ตูม!! ครั้งนี้ไม่ใช่แค่หน้า แต่เป็ตัวของอู๋เถาที่ถูกการโจมตีของหวังเฟยหลงทำให้กดลงไปที่พื้น หวังเฟยหลงะโออกจากตัวของอู๋เถาแล้วยื่นสังเกตดูอาการของอู๋เถา มันเป็การต่อสู้ที่ไม่ได้ใช้อาวุธ ดังนั้นการต่อสู้กับคนที่มีร่างกายแข็งแกร่งเช่นอู๋เถาจำเป็ต้องใช้การโจมตีที่รุนแรงและต้องโจมตีไปที่จุดอ่อน ด้วยร่างกายที่ขาดความคล่องตัว ขาดความเร็วทำไมถูกเป็เป้าโจมตีได้ง่าย ไม่ต่างอะไรกับตัวแทงค์ที่คอยรับการโจมตีแทนคนอื่น
เมื่อเห็นว่าอู๋เถาพยายามลุกขึ้นหวังเฟยหลงไม่รอช้า เขาพุงเข้าไปประชิด เขายกขาข้างหนึ่งขึ้นสูงพร้อมโคจรปราณทั่วร่างกายจากนั้นก็ใช้ส้นตอกเข้าไปที่หัวของอู๋เถาที่กำลังลุกขึ้นอีกครั้ง ทำให้หน้าของเขาถูกกดไปที่พื้นอีกครั้ง ถึงจะาเ็แต่คงยังไม่มากพอที่จะทำให้อีกฝ่ายกลัวได้
“ หวังเฟยหลง!! ข้าจะไม่ปล่อยเ้าไปง่ายๆแน่!! ”
‘ ถึงจะไม่ได้โคจรปราณทั้งหมด แต่ด้วยแรงขนาดนั้นต่อให้คนที่อยู่ระดับรวบรวมระยะปลายคนอื่นๆก็ยังยากที่จะรอดเลยนะ!? เป็ร่างกายที่มหัศจรรย์จริงๆ…จริงสิวิชาของร่างกายทรราชก็เป็การเสริมความแข็งแกร่งให้ร่างกายนี่หน่า ’
แม้จะถูกโจมตีไปหนักขนาดนี้แต่ก็ยังพุดข่มขู่เขาได้อีก ก็พอเข้าใจความคิดของอีกฝ่าย แต่การโจมตีที่อืดอาดมันไม่มีทางโดนหวังเฟยหลง เมื่อเห็นว่าอู๋เถายังไม่คิดจะยอมแพ้หวังเฟยหลงโคจรปราณอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาโคจรมากกว่าเดิมอีก เท้าที่อยู่บนหัวของอู๋เถาก็หนักขึ้นและมันก็บดขยี้หัวของอู๋เถากดลงพื้นไปอีกครั้ง ครั้งนี้อู๋เถาร้องด้วยความเ็ป
“ ศิษย์พี่!! ท่านคิดว่าจะชนะข้าได้จริงหรือ!? ทำไมท่านไม่กลับไปทางที่ท่านมาจะได้ไม่ขายหน้ากว่านี้ละ!? ”
หวังเฟยหลงกดเท้าแรงขึ้นไปอีกขณะพูดด้วยน้ำเสียงเ็า ส่วนคนอื่นๆที่มองดูอยู่รอบๆ ดวงตาพวกเขาเบิกกว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ใครจะไปคิดว่า ถู๋เถาที่มีร่างกายแข็งแกร่งจะแพ้ให้กับหวังเฟยหลงที่เพิ่งเข้ามาใหม่ แถมระดับพลังยังน้อยกว่าอีก แบบนี้ก็ไม่มีใครที่อยู่ระดับรวบรวมจะสามารถเอาชนะหวังเฟยหลงได้แล้ว ตอนนี้คนที่จะจัดการกับหวังเฟยหลงได้ก็คงจะมีเพียงแค่ศิษย์นอกที่ติดอันดับหนึ่งในห้าเท่านั้น
“ เ้า!!...ข้าเข้าใจแล้ว ”
ถึงจะไม่เต็มใจแต่อู๋เถาก็ต้องยอมรับว่าหวังเฟยหลงใช้จุดอ่อนของเขามาเล่นงานเขา เขาก็รู้ตัวเช่นกันว่าเขาขาดตกอะไรไป และตอนนี้เขาก็รู้แล้วว่าตัวเขาไม่สามารถเอาชนะหวังเฟยหลง เขาจำเป็ต้องยอมเพื่อไม่ให้ขายหน้าไปมากกว่านี้ ส่วนหญิงสาวที่มากับอู๋เถาก็หน้าซีดเผือก นางมองหวังเฟยหลงด้วยความกลัวนางรู้สึกเริ่มไม่ปลอดภัย นางจึงรีบหนีไปอย่างรวดเร็ว แต่หวังเฟยหลงไม่ได้สนใจนางเลย
หลังจากที่หวังเฟยหลงปล่อยอู๋เถากับหญิงสาวนางนั้นไปแล้ว หวังเฟยหลงก็กลับมาฝึกฝนต่อ ตอนนี้เขารู้ความแข็งแกร่งของคนที่ติดหนึ่งในสิบคราวๆแล้ว แม้จะแข็งแกร่งและแตกต่างจากคนอื่นๆแต่ก็ไม่ได้มีความแตกต่างมากขนาดนั้น หวังเฟยหลงยังเอาชนะได้ แต่สำหรับคนที่อยู่ระดับหลอมรวมระยะต้นแล้ว หวังเฟยหลงคิดว่ามันไม่ง่ายที่เขาจะสามารถเอาชนะ บางทีคนไม่มีโอกาสได้ชนะด้วยซ้ำ หวังเฟยหลงจำเป็ต้องเร่งการบ่มเพาะของตนเอง
“ หวังเฟยหลง ไม่คิดเลยว่าเ้าจะแข็งแกร่งขนาดนี้ การทดสอบจัดอันดับครั้งต่อไปเ้าคงได้ติดหนึ่งในสิบสินะ!! ”
“ พวกเ้าอย่าทำเป็พูดไป มันไม่ได้ง่ายอย่างที่เห็นเลยถึงจะโดนโจมตีไปหนักขนาดนั้นแต่ก็ไม่ได้าเ็อะไรมากมาย เป็ร่างกายที่น่าทึ่งจริงๆ!! ”
“ ใช่ หลังจากนี้พวกเราจะต้องเน้นไปที่ด้านใดด้านหนึ่ง เช่นด้านพละกำลัง ด้านความเร็วความคล่องตัว เพื่อให้เราแข็งแกร่งที่สุดในด้านใดด้านหนึ่ง…เ้าคิดไว้หรือยังว่าจะเน้นการฝึกไปที่ด้านไหน!? ”
“ ข้า?? ก็คิดเอาไว้แล้วละ!! ”
ฉู่หัวป้านั้นฝึกฝนโดยเน้นไปที่ด้านพละกำลัง ส่วนฉู่ฟานก็เน้นไปที่ด้านความเร็ว ส่วนหวังเฟยหลงนั้นเขาเลือกไม่ได้ ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับวิชาที่เกี่ยวข้องกับร่างกายของเขา เขาไม่สามารถกำหนดอะไรได้ แต่จากที่เขารู้สึกและสำผัสได้ มันจะต้องเป็การฝึกที่เน้นไปที่รอบด้าน ไม่ว่าจะเป็ด้านพละกำลังหรือความเร็วความคล่องตัว ถ้าหากอยู่ในระดับที่เท่ากัน ความแข็งแกร่งของหวังเฟยหลงคงจะพอๆหรือไม่ก็มากกว่าอู๋เถาเสียด้วยซ้ำ ยิ่งความเร็วความคล่องตัวไม่ต้องพูดถึงเลย
หลังจากเอาชนะอู๋เถาได้ หวังเฟยหลงก็ใช้เวลาอยู่ในสถาบันอย่างสงบขึ้นมาก ไม่มีใครกล้ามาหาเื่เขาอีก ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมห้าอันดับแรกไม่เคลื่อนไหวนั้นเพราะพวกเขาไม่อยากเสียเวลาในการฝึกฝน อีก 5 เดือนข้างหน้าก็จะถึงคราวที่พวกเขาจะต้องทดสอบเข้าเป็ศิษย์ชั้นในและบางคนก็เป็โอกาสสุดท้ายและยิ่งเข้าเป็ศิษย์ในเร็วเท่าใดก็จะหมายความว่าได้รับทรัพยากรและตำราวรยุทธ์ระดับสูงขึ้นด้วย
ที่สำคัญคือพวกที่อยู่ห้าอันดับแรกนั้นไม่ได้ขาดโอสถเสริมปราณที่ช่วยในการบ่มเพาะ แต่พวกเขาขาดตำราวรยุทธ์ระดับสูงและความชำนาญในวรยุทธ์ที่ใช้ ยิ่งพวกเขาชำนาญมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากเท่านั้น พวกเขาจึงไม่มีเหตุผลในการไปแย่งชิงของของหวังเฟยหลงนั่นเอง
เวลาล่วงเลยผ่านไปจนถึงการทดสอบจัดอันดับ หวังเฟยหลงยืนอยู่ภายในลานประลองในพื้นที่ชั้นนอก โดยมีศิษย์คนอื่นทั้งหมดคอยอยู่ และไม่นานจากนกั้นก็มีชายหนุ่มหญิงสาวห้าคนค่อยๆทยอยเดินเข้ามา โดยพวกเขาตกเป็จุดสนใจของเหล่าศิษย์คนอื่นๆ ไม่เว้นแม้แต่กับหวังเฟยหลง
พวกเขาคือคนที่ติดห้าอันดับแรกของศิษย์ชั้นนอก ทุกๆคนเดินเข้ามาด้วยท่าทางหยิ่งทะนงไม่เห็นหัวใคร ไม่สนใจใครด้วย มันเป็ปกติเพราะพวกเขากำลังจะได้เขา้เป็ศิษย์ในแล้วในปีนี้ แม้พวกเขาจะต้องผ่านการทดสอบของสถาบันก่อน แต่พวกเขาดูมั่นใจในตัวเองอย่างมาก
“ ครั้งนี้พวกเราได้เจอคนที่อยู่ ห้าอันดับแรกแล้วสินะ!? ”
“ แม้ว่าสถาบันจะวุ่นวายเพราะศิษย์ใหม่ แต่พวกเขาทุกคนก็ไม่มีใครสนใจเลย ต่างคนก็พยายามฝึกฝนเพื่อผ่านการสอบเข้าเป็ศิษย์ในทั้งหมด ”
“ พวกเขาก็แข็งแกร่งกันจริงๆนั้นแหละ!! ”
เมื่อพวกเขาเดินเข้ามาอยู่ในสายตาของหวังเฟยหลง เขาก็ไม่ลืมที่จะตรวจสอบความแข็งแกร่งของพวกเขาแล้วก็ต้องอุทานออกมาพวกเขาอายุ19-20 ปี มีเลเวล 21-23 ต้องบอกว่าด้วย่อายุของพวกเขาแล้วมันเป็เื่ปกติมากเลยที่พวกเขาจะเย่อหยิ่งและทะนงตน
แต่นึกย้อนกลับไปที่ ิซูเมิ่ง นางอายุ 18ก็มีเลเวลที่ 23 แล้วหมายความว่านางแข็งแกร่งกว่าคนพวกนี้มากและหากเป็ตอนนี้เกรงว่าจะทะลวงระดับไประยะกลางหรืออาจจะระยะสูงแล้วก็ได้
‘ การที่แข็งแกร่งกว่าศิษย์ของสถาบันมากขนาดนี้เกรงว่าจะแข็งมีเื้ัไม่ธรรมดา…ชักอยากเจอแม่นางน้อยแล้วสิ แต่ก็คงใกล้จะถึงเวลาที่นางต้องมาหาข้าแล้วสินะ!! ’
เมื่อนึกไปถึงใบหน้าที่งดงามของนาง เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว มีสองเหตุผลหลักๆที่เขาให้ิซูเมิ่งมาหาเขาหลังจากที่น้องชายของนางขัดเกลาร่างกายสำเร็จแล้ว หนึ่งคือไม่้าให้เทคนิคโคจรปราณทรราชรั่วไหลโดยไม่จำเป็ สองคือข้ออ้างในการตามจีบนาง เมื่อก่อนเขาเบื่อง่าย เลยเปลี่ยนจากการดู/อ่าน การ์ตูน หนัง แนวต่อสู้ไปเป็หลายๆแนวและแนวที่เขาชอบคือแนวโรแมนติก
เหตุผลคือคิดว่าเมื่อถึงเวลาเขาอยากจะจีบใครสักคนเขาอยากจะมีวิธีจีบสาวๆแบบโรแมนติกเอาไว้ในคลังข้อมูลของสมองเยอะๆ เขาเองก็ไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสจีบสาวเร็วขนาดนี้ เขาเองก็หยอดพอหอมปากหอมคอไว้ั้แ่แรกอยู่แล้ว หลังจากนี้จะเป็การมัดใจนางให้อยู่หมัด
“ หวังเฟยหลง เ้ายิ้มอะไรอยู่คนเดียวกัน!? มีเื่อะไรดีๆหรือไง?? ”
“ ข้ายิ้ม?? ไม่มีอะไร แค่คิดถึงแม่นางคนหนึ่งเท่านั้น ”
“ ต้องงดงามขนาดไหนถึงทำให้เ้าหลุดยิ้มออกมาในยามที่นึกถึง!? ”
“ ก็ต้องงดงามมากๆอยู่แล้ว…จริงสิ ผ่านมาเกือบเดือนหนึ่งแล้ว พวกเ้ามั่นใจติดหนึ่งในสิบอันดับแรกหรือไม่!? ”
“ บอกตตามตรงว่ามันยาก พวกเขาคงจะพยายามใหได้อันดับที่ดีขึ้น แต่ไม่คิดว่าจะสามารถเอาเอาชนะคนที่อยู่หนึ่งในสิบได้เช่นเดียวกับเ้า ”
ด้วยความช่วยเหลือและโอสถที่ได้รับจากหวังเฟยหลง แม้ว่าพี่น้องตระกูลฉู่จะแข็งแกร่งมากขึ้นแต่ก็ไม่ได้มากพอจะไปสู้กับหนึ่งในสิบอันดับแรกได้ แค่ขึ้นไปอยู่อันดับ 20 ให้ได้ก็นับว่ายากแล้ว พวกเขามีเลเวลเพิ่มขึ้นมาคนละหนึ่งเลเวล ตอนนี้ฉู่หัวป้าสามารถสามารถสู้กับระดับรวบรวมระยะกลางได้ทุกคนแล้ว แต่ถ้าให้สู้กับระดับรวบรวมระยะปลายยังยากอยู่หลายส่วน
ทางด้านฉู่ฟานก็เช่นกัน มีเลเวลเพิ่มขึ้นมาหนึ่งเลเวล ตอนนี้เขาสามารถสู้ได้ทุกคนที่อยู่ในระดับเดียวกับเขา แต่ยังไม่แข็งแกร่งพอจะสู้กับคนที่อยู่ระดับสูงกว่าตัวเองทุกคน ส่วนหวังเฟยหลงนั้นก็เหมือนกัน มีเลเวลเพิ่มขึ้นมาหนึ่งเลเวล ตอนนี้เขาอยู่ระดับรวบบรวมระยะกลางแล้ว แต่สเตตัสของเขายังห่างจากห้าอันดับแรกอยู่พอสมควร แม้ว่าจะงัดไพ่ทุกใบออกมาเขาก็ยังไม่มั่นใจเลยว่าจะสามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้
เหล่าศิษย์บางคนต่างก็พูดคุยกันเื่การทดสอบว่าใครจะได้อันดับที่เท่าไหร่โดยพวกเขาพยายามคาดเดาอันดับของหวังเฟยหลง และยังมีเหล่าศิษย์ที่พยายามเพื่อให้ตัวเองได้อันดับที่ดีมากยิ่งขึ้น
เวลาผ่านไปสักพักใหญ่ๆ ในที่สุดผู้าุโคุมการทดสอบก็ได้เดินเข้ามาในลานประลอง การทดสอบจัดอันดับที่มีขึ้นทุกเดือนนั้นไม่ใช่การทดสอบที่ซับซ้อนหรือวุ่นวาย มันคือการประลองโดยให้ผู้ที่อยู่อันดับน้อยกว่าท้าประลองกับผู้ที่มีอันดับสูงกว่าเพื่อเข้าไปแทนที โดยทุกคนจะมีโอกาสคนละ สองครั้งในการท้าประลองเท่านั้น ชนะได้อันดับไป คนที่แพ้อันดับก็จะล่วงลงไปหนึ่ง
ศิษย์ทุกคนจะนำป้ายอันดับของตัวเองไปวางไว้ที่โต๊ะที่ผู้าุโเตรียมไว้ จากนั้นพวกเขาจะกระจายตัวไปรอบๆลานประลองโดยยืนเรียงกันตามอันดับ ขณะที่เดินนั้นก็ได้มีหนึ่งในห้าอันดับแรก เป็ชายร่างกายบอบบางแต่ถึงจะเป็การเดินธรรมดาหวังเฟยหลงก็รู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายไม่ธรรมดา ชายร่างกายเล็กบอบบางมองมาที่หวังเฟยหลงด้วยสายตาเ็า
‘ อะไรกัน?? มองด้วยสายตาหาเื่ชัดๆ ไม่เคยเจอกันมาก่อนแท้ๆ!! หรือเป็คนรู้จักของคนที่เคยโดนเราจัดการนะ? ’
ชายร่างเล็กบอบบางคนนั้นเป็คนที่เน้นไปที่ความเร็ว ต้องบอกว่าเหมาะกับการเป็นักฆ่ามากกว่าก็ได้ ด้วยการเคลื่อนไหวที่พริ้วไหวและเงียบสงัดพร้อมกับสายตาเ็าที่มองมาที่เขา หวังเฟยหลงรู้สึกได้ว่ามันต้องมีเื้ัแน่ๆ
นอกจากชายร่างเล็กบอบบางคนนี้แล้วยังมีคนอื่นๆอีกและหนึ่งในห้าคนเป็หญิงสาวหนึ่งคน นางดูเป็คนที่ร้อนแรงอย่างมาก แต่ความงดงามและเสน่ห์ของนางไม่อาจสู้กับิซูเมิ่งได้เลย เื่นี้ทำให้หวังเฟยหลงรู้ว่าคนที่งดงามระดับิซูเมิ่งนั้นต้องอยู๋ในระดับที่งามล้มเมืองแน่นอน
เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วผู้าุโก็ประกาสเริ่มการทดสอบทันที การทดสอบจัดอันดับนั้นจะใช้เวลาค่อนข้างนานเพราะจะมีลานประลองเพียงลานเดียวและต่อสู้กันทีละคู่เท่านั้น หลังจากการประลองเริ่มก็มีคนทยอยเริ่มท้าประลองโดยที่พวกเขาจะท้าประลองกับคนที่อยู่อันดับมากกว่าตัวเองหนึ่งหลักเช่น อันดับที่ 40-49 จะท้าประลองคนที่อยู่อันดับ 30-39 เพราะทุกๆเลขหนึ่งหลักจะหมายถึงการได้รับทรัพยาการเพิ่ม ต่อให้ชนะการประลองแต่อยู่อยู่อันดับที่เป็เลขหลักเดียวกันก็ไม่ได้รับทรัพยากรเพิ่ม พวกเขาจึงไม่ได้ใช้สิทธิ์การท้าประลองให้เสียเปล่าเพื่ออันดับที่เพิ่มขึ้นอย่างไร้ความหมาย
การประลองครั้งนี้จะอนุญาตให้ศิษย์ใช้อาวุธของตัวเองได้ ซึ่งหวังเฟยหลงนำดาบชั้นยอดของเขาออกมา เขาคิดเอาไว้แล้วหากไม่จำเป็จริงๆเขาจะไม่นำอาวุธอย่างอื่นหรือไพ่ใบอื่นๆในมือออกมาให้คนอื่นเห็นง่ายๆเด็ดขาด
เมื่อการประลองเริ่ม ลานประลองก้เริ่มวุ่นวาย มีทั้งคนที่ท้าประลองสำเร็จและไม่สำเร็จ ฉู่หัวป้าประลองครั้งก็เป็การท้าประลองกับคนที่อยู่ระดับรวบรวมระยะปลายอันดับที่ 28 เหตุผลคือหวังเฟยหลงบอกให้ลองดู จากสเตตัสที่หวังเฟยหลงเห็นเขาคิดว่าฉู่หัวป้าจะสามารถเอาชนะได้ แม้จะยากลำบากสักหน่อย
และมันก็เป็อย่างที่หวังเฟยหลงคิดจริงๆ การต่อสู้ของฉู่หัวป้านั้นยากลำบากมากๆ จนการต่อสู้ดดำเนินไปเกือบ 20 นาที เขาก็เริ่มคุ้นชิน เมื่อไหร่ที่ฉู่หัวป้าเริ่มคุ้นชินกับการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายเขาจะสามารถคาดเดาและจับทางการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายได้และเมื่อนั้นฉู่หัวป้าจะได้รับชัยชนะ
ส่วนทางด้านฉู่หัวฟานนั้นเขามาแทนที่อันดับของฉู่หัวป้า ด้วยการชนะอันดับรวบรวมระยะกลาง แม้จะไม่ใช่การต่อสู้ที่ลำบาก แต่ก็เรียกว่าไม่ง่ายเช่นกัน การต่อสู้ดำเนินไปราวๆ 10 นาทีฉู่ฟานก็สามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้ ต้องบอกว่าในสายตาของหวังเฟยหลงนั้น พร์ของฉู่ฟานดูจะมากกว่าฉู่หัวป้าคนพี่เสียอีก