำสมเนื้อไม่ให้น่าเกลียดแน่นอนค่ะ" แม่รำเพยพูดไม่ค่อยเก่ง ได้ยินแต่เสียงแม่ประนอมพูดอยู่คนเดียว
"แม่!" ฉันเดินเข้ามาถึงจึงรีบส่งเสียงทันที
"อ้าวหนูตะวันมาพอดีเลย นั่งลงก่อนสิลูก"
"คุยอะไรกันอยู่เหรอคะ"
"แม่ประนอมมาสู่ขอเราน่ะ แสดงความรับผิดชอบเื่เมื่อวาน"ฉันต้องหูฝาดไปแน่ๆ
"แล้ว..." ฉันยังถามไม่ทันจบ!
"ใช่จ่ะ แม่หนูตกลงยกหนูให้ลูกชายแม่แล้วนะ" เสียงแม่ประนอมท่านส่งยิ้มมาให้จนฉันไม่รู้จะพูดอะไรต่อ
"แม่ยกให้แล้วเหรอคะ" แม่รำเพยพยักหน้าให้ฉัน
"แม่ประนอมเตรียมสินสอดกับหาฤกษ์แต่งไว้ให้แล้ว" ห๊า...ฤกษ์แต่ง!
"เมื่อไหร่จ๊ะ"
"เดือนหน้า..." ห๊ะ! ฉันหันไปมองหน้าเฮียพล เห็นเขามองมาด้วยใบหน้านิ่งเฉยไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไร
"เฮียอยากแต่งงานกับหนูเหรอคะ" ฉันถามตรงๆเื่มันชักจะไปกันใหญ่แล้ว
"อยากสิ ตะวันไม่อยากแต่งงานกับเฮียเหรอ" ผมอยากเห็นแม่ของผมมีความสุขผมจึงตัดสินใจแต่ง ส่วนตะวันผมรู้ว่าเธอมีใจให้จึงไม่ได้ถามเธอก่อนผมคิดว่าเธอไม่น่าจะปฏิเสธการแต่งงานของเราในครั้งนี้แน่นอน
"เอ่อ...เปล่าค่ะ"
"เอาล่ะ ทั้งสองคนก็เห็นด้วยแล้ว เอาเป็ว่าอีกสองสามวันแม่จะให้ลูกชายของแม่มาพาหนูไปดูชุดแต่งงานนะลูก"
"ค่ะ" ฉันตอบตกลงแบบงงๆ
"เอาล่ะ เสร็จธุระแล้ว ไม่อยากรบกวนนาน ฉันขอตัวกลับก่อนนะคะหนูตะวันแม่กลับก่อนนะลูก"
"สวัสดีค่ะ"
"สวัสดีครับ" ผมยกมือไหว้ลาแม่รำเพยจากนั้นผมก็พาแม่ประนอมกลับบ้าน
ทันทีที่รถของเฮียพลได้ขับออกจากบริเวณบ้านของฉันไปแล้ว
"แม่...แม่ประนอมเค้ามาพูดอะไรทำไมแม่ถึงยกหนูให้เค้าง่ายๆแบบนี้ล่ะคะ" ฉันแค่งง ถ้าถามว่าดีใจมั้ยก็คงต้องตอบว่าดีใจ แต่ดีใจแบบงงๆ
"ตะวัน..." เฮียกล้าส่งสายตามาที่กล่องกำมะหยี่สีแดงตรงหน้าฉันจึงเปิดมันออกดู เห็นมีทองคำแท่ง จำนวนสิบก้อน น่าจะก้อนละหนึ่งบาท
"อะไรกันคะเนี่ย" ฉันเงยหน้าถามทุกคน
"สินสอดทองหมั้น" เสียงเฮียสิงห์ตอบให้
"หมั้นแล้วเหรอคะ" ฉันใรอบสอง!
"ไม่ดีใจเหรอลูก ชอบเค้าไม่ใช่เหรอ" แม่คงเห็นว่าฉันชอบเขาท่านจึงยอมตอบตกลงไปโดยที่ไม่ได้ถามความคิดเห็นของฉันก่อน
"ค่ะ ก็ใช่...แต่..."
"เฮียคิดว่าแกจะดีใจซะอีก ทำไมทำหน้าแบบนี้ล่ะ" เสียงเฮียกล้า
"มันเร็วเกินไป หนูยังไม่ทันได้ตั้งตัวเลย"
"ยังไม่ได้ตั้งก็ตั้งซะสิ" เสียงเฮียกล้า
"หนูกลัว..."
"หน้าอย่างแกเนี่ยนะกลัว ไหนกลัวอะไร"
"กลัวเขาไม่รักหนูจริง ถ้ามันเป็แค่การแต่งงานเพื่อรับผิดชอบหนูไม่้า"
"ตะวัน...ที่แม่ยอมยกลูกสาวของแม่ให้เขาเพราะแม่คิดว่าลูกสาวของแม่จะต้องทำให้เขารักลูกให้ได้แม่รู้ว่าหนูคงต้องเจออุปสรรคนี้แต่แม่ประนอมเขารับปากกับแม่ว่าจะดูแลลูกสาวของแม่ให้เหมือนกับลูกสาวของตัวเองแม่ก็เลยตอบตกลง"
"ในเมื่อตกลงไปแล้วก็ต้องเป็ไปตามนั้น แล้วเฮียผาล่ะจะว่ายังไง"อันที่จริงฉันก็รักพี่ชายของฉันมากเหมือนกัน ถ้าทุกคนเห็นด้วยฉันถึงจะโอเค
"ถ้าเอ็งมีความสุข ทุกคนย่อมต้องเห็นด้วยอยู่แล้วแต่เมื่อไหร่ที่ถูกรังแกเอ็งต้องรีบมาบอกเฮียนะ"เป็เสียงของเฮียสิงห์พูดพร้อมกับจับศีรษะฉันโยกเล่นเบาๆ
เหตุการณ์ก่อนหน้า
????????????????????