เมื่อทหารพาพวกคินผ่านห้องโถงต่างๆ ที่ประดับประดาอย่างงดงามด้วยภาพวาดและประติมากรรมที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชาวเอล์ฟ พวกเขาเดินผ่านทางเดินที่มีแสงส่องผ่านกระจกสี สร้างบรรยากาศที่ดูเหมือนเป็โลกแห่งความฝันในที่สุด พวกเขาก็มาถึงห้องรับรองของพระราชินี
ห้องรับรองของพระราชินีฟีเลียถูกตกแต่งอย่างประณีตด้วยดอกไม้สีสันสดใสและหินมีค่าที่วางเรียงรายอย่างงดงาม บัลลังก์ของพระราชินีถูกประดับด้วยคริสตัลที่ส่องประกายแสงระยิบระยับ ทำให้บรรยากาศภายในห้องดูหรูหราและลึกลับ
พระราชินีฟีเลียผู้สง่างามนั่งอยู่บนบัลลังก์ ทรงมีรูปลักษณ์ที่งดงามและแฝงด้วยความอ่อนโยน
ทหารเอล์ฟหนึ่งในนั้นประกาศด้วยเสียงดังและชัดเจนว่า “ขอให้ทุกคนทำความเคารพองค์ราชินีฟีเลีย!”
พวกคินและทหารทุกคนทำความเคารพด้วยความเคารพนอบน้อม พระราชินีฟีเลียทอดพระเนตรเห็นเซลิน่า และความดีใจที่ไม่สามารถปกปิดได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนาง พระองค์รีบวิ่งลงจากบัลลังก์มาหาเซลิน่า
“เซลิน่า!” พระราชินีฟีเลียกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใย “เ้าไปไหนมา? ข้าเป็ห่วงเ้ามาก”
เซลิน่ายิ้มอ่อนโยนและตอบ “ข้าขอโทษที่ทำให้เ้าต้องกังวล ข้าหายไปในโลกของมนุษย์ แต่มาเจอพวกคินและเพื่อนๆ พวกเขาช่วยข้าให้กลับมาได้”
พระราชินีฟีเลียหันไปมองพวกคินด้วยความขอบคุณ “ขอบใจพวกเ้ามากที่ช่วยเซลิน่ากลับมา ข้ารู้สึกซาบซึ้งใจมาก”
คินโค้งคำนับและตอบ “เป็เกียรติของพวกเราที่ได้ช่วยเหลือครับ”
มินท์เสริม “เรายินดีที่ได้ช่วยเซลิน่าค่ะ”
พระราชินีฟีเลียยิ้มอย่างอบอุ่นและกล่าว “เวลานี้ก็เย็นมากแล้ว ข้าอยากเชิญพวกเ้าไปร่วมรับประทานอาหารค่ำที่ห้องทานอาหารของเรา ถือเป็การต้อนรับและขอบคุณพวกเ้าด้วย”
คินตอบด้วยความสุภาพ “ขอบคุณพระองค์มาก พวกเรายินดีอย่างยิ่ง”
พวกคินตามพระราชินีฟีเลียออกจากห้องรับรอง ผ่านโถงทางเดินที่สวยงามประดับด้วยภาพวาดและประติมากรรมที่บอกเล่าเื่ราวของชนเผ่าเอล์ฟ เมื่อพวกเขามาถึงห้องทานอาหาร ทุกคนก็ต้องตะลึงกับความงามที่ปรากฏตรงหน้า
ห้องทานอาหารตกแต่งอย่างหรูหราด้วยโต๊ะยาวที่ประดับด้วยผ้าไหมละเอียดลออ มีจานชามที่ทำจากคริสตัลส่องประกายแสงระยิบระยับ เทียนที่ทำจากไขของสัตว์ป่าและดอกไม้ที่ส่งกลิ่นหอมอบอวลอยู่ทั่วห้อง
“ที่นี่สวยมาก” พิมพ์กล่าวอย่างตื่นเต้น
ก้องยิ้มและจับมือพิมพ์เบาๆ “ใช่เลย มันเหมือนกับฝันที่เป็จริง”
พระราชินีฟีเลียชวนทุกคนนั่งลง “โปรดนั่งลงและรับประทานอาหารตามสบาย เรามีอาหารหลากหลายที่ปรุงจากวัตถุดิบธรรมชาติที่ดีที่สุดของป่าเอล์ฟ”
อาหารค่ำถูกเสิร์ฟออกมาในเวลาต่อมา ประกอบด้วยอาหารหลากหลายชนิดที่อุดมไปด้วยรสชาติและสารอาหาร ทั้งเนื้อสัตว์ป่า ผลไม้สด และเครื่องดื่มที่มีความพิเศษเฉพาะตัว
เมื่อทุกคนนั่งลงที่โต๊ะอาหาร แสงเทียนอ่อนๆ จากโคมไฟทำจากคริสตัลส่องประกายระยิบระยับทั่วทั้งห้อง เสียงนกและแมลงในป่าเอล์ฟเป็เสียงพื้นหลังที่ให้ความรู้สึกสงบและอบอุ่น อาหารหลากหลายชนิดถูกนำมาเสิร์ฟ โดยมีเอล์ฟหญิงชายในชุดที่ทำจากผ้าไหมละเอียดลออ ทำให้บรรยากาศดูหรูหราและเป็กันเองในเวลาเดียวกัน
พระราชินีฟีเลียเริ่มแนะนำอาหารด้วยรอยยิ้มอบอุ่น “เรามีอาหารที่คัดสรรมาเป็พิเศษจากวัตถุดิบธรรมชาติที่ดีที่สุดของป่าเอล์ฟ ข้าอยากให้พวกเ้าลองชิมทุกอย่าง”
จานแรกที่ถูกเสิร์ฟเป็ซุปเห็ดทรัฟเฟิลที่มีกลิ่นหอมละมุน “ซุปนี้ทำจากเห็ดทรัฟเฟิลที่เติบโตในป่าลึก รสชาติของมันจะนุ่มนวลและหอมหวล”
คินชิมซุปแล้วพยักหน้าอย่างพอใจ “รสชาติละมุนลิ้นและหอมมาก”
จานถัดมาเป็สลัดดอกไม้ป่าที่ประกอบด้วยดอกไม้หลากสีสันและใบไม้สด “สลัดนี้ทำจากดอกไม้และพืชผักที่เก็บมาสดๆ จากป่า ให้รสชาติที่สดชื่นและเต็มไปด้วยวิตามิน”
พิมพ์กล่าวด้วยความตื่นเต้น “ดอกไม้พวกนี้น่ารักมาก และรสชาติก็สดชื่นจริงๆ”
ถัดมาเป็จานหลัก ประกอบด้วยเนื้อสัตว์ป่าที่หมักด้วยสมุนไพร “เนื้อสัตว์ป่านี้ถูกหมักด้วยสมุนไพรพิเศษของเอล์ฟ ทำให้มีรสชาติที่เข้มข้นและหอม”
ก้องชิมเนื้อแล้วพูดกับพิมพ์ “นี่อร่อยมาก สมุนไพรที่ใช้หมักทำให้รสชาติเข้มข้นและไม่เหมือนใคร”
พระราชินีฟีเลียแนะนำจานขนมหวานที่ทำจากผลไม้ป่าผสมกับน้ำผึ้ง “และสำหรับขนมหวาน เรามีผลไม้ป่าที่หอมหวานผสมกับน้ำผึ้งธรรมชาติ ให้รสชาติที่หวานนุ่มและหอม”
นนท์ยิ้มขณะชิมขนมหวาน “หวานหอมและสดชื่นมาก นี่คือขนมหวานที่อร่อยที่สุดที่เคยชิมมา”
บรรยากาศในห้องทานอาหารเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและการสนทนาที่มีความสุข ทุกคนแลกเปลี่ยนเื่ราวและประสบการณ์กันอย่างสนุกสนาน ทำให้ค่ำคืนนั้นเป็ค่ำคืนที่น่าจดจำและเต็มไปด้วยความอบอุ่นระหว่างเพื่อนใหม่จากสองโลกที่แตกต่างกัน
หลังจากการทานอาหารเย็นเสร็จสิ้น ทุกคนย้ายไปยังห้องรับรองที่อบอุ่นและสะดวกสบาย ภายในห้องมีโต๊ะที่เต็มไปด้วยถ้วยชากลิ่นหอมและขนมหวานเล็กน้อยที่เตรียมไว้ให้แขกได้รับประทาน เซลิน่ามองไปที่พระราชินีฟีเลียและเริ่มเล่าเื่ราวของเธอ
“ฟีเลีย” เซลิน่าเริ่มต้น “ข้าได้หายไปในป่าที่นี่เพียงแค่วันเดียว แต่เมื่อกลับมาพบว่าผ่านไปนานกว่าที่ข้าคาดคิด”
พระราชินีฟีเลียมองไปที่เซลิน่าด้วยความสนใจ “แปลว่าเวลาที่เ้าหายไปนั้นในโลกของพวกเขาผ่านไปเพียงแค่วันเดียวเท่านั้น แต่ในโลกนี้กลับเป็เวลาหลายสัปดาห์?”
“ใช่” เซลิน่าตอบ “ดูเหมือนว่าเวลาของโลกทั้งสองไม่ตรงกัน ข้าสงสัยว่านี่อาจเป็เหตุผลที่ทำให้เวลาที่ข้าอยู่ที่นั่นเพียงวันเดียว กลับเป็เวลานานในที่นี่”
ฟีเลียพยักหน้าและหันไปมองคินและเพื่อนๆ ของเขา “โลกของพวกเ้าเป็อย่างไรบ้าง? ข้าอยากรู้เื่ราวเกี่ยวกับโลกที่ท่านมาจาก”
คินตอบอย่างสุภาพ “โลกของเราเป็สถานที่ที่มีความหลากหลาย ทั้งในเื่ของธรรมชาติ วัฒนธรรม และเทคโนโลยี แต่เราก็ต้องเผชิญกับความท้าทายจากดันเจียนที่เริ่มโผล่ขึ้นมา”
พระราชินีฟีเลียเลิกคิ้วและถาม “ดันเจี้ยนที่เริ่มโผล่มาหรือ?”
มินท์หยิบถ้วยชาและเริ่มเล่าเื่ “วันหนึ่งโลกของเราเริ่มมีดันเจียนลึกลับที่โผล่ขึ้นมาเองอย่างไม่คาดคิด ขึ้นมาจากพื้นดินและกระจายไปทั่วโลก”
ฟีเลียสนใจและถาม “ดันเจี้ยนที่โผล่ขึ้นมานั้นมีลักษณะอย่างไร?”
คินเสริม “ดันเจี้ยนเหล่านี้มีลักษณะที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เช่น ปราสาท หอคอย ป่า ถ้ำ ซึ่งทำให้เราต้องปรับตัวและเรียนรู้วิธีจัดการกับมัน”
พระราชินีฟีเลียพยักหน้า หลังจากที่ฟีเลียถามเื่ดันเจียนเสร็จจึงหันไปถามถึงการหลุดไปยังโลกของคิน “แล้วสาเหตุที่ทำให้เ้าหลุดไปยังโลกของคินคืออะไร?”
เซลิน่าเริ่มอธิบายด้วยความจริงจัง “สาเหตุที่ข้าหลุดไปยังโลกของคินมาจากการกระทำของไซครอป ซึ่งเป็สมุนของาาเทอร์ พวกเขาเชื่อว่าการกินสิ่งมีชีวิตที่มีพลังเวทสูงจะช่วยเพิ่มพลังของาาเทอร์ได้”
“ไซครอปพยายามจับข้าเพื่อเอาข้าไปให้าาเทอร์กิน ข้าได้หลบหนีจากพวกมันและหลุดเข้าไปในดันเจียนส์ ซึ่งเป็เหตุที่ข้าพบพวกคินในโลกนั้น” เซลิน่ากล่าวต่อ
ฟีเลียยิ้มอย่างเห็นใจและกล่าวด้วยความโกรธเคือง “นี่เป็เื่ที่น่าสะพรึงกลัว ไซครอปและาาเทอร์มีเจตนาที่ชั่วร้ายอย่างมาก ข้าขอขอบคุณพวกเ้าที่ช่วยเหลือเซลิน่าและพาเธอกลับมาที่นี่อย่างปลอดภัย”
หลังจากการสนทนาจบลง พระราชินีฟีเลียได้พูดกับพวกคินว่า “ข้าขอให้พวกเ้าได้พักผ่อนอย่างสบาย ขอให้ไปพักในห้องพักที่จัดเตรียมไว้ให้ โดยมีกำนัลของข้าคอยพาท่านไปยังห้องพักของท่าน”
เมื่อลุกจากโต๊ะและเดินตามกำนัลที่เป็เอล์ฟไปยังพื้นที่พักผ่อนของพระราชวัง ทุกคนรู้สึกตื่นเต้นและคาดหวังว่าจะได้เห็นห้องพักที่เป็ที่พักของพวกเขา
คินเข้าห้องพักของเขาและมองไปรอบๆ ด้วยความตื่นเต้น “นี่มันยอดเยี่ยมจริงๆ” เขาพูดด้วยความตื่นเต้น “ห้องนี้ทำให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกของเทพนิยายการตกแต่งที่เป็ธรรมชาติและการใช้วัสดุอย่างหินและไม้ทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่นและสงบ” เขาหยุดมองที่โต๊ะไม้เล็กที่ประดับด้วยคริสตัล “ดอกไม้สดและคริสตัลนี่มันสวยงามเกินกว่าที่คิดไว้มาก”
ก้องเดินเข้าไปในห้องพักของเขาและตาโตด้วยความประทับใจ “นี่มันสวยงามเกินกว่าที่คิดไว้มาก” เขาพูดด้วยความรู้สึกดีใจ ห้องของเขาตกแต่งด้วยไม้ที่มีลวดลายอ่อนช้อยและการแกะสลักของสัตว์ป่า เตียงนอนทำจากไม้หรูหรา ข้างเตียงมีโต๊ะไม้ประดับด้วยคริสตัลและมีเทียนหอมสร้างบรรยากาศอบอุ่น “น้ำตกเล็กๆ นี่ช่างสงบและผ่อนคลายจริงๆ”
นนท์เข้ามาในห้องพักที่มีลักษณะเป็มุมสงบและเงียบสงบ “ห้องนี้มันมีบรรยากาศที่เยี่ยมยอดจริงๆ” เขาพูดด้วยรอยยิ้ม “โทนสีเขียวและน้ำเงินทำให้รู้สึกสดชื่น และวิวจากหน้าต่างที่มองเห็นทิวทัศน์ของป่าและแม่น้ำก็ทำให้รู้สึกสงบมาก ชอบการจัดเตรียมนี้จริงๆ”
พิมพ์เปิดประตูห้องพักและเห็นการตกแต่งที่อบอุ่น “ห้องนี้น่ารักและอบอุ่นมาก” เธอพูดด้วยความดีใจ เตียงนอนมีผ้าปูที่มีลวดลายดอกไม้และหมอนนุ่มๆ ข้างเตียงมีโต๊ะไม้เล็กประดับด้วยดอกไม้สดและกลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหย ห้องน้ำมีอ่างอาบน้ำที่ล้อมรอบด้วยดอกไม้และสมุนไพร “หวังว่าจะได้ใช้เวลาพักผ่อนที่นี่อย่างเต็มที่”
มินท์เดินเข้าไปในห้องพักที่ตกแต่งด้วยสีเขียวอ่อนและสีน้ำตาล “ห้องนี้มันเป็ความฝันของจริงๆ” เธอพูดด้วยความพอใจ “กลิ่นหอมจากดอกไม้และพืชพันธุ์ทำให้รู้สึกสบายใจมาก เตียงไม้ที่มีลวดลายสวยงามและน้ำตกเล็กๆ ในห้องน้ำก็ทำให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างมาก”
ธีร์เข้าห้องพักของเขาซึ่งตกแต่งด้วยไม้สีเข้มและลวดลายที่สวยงาม “นี่มันยอดเยี่ยมจริงๆ” เขาพูดด้วยความพอใจ “การตกแต่งที่ทำจากไม้สีเข้มและเทียนหอมทำให้ห้องนี้รู้สึกอบอุ่นและสงบ รู้สึกเหมือนได้หลีกหนีจากโลกภายนอก”
ท่ามกลางความตื่นเต้นและความรู้สึกดีใจที่เห็นห้องพักของแต่ละคน ทุกคนรู้สึกขอบคุณพระราชินีฟีเลียและรู้สึกถึงความเป็มิตรและความเอาใจใส่ที่ได้รับในการต้อนรับครั้งนี้