“ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมโทรศัพท์ไว้ในรถ”
“เดี๋ยวเกี๊ยวไปหยิบให้นะคะ” เกี๊ยวขันอาสา
“อื่อหึ” หมอพอร์ชมองสบสายตาที่จ้องเขาอยู่เขาอมยิ้มและพยักหน้า
“ก็น่าจะอยู่ตรงนี้นี่น๊า” เกี๊ยวนั่งหาโทรศัพท์ในรถถที่คิดว่าหมอพอร์ชจะวางตรงนี้เสมอ
“เห็นไหม” หมอพอร์ชที่เห็นว่าเธอหายไปนานก็เลยเดินมาดู และอดเป็ห่วงไม่ได้เพราะที่จอดรถออกจะมืดนิดหน่อย เขาถามคนที่นั่งควานหาโทรศัพท์อยู่ในรถตั้งนานแต่ก็หาไม่เจอสักทีเกี๊ยวไม่ตอบยังคงหาไปเรื่อย ๆ
“อยู่ตรงนี้” หมอพอร์ชเอื้อมตัวเข้าไปในรถกับเกี๊ยวและหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ในช่องลับออกมา ซึ่งเป็ช่องที่มีไว้เพื่อเก็บของมีค่าไว้การเอื้อมตัวเข้าไปในรถของหมอพอร์ชและมีเกี๊ยวที่นั่งอยู่ในเบาะรถอยู่แล้วรถหรูคันใหญ่หลายล้านก็แคบลงทันทีหมอพอร์ชหยุดยิ้มที่มุมปากเพราะได้ยินเสียงหัวใจของบางคนและลมหายใจที่ไม่ค่อยจะเป็จังหวะปกติเท่าไรเพราะเสียงมันดังออกมาข้างนอก
“ก็ใครจะไปรู้ล่ะค่ะว่าหมอเก็บไว้ในที่ลับ”คำพูดที่เกี๊ยวพูดออกในระยะใกล้ชิดนอกจากจะเกิดจังหวะการเต้นหัวใจที่เร็ว และมีลมหายใจอุ่นๆรดที่ต้นคอของหมอพอร์ช หมอพอร์ชหันหน้าไปทางคนที่พูด
“ไม่ลับหรอกเกี๊ยวรู้แต่เกี๊ยวไม่เคยสังเกต” หมอมองสบสายตาของเกี๊ยวที่ตอนนี้มองเขาอย่างคนตาแป๋วนิ่งอยู่นาน เขาเองไม่อยากละสายตาจากคนที่อยู่ตรงนี้เลยไม่ว่าจะเป็สายตาริมฝีปากที่อมชมพู หรือคอขาวระหงที่ตั้งตรงและหน้าอกหน้าใจที่มันจะล้นออกมาชกอกเขาอยู่แล้วในตอนนี้
“มะ หมอค่ะ” เกี๊ยวทำอะไรไม่ถูกเมื่อถูกสายตาของหมอพอร์ชที่จ้องมองเธออย่างไม่ละสายตาเธอรู้สึกอย่างไรบอกไม่ถูก ความประหม่าทำให้มือข้างหนึ่งเผลอกำที่กระโปรงของตัวเองและบิดไปมาเพื่อระบายความประหม่า
“ว่ายังไง” หมอพอร์ชเห็นอาการของเกี๊ยวทุกอย่างจึงยิ้มกริ่มที่มุมปากอย่างพอใจที่สุด
“กินข้าวกันค่ะ” เกี๊ยวรีบพูดแบบงึมงำเพราะเธอรู้สึกร้อน ๆหนาวๆ กับการอยู่ใกล้ชิดติดกันกับหมอพอร์ช เมื่อตั้งสติได้ก็รีบพูดขึ้นทันที หมอพอร์ชหมุนตัวออกจากรถไปแล้วเกี๊ยวก็รีบลงจากรถทันที เพื่อระบายความรู้สึกอึดอัดเกี๊ยวสูดลมหายใจเข้าลึก ๆและปล่อยลมหายใจออกแรง ๆเพราะตอนนั่งอยู่ในรถเธอหายใจไม่ทั่วท้องจริง ๆ
“อร่อยไหม” หมอพอร์ชเห็นเกี๊ยวไม่พูดอะไรมีแต่ก้มหน้าก้มตากินและไม่มองสบตาเขาหรือชวนคุยเหมือนเคย
“อร่อยค่ะ” เกี๊ยวตอบแต่เป็การตอบที่ก้มหน้าไม่มองสบตาคนถามเลยสักนิด แต่คนถามก็สังเกตและเผลอยิ้มพอใจเพราะถึงคนตอบจะไม่มองหน้าสบตาเขา แต่ใบหน้าที่ก้มไม่กล้าสบตาเขานั้นเปลี่ยนเป็สีชมพูระเรื่อแทนคำตอบจนน่าหยิก
“อิ่มแล้วจะได้กลับกัน”
“ค่ะ”
แม้เกี๊ยวขึ้นมานั่งบนรถแล้วก็ยังนั่งเหงียบไม่พูดอะไรเธอไม่รู้จะพูดความรู้สึกนี้ให้ใครฟัง หรือเธอจะถามเขาแบบตรง ๆไปเลย แล้วเธอต้องถามเขาว่าอย่างไรเมื่อเกี๊ยวหลับตาลงเธอนึกถึงสายตาของหมอพอร์ชที่จ้องมองที่ริมฝีปากของเธอหรือหมอพอร์ชจ้องมองตรงไหนส่วนไหนของเธอ เธอก็รู้สึกตรงนั้น มันเป็ความรู้สึกที่บอกว่ามันหวิวๆวูบวาบๆ
“วันนี้นอนที่ตึกใหญ่นะ”
“คะ ทำไมละคะ”
“ฉันให้ช่างมารื้อหลังคาออกเพิ่งรู้ว่าหลังคารั่ว”
“ก็รั่วแค่ตรงระเบียงด้านหลัง”
“นอนตึกใหญ่นั่นล่ะฉันให้ป้าหลิวยกข้าวของเธอมาหมดแล้ว”
“เกี๊ยวกลัวนอนไม่หลับ”
“ฝึกนอนไว้จะได้ชินบ้านหลังนั้นฉันให้ช่างมาออกแบบแล้ว ว่าจะทำเป็ศาลาริมสระบัว ไว้เกี๊ยวมาอ่านหนังสือแล้วก็นอนพักผ่อนเล่น”
“แล้วคุณหมอจะให้เกี๊ยวนอนห้องไหนคะ”
“เกี๊ยวอยากนอนห้องไหนของตึกใหญ่สามารถนอนได้ทุกห้อง”
คำพูดของหมอพอร์ชทำให้เกี๊ยวหายใจไม่ทั่วท้องอีกแล้ว เธอคงเลือกคำถามผิดไปหน่อย เกี๊ยวไม่พูดอะไรอีกแต่ในใจเธอมีคำถามขึ้นว่าแล้วเกี๊ยวนอนห้องคุณหมอได้ไหมคะ แค่คิดแก้มขาว ๆของเธอก็เปลี่ยนเป็สีชมพูทันทีแต่เสียงสัญญาณโทรศัพท์ที่ดังขึ้นก็ทำให้เธอหลุดจากภวังค์สู่ความจริงทันที
“ว่าไงจ๊ะเ้าชายอรัญ”
“เกี๊ยวถึงบ้านยังครับ”
“ใกล้จะถึงแล้ว ทำไมเหรอหรือว่ารายงานไม่โอเค”
“ก็นิดหน่อยแต่ไม่ใช่ปัญหาหรอก”
“ตรงไหนไม่โอเค อรัญพูดได้เลยเกี๊ยวจะได้รีบแก้ไข”
“อรัญทักไปแล้ว แล้วก็ส่งไฟล์งานให้เกี๊ยวดูแล้ว”
“โอเคค่ะ”
“ไว้เกี๊ยวถึงบ้านทักบอกรัญด้วย”
“เกี๊ยวถึงบ้านแล้วจะทักไปนะ”
“ครับผม”
“มีอะไรหรือเปล่า” เกี๊ยวััได้ว่าหมอพอร์ชถามเธอด้วยน้ำเสียงที่แฝงด้วยความไม่พอใจที่เธอคุยสายกับเพื่อน
“งานที่จะพรีเซ็นต์พรุ่งนี้น่าจะติดขัดนิดหน่อยค่ะ”
“เข้าห้องแล้วเดี๋ยวฉันไปดูให้”
“ไม่เป็ไรค่ะเกี๊ยวกับเพื่อนทำได้สบายมากค่ะ”
“ฉันเคยเป็อาจารย์สอนพิเศษในมหาวิทยาลัยแล้วก็สอนวิชาที่เกี๊ยวกำลังทำรายงานอยู่ตอนนี้ ขึ้นห้องอาบน้ำเดี๋ยวฉันดูให้”
“แล้วเกี๊ยวนอนห้องไหนคะ” เมื่อรถจอดและตอนนี้เธอก็ต้องลงรถและกลับห้องตนเองแต่เกี๊ยวไม่รู้ว่าเธอนอนห้องไหน เกี๊ยวไม่ได้คำตอบจากหมอพอร์ชเพราะตอนนี้พอร์ชจูงมือเธอเข้าบ้านและเดินขึ้นห้อง เขาพาเดินขึ้นไปชั้นบน เกี๊ยวคิดว่ามือเธอน่าจะเย็นและมือหมอพอร์ชอุ่นหรือร้อนก็ไม่รู้ เกี๊ยวอยากจะกำมือหมอตอบบ้างแต่ก็คงเป็ได้แค่คิดในใจ เขาจูงมือเธอมาหยุดที่หน้าห้อง ซึ่งเป็ห้องที่อยู่ชั้นเดียวกับเขา เกี๊ยวรู้ทันทีว่าห้องเธอและห้องหมอพอร์ชอยู่ใกล้ๆกันหมอพอร์ชเปิดประตูออกเพื่อให้เห็นว่าข้างในห้องได้จัดเตรียมตกแต่งห้องไว้เป็อย่างดีและพร้อมอยู่ได้เลย
“เกี๊ยวนอนชั้นล่างน่าจะเหมาะกว่าค่ะ
“ไม่ต้องล็อกห้องนะฉันอาบน้ำเสร็จแล้วจะมาช่วยดูรายงานที่เพื่อนส่งมาให้” หมอพอร์ชตอบไม่ตรงคำถามแต่หมอพอร์ชเดินหันกลับไปเพื่อที่จะกลับห้องของตัวเองแต่ก็ยังได้ยินเสียงของเกี๊ยวที่วิ่งตามและพูดขึ้น
“เกี๊ยวว่าห้องนี้ไม่เหมาะกับเกี๊ยว”
“หรือเธอจะนอนห้องเดียวกับฉัน”
“เกี๊ยวจะไปอาบน้ำแล้วค่ะ” เกี๊ยวรีบตอบและรีบหมุนตัวเข้าห้องตัวเองและปิดประตูทันทีเธอใช้มือบางวางที่อกด้านซ้ายของตัวเองพบว่ามันเต้นเร็วผิดปกติ
เกี๊ยวอาบน้ำเสร็จก็มานั่งที่โต๊ะเขียนหนังสือเป็อีกมุมเขียนหนังสือที่อยู่ห้องเดียวกันกับห้องนอนแต่แยกออกมาอย่างเป็สัดส่วนทุกอย่างในห้องนี้คือความหรูหราสวยงามที่เกี๊ยวไม่เคยได้รับแต่เธอไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งเหล่านี้ เพราะเธอคิดว่ามันไม่ใช่ของเธอและเธอก็ไม่ได้อยากได้ในสิ่งที่เป็ไปไม่ได้อยู่แล้วและเกี๊ยวก็คิดว่าหมอพอร์ชก็ไม่ใช่ของเธอเหมือนกัน
“เกี๊ยวว่าหมอพอร์ชแก่ไหม” คือคำถามของป้าพรที่ถามเธอ
“ไม่หรอกป้าไม่แก่ และที่สำคัญหมอพอร์ชหล่อม้ากมาก”
“แล้วเกี๊ยวคิดว่าคนที่อายุมากกว่ากับคนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันแบบไหนที่เกี๊ยวชอบ”
“ป้าถามทำไมคะ”
“ป้าก็อยากรู้ว่าเด็กสมัยนี้เขาคิดกันยังไงเห็นคบๆเลิก ๆก็กลัวว่าหลานสาวจะเป็เหมือนเขา”
“เกี๊ยวไม่เป็แน่นอนป้าสบายใจได้เลยค่ะ”
“มั่นใจขนาดนั้นเลย”
“ก็ฟอแฟนตอนนี้ก็ยังไม่มีเลยป้าจะมารักจะมาเลิกได้ยังไง”
“ยังไม่มีนะดีแล้วดูดี ๆดูนาน ๆว่าเขาจะเลี้ยงเราได้ไหม ความรักอย่างเดียวมันกินไม่ได้หรอก” ป้าพรอยากจะยกตัวอย่างเหมือนแม่ของเกี๊ยวแต่ก็เลือกที่จะเงียบเพราะไม่รู้จะพูดรื้อฟื้นขึ้นมาทำไม
“เกี๊ยวจะเกาะป้ากินอยู่นี่ล่ะไม่ไปไหนหรอก”
“ป้าไม่อะไรให้เกี๊ยวเกาะหรอกเพราะเราก็อาศัยคุณหมอเขา”
“หมอพอร์ชใจดีเนาะป้าหล่อด้วยใจดีด้วย”
“ป้าอยากให้แกอยู่ที่นี่ อยู่ดูแลหมอพอร์ช”
“ป้ากลัวว่าเกี๊ยวเรียนจบแล้วจะหนีไปอยู่ที่อื่นเหรอจ๊ะ”
“หมอพอร์ชจะดูแลแกได้”
“เกี๊ยวจะดูแลหมอพอร์ชจนกว่าหมอพอร์ชจะไล่เกี๊ยวหนี”
“ทำไมคิดว่าเขาจะไล่ล่ะ”
“ไม่รู้สิ เกี๊ยวอาจจะดื้อชอบเถียงไม่เชื่อฟังมั้งเขาอาจจะไล่ก็ได้”
“ชีวิตหมอพอร์ชนอกจากเงินทองที่มากมายแล้วนอกนั้นก็ไม่มีอะไรหรอก มีแต่อยู่บ้านและทำงานเป็ชีวิตที่ไม่สีสันอะไรเลย เกี๊ยวอาจจะเป็สีสันของหมอพอร์ชก็ได้”
“สีสันเหรอคะ”
“ก๊อก ๆ”
“เข้ามาได้เลยค่า” เพราะเสียงเคาะประตูดังขึ้นเกี๊ยวจึงหยุดคิดถึงอดีตไว้แค่นั้น เกี๊ยวรู้ว่าใครที่เคาะประตูห้องของเธอจึงรีบวิ่งไปเปิดประตูห้องทันที
“เกี๊ยวรอหมอตั้งนานนึกว่าหมอหลับแล้วสะอีก” เกี๊ยวเปิดประตูแล้วก็หมุนตัวกลับทันทีและบ่นอุบอิบนิดหน่อยเพราะเธอรอหมอพอร์ชนานและคิดว่าหมอคงไม่มาแล้ว
“..”สิ่งที่หมอพอร์ชเห็นคือเกี๊ยวใส่ชุดนอนที่เป็เดรสประโปรงสีขาวคอเสื้อเป็แบบเหลี่ยม เป็เสื้อแขนกุดแต่มีระบายปกต้นแขนนิดหน่อยสำหรับหมอเป็ภาพน่ามองมาก ๆ เป็ชุดที่ไม่บางและความยาวคลุมเข่าพอดีสวยตรงส่วนปลายของกระโปรงจะมีระบายนิดหน่อยในเวลาที่เกี๊ยวหมุนตัวกลับทำให้กระโปรงสะบัดพลิ้วน่ามองทีเดียวเกี๊ยวเดินไปที่โต๊ะเขียนหนังสือนั่งลงเก้าอี้และเปิดไฟล์งานในโน๊ตบุ๊คให้หมอพอร์ชดูทันที
“เพื่อนเกี๊ยวทักมาแล้วค่ะเขาบอกว่าไม่มีอะไรเพียงแต่อยากให้เกี๊ยวได้ดูก่อนเพื่อจะได้ซ้อมพรีเซ็น แล้วในวันพรุ่งนี้ทุกอย่างก็จะได้ปรู๊ดปร๊าดไปเลยค่ะ”
“ตรงไหน” หมอพอร์ชเดินเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังของเกี๊ยว หมอโน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อจะได้มองดูงานในจอโน๊ตบุ๊คชัดๆ
“ตรง..ตรงนี้ค่ะ..” เกี๊ยวชี้ไปที่จุดที่อยากให้หมอได้เห็นด้วยน้ำสียงตะกุกตะกัก เพราะเธอใที่หมอพอร์ชโน้มตัวเข้ามาเพื่อจะดูจอโน้ตบุ๊คแต่มันชิดติดกับตัวเธอจนเกินไป
“ตรงไหนฉันไม่เห็น”ยิ่งหมอบอกว่าไม่เห็น ก็ยิ่งโน้มตัวเข้ามาใกล้เธออีก
“แก่แล้วสายตาก็ไม่ดีเนาะ”
“ฉันแก่ขนาดนั้นเลยเหรอเกี๊ยว”
“อุ้ย! ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ” เกี๊ยวรีบลุกขึ้นและหมุนตัวเดินไปหาหมอพอร์ชทันทีเพื่ออธิบายว่าเธอไม่ได้มีเจตนาจะพูดแบบนั้นเธอน่าจะปากเสียปากเร็วดื้อหัวรั้นเหมือนที่ป้าพรบอกจริง ๆ
“ถึงจะแก่แต่ก็มีหัวใจนะเกี๊ยว”
“หมอไม่แก่สะหน่อย ไม่แก่แล้วยังหล่อมากด้วย”
“จริงเหรอ แต่ฉันได้ยินเต็มสองหูเลยเมื่อกี้”
“เกี๊ยวขอโทษค่ะ เกี๊ยวปากไม่ดีเอง”
“ฉันคงจะแก่จริง ๆนั่นแหละสายตาไม่ดีขอดูใกล้ ๆหน่อยนะ”
“ว้าย! หมอคะ” เกี๊ยวร้องใที่หมอพอร์ชจับอุ้มเธอให้นั่งลงตักของเขา และเขาก็โอบกอดกักตัวเธอไว้
“ตรงไหนเกี๊ยวบอกฉันสิ”
“ตรง..ตรงนี้ค่ะ” เกี๊ยวชี้ไปที่หน้าจอโน๊ตบุ๊คด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น
“ตรงนี้ต้องขยายความแบบนี้จะได้คะแนนเพิ่ม”หมอพอร์ชพิมพ์ข้อความในรายงานเพิ่มเติมอย่างคล่องแคล่วเกี๊ยวแปลกใจจึงหันไปมองและลืมไปว่าเธอนั่งอยู่บนตักเขาตัวก็ติดกันและเมื่อหันไปก็พบว่าใบหน้าของเธอและหมอพอร์ชก็ใกล้ชิดกันอีก จนจมูกของเธอจะชนกับแก้มของหมอพอร์ชอยู่แล้ว เกี๊ยวเห็นว่าหมอพอร์ชยิ้มอย่างพอใจ แต่สายตาของเขามองที่จอโน๊ตบุ๊คโดยไม่สนใจว่าเธอแอบมองอยู่
“ช่วยงานต้องมีรางวัลให้นะแต่ถ้ามองนาน ๆ ฉันขอคิดว่าเสียหาย”เกี๊ยวได้ยินอย่างนั้นก็รีบหันกลับไปหน้าจอโน๊ตบุ๊คอย่างรวดเร็ว
“ให้เกี๊ยวลุกออกก่อนไหมคะหมอจะได้ทำถนัด”
“ท่านี้ฉันก็ไม่ได้ติดอะไรฉันถนัดทุกท่าเกี๊ยวไม่ต้องห่วง”
เมื่อนั่งไปนาน ๆเกี๊ยวก็อดห่วงหมอพอร์ชไม่ได้เธอกลัวว่าเขาจะหนัก ถึงตัวเธอจะเล็กแต่ถ้านั่งนาน ๆก็อาจจะเป็ตะคริวได้
“เสร็จ เสร็จหรือยังค่ะ” ให้ตายเถอะเกี๊ยวไม่รู้จะใช้คำไหนถึงจะเหมาะ
“ยังไม่เสร็จเลย..เกี๊ยว” หมอพอร์ชตอบเธอด้วยน้ำเสียงแหบพร่าชิดใบหูของเธอ
“อุ้ย!”เกี๊ยวเผลอร้องอุทานเพราะหมอพอร์ชรวบผมสลวยยาวของเธอให้ไปอยู่ฝั่งเดียวกันทำให้ตอนนี้บ่าของเธอฝั่งที่มีหน้าหมอพอร์ชตั้งอยู่ว่างเปล่าไม่มีผมมาบดบังคอที่ขาวรหงษ์ และบดบังความอวบขาวของส่วนอื่นด้วย
“ฉันเพิ่มเติมให้แล้วเกี๊ยวลองอ่านดูว่าโอเคไหม”
“โอ โอเคค่ะ”
“อ่านหรือยัง” หมอพอร์ชโน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อดูสีหน้าคนตอบว่าทำไมถึงได้ตอบเร็วอย่างนี้ไม่รู้ว่าได้อ่านตามที่เขาบอกหรือยัง
“เกี๊ยว เกี๊ยวอ่านแล้ว”เกี๊ยวรีบตอบอีกครั้งแบบเร็ว
“เกี๊ยว..อืมม” หมอพอร์ชประทับริมฝีปากลงที่บ่าขาวนวลของเกี๊ยวอย่างแ่เบาบ่าที่เขาอยากััมานานแล้ว
“อุ้ย ! หมอน่ะ”
“ขอเป็รางวัลให้ฉันเถอะนะเกี๊ยวส่วนค่าเสียหายฉันจะมาคิดวันหลัง”
“ค่าเสียหายอะไรคะ” เกี๊ยวรีบถามออกไปทันทีด้วยความสงสัย
“ก็ค่าเสียหายที่เธอจ้องมองฉันนานเกินไปไง”
“ไม่จริง”
“ฮ่าๆ”
“หรือจะให้ฉันคิดค่าเสียหายวันนี้เลย”
“คิดยังไงคะ”
“อยากจะมีคนนอนข้าง ๆ เป็เพื่อนไหมหมอกลัวว่าเกี๊ยวนอนห้องใหม่แล้วจะนอนไม่หลับ”
“ไม่ค่ะ หมอเ้าเล่ห์”
“ฮ่า ๆ” หมอพอร์ชหัวเราะชอบใจในคำพูดของเกี๊ยวเขามีความสุขที่สุดที่วันนี้เธอไม่ผลักใสเขา แม้ในตอนนี้เธออาจจะยังไม่ยอมรับหรือเปิดใจก็ตาม และเขาก็มั่นใจว่าเกี๊ยวชอบในสิ่งที่เขาทำกับเธอในวันนี้และในห้องนี้ด้วย