ดาราจักรนิรันดร์กาล

    ตอนที่27 ร่างกิเลนเหมันต์ และ ร่างหยินหยางพิสุทธิ์

    ไป๋ชิงอวิ๋นหันไปมองมู่ปิงเฟิง เขาปล่อยให้กู่หวงได้ระบายอารมณ์และความรู้สึกออกมา หลายสิบปีที่ผ่านมาพวกเขามีแต่ได้รับความอัปยศ มันก็ไม่น่าแปลกใจที่วันนี้กู่หวงได้ปลดปล่อยอารมณ์ของเขาออกมา

     

    "คราวนี้ถึงทีของเจ้าปิงเฟิง"

     

    ไป๋ชิงอวิ๋นโคจรเคล็ดวิชาหยินหยางฟ้าดินโกลาหลเข้าไปในร่างกายของมู่ปิงเฟิง ทันทีที่กระแสลมปราณไหลเข้าสู่ร่างของมู่ปิงเฟิง ลมปราณสายนั้นของไป๋ชิงอวิ๋นก็ถูกความเยือกเย็นแช่แข็งทำให้กระแสลมปราณขาดช่วง

     

    ไป๋ชิงอวิ๋นขมวดคิ้วเข้าหากันเขาจ้องมองมู่ปิงเฟิงอย่างค้นหา แสงสีทองจากดวงตาด้านซ้ายเปล่งประกายออกมาราวกับแสงดาว ไป๋ชิงอวิ๋นรวบรวมพลังและโคจรมันไปไว้ที่ดวงตาข้างซ้าย เขาเพ่งมองลงไปยังจุดตันเถียนตรงช่วงท้องน้อยของมู่ปิงเฟิง ภายในจุดตันเถียนของมู่ปิงเฟิงถูกปกคลุมไปด้วยกระแสความเย็นที่หน้าหวาดกลัว

     

    ไป๋ชิงอวิ๋นยังคงค้นหาอย่างไม่ลดละ เขาเพ่งมองลงไปให้ลึกกว่าเดิม ภายในจุดตันเถียนที่ดำมืดและเยือกเย็นไป๋ชิงอวิ๋นได้ปล่อยกระแสพลังของเคล็ดวิชาหยินหยางฟ้าดินโกลาหลเข้าไปในร่างของมู่ปิงเฟิงอย่างไม่ยอมแพ้

     

    เหงื่อเย็นไหลออกมาจากหน้าผากและกลางหลังของมู่ปิงเฟิง คิ้วทั้งสองข้างของมู่ปิงเฟิงขมวดแน่นเข้าหากัน บ่งบอกว่าเขากำลังอดทนต่อความเจ็บปวดที่ได้รับ เขากัดฟันแน่นต่อสู้กับความรู้สึกเจ็บปวดโดยไม่ปริปากบ่นแม้แต่คำเดียว

     

    มู่ปิงเฟิงร่างสั่นเทิ้มไปทั่วทั้งองคาพยพ เขารู้สึกว่าความเย็นในร่างกายมันเพิ่มขึ้น มันให้ความรู้สึกว่าเย็นมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา มู่ปิงเฟิงริมฝีปากสั่นระริกและหายใจออกมาเป็นไอ ตอนนี้รอบร่างกายของเขาเริ่มปรากฏเกล็ดน้ำแข็งขึ้นมาแล้ว

     

    ไป๋ชิงอวิ๋นดวงตาเคร่งขรึมสีหน้าตึงเครียด ดวงตาด้านซ้ายจ้องมองไปยังจุดตันเถียนอย่างสุดความสามารถ เนตรสวรรค์ถูกขับเคลื่อนด้วยเคล็ดวิชาหยินหยางฟ้าดินโกลาหลมันเปล่งแสงสีทองออกมาอย่างเจิดจ้า

     

    โฮก~~~

     

    ไป๋ชิงอวิ๋นสะดุ้งและถอยหลังไปหนึ่งก้าว เขาจ้องมองมู่ปิงเฟิงด้วยแววตาตกตะลึง มือขวาของเขาที่สัมผัสอยู่บนหัวไหล่ของมู่ปิงเฟิง ตอนนี้ถูกแช่จนกลายเป็นก้อนน้ำแข็งไปแล้ว

     

    ไป๋ชิงอวิ๋นจ้องมองดูมือขวาของตัวเองด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง กู่หวงที่กำลังสะอึกสะอื้นร้องไห้อยู่ ตอนนี้เขาร่างกายแข็งค้าง สายตาที่พร่ามัวของเขาจ้องมองไปยังมือขวาของไป๋ชิงอวิ๋นด้วยความตกตะลึง หยางเฉินในตอนนี้เองก็ได้ถอยห่างออกจากร่างของมู่ปิงเฟิงเป็นที่เรียบร้อย เขาถอยห่างออกไปถึงสามก้าว สีหน้าของเขามีทั้งความเป็นห่วงและความหวาดผวา

     

    หยินหยางฟ้าดินโกลาหลโคจร ไม่นานก้อนน้ำแข็งที่แช่มือขวาของไป๋ชิงอวิ๋นก็ถูกละลายออกไป แสงสีขาวนวลเปล่งประกายออกมาจากมือขวา มันช่วยรักษาแผลที่ถูกน้ำแข็งกัดให้กับไป๋ชิงอวิ๋น

     

    "ปิงเฟิงข้าขอถามอะไรเจ้าสักอย่างสิ" ไป๋ชิงอวิ๋นกล่าวถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

     

    มู่ปิงเฟิงที่ตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าพยักหน้าตอบรับทั้งที่ร่างกายยังคงหนาวสั่น

     

    "เจ้า..ถาม...ข้ามาได้เลย" เสียงฟันของเขากระทบกันอยู่กึกกึก ตอนนี้ริมฝีปากของเขาซีดไปหมดอีกทั้งยังหายใจออกมาเป็นควันสีขาว

     

    "ตระกูลของเจ้ามีความเกี่ยวข้องกับกิเลนน้ำแข็งหรือไม่"

     

    "เรื่อง...นี้...ข้า..ไม่รู้...ข้อมูลที่สำคัญจริงๆของตระกูลมู่..ข้า...ข้า..ข้าเข้าไม่ถึง...ว่าแต่เจ้าถามทำไม"

     

    "เพาะในร่างเจ้ามีดวงจิตของกิเลนน้ำแข็งอยู่ยังไงล่ะ"

     

    ทุกคนที่ได้ยินก็สีหน้าแข้งทื่อกันไปหมด กู่หวงและหยางเฉินอ้าปากค้าง ส่วนมู่ปิงเฟิงยังคงเอามือกอดอกด้วยความหนาวสั่นจนริมฝีปากกระทบกัน เขาเงยหน้ามองไป๋ชิงอวิ๋นด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ

     

    กิเลนน้ำแข็งเป็นหนึ่งในสัตว์อสูรชั้นสูงแห่งยุคบรรพกาล เพาะกิเลนน้ำแข็งคือหนึ่งในสามผู้นำแห่งธาตุน้ำแข็งเหมือนกันกับหงส์น้ำแข็งและมังกรน้ำแข็ง พวกมันคือสามผู้ยิ่งใหญ่แห่งธาตุน้ำแข็ง

     

    "ในตอนแรกข้าก็คิดว่าเจ้าจะมีร่างหยินพิสุทธิ์ แต่เมื่อครู่นี้ในจุดตันเถียนของเจ้าข้าเห็นดวงตาสีครามคู่หนึ่ง มันจ้องมองมาที่ข้าด้วยความโกรธแค้นและจู่โจมข้า มันคงจะคิดว่าข้าล่วงล้ำเข้าไปในอาณาเขตของมัน เพราะฉะนั้นมันถึงได้ตื่นขึ้นจากการหลับไหลด้วยความโกรธแค้น ด้วยเหตุนี้มันจึงโจมตีข้าที่เป็นผู้บุกรุก"

     

    "สหายของข้าเจ้าช่างโชคดีจริงๆ จากคลื่นพลังที่ข้าสัมผัสได้เมื่อครู่ ดวงจิตของกิเลนน้ำแข็งตนนี้น่าจะมีความเก่าแก่เป็นอย่างมาก และอาจมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นดวงจิตของกิเลนน้ำแข็งบรรพกาล ฮ่าฮ่าฮ่า ยินดีด้วยเจ้ามีร่างกายพิเศษที่เรียกว่าร่างกิเลนเหมันต์ อีกทั้งในร่างของเจ้ายังมีดวงจิตของกิเลนน้ำแข็ง ความสำเร็จในอนาคตเบื้องหน้าอย่างน้อยก็คงอยู่ในระดับจักรพรรดิเซียนเป็นอย่างต่ำ ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่มีอะไรน่ายินดีไปกว่านี้อีกแล้ว"

     

    ไป๋ชิงอวิ๋นระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดี ร่างกิเลนเหมันต์ด้วยร่างกายที่พิเศษนี้มู่ปิงเฟิงจะต้องกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งจนยากที่จะมีใครเทียบได้อย่างแน่นอน

     

    "แล้วเจ้า...มี..เคล็ดวิชา..ที่..สามารถฝึก..กับร่างพิเศษนี้ไหม" มู่ปิงเฟิงเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ สีหน้าของเขาซีดเซียวแต่ดวงตากลับเปล่งประกายเต็มไปด้วยแสงแห่งความหวัง

     

    "แน่นอนว่ามีอยู่แล้ว ส่วนชื่อของเคล็ดวิชาก็มีความยึดโยงกับชื่อของร่างพิเศษนี้ด้วยเช่นเดียวกัน เคล็ดวิชานี้ถูกเรียกว่าเทพกิเลนเหมันต์ เมื่อฝึกฝนเคล็ดวิชานี้เจ้าจะสามารถใช้ความสามารถของเผ่าพันธุ์กิเลนน้ำแข็งได้อย่างไม่ยากเย็น ด้วยความแข็งแกร่งของกิเลนน้ำแข็ง ในจักรวาลที่กว้างใหญ่นี้คงมีไม่กี่เผ่าพันธุ์ที่สามารถต่อกรกับมันได้"

     

    "ดีจริง...เท่านี้ข้าก็ไม่ไร้ประโยชน์แล้ว...."

     

    ฟุบ

     

    มู่ปิงเฟิงร่างทรุดฮวบลงกับพื้นจากนั้นก็หมดสติไป กู่หวงและหยางเฉินพยายามที่จะเข้าไปประคองร่างของมู่ปิงเฟิง แต่ทั้งสองก็ถูกไป๋ชิงอวิ๋นห้ามปรามไว้เสียก่อน

     

    "อย่าเพิ่งไปสัมผัสร่างกายของเขา ไม่อย่างนั้นพวกเจ้าจะถูกแช่แข็ง รอให้ผ่านไปอีกสักพักเดี๋ยวดวงจิตของกิเลนน้ำแข็งก็จะกลับไปจำศีลอีกครั้ง ด้วยร่างกายที่อ่อนแอของปิงเฟิงทำให้มันไม่สามารถอาละวาดได้ แต่ถ้าหากพวกเราบุ่มบ่ามทำอะไรไม่ยั้งคิดปิงเฟิงอาจจะมีอันตรายถึงชีวิตได้ เพราะฉะนั้นทางที่ดีที่สุดในตอนนี้ก็คือปล่อยเขาไว้แบบนั้นแหละ รอให้เกล็ดน้ำแข็งที่เกาะอยู่บนร่างของเขาหายไปพวกเราค่อยเข้าไปช่วยก็ยังไม่สาย"

     

    กู่หวงและหยางเฉินมองร่างที่นอนอยู่กับพื้นของมู่ปิงเฟิง พวกเขาตัดสินใจเชื่อคำพูดของไป๋ชิงอวิ๋นแล้วปล่อยให้ร่างของมู่ปิงเฟิงนอนอยู่อย่างนั้นต่อไป

     

    หยางเฉินหันมองไป๋ชิงอวิ๋นด้วยสีหน้าคาดหวัง เขากล่าวถามขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า

     

    "แล้วข้าล่ะ ข้ามีร่างพิเศษแบบไหน"

     

    "ร่างกายของเจ้าแสดงอาการออกมาอย่างชัดเจน ในตอนกลางวันร่างกายของเจ้าจะร้อนดั่งไฟเผาและในตอนกลางคืนร่างกายของเจ้าจะหนาวเย็นราวกับน้ำแข็ง และอาการเหล่านี้จะรุนแรงเฉพาะตอนเที่ยงวันและตอนเที่ยงคืน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พลังหยางและพลังหยินเข้มข้นมากที่สุด หากวิเคราะห์ตามอาการนี้เจ้ามีร่างหยินหยาง แต่เพื่อความชัวร์ข้าต้องขอตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนถึงจะให้คำตอบที่แน่ชัดกับเจ้าได้"

     

    "เช่นนั้นก็อย่ารอช้าเลย จะรีบตรวจสอบเถอะ"

     

    ไป๋ชิงอวิ๋นอมยิ้มแล้วส่ายศีรษะ ดูเหมือนว่าสหายของเขาจะร้อนใจมากจริงๆ แต่มันก็ไม่น่าแปลกใจหรอก เพราะมันก็สิบแปดปีแล้วที่พวกเขาถูกกล่าวหาว่าเป็นคนไร้ประโยชน์ อดทนมาได้จนถึงทุกวันนี้ก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว

     

    ไป๋ชิงอวิ๋นวางมือลงบนหัวไหล่ของหยางเฉิน จากนั้นก็โคจรพลังของเคล็ดวิชาหยินหยางฟ้าดินโกลาหลเข้าไปในร่างกายของหยางเฉิน ร่างกายของหยางเฉินตอบรับและเข้ากับเคล็ดวิชาหยินหยางฟ้าดินโกลาหลได้เป็นอย่างดี ร่างกายของเขาดูดกลืนพลังหยินและหยางจากเคล็ดวิชาหยินหยางฟ้าดินโกลาหลเข้าไปอย่างหิวกระหาย

     

    "อืม..." หยางเฉินรู้สึกดีถึงขั้นต้องครางออกมา ใบหน้าของเขาแดงปลั่งและสดชื่น ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยรู้สึกว่าร่างกายของเขาเบาสบายเหมือนกับวันนี้มาก่อน

     

    ไป๋ชิงอวิ๋นเอามือออกแล้วหยุดการโคจรของเคล็ดวิชาหยินหยางฟ้าดินโกลาหล ดวงตาสีทองของเขาเปล่งประกายริมฝีปากก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม สีหน้าของเขาดูพึงพอใจเป็นอย่างมาก

     

    "ที่แท้ร่างกายของเจ้าก็ยอดเยี่ยมมากกว่าที่ข้าคิดเอาไว้ ข้าเดาไม่ผิดว่าเจ้ามีร่างหยินหยาง แต่กลับคิดไม่ถึงว่าร่างหยินหยางของเจ้าจะไม่ใช่ร่างหยินหยางธรรมดา มันถูกเรียกว่าร่างหยินหยางพิสุทธิ์ เป็นร่างกายพิเศษที่หาได้ยากมากในแต่ละยุคสมัยจักรวาล จักรวาลบางยุคบางครั้งก็จะมีผู้ถือครองร่างหยินหยางปรากฏขึ้น แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ร่างหยินหยางธรรมดา"

     

    "ในจักรวาลยุคนี้คงมีเจ้าเพียงคนเดียวที่ถือครองร่างกายที่พิเศษและโดดเด่นนี้ ข้ามีเคล็ดวิชาที่เหมาะสมกับเจ้าอย่างถึงที่สุดอยู่หนึ่งเคล็ดวิชา มันถูกเรียกว่าเคล็ดวิชาเทพหยินหยาง เคล็ดวิชานี้จะทำให้เจ้าฝึกฝนได้เร็วเหมือนเสือติดปีก ส่วนความแข็งแกร่งของมันข้าคงบอกได้เพียงว่าเมื่อฝึกฝนไปจนถึงจุดสูงสุด พอถึงตอนนั้นเจ้าจะสามารถโคจรพลังจากทั่วทั้งจักรวาลมาใช้ได้ เจ้าจะกลายเป็นตัวตนที่แม้แต่พระเจ้ายังต้องหวาดกลัว"

     

    หยางเฉินกำหมัดแน่นเขารู้สึกตื่นเต้นอย่างถึงที่สุด ในที่สุดวันเวลาที่เขาโหยหาก็มาถึง ในที่สุดวันที่ชะตาชีวิตของเขาเปลี่ยนแปลงก็มาถึง นับจากวันนี้เป็นต้นไปเขาจะไม่ใช่หยางเฉินคนไร้ประโยชน์อีกต่อไปแล้ว

     

    หยางเฉินดวงตาเปล่งประกายและมุ่งมั่น เขาสาบานกับตัวเองในใจ ในอนาคตเบื้องหน้าหากต้องเผชิญหน้ากับความตายร่วมกับไป๋ชิงอวิ๋น หากมีคนใดคนหนึ่งต้องตายเช่นนั้นก็ขอให้เป็นเขาหยางเฉินที่ตายก่อน

     

     

     

    --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

    ขอเปลี่ยนระดับเซียนจักรพรรดิ เป็น จักรพรรดิเซียน แทนนะครับ

    คล้ายกับเรื่องดาราจักรนิรันดร์กาล ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    [New Life] อิสระของชีวิต

    [New Life] อิสระของชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    140K 171
    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.85M 1165
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247