บทที่0008 ผู้หญิงที่สวยจริงๆ
พอได้ยินแบบนั้นลั่วหว่านเหยียนก็สะดุ้งเฮือกไป“พี่เซี่ย นี่พี่หมายความว่ายังไงคะ”
เซี่ยลี่เฟินมองลั่วหว่านเหยียนด้วยสายตาประมาณว่าเรารู้กันดี“พวกเราแผนกขายปกติเซ็นสัญญากับลูกค้ายังไงเธอเองก็รู้ดีไม่ใช่หรือ เอาเป็ว่าฉันบอกเธอแล้วนะ ทำงานวันนี้ให้สำเร็จ ไม่งั้นก็โดนหักเงินเดือน เธอคิดเอาเองละกัน ออกไปซะ”
ลั่วหว่านเหยียนกัดฟันเดินออกจากประตูไป
เงินเดือนสามเดือนบวกกับโบนัสปลายปีเงินพวกนี้รวมกันก็ได้ห้าหมื่นกว่าแล้วถ้าจะให้ลั่วหว่านเหยียนตัดใจเงินก้อนนี้ไปแล้วมันต่างอะไรกับตัดเนื้อเธอออกไปกัน
อีกอย่างถ้าหากวันนี้เธอปฏิเสธไปล่ะก็ตามนิสัยขี้งกของเซี่ยลี่เฟินแล้วไม่รู้ว่าต่อไปเธอจะต้องโดนเซี่ยลี่เฟินทำให้เธอต้องลำบากอีกเท่าไหร่
งานนี้ไม่ช้าก็เร็วเธอก็คงต้องเสียไป
ลั่วหว่านเหยียนกดหน้าผากที่เพราะเป็ไข้จึงปวดศีรษะในใจของลั่วหว่านเหยียนนั้นค่อยๆมีความคิดอยากจะออกไปดื่มเหล้าแก้เครียดซะ
ถ้าหากสำเร็จล่ะก็เธอก็ยังจะได้เงินเพิ่มหนึ่งแสนเลยนะ
แต่ว่าเื่แบบนี้ถ้าหากเริ่มแล้วต่อไปคิดจะหยุดมือ มันก็ไม่ได้ง่ายแบบนั้นแล้ว
เธอกลับไปที่ห้องใช้น้ำเย็นล้างหน้า
เธอรู้สึกว่าอาการปวดศีรษะบรรเทาลงไปมากแล้วเธอเงยหน้าขึ้นมาจ้องตัวเองใบหน้าซีดขาวในกระจกมือที่ดันกับอ่างล้างหน้าของเธอก็ค่อยๆกำแน่น
แต่ถ้าเธอไม่ทำล่ะก็เงินสิบล้านที่เธอติดหนี้หนิงจื้อหย่วนเอาไว้จะคืนได้หมดตอนไหนกัน
สู้ลองพนันกันสักตั้งถ้าหากสำเร็จล่ะก็ เธอก็คงได้เลื่อนตำแหน่ง เพิ่มเงินเดือนแน่นอน
ขอแค่เธอคืนเงินสิบล้านนั้นหมดถึงเวลานั้นเธอก็สามารถยืนพูดเสมอกับหนิงจื้อหย่วนได้สักที
เพราะเธอก็จะไม่ติดค้างอะไรเขาอีก
พอคิดได้แบบนั้นหลังจากออกไป ลั่วหว่านเหยียนก็ส่งข้อความไปหาเซี่ยลี่เฟินบอกเธอว่าเธอคิดดีแล้ว คืนนี้เธอจะทำให้ดี
เซี่ยลี่เฟินตอบกลับเธออย่างเร็ว“เธอสู้ๆ นะ ฉันน่ะคอยดูเธอตลอด ขอแค่คืนนี้เธอทำสำเร็จต่อไปฉันจะคอยดันเธอเยอะๆ เลย”
ลั่วหว่านเหยียนแอบยิ้มอย่างเ็าในใจแต่เธอก็ยังตอบกลับไปว่าขอบคุณ
ณ คฤหาสน์ตระกูลหนิง
หนิงจื้อหย่วนเก็บเอกสารในมือเขาหันมามองออกไปนอกหน้าต่าง
เขาเหม่อมองอยู่หนึ่งนาทีก่อนจะขยับตัวกดไปที่โทรศัพท์บนโต๊ะ
ผู้ช่วยสวีเฉิงรีบเคาะประตูเข้ามา“ท่านประธาน?”
หนิงจื้อหย่วนบอกเขาอย่างหน้านิ่ง“ช่วยฉันจองตั๋วเครื่องบินเมืองข้างๆให้หน่อย เดี๋ยวนี้เลย”
สวีเฉิงอึ้งไปแต่เขาก็ได้สติกลับมาอย่างรวดเร็ว“ได้ครับ ท่านประธาน แล้วเราต้องบอกผู้จัดการบริษัทสาขานั้นไหมครับ”
หนิงจื้อหย่วนั์ตาเปลี่ยนไป“อืม บอกเขาไปว่าเื่งานนิทรรศการที่ดินทำการค้าของวันพรุ่งนี้ฉันจะไปเข้าร่วมด้วยตัวเอง”
ที่เขาไปก็เพียงเพื่องานเท่านั้น
ไม่ใช่เพราะว่าผู้หญิงที่น่ารำคาญคนนั้นหรอกนะ
สวีเฉิงค่อยๆปิดประตูเบาๆ ในห้องก็เงียบสนิท
หนิงจื้อหย่วนหลุบตาลงมองโทรศัพท์บนโต๊ะในหัวของเขาก็อดนึกถึงคำพูดของแม่บ้านเหอที่พูดตอนเขาโทรศัพท์ไปที่ซิ่วชุนจูตอนเช้าวันนี้ไม่ได้
“คุณหนูลั่วดูสีหน้าไม่ดีมากเลยค่ะเหมือนเธอจะเป็ไข้สูง ยาก็ไม่กิน ออกไปสนามบินอย่างรีบๆ จนตอนนี้ก็ยังไม่กลับมาเลยค่ะ”
สวีเฉิงนั้นจัดการเร็วมากเขาจองเครื่องบินไฟลท์ที่เร็วที่สุด
หนิงจื้อหย่วนก็รีบออกไปทันทีในเวลากลางคืน เขาก็ไปถึงเมืองข้างๆ เรียบร้อย
ผู้จัดการบริษัทสาขามาถึงแล้วเขารีบออกมาต้อนรับด้วยความยำเกรงทันทีหลังจากพูดเปิดด้วยความเกรงใจเสร็จแล้วเขาก็พูดอย่างเป็กันเอง “พวกเราจองห้องเหมาที่โรงแรมหวงกวนเรียบร้อยเตรียมทุกอย่างเป็อย่างดีเพื่อท่านโดยเฉพาะผู้จัดการบางแผนกของบริษัทต่างก็มาถึงแล้วพวกเขากำลังรอท่านอยู่ในห้องเลยครับ”
หนิงจื้อหย่วนพยักหน้าด้วยใบหน้าที่นิ่งเรียบเขาเพียงพูดสั้นๆ “นำทางไปเถอะ”
งานเลี้ยงแบบนี้ต่อให้เขาไม่สนใจอะไร แต่มันก็เป็สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะสภาพสังคมมันก็เป็แบบนั้น
รถหรูหราไม่ซ้ำยี่ห้อต่างขับมาจอดตรงหน้าโรงแรมหวงกวนกันโดยมีสายตาอิจฉาของทุกคนจับจ้องอยู่
รถของหนิงจื้อหย่วนนั้นอยู่ตรงกลางก่อนที่รถของเขาจะเข้ามาจนถึงประตูก็ติดอยู่สองสามนาทีได้
ต้องให้รถข้างหน้าเข้าที่จอดรถก่อนเขาถึงจะเข้าไป
ระหว่างที่เขาเบื่อๆสายตาของเขาก็มองไปนอกหน้าต่างทันใดนั้นเองเขาก็เห็นร่างของลั่วหว่านเหยียนยืนอยู่ตรงหน้าประตูไกลๆ
เธอสวมชุดกระโปรงยาวแบบสาวออฟฟิศเอวขอดเป็รูปร่าง ขาเรียวยาวใต้กระโปรงทั้งสองข้างที่สม่ำเสมอกันผิวที่ขาวผ่องจนเป็ประกายในความมืดเธอกำลังยืนยิ้มหวานอยู่ข้างๆผู้ชายวัยกลางคนผอมแห้งคนหนึ่ง
สีหน้าของหนิงจื้อหย่วนก็ดำทะมึนไปทันที