Please say love ตอนที่ 7
#พิมมี่ของพี่แทน
วันนี้ฉันมีเรียนบ่าย และไม่ได้คุยกับสายซอเลยั้แ่เมื่อคืน แต่จู่ๆตอนเจอหน้ากันซอก็บอกฉันว่า...
‘เื่ผู้ชายของแก ถ้าไม่อยากพูดถึงก็ไม่ต้องพูดนะ ฉันไม่เร่งเร้าแกแล้วล่ะพิมมี่ ตอนนี้ฉันสบายใจแล้ว’ และฉันสังเกตว่าสายซอดูสบายใจมากจริงๆ ดูชิลจนฉันงงอ่ะ
แต่ก็ดีแล้วแหละ ฉันจะได้ไม่รู้สึกไม่สบายใจด้วยไง
“พิม ตกลงแกจะฝึกงานที่ไหน หรือไม่ฝึก?” สายซอถามขึ้น
ตอนนี้เรานั่งอยู่ที่ร้านขนมแถวมหาลัย คุยกันหลังเลิกเรียนตามประสาเพื่อนสาว แล้วอยู่ๆก็ลามมาถึงเื่ฝึกงาน
คือที่มหาลัยฉันไม่ได้บังคับว่าต้องฝึกงานอ่ะ แต่ในใบผลการศึกษาจะมีช่องที่บอกเลยว่านักศึกษาคนนี้ผ่านการฝึกงานมาหรือเปล่า
“ยังไม่รู้เลยซอ แกล่ะ?” เื่นี้ฉันยังตัดสินใจไม่ได้เลยบอกเพื่อนไปตามตรง
“พ่อฉันอยากให้ฝึกในกรุงเทพ พี่แจ็คเองก็ด้วย สองคนนี้เขาเข้าขากันไง บอกว่าไม่อยากไปไกลก็ให้ฝึกที่บ้าน”
“อ่อ...”
ที่บ้านสายซอทำธุรกิจส่วนตัวน่ะ ดังนั้นจะฝึกหรือไม่ฝึกก็มีค่าเท่ากันเพราะต้องช่วยงานที่บ้าน
ส่วนบ้านฉันพ่อเป็อาจารย์มหาวิทยาลัย แม่เป็แม่บ้านผู้มีหน้าที่บริหารจัดการการปล่อยเช่าอาคารพานิชย์และที่ดินต่างจังหวัด ไม่ได้ทำธุรกิจจริงจัง ถ้าจะฝึกงานก็ต้องหาที่ฝึกอีก
ี้เีจัง...
“ถ้าอยากฝึกแกก็มาฝึกที่บ้านฉันดิ เอาม่ะ?”
เป็ข้อเสนอที่ดีนะ แต่...
“ยังไม่มั่นใจอ่ะซอ เดี๋ยวฉันบอกนะ”
“โอเครรรรร ยังไงก็บอกๆ” เพื่อนฉันยกมือทำท่า ‘โอเค’ แบบร่าเริงสดใสส่งมาให้ แล้วตามด้วยการยกโกโก้ปั่นขึ้นมาซึ้งฉันก็ยกแก้วชาเขียวของตัวเองไปชนแก้วอย่างรู้งาน
ประจวบจังหวะกับที่พี่แจ็คไลน์มาพอดีเราเลยยังไม่ได้คุยกันต่อ ฉันดูดน้ำปั่นไปเรื่อยๆแล้วจู่ๆหน้าพี่แทนก็ลอยขึ้นมา
อ่า... เื่นี้ถือว่าสำคัญใช่ไหม? เย็นนี้ฉันต้องเล่าให้เขาฟังอ่ะดิ ก็ดีเหมือนกัน เผื่อพี่แทนจะช่วยให้คำแนะนำได้ไง
[ Tan’s talk ]
เมื่อ่บ่ายพิมมี่ไลน์มาบอกผมว่ามีเื่จะคุยด้วย ดังนั้นผมจึงเฝ้ารอเวลาเลิกงานใจจดใจจ่อ ถึงจะทำงานกับที่บ้านแต่ผมจะทำอะไรตามอำเภอใจไม่ได้
อยากเป็ตัวอย่างที่ดีให้กับคนงานนั่นก็ส่วนนึง แต่ผมกลัวโดนพ่อด่า นั่นเป็เหตุผลหลักเลย
ที่บ้านผมเป็บริษัทขายข้าว พ่อผมรับ่โรงสีต่อจากปู่ จากนั้นก็ค่อยๆขยับขยายจนได้มีโรงงานส่งข้าวไปขายตามห้างร้านต่างๆ
ผมเป็เด็กจบใหม่ก็จริงแต่ก็วิ่งเล่นในโรงงานมาั้แ่เด็กๆแล้วไง ดังนั้นจึงคุ้นหน้าคุ้นตาทุกคน และทุกคนก็คุ้นหน้าคุ้นตาผมเช่นกัน จึงไม่แปลกที่ ‘พี่สุรี’ พี่ที่ทำงานมาั้แ่ผมยังเด็ก ตอนนี้เป็ผู้จัดการแผนก พี่สุรีเป็คนที่พ่อส่งมาสอนงานผม ด้วยความสนิทกันพอสมควรพี่เขาจึงค่อนข้างพูดกับผมอย่างเป็กันเอง
โดยเฉพาะเื่การเปลี่ยนแปลงเื่น้ำหอม...
“คุณแทนขา พี่ว่าจะถาม สองสามวันมานี้กลิ่นแปลกไปนะคะ ไม่คุ้นเลย”
“ครับ”
“ร้อยวันพันปีไม่เห็นเปลี่ยนน้ำหอม ขวดนี้ได้มาจากใครกันน้า” ถามแล้วยิ้มกริ่มอย่างล้อเลียน
เอาจริงหลายๆคนที่สนิทก็ล้อผมบ่อย มันเริ่มั้แ่ที่พ่อบ่นน้อยใจเื่ผมไม่ค่อยอยู่บ้านและซุกสาวไว้ที่คอนโด
“ว่าไงคะ เนี่ย ใครๆก็อยากรู้กันทั้งนั้น”
ถ้าตอบว่า ‘พิมมี่’ พี่สุรีก็คงไม่รู้จัก งั้นผมจะตอบว่า
“แฟนซื้อให้ครับ”
คำเดียวจบ ง่ายดี ชัดเจนด้วย
“นั่นไง! พี่ว่าแล้วเชียว อย่างนี้ต้องกระจายข่าว พวกสาวออฟฟิศอกหักกันตรึมเลยงานนี้”
ผมไม่ตอบอะไรนอกจากยิ้มรับ ยกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกาก็พบว่าอีกครึ่งชั่วโมงจะถึงเวลาเลิกงาน แต่ตอนนี้มันไม่มีอะไรทำแล้วไง
คิดถึงพิมมี่แล้วด้วยว่ะ
“พี่สุรีครับ งานวันนี้มีอะไรอีกไหม”
“ไม่มีแล้วนะ คุณแทนมีธุระหรอคะ”
“ครับ ผมว่าจะออกก่อนเวลา”
“เชิญเลยค่ะ พี่เคลียร์งานนิดหน่อยก็กลับแล้วเหมือนกัน”
“พี่สุรีอย่าบอกพ่อนะครับ”
“ฮ่าๆๆ ไม่บอกค่ะไม่บอก จะไม่มีใครรู้แน่นอนว่าคุณแทนติดธุระสำคัญ”
“ขอบคุณนะครับ”
“ถือว่าติดคำขอบคุณพี่ด้วยการพาแฟนมาเปิดตัวนะคะ”
ผมผงกหัวให้พี่สุรีเป็การรับคำแล้วเดินออกมา
ผมน่ะ อยากเปิดตัวจะแย่ อีกคนนี่สิจะอยากเปิดด้วยไหม? เคยได้ยินแต่คำว่าเมียเก็บ แต่ทุกวันนี้รู้สึกเป็ ‘ผัวเก็บ’ ยังไงก็ไม่รู้ว่ะ
...................................................
ไปตอบคนอื่นว่าเป็แฟนแล้วพิมมี่เขายอมเป็ด้วยไหมนั่น 5555555
ตอนหน้ายังอยู่กับพี่แทนบรรยายนะคะ มาดูความร้ายของพี่เขากัน ????????