พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    เล่ม 4 บทที่ 100 คุยเรื่องลับยามดึก

            ยามนี้ชายหนุ่มผู้ทรงเสน่ห์เย้ายวนกลับนิ่งสงบ แลดูอบอุ่นอ่อนโยน โม่เสวี่ยถงลืมตาขึ้นอีกครั้งด้วยสัญชาตญาณ ร่างกายที่แข็งเกร็งพลันอ่อนยวบ หัวเราะฝืดเฝื่อนในหัวใจ นี่เขาปีนหน้าต่างเข้าห้องผู้อื่นยามดึกบ่อยเกินไปแล้วกระมัง แต่นางกลับไม่รู้สึกประหลาดใจเลยสักนิด คล้ายว่าหากเขาไม่มาปรากฏตัวในยามนี้จึงจะเป็นเรื่องแปลก

            ความรู้สึกเคยชินของคน เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่น่ากลัวอย่างแท้จริง

            เฟิงเจวี๋ยหร่านยกยิ้มพราวเสน่ห์หลอมหัวใจให้ละลาย ดวงตาสุกใสพราวระยับเสมือนคลื่นน้ำชักขวางใส่นางทีหนึ่ง กล่าวเสียงขุ่น “ทำไม ไม่รู้จักข้าแล้วหรือ? เกินไปแล้วนะ ข้าอุตส่าห์ฝ่าลมหนาวแล่นมาหาเจ้าถึงที่นี่”

            “ข้าก็ไม่ได้เชิญท่านมาเสียหน่อย...” พอโม่เสวี่ยถงได้ยินคำพูดที่มักหาเหตุผลให้ตนเองอยู่เสมอของเขาก็ขบริมฝีปาก โต้กลับอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็ยกมือขึ้นคลึงศีรษะที่คล้ายยังมึนงงแล้วหยัดกายลุกขึ้น ทำให้เส้นผมสีดำสนิทดั่งราตรีปรกลงมาคลุมใบหน้าเล็กขาวซีด ยิ่งดูยิ่งน่าสงสาร

            “ข้าดูเป็นคนที่เจ้าอยากเชิญก็เชิญมาได้กระนั้นหรือ” เฟิงเจวี๋ยหร่านต่อปากอย่างไม่อินังขังขอบ เอื้อมมือเข้าไปหยิบหมอนหนุนใบใหญ่มาวางรองไว้ด้านหลังให้นางพิง “ข้าช่วยเจ้าแต่ละเรื่องมีแต่เรื่องใหญ่ๆ ทั้งนั้น ดึกดื่นค่อนคืนแล้วก็ยังไม่วายมาเยี่ยมเยียน เจ้ากล้าชักสีหน้าใส่ข้าได้อย่างไรกัน นี่หรือคือวิธีที่เจ้าใช้ปฏิบัติต่อแขกที่มาหาด้วยความหวังดี แบบนี้... นิสัยไม่ดีเลย”

            พอเห็นเขาจงใจแสร้งตัดพ้อเหมือนไม่ได้รับความเป็นธรรม โม่เสวี่ยถงก็โมโหจนไม่รู้จะว่าอย่างไร ได้แต่คลึงศีรษะที่ยังปวดอยู่หน่อยๆ แล้วเอนหลังพิงหมอน หายใจหนักๆ สองครั้งก่อนเบิ่งตาขึ้น ไม่แยแสว่าตนเองจะอ่อนแรง เอ่ยวาจากระแทกกระทั้นอย่างอดไม่ได้ “นิสัยไม่ดี... ก็ยังดีกว่าคนที่ชอบปีนเข้าห้องผู้อื่นกลางดึกก็แล้วกัน”

            คนผู้นี้ช่างยั่วโมโหเก่งจริงๆ ปีนห้องจนติดนิสัย นางมองแสงจันทร์จากนอกหน้าต่าง ดึกดื่นค่อนคืนเยี่ยงนี้ไม่หลับไม่นอน กลับแล่นมาหาชาวบ้าน ซ้ำยังมาตำหนิว่าผู้อื่นนิสัยไม่ดีอีก

            หากใครเห็นเข้า นางยังจะแต่งงานออกอีกหรือ!

            ท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่อย่างเขาย่อมไม่นำพาต่อชื่อเสียง แต่นางยังต้องออกเรือนอยู่นะ จะให้ยอมสละชื่อเสียงมาเล่นไร้สาระเป็นเพื่อนเขาได้อย่างไร

            “เอาหน่า... แม้ว่าเปิ่นหวางจะนิสัยไม่ดี แต่ก็ชมชอบของแปลกนี่นา ดังนั้นจึงแวะมาชมความคึกคักเสียหน่อย ด้วยนิสัยดื้อรั้นสู้ไม่ถอย ตีไม่ตายอย่างเจ้า ไฉนอยู่ดีๆ จึงกระอักเลือดจนเป็นลมไปได้เล่า หรือว่ามีสิ่งใดที่คิดอยากได้แต่ไม่ได้ดังใจ โอ้... หรือว่าสิ่งนั้นจะเป็นเปิ่นหวางกันหนอ... เอาล่ะๆ จะลองพิจารณาอีกครั้งแล้วกัน ไม่ใช่เรื่องหนักหนาเปลืองแรงอันใด เปิ่นหวางแต่งกับเจ้าก็ได้”

            เฟิงเจวี๋ยหร่านหรี่ตาลงช้าๆ ลอยหน้ายั่วเย้าเข้ามา ความหล่อเหลาเจิดจ้าจนลายตา แต่มักเพียรพาแหกคอกไปในเรื่องไม่ถูกทำนองคลองธรรมอยู่เรื่อย ชวนให้นางรู้สึกชังน้ำหน้ายิ่ง

            โม่เสวี่ยถงเหงือกฟันคันยุบยิบ โทสะแล่นพล่านไปทั่วร่างกระตุ้นให้แขนขามีเรี่ยวแรง ผลักใบหน้าคมสันที่ยื่นเข้ามาออกไปสุดกำลัง “หากท่านอ๋องไม่มีธุระอันใดก็ไปจัดการเรื่องของพระองค์เองเถิด เรื่องของผู้อื่นแม้จะมากมายเพียงใดก็เป็นเรื่องของผู้อื่น ได้ยินมาว่าท่านอ๋องชอบชมเรื่องสนุกเป็นที่สุด แต่ที่นี่หามีสิ่งเริงใจให้ท่านอ๋องชมไม่ หม่อมฉันเป็นเพียงสาวน้อยต่ำต้อย เกรงว่าจะทำท่านอ๋องระคายเคืองพระทัยอยู่ไม่เป็นสุขไปชั่วชีวิต ดังนั้นจึงไม่กล้าอาจเอื้อมรับสมรสจากท่านอ๋องหรอกเพคะ”

            เห็นนางโมโห เฟิงเจวี๋ยหร่านจึงไม่แกล้งเข้าไปใกล้อีก ยกมือขึ้นตบหน้าผากตนเองหัวเราะกล่าวว่า “เจ้าไม่ยอมให้เปิ่นหวางชมความสนุก แต่กลับไม่คิดว่าเรื่องสนุกของตนเองถูกผู้อื่นเห็นหมดแล้ว”

            คำกล่าวนี้โม่เสวี่ยถงฟังเข้าใจความหมาย หัวใจเต้นพลันระรัว สีหน้านิ่งขรึมลง ชั่วขณะนั้นไม่คิดต่อคำ ขบริมฝีปากแน่น สายตาทอดไปยังแสงจันทร์ที่ทอทาบลงมาที่มุมหนึ่งของห้องอย่างเหม่อลอย

            “เปิ่นหวางชอบชมเรื่องคึกคักของผู้อื่น แต่ไม่อนุญาตให้ผู้ใดมาแอบชมเรื่องสนุกของตนเองเด็ดขาด แม้สิ่งกีดขวางจะมากมายนักก็ค่อยๆ ผลักมันออกไปทีละอย่าง เดี๋ยวก็เดินต่อได้เอง เปิ่นหวางไม่เชื่อว่าจะมีสะพานใดที่เราไม่อาจเดินข้ามไปได้” เฟิงเจวี๋ยหร่านหันมามองนางปราดหนึ่ง ผลิยิ้มอ่อนบางแล้วลุกขึ้นจากเตียง ร่างสูงยืนย้อนแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาจากด้านหลัง เงามืดตกกระทบใบหน้า แม้เห็นไม่ชัดว่าเขารู้สึกเช่นไร แต่กลับสัมผัสได้ถึงความลึกล้ำสุดประมาณในดวงตา

            “แล้วหากพระองค์พบว่า ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจข้ามอุปสรรคนี้ไปได้เล่าจะทำอย่างไร หากทรงทราบว่าทุกสิ่งที่ตนเองคิดล้วนไม่อาจตามแผนการของผู้อื่นทันได้เลย หรือแม้แต่คู่ต่อสู้อยู่ที่ไหนก็ยังไม่รู้ จะทรงทำเช่นไร ท่านอ๋อง... มาตรว่าเป็นเช่นนี้แล้ว ยังทรงคิดว่าจะผ่านไปได้อยู่อีกหรือไม่ จำเป็นต้องให้ผู้อื่นมองไม่เห็นปัญหาของตนเองอยู่หรือเปล่า” นางกัดริมฝีปากกล่าวด้วยความรู้สึกหดหู่ สิ้นหวัง เรื่องราวในอดีตแต่ละเรื่องล้วนทำให้นางรู้สึกหวาดกลัว

            ความเจ็บปวดและเคียดแค้นชิงชังเยี่ยงนั้น ทำให้นางต้องการลากโม่เสวี่ยหมิ่นกับซือหม่าหลิงอวิ๋นลงนรกไปด้วยกัน กระเหี้ยนกระหือรือที่จะใช้ไฟโลกันตร์แผดเผาพวกเขาสองคนไปชั่วกัปชั่วกัลป์เพื่อการล้างแค้น นางยอมทนทุกข์ทรมานไปตลอดกาล แต่หากรู้ว่าเกิดมาใหม่แล้วยังต้องผิดพลาดซ้ำรอยเดิมอีก นางก็ไม่มีแรงจะเดินต่อไปอีกแล้ว 

            ดวงตากระจ่างใสที่ลุกโชติช่วงค่อยๆ หม่นแสงลง แพขนตากระพือวูบ เปลือกตาปิดลงอย่างสิ้นกำลังไร้แรงต้าน การปรากฏตัวของโม่เสวี่ยหมิ่นกับซือหม่าหลิงอวิ๋นนำโศกนาฏกรรมมาสู่ชีวิตนาง แต่ความจริงเล่า... ความจริงก็คือนางยังหาศัตรูผู้แข็งแกร่งไม่พบ

            เมื่อเป็นเช่นนี้ แล้วตนเองจะก้าวออกจากเส้นทางแห่งชะตาชีวิตอันแสนรันทดนี้ได้อย่างไร  

            มีแต่ความสิ้นหวัง ไร้หนทางเดินต่อไป

            “เพราะแค่พบอุปสรรคหนึ่งที่ไม่อาจผ่านไปได้ เจ้าจึงหมดอาลัยตายอยากจนกลายเป็นเช่นนี้เลยหรือ จะยอมแพ้จริงๆ กระนั้นหรือ โม่เสวี่ยถงที่ข้ารู้จักดูเหมือนจะไม่ใช่คนที่เจออะไรหน่อยก็หดหัวอยู่ในกระดองแบบนี้ ยามอยู่อวิ๋นเฉิง เจ้าก็ไม่มีทางถอยอยู่แล้วนี่ สตรีกำพร้าที่ถูกทอดทิ้งคนหนึ่ง ไม่มีใครคิดถึงและไม่มีใครเห็นใจ เกือบจะถูกคนทำลาย ภายใต้สถานการณ์แบบนั้น เจ้าก็ผ่านมันมาได้แล้วมิใช่หรือไร มาถึงเมืองหลวง ที่นี่มีจวนฝู่กั๋วกง มีบิดาของเจ้า แล้วก็ยังมีข้าผู้เป็นอ๋องที่เห็นการช่วยคนเป็นเรื่องสนุกคนนี้อีก...”

            “หากภายใต้เงื่อนไขที่มีแต่ผลประโยชน์เจ้ายังไม่มีแรงสู้ โม่เสวี่ยถง... ข้าคิดว่าเจ้าก็ตายๆ ไปเสียเถอะ ถึงอย่างไรเหล่าไท่จวินจวนฝู่กั๋วกงก็ใช่ว่าจะไม่เคยสูญเสียบุตรสาวเมื่อไร หากต้องมาเสียหลานสาวสุดที่รักไปอีกสักคนคงจะไม่เป็นไร บิดาของเจ้าก็สูญเสียภรรยาที่รักสุดหัวใจไปแล้ว ยามนี้แม้แต่บุตรสาวก็คิดจะจากไปด้วย นับว่าหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างแล้วจริงๆ ทรัพย์สมบัติและสินเดิมของเจ้ากับมารดาก็จะตกเป็นของพี่หญิงใหญ่กับอี๋เหนียงของนางทั้งหมด ความจริงเจ้าก็นับว่าเป็นสตรีที่ใจกว้างดีนะ ความคิดนี้ไม่เลวจริงๆ”

            ใบหน้าหล่อเหลาของเฟิงเจวี๋ยหร่านเต็มไปด้วยการเยาะหยันเสียดสี เขาเดินไปที่หน้าต่าง เอามือวางพาดแล้วเอนกายพิงพลางกระตุกมุมปากขึ้น ภายใต้แสงจันทร์สลัว เขาในยามนี้ดูนิ่งลึกเย็นชา น้ำเสียงที่เคยอ่อนโยนเต็มไปด้วยความเมตตากลายเป็นเสียงกระซิบประชดประชันที่ชวนให้หนาวสะท้าน คำพูดที่แสดงเจตนาดูหมิ่นไม่รักษาน้ำใจของเขากระทบหัวใจของโม่เสวี่ยถงอย่างแรง

            หัวใจของนางประดุจถูกคมมีดกรีดแทงเข้าไปในบาดแผลที่อยู่ส่วนลึก ความเจ็บปวดที่นางจงใจมองข้ามกำลังปริแตกแยกออกเป็นชิ้นๆ

            ยกของทั้งหมดให้โม่เสวี่ยหมิ่นกับฟางอี๋เหนียง ทำให้จวนฝู่กั๋วกงและบิดาร้าวรานใจ?

            จะให้โม่เสวี่ยหมิ่นกับซือหม่าหลิงอวิ๋นได้สมดังใจปรารถนาหรือ ไม่! นางไม่ต้องการ นางไม่มีวันยอมเด็ดขาด ถึงตายก็ไม่ยอม!

            นางลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีนิลสว่างวาบ แผ่รังสีความเกลียดชังขุ่นเข้ม นางจะให้พวกเขาสุขสมหวังได้อย่างไร

            ชาติที่แล้วนางยอมให้ศัตรูคู่แค้นเหยียบร่างของตนเองตะกายขึ้นสู่ที่สูง เหยียบย่ำมารดาที่นางรัก อย่างไรก็ตามชาตินี้นางกลับมาเพื่อทวงแค้น ไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นไร โม่เสวี่ยหมิ่นกับซือหม่าหลิงอวิ๋นล้วนเป็นศัตรูคู่อาฆาตของตนเอง แม้ต้องร่างแหลกกระดูกป่น วิญญาณถูกดึงสู่โลกันตร์ นางก็จะไม่ปล่อยให้พวกเขาได้อยู่เป็นสุข

            ดังนั้นเส้นทางนี้ แม้จะลำเค็ญแสนเข็ญเพียงใด นางก็จะต้องเดินไปให้จงได้...

            เช่นนั้นแล้วจะคิดมากไปไยเล่า!

            เมื่อหมายมั่นแล้วว่าจะต่อสู้กับโม่เสวี่ยหมิ่นต่อไป หากสำเร็จก็สามารถเปลี่ยนชะตาชีวิตของตนเอง ไม่สำเร็จก็ไม่ต้องละอายใจ อย่างน้อยก็ไม่ผิดต่อท่านแม่ ไม่ผิดต่อบุตรชายและไม่ผิดต่อตนเอง

            นางสูดหายใจเข้าลึก ขบริมฝีปากพยายามฝืนร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงลุกขึ้นนั่งหลังตรงราวกับพู่กัน นางจะล้มไม่ได้ ยังมีคู่แค้นอีกมากมายที่ยังไม่ได้จัดการ พวกเขาคงกำลังหัวเราะ แล้วไยนางจะต้องร้องไห้ ไม่ว่าจะมีแผนการซ่อนเร้นมากมายเพียงใด ชีวิตที่ได้กลับมาเกิดใหม่นี้จะต้องไม่สูญเปล่า ความแค้นนางย่อมต้องทวงคืนด้วยตนเอง

            ทัพมาใช้ขุนพลต้าน น้ำมาใช้ดินถม เมื่อเดินอยู่ต่างเส้นทางกับชาติที่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องหมดหวังกับชีวิต  

            หลังจากสูดลมหายใจลึก มีพลังชีวิตกลับมาสู้ใหม่อีกครั้ง ใบหน้าขาวซีดก็เผยรอยยิ้มอ่อนบางที่สงบเยือกเย็น หันไปมองเฟิงเจวี๋ยหร่านซึ่งยืนพิงอยู่อีกด้าน ยามนี้นางจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเมื่อครู่เขาจงใจพูดแบบนั้นเพื่อกระตุ้นให้นางคิดได้ ความซาบซึ้งใจทอวูบอยู่ภายใต้ก้นบึ้งดวงตา

            “ท่านอ๋อง เพราะเหตุใดจึงทรงต้องการช่วยเหลือหม่อมฉัน”  

            “แต่ไหนแต่ไรมาเปิ่นหวางก็เห็นการช่วยเหลือคนเป็นเรื่องสนุกอยู่แล้ว” น้ำเสียงเอ้อระเหยลอยมาจากความมืด แม้ไม่เห็นหน้า แต่รู้สึกได้ว่าเขากำลังยิ้ม ซ้ำยังยิ้มอย่างอารมณ์ดีเสียด้วย

            “ท่านอ๋อง หม่อมฉันขอถามได้หรือไม่ ว่าเพราะเหตุใดพระองค์ถึงไปที่บ้านเก่าของหม่อมฉันที่เมืองอวิ๋นเฉิง ทรงกำลังตามหาสิ่งใดอยู่ แล้วคนชุดดำผู้นั้นก็กำลังหาของสิ่งนี้อยู่เหมือนกันหรือ” หลังจากนิ่งไปชั่วครู่ โม่เสวี่ยถงก็เอ่ยถามขึ้น

            เมื่อก่อนที่ไม่ถาม เพราะไม่อยากเข้าไปพัวพันด้วย เรื่องแบบนั้นอันตรายสำหรับนาง แต่บัดนี้เพิ่งกระจ่างใจว่าความจริงชีวิตของตนเองตกอยู่ในอันตรายมานานแล้ว

            “เรื่องเหล่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับเจ้า อย่าเพิ่งรู้มากเกินไปดีกว่า” มุมปากของชายหนุ่มหยักยกขึ้น หัวเราะอย่างไร้สุ้มเสียงอยู่ในความมืด

            “หากต่อไปภายหน้า หม่อมฉันมีความจำเป็นต้องรู้ ไม่ทราบว่าท่านอ๋องพอจะอนุเคราะห์ได้หรือไม่” โม่เสวี่ยถงถามซ้ำ นางมีลางสังหรณ์บางอย่าง รู้สึกว่าเส้นทางที่ตนกำลังจะก้าวเข้าไปยิ่งถลำลึกลงเท่าใดก็ยิ่งลึกลับมากขึ้นเท่านั้น ช้าเร็วนางก็จำเป็นต้องรู้ เมื่อก่อนนางเอาแต่หลบเลี่ยง แต่ยามนี้เมื่อไม่อาจหลีกหนีได้ นางจึงต้องมองมันตรงๆ ให้ชัดแจ้ง

            “ได้ หากข้าพบว่าเจ้ามีความจำเป็นต้องรู้ ย่อมต้องบอกแน่นอน” ภายใต้เงาจันทร์ น้ำเสียงเนิบนาบของเขาทุ้มนุ่มปานสุราเลิศรสที่ชวนให้รู้สึกเคลิบเคลิ้มมึนเมา ในกระแสเสียงแฝงการปลอบประโลม แทรกซอนเข้ามาในส่วนลึกของหัวใจ ทำให้นางรู้สึกจิตใจสงบอย่างน่าประหลาด

            ชั่วเวลานี้ เขาไม่ใช่องค์ชายเจ้าเสน่ห์ที่ลุ่มหลงมัวเมาในกลิ่นคาวโลกีย์ แสงจันทร์กระจ่างที่ตกกระทบลงมาด้านหลัง ทำให้เห็นใบหน้าไม่ชัด ทว่าดวงตาเป็นประกายเจิดจ้าคู่นั้นยังชวนให้คนตื่นตะลึง ใบหน้าของนางร้อนผ่าวหัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว

            มือที่อยู่ใต้แขนเสื้อกำแน่น ภายในห้องเงียบสนิทจนคล้ายได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจ และยังรู้สึกว่ามิได้มีแค่ดวงเดียว

            “ข้าไปก่อนล่ะ หากต่อไปมีเรื่องอันใดก็ให้โม่เฟิงไปแจ้งให้ข้ารู้ อย่าวิ่งไปวิ่งมาเหมือนแมลงวันไม่มีหัว เที่ยวถามชาวบ้านว่าในยาทาแผลมีส่วนประกอบอะไรบ้างอย่างตอนนั้นอีก จะได้ไม่ทำให้ผู้อื่นเกิดความแคลงใจได้” ในความมืด ชายหนุ่มถอนสายตากลับมาจากดวงตาคู่งามของหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียง

            หัวใจของโม่เสวี่ยถงสะดุดไปหนึ่งจังหวะ รู้ได้ว่าเขากล่าวถึงเรื่องคราวที่แล้ว แต่ก็ตระหนักได้ว่าคำกล่าวของเขามีเหตุผล จึงพยักหน้ารับคำ

            เห็นนางยอมว่าง่ายเชื่อฟัง ริมฝีปากของเฟิงเจวี๋ยหร่านก็ทอยิ้มพร่างพราย ครานี้มิเอ่ยวาจาต่อความ ผลักบานหน้าต่างออกแล้วพลิ้วกายออกไป หน้าต่างถูกปิดลง เหลือเพียงเสียงลมครวญจากภายนอก

            เขาไปแล้วจริงๆ

            หลังจากเฟิงเจวี๋ยหร่านจากไป โม่เสวี่ยถงก็นอนเงียบๆ อยู่ในความมืด แต่กลับนอนไม่หลับ จึงพลิกกายมานอนคว่ำแล้วหยัดตัวขึ้น ทอดมองแสงจันทร์กระจ่างที่ผ่านบานหน้าต่างเข้ามาในห้อง หลังจากวางปมในใจลงแล้วก็ค่อยๆ ใคร่ครวญตามรอยความคิดเดิมต่อ ซือหม่าหลิงอวิ๋นกับโม่เสวี่ยหมิ่นเดินอยู่ในเส้นทางเดียวกันเมื่อชาติที่แล้ว ใช้โลหิตของนางกับบุตรชายต่างสีแดงมงคล ฉลองงานเลี้ยงสมรสของพวกเขาอย่างเลิศหรู

            แต่ตอนนี้ โม่เสวี่ยหมิ่นย่อมไม่เต็มใจแต่งเข้าจวนเจิ้นกั๋วโหว ความละโมบของนาง สิ่งที่นางต้องการยังมีอีกมากมาย จวนเจิ้นกั๋วโหวในเวลานี้ยังไม่อาจสนองความพึงพอใจของนางได้ ในขณะเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นฮูหยินเจิ้นกั๋วโหวหรือซือหม่าหลิงอวิ๋นล้วนไม่ต้องการให้โม่เสวี่ยหมิ่นเป็นฮูหยินซื่อจื่อ ความคิดในใจของพวกเขา บุตรสาวอนุภรรยาคนหนึ่งหรือจะตอบสนองความต้องการของพวกเขาได้

            ด้วยความโลภมากของทั้งคู่ ทำให้เรื่องที่เกิดขึ้นครานี้ต้องผิดเพี้ยนไป ริมฝีปากฉายแววยิ้มเยาะ หากเป็นเช่นนี้ ต่อไปความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาสองคนก็คงไม่ใกล้ชิดสนิทสนมเหมือนเช่นวันวานอีก

            ดังนั้น... เรื่องบางเรื่องย่อมจัดการได้สะดวกขึ้น

    คล้ายกับเรื่องพลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508