นิวสบายใจขึ้นมากหลังจากที่ได้ระบายความในใจให้ใครสักคนฟังและคนนั้นคือรุ่นน้องต่างคณะที่ตอนแรกดูเหมือนจะเข้ากันไม่ได้ด้วยซ้ำ คืนนั้นเตอยู่กับเขาตลอดทั้งคืนอย่างที่อีกฝ่ายบอกเื่ที่นิวเครียดไม่เพียงแต่จะเป็เื่ของแฟนเก่าแต่เป็เื่วิทยานิพนธ์ด้วย หลายอย่างรุมเร้าเข้ามาในคราวเดียวแต่ตอนนี้เขารู้สึกดีขึ้นแล้วล่ะ
คลาสภาษาอังกฤษที่ไม่เคยคิดจะชอบมาก่อนแต่เขารอวันที่จะให้ถึงวันมาเรียนเร็วๆ เพื่อจะได้พบกับพวกรุ่นน้องปี 3 ต่างคณะเมื่อเข้าไปในห้องเขาแจกความสดใสเช่นเคย แจกยิ้มไปทั่วก่อนจะนั่งลงที่ว่างด้านข้างธันวาแขนขาวรัดคอรุ่นน้องที่ตัวสูงกว่าเอาไว้แน่นจนอีกฝ่ายร้องโหวกเหวกโวยวาย พยายามแงะแขนคีมเหล็กออก
“พี่นิวปล่อยย!! รัดคอผมทำไม” ธันวาร้องเสียงไม่ดังนักนักแต่ก็พอทำให้คนอื่นๆที่นั่งรอเวลาเริ่มเรียนหันมาสนใจแต่ก็หันกลับไปเพราะเห็นเป็เพียงเพื่อนเล่นกันก็เท่านั้น
แต่นิวรัดคอจริงธันวาอาจตายจริงได้ถ้าขืนยังไม่ยอมปล่อย
“โทษฐานที่หาว่าเราชอบเตไง”
“พี่ชอบไอเต ดูก็รู้แอ่ก..แค่กๆ” ยิ่งได้ยินแบบนั้นนิวยิ่งรัดแขนแน่ขึ้นไปอีก
“ไม่ชอบ ชอบก็แย่แล้ว”
นิวยอมปล่อยแขนออกทำให้รุ่นน้องสำลักหน้าเขียวหน้าแดงไอออกมาโขลกใหญ่ก่อนจะย้ายร่างตัวเองมานั่งข้างๆ เตแทน
“ค่อยดูเป็นิวหน่อย” เตว่าพร้อมกับส่งยิ้มมุมปากไปให้
“ตัวผอมทำไมแรงเยอะจังวะพี่”ธันวาบ่นกระปอดกระแปด นิวจึงเอื้อมมือผ่านเตไปแต่ที่แขนของธันวาแล้วบอกขอโทษ แต่อีกคนสะบัดมือเล็กทิ้งด้วยท่าทางกระเง้ากระงอดจนน่าหมันไส้“อย่ามาจับ..เอ๊ะ! บอกว่าอย่ามาจับ”
ขณะที่เพื่อนสนิทและรุ่นพี่ต่างคณะแหย่กันไปมาคนกลางอย่างเตได้แต่นั่งตัวแข็งทื่อเพราะใบหน้าของนิวมันอยู่ใกล้เกินไป กลิ่นเย็นๆประจำตัวของร่างบางลอยมาแตะจมูก เขาจำได้ว่ากลิ่นนี้เป็คนเลือกให้วันที่ไปเที่ยวห้างมาด้วยกัน
“ทำไมมีนไม่มานั่งนี่ล่ะ”เมื่อาขนาดย่อมหยุดลงนิวยืดตัวกลับมานั่งดีๆ ก่อนจะหันไปถามเตที่นั่งหลบตาอยู่
“ฉันผิดนัดเขา คงจะโกรธ”
“ปกตินายไม่เคยผิดนัดหนิสายสักครั้งยังไม่เคยเลย ไหงไปผิดนัดคนที่ชอบได้”
“เพราะนายไง”
นิวชี้นิ้วไปทางตัวเองพลางเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย “ฉันเกี่ยวอะไร”
“เพราะไปอยู่เป็เพื่อนนายไง”
“แล้วไม่บอกล่ะ เดทเลยนะ”
“เพราะี้เีด้วยแหละเลยไม่อยากไป”
บทสนทนาคุ้นๆนะว่าไหม..แต่แค่เราพูดสลับกัน
คำว่าี้เีที่พูดออกไปมันก็แค่คำพูดที่ทำให้อีกฝ่ายไม่ต้องรู้สึกผิดเท่านั้นเองใจจริงเตรู้สึกเสียดายอยู่เหมือนกันที่อดอยู่กับมีนสองต่อสองทั้งที่มีโอกาสแล้วแท้ๆ
“ต้องรีบง้อแล้วล่ะ ดูนั่นสิ”
เตมองไปตามสายตาของนิวร่างคุ้นตาของรองเดือนคณะยืนหยอกล้ออยู่กับกลุ่มของมีนเสียงหัวเราะและรอยยิ้มสดใสกว้างกว่าทุกทีจนเขารู้สึกอิจฉาที่ไม่เคยทำให้มีนยิ้มได้มากขนาดนั้นเลยสักครั้ง
“ทำยังไงถึงจะได้เป็แฟน”
“จีบสิที่ผ่านมานายยังไม่เอาจริงเอาจังเลย”
“จีบไม่เป็”
“ไอดีไลน์มี ได้ส่งข้อความหาเขาบ้างไหม”
“มีบ้าง”
“เช่น?”
“รูปสวัสดีวันจันทร์ถึงอาทิตย์”ธันวาหันมาร่วมวงสนทนาและตอบแทน
“ทักซะนึกว่าทักไลน์ครอบครัว” นิวพูดปนขำ
“จะบ้าหรอแค่ส่งไปว่าหวัดดีไปรับไหม เบาะหลังว่าง”
“มีความพัฒนา” นิวชื่นชมอีกฝ่ายนี่ไม่ใช่การประชดเขาชมเตจริงๆ หากใครได้มารู้จักเตตอนแรกๆ จะรู้ได้เลยว่าเตปอดแหกเสียจนไม่น่าจะเข้าใกล้คนที่ชอบได้เกินระยะสองเมตร
ไม่ได้กล่าวเกินจริงแม้แต่นิดเดียว
“แต่แห้วนะพี่เพราะอาทิตย์ที่ผ่านมามีนมากับรองเดือนนั้นทุกเช้าเลย”
“ถ้ามีนไม่มาด้วย เราซ้อนรถแทนได้นะคณะเราก็ไม่ไกลกันมาก”
“ไม่ต้องเนียนเลย”
เตมองไปทางมีนอีกครั้งภายในใจของเขากำลังร้อนรุ่ม หึงแต่ทำอะไรไม่ได้มันน่าอึดอัดสิ้นดีเขารู้สึกว่ามันต้องทำอะไรสักอย่างแล้วอุตส่าห์เปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อจะจีบมีนขนาดนี้หากปล่อยไปคงไม่ได้
ด้วยแรงแห่งความหึงหวงและการยุยงของเพื่อนทำให้เขากดส่งข้อความไปหาคนที่อยู่หน้าห้องทันที
‘มีน ไปกินข้าวกันไหมเย็นนี้เราเลี้ยงแก้ตัวที่ผิดนัด’
แสดงความป๋ากระเป๋าหนักไม่นานก็ได้รับข้อความตอบตกลงกลับมา เขาเงยหน้ามองไปทางมีนที่กำลังมองมาพอดีเขาจึงส่งยิ้มน้อยๆ ไปให้
เมื่อถึงเวลานัดมีนเขามารับมีนถึงหน้าหอเช่นเคยรอเพียงไม่นานคนตัวเล็กก็ลงมาหา...แต่ไม่ได้มาคนเดียว
รองเดือนคณะบริหารที่่นี้เห็นมาป้วนเปี้ยนกับมีนมาด้วยทำให้มื้อเย็นที่ติต่างไปเองว่าเป็เดทของเขาและมีนล่มไปโดยปริยายที่หวังจะให้มีนซ้อนท้ายมาด้วยก็ล่มเพราะคนตัวเล็กนั่งรถยนต์ไปกับอคิณ
ตลอดการกินข้าวสองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรองข้ามหยอกล้อกันตามประสาจนเหมือนเตเป็อากาศธาตุไม่ได้คุยกับมีนสักประโยค แถมยังมีการเขี่ยผักไปใส่จานอีกคน กระหนุงกระหนิงเสียจนเตรู้สึกเืขึ้นหน้า
เขาเกลียดการหึงแต่หึงไม่ได้เต็มที!
หลังจากกินข้าวเสร็จเตหงุดหงิดจนอดรนทนไม่ไหวจนต้องมายืนอยู่หน้าหอของนิวโดยที่ไม่ได้โทรไปบอกอีกฝ่ายก่อนความร้อนใจทำให้เขามาถึงหน้าหอของรุ่นพี่ต่างคณะในเวลาอันสั้น เขา้าคำปรึกษาจากอีกฝ่ายอย่างเร่งด่วน
ก๊อกๆๆ
เสียงเคาะประตูดังอยู่หลายทีกว่าคนที่เผลอหลับอยู่ในห้องจะออกมาเปิด
“ฉันพร้อมแล้ว”เมื่อเปิดประตูออกมารับรุ่นน้องตัวสูงต่างคณะคำแรกที่ถูกทักทายทำเอาร่างบางงงตาแตก
พร้อมอะไร? ไม่มีเกริ่นมาก่อนเลย
“เข้ามาก่อน”
ร่างบางเดินเข้าไปในห้องโดยมีเตเดินตามเข้าไปวันนี้ห้องของนิวสะอาดกว่าครั้งก่อน ข้าวของดูเป็ระเบียบเรียบร้อยขึ้นบนเตียงไม่มีกองเอกสารหรือดินสอวางไว้อย่างเก่าเพราะเ้าตัวทำความสะอาดหลังจากส่งวิทยานิพนธ์รอบที่สองไปแล้ว แต่ก่อนวันไฟนอลคงจะกลับมารกอีกเช่นเคย
“แล้วที่ว่าพร้อม พร้อมอะไร” นิวหันมาถามเตหลังจากเปิดจอโน๊ตบุ๊คเตรียมจะทำงานที่ค้างต่อ
“พร้อมสารภาพรักแล้วอยากเป็แฟนกับมีน...ช่วยหน่อย”
“ทำไมอยู่ๆ ถึงมีแรงฮึดอีก”
“อยากจับมือมีน”
“ให้เดาพอถึงสถานการณ์จริงก็ไม่กล้าจับ” นิวเดาได้ถูกเผง
นิวแบมือยื่นไปตรงหน้าของเตซึ่งกำลังทำหน้างงว่าร่างบาง้าอะไร
หรือจะเป็เงิน..
เตล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงก่อนจะหยิบธนบัตรใบหนึ่งออกมาวางไว้บนมือเล็กแต่อีกฝ่ายส่งคืนกลับมา
“ไม่ได้จะเอาเงิน”
“อ่าวงั้นเอาอะไร”
“จับสิ”
“หืม”
นิวแบมือและสะบัดสองทีตรงหน้าเตเพื่อเป็การเร่งให้เขาจับสักทีเตมองฝ่ามือสีอมชมพูนั่นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจทางทับมือสากของตัวเองลงไปแต่แค่วางไว้เฉยๆ เขาไม่กล้ากุมไว้ จนนิวต้องเป็ฝ่ายกระชับมือเองนิ้วทั้งห้าถูกสอดประสานจนแแ่
“ให้ยืมมือลองหลับตาแล้วคิดว่าเป็มีนดูจะได้หายตื่นเต้น”
เตลองทำตามที่อีกคนว่าหลับตาลงแล้วลองคิกภาพที่ตัวเองได้จับมือกับมีนมันทำให้หัวใจของเขาทำงานหนักกว่าเก่า ก่อนจะค่อยๆ สงบลง มือของนิวเนียนกว่าที่คิดไม่สากเหมือนมือผู้ชายแบบเขานิ้วโป้งของนิวเกลี่ยเบาๆ พาหัวใจเต้นแรงอีกครั้ง
แค่นี้ก็แทบไม่รอดแล้วหากอยู่กับมีนจริงๆ จะเป็ยังไง
“อยู่สองต่อสองนายต้องชวนคุยบ้างมีนน่าจะชอบคนคุยเก่ง” นิวว่า
“คิดไม่ออกว่าต้องพูดอะไร” เตบอกทั้งที่ยังหลับตาอยู่
“แต่ตอนอยู่กับเรานายก็พูดเยอะอยู่นะ”อย่างน้อยไม่ได้เงียบใส่เหมือนตอนที่อยู่กับมีนล่ะนะ
“หรอ”
ไม่รู้ว่านานเท่าไรที่เตจับมือของอีกคนเอาไว้เขาลืมตาอีกทีเมื่อได้ยินเสียงแกร๊กๆ นิวใช้มือข้างที่ว่างจิ้มไปที่แป้นพิมพ์โน๊ตบุ้คก่อนจะหันหน้ามาหาเขา
ใบหน้าหวานเลื่อนมาตรงหน้าดวงตาคู่สวยสบลงกับดวงตาที่เคยนิ่งสงบแต่ตอนนี้กลับเลิกลั่กไปมาด้วยความใที่หน้าของเราสองคนใกล้กัน
สิ่งที่เตทำไม่ได้คือการจ้องมองหน้าคนอื่นหรือถูกคนอื่นจ้องมองหน้านาน ๆ ไม่ได้ ข้อนี้นิวรู้ดีหลังจากสังเกตอีกฝ่ายมานาน
มือบางจับดันแก้มอีกฝ่ายให้หันกลับมาไม่ไห้ตาคมกลับเฉมองไปทางอื่น แต่เตไม่ยอมแพ้เสตามองไปทางโคมไฟแทนจนตาแทบเหล่
“เต” เรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบเป็สิ่งเดียวที่ทำให้เตยอมกลับมาจ้องตา
มันใกล้กันเกินไปไม่วายหัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอก จนกลัวนิวจะรู้
นิวเองก็ไม่ต่างกัน เพียงแต่เขาซ่อนความประหม่าไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยไม่เผยออกมา สองสายตาสบกันอยู่เนิ่นนาน จนนิวเป็คนละสายตาออกมาก่อนหัวใจของเขาไม่ควรเต้นเร็วแบบนี้
เตกระแอมในลำคอเบาๆทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ อยู่ๆ ก็รู้สึกทำตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียงอย่างนั้น
“ดวงตาเป็หน้าต่างของดวงใจคำนี้ได้ยินมาั้แ่รุ่นพ่อแม่ปู่ย่าตายาย สบตาทำให้สปาร์คกันได้”
อย่างเช่นเมื่อสักครู่นี้หรือเปล่าเตคิดในใจ
“อีกอย่าง...”นิ้วชี้เรียวยาวของคนที่เป็รุ่นพี่แตะที่ริมฝีปากอิ่มของตัวเอง เตมองตามไปก่อนจะเผลอกลืนน้ำลายเสียงดังน่าอายนิวเม้มปากมองข้ามไป “เื่จูบคงไม่ต้องให้ลองหรอกเนอะ”
“....”
“หรืออยากลอง”
เสียงกลืนน้ำลายของเตดังขึ้นให้ได้ยินอีกครั้งใบหน้าอีกฝ่ายเคลื่อนมาชิดมากกว่าเดิมจนแทบจะรับรู้ลมหายใจกันและกัน เตเพิ่งสังเกตใบหน้าของอีกฝ่ายชัดๆดูเนียนใสทำให้รู้ว่าเ้าตัวดูแลอย่างดี
นิวผละตัวออกก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดังเขาตลกที่ทำให้เพื่อนที่มีศักดิ์เป็รุ่นน้องนั่งตัวแข็งทื่อ เกือบจะหยุดหายใจจนตอนนี้เตยังไม่ขยับตัว
เปาะ!
เสียงดีดนิ้วเรียกสติคนตัวสูงให้ตื่นจากภวังค์ร่างสูงรีบดีดตัวลุกขึ้นจากเตียง ก่อนจะหยิบกุญแจรถและหันหลังเตรียมออกจากห้อง
“กลับก่อนนะ”
“ไม่อยู่ด้วยกันก่อน”
“ไม่ล่ะ”
ขืนอยู่ต่อได้ไขว้เขวเป็แน่ไม่ควรรู้สึกแบบนี้เลย