




(ใกล้แล้ว...สินะ)
จูโร่ยืนถอนหายใจอยู่บนกิ่งไม้
เขาอยู่บนกิ่งไม้ความสูงเหนือพื้นดินเกือบ ๆ 3 เมตร ด้วยใบไม้ที่ขึ้นอย่างหนาแน่นทำให้คนด้านล่างมองไม่เห็นตัวเขาอย่างแน่นอน
อีกฝ่ายมีกำลังเหนือกว่า ความต่างของฝีมือทำให้เขาไม่อาจต่อสู้ซึ่งๆ หน้าได้ ดังนั้นเขาจึงได้ซ่อนตัว และลอบโจมตีเช่นนี้ถึงมันจะเป็วิธีที่ขลาดเขลาก็ตาม แต่ว่า.........
“.....ยังไงก็ต้องชนะเท่านั้น”
จูโร่ส่งเสียงออกมาเบา ๆ ราวกับจะปัดเป่าความกังวลออกไป
หากไม่สามารถเอาชนะหญิงสาว ณ ที่นี่ได้ ตัวเขาก็คงไม่มีอนาคตเพราะฉะนั้นเขาจึงวางแผนมาอย่างรอบคอบ และจำลองเหตุการณ์ในหัวหลายต่อหลายรอบ
เขากำลังจะสูดหายใจเข้าลึก ๆ อีกรอบ.......ก่อนจะเกร็งตัวขึ้น
(มาแล้ว.....!)
สิ่งแรกที่เข้าสู่สายตาคือรูปทรงเรขาคณิตอันงดงามที่เปล่งแสงสีขาวอมฟ้าการปรากฎตัวที่เหนือธรรมชาติซึ่งคนธรรมดาไม่อาจมองเห็นได้จูโร่ที่อยู่บนต้นไม้เกือบจะเปล่งเสียงชื่นชมในความงดงามของวงเวทที่คล้ายกับกลีบดอกกุหลาบขนาดใหญ่ออกมาเสียแล้ว
<บาเรีย>หรือก็คือโล่ที่มองไม่เห็นซึ่งป้องกันการโจมตีเชิงกายภาพอันสมบูรณ์แบบแถมยังท่าทางสบาย ๆ ราวกับแค่หายใจก็ควบคุมได้อย่างเป็ธรรมชาตินั่นอีก
-------------อย่าสั่นสิ ใจเย็น ๆ
จูโร่บอกตัวเอง ตัวเขารู้ถึงพลังที่แท้จริงของหญิงสาวั้แ่แรกอยู่แล้วมิใช่หรือไงกัน
อิจิกะเหยียบย่างเข้าไปภายในป่าอย่างไม่รีบเร่ง ท่าทางไม่ระวังตัวรวมไปถึงการไม่เก็บซ่อนพลังเวทเลยนั้นเป็เพราะเธอมั่นใจว่าถึงแม้จะถูกอีกฝ่ายจู่โจมเข้ามาอย่างกะทันหันเธอก็สามารถเอาชนะได้อย่างง่ายดาย หากเปรียบเทียบพลังในฐานะจอมเวทแล้วละก็ระยะห่างระหว่างจูโร่กับอิจิกะก็ราวกับระยะห่างระหว่างฟ้ากับดินเลยทีเดียว
แต่ทว่านั่นอาจจะทำให้หญิงสาวเกิดความสะเพร่าขึ้นมาได้หากเกิดช่องว่างแม้เพียงนิดหน่อย นั่นก็คือโอกาสของเขา
อีก 3 ก้าว
2 ก้าว
1 ก้าว
ชั่วพริบตาที่อิจิกะเดินเข้ามาจนถึงด้านล่าง......จูโร่ก็โจมตีจาก้าลงมาทันที
เขาใช้เวทดิสเปลล์เพื่อลบล้าง <บาเรีย> ที่แผ่ขยายออกมาเป็รูปทรงกลม
เศษวงเวทที่แตกสลายฟุ้งกระจายและเปล่งประกายออกมาเป็สีฟ้าราวแซฟไฟร์
จูโร่ะโลงมาบนพื้นด้านหน้าหญิงสาวอิจิกะเบิกตากว้างด้วยความใ
หากเขาเข้าประชิดตัวได้ละก็หญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็มิใช่จอมเวทอัจฉริยะอีกต่อไปเป็เพียงหญิงสาวบอบบางคนหนึ่งเท่านั้น
อิจิกะฟื้นฟู <บาเรีย> ที่เสียหายไป ก่อนจะพยายามดันศัตรูที่จู่ ๆ ก็โผล่มาออกไปแต่ว่ามือของจูโร่กลับคว้าเข้าที่ต้นคอของหญิงสาวได้อย่างฉิวเฉียด
(ได้แล้ว............)
ในขณะที่เขามั่นใจในชัยชนะ และกำลังจะกดหญิงสาวให้ล้มลงไปกับพื้นนั้น......
เขากลับรู้สึกเหมือนถูกอะไรบางอย่างกระแทกเข้าที่หัวก่อนที่ภาพที่อยู่ตรงหน้าจะดับไป
จูโร่หมดสติไปทั้ง ๆ ที่ไม่รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“..........รู้สึกตัวแล้วหรือ?”
เขาลืมตาขึ้น มองดูท้องฟ้าอันกว้างใหญ่และใบหน้าที่เป็กังวลของอิจิกะ
อา เขาแพ้แล้วสินะ
แต่ว่าเขารู้สึกได้ถึงอะไรนุ่ม ๆ ใต้หัว........จูโร่ลุกขึ้นทันที
“อ๊ะ นอนก่อนจะดีกว่านะ”
“.......อย่ามาทำเื่น่าอายน่า”
“ไม่เป็ไรหรอก ไม่มีใครดูอยู่สักหน่อย”
อิจิกะยิ้มออกมาในขณะที่กำลังนั่งพับเพียบอยู่เธอลูบต้นขาที่จูโร่ใช้หนุนจนถึงเมื่อสักครู่นี้อย่างเศร้าสร้อย
“ั้แ่ตอนที่จูโร่คุงยังเป็เด็กก็ไม่ได้ทำแบบนี้อีกเลย”
“พี่ครับ!”
“อุ้ย หรือว่าไม่พอใจที่นอนหนุกตักพี่กัน?”
อิจิกะหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน เส้นผมสีดำสนิทปลิวไปมา
“ไม่เป็ไรจริง ๆ นะ?เจ็บตรงไหนไหม?”
“อืม .....ตอนสุดท้ายนั่น <ะุเวท> ใช่ไหม?”
อิจิกะพยักหน้าตอบรับ ความรู้สึกไม่พอใจแผ่ขยายอยู่ภายในใจของจูโร่
หญิงสาวยั้งมือไว้สินะ ให้อยู่ในระดับที่ขมับซึ่งโดนเวทตรง ๆรู้สึกชาเล็ก ๆ เท่านั้น การทำให้หมดสติโดยที่ไม่เกิดอาการเ็ปตามหลังนั้นบ่งบอกได้ถึงปริมาณพลังที่ไม่ขาดไม่เกิน เขาทำให้หญิงสาวใช้พลังออกมาแค่ครึ่งนึงไม่สิหนึ่งในสิบก็ยังไม่ถึงเลยด้วยซ้ำ
“ผม แพ้แล้วสินะ?”

อิจิกะไม่ได้ตอบ เธอเพียงแค่ยกยิ้มน้อย ๆด้วยท่าทางลำบากใจอย่างยอมรับก็เท่านั้น
“งั้นหรือ.....”
“ตะ แต่ว่านะ พี่ก็ใอยู่นิด ๆ นะไม่คิดว่าจะใช้ดิสเปลล์ด้วย นี่ พี่แค่บังเอิญสามารถร่ายเวทพร้อม ๆกันได้เท่านั้นเองถึงได้รับมือได้น่ะ ไม่งั้นก็คงเกือบไปเหมือนกันล่ะนะ”
การใช้งานวงเวทั้แ่ 2 วงขึ้นไปพร้อมกันเรียกว่าการร่ายเวทพร้อมกัน (มัลติแคสติ้ง)ถือเป็พร์พิเศษที่น้อยคนนักจะสามารถใช้งานได้และนี่ก็เป็เหตุผลที่อิจิกะถูกเรียกว่าอัจฉริยะ เมื่อสักครู่นี้ หญิงสาวได้ฟื้นฟู<บาเรีย> ไปพร้อม ๆกับที่โจมตีกลับมาด้วย <ะุเวท> หากเป็จอมเวททั่วไป แค่ด้านใดด้านหนึ่งก็เต็มกลืนแล้ว
จูโร่ส่ายหัวอย่างไม่เห็นด้วย
“ยังไงซะก็ไม่ใช่คนที่จะเจอได้ทั่วไปบนสนามรบจริง ๆหรอก เข้าใจพี่ใช่ไหม?”
ดิสเปลล์.........เป็เวทมนตร์ที่ใช้เพื่อลบล้างเวทมนตร์และทำลายวงเวทของฝ่ายศัตรู แต่ทว่าเวทนี้มีวิธีการใช้งานที่ยากมาก
อย่างแรกเลยก็คือ ในระยะเวลาที่ใช้งานดิสเปลล์อยู่จะไม่สามารถใช้วงเวทของตนเองได้ เนื่องจากตามหลักคนทั่วไป หากไม่นับพวกที่เป็ข้อยกเว้นเหมือนอิจิกะจะไม่สามารถใช้เวท 2 ระบบในเวลาเดียวกันได้รวมไปถึงระดับความยากที่ค่อนข้างสูงซึ่ง้าความแม่นยำในการเจาะจงชนิดของวงเวทที่มีอยู่มากมายภายในชั่วพริบตาเพื่อทำลายจุดสำคัญนั้น ๆ ด้วย
ในครั้งนี้ จูโร่คาดเดาว่าอิจิกะน่าจะใช้เวทพื้นฐานเท่านั้นหญิงสาวไม่ใช่คนที่มีนิสัยชอบทำร้ายคนอื่น หรือโอ้อวดพลังเวทยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าศัตรูในครั้งนี้คือตัวเขาที่ด้อยกว่าทางด้านพลังอย่างเห็นได้ชัดอีกด้วยดังนั้นเขาจึงร่นระยะเป้าหมายของเวทดิสเปลล์ในครั้งนี้ให้เหลือเพียงแค่การทำลาย <บาเรีย> เท่านั้น
หากจู่ ๆ เวทของตนเองก็หายไป อิจิกะก็น่าจะหยุดชะงักบ้างเมื่อเขาสามารถเข้าต่อสู้ในระยะประชิดได้ก่อนที่หญิงสาวจะทันได้ตั้งตัวเขาก็มีโอกาสที่จะชนะ
มันเป็แผนการที่มีเป้าหมายคือพี่สาวซึ่งเขารู้จักดีอยู่แล้วก็จริง.........แต่เขากลับคาดไม่ถึงเื่ความเร็วในการเปลี่ยนท่าทางและความสามารถในการร่ายเวทพร้อมกันของหญิงสาว
“ตะ แต่ว่านะ จูโร่คุง..........”
“ไม่ต้องปลอบใจก็ได้น่า”
<บาเรีย> และ <ะุเวท> ถือเป็เวทมนตร์เบื้องต้นแถมยังถูกบีบจนพลังเหลือน้อยที่สุดอีกต่างหากถ้าดูจากความแตกต่างของทั้งพร์และความสามารถละก็อาจจะพูดได้ว่าต่อสู้อย่างสุดความสามารถแล้วแต่ผลสุดท้ายขีดจำกัดของเขาก็มาได้เท่านี้แหละ
“ขะ ขอโทษนะ .......น้องทำใจยอมรับแล้วสินะ? เื่นั้นน่ะ”
อิจิกะถามด้วยความลำบากใจ
“......อืม ก็สัญญาไว้แล้วนี่”
พอได้ยินจูโร่ตอบกลับมา หญิงสาวจึงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“ดีแล้วล่ะ ถ้างั้น.......เื่เรียนต่อน่ะจะยกเลิกแล้วสินะ”
ในปัจจุบันเหล่าผู้ที่มีพร์ในด้านเวทมนตร์จะต้องเดินทางไปที่โรงเรียนฝึกอบรมเพื่อเข้าเรียนในสาขาเอกที่ถูกกำหนดไว้ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลและสำหรับผู้ที่มีพร์เป็เลิศจะได้รับโอกาสให้เข้าทำงานในหลาย ๆภาคส่วนภายใต้การคุ้มครองของประเทศเช่นนี้เองเหล่าจอมเวทที่ได้รับการตัดสินอย่างเป็ทางการแล้วจะถูกเรียกกันว่า“เ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษ”
อิจิกะมีคุณสมบัติอันยอดเยี่ยมในการเป็เ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษและเป็จอมเวทชั้นหนึ่งที่สังกัดอยู่ในหน่วยงานจัดการปัญหาพิเศษของสำนักนายกรัฐมนตรี
จูโร่เองก็้าเดินทางสายเดียวกันกับพี่สาว หลังจากหลักสูตรชั้นกลางจบลงเขาก็้าเข้าเรียนต่อในโรงเรียนฝึกอบรมสำหรับจอมเวทแต่ว่าอิจิกะซึ่งเป็ผู้ดูแลกลับคัดค้านอย่างหนัก“จูโร่คุงจะตั้งเป้าเป็เ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษด้วยพลังเพียงแค่นั้นน่ะพี่เป็ห่วงนะ”
จอมเวทสามารถทำให้เื่ที่เป็ไปไม่ได้สำหรับคนทั่วไปเกิดขึ้นมาได้ไม่เพียงเท่านั้น หากยิ่งมีฝีมือมากเท่าใด ก็ยิ่งถูกส่งไปยังพื้นที่อันตรายและยากลำบากมากขึ้นเท่านั้น ในหมู่หน่วยงานด้วยกันเองหน่วยงานจัดการปัญหาพิเศษถูกเรียกว่า “ไพ่ใบสุดท้าย”หน่วยงานมีหน้าที่รับผิดชอบกับคดีอาชญากรรม หรืออุบัติเหตุที่หน่วยงานอื่น ๆไม่สามารถรับผิดชอบได้
หญิงสาวน่าจะรู้เื่ราวของจอมเวทมากกว่าใคร ๆ ทั้งหมดพี่สาวที่อายุมากกว่า 4 ปีคนนี้้าให้เขามีชีวิตแบบปกติธรรมดาเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย หรือโรงเรียนมัธยมปลายธรรมดา ๆ มากกว่าที่จะมุ่งเป้าเป็เ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษ
จูโร่กำลังจะพูดถึงความตั้งใจของตนเอง แต่ว่าอิจิกะที่มักจะเรื่อยๆ สบาย ๆ กลับไม่คิดจะโอนอ่อนให้เลยแม้แต่น้อยในเื่นี้
หลังจากที่ทะเลาะกันอยู่หลายครั้ง ท้ายที่สุดผลสรุปก็ออกมา หากเขาสามารถทำให้หญิงสาวยอมรับพลังที่แท้จริงได้เขาก็สามารถทำตามที่ตน้าได้
ทั้งสองจึงได้ทำการซ้อมต่อสู้แบบ 1 ต่อ 1 หากทำให้อีกฝ่ายพ่ายแพ้หรือยอมรับความพ่ายแพ้ได้ก็ชนะไปสถานที่ต่อสู้คือสนามซ้อมรบกลางแจ้งที่อิจิกะออกปากขอยืมมา
------ผลก็คือจูโร่แพ้อย่างหมดรูปโดยไม่มีข้อแก้ต่างใดๆ
“.......อืม ยกเลิก”
เมื่อได้ยินคำตอบ อิจิกะจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกก่อนจะทำสีหน้าราวกับจะขอโทษ
“เอ่อ.......นี่พี่ไม่ได้้าขัดขวางอะไรจูโร่คุงนะ แต่ว่าเ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษน่ะไม่ได้ทำงานอย่างสนุกสนานหรอกนะ ผลการวัดระดับพร์ของน้องอยู่ในระดับ Dสินะ? ดังนั้นงานจริง ๆในฐานะของจอมเวทก็ไม่มี แถมถ้าไปเรียนโรงเรียนมัธยมปลายธรรมดา ๆและเข้าทำงานปกติธรรมดา ใช้ชีวิตแบบนี้น้องจะต้องมีความสุขมากกว่าแน่ ๆ”
“ผมฟังมาหลายครั้งแล้วน่าแต่ว่าพี่ไม่มีสิทธิ์มากำหนดความสุขในชีวิตของผม .....ยังไงซะผมก็สัญญาไว้แล้วผมรักษาสัญญาน่า”
เมื่อจูโร่พูดด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้นอิจิกะจึงพึมพำขอโทษด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
ความรู้สึกผิดแต่ไม่ได้โกรธเกลียดผสมปนเปกันกลายเป็อารมณ์ซับซ้อนจูโร่สะบัดอารมณ์เ่าั้ทิ้งไป ก่อนจะเริ่มออกเดินไปด้านหน้า
เขารู้ตัวดีว่าพร์ของเขามันต่ำกว่าค่าเฉลี่ยแต่เขาก็ไม่ได้คิดที่จะก้าวข้ามพี่สาวที่ถูกประเมินว่าเป็อัจฉริยะซึ่งมีพลังเหนือคนอื่นๆ ั้แ่อายุยังไม่ 20 ปีบริบูรณ์หรอก
แต่..........
(--------มันไม่น่าสมเพชเกินไปหน่อยหรือ)
เขารู้ว่าอิจิกะพูดเพราะหวังดีกับตัวเขาแต่ก็เพราะอย่างนั้นเขาถึงจัดการความรู้สึกไม่ได้เสียที
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้พูดออกมาจากปากก็ตามแต่ตัวเขาก็เฝ้าใฝ่ฝันถึงความเป็อัจฉริยะนั้นจากก้นบึ้งของหัวใจเขาปรารถนาให้พี่ยอมรับในตัวเขา และไม่เคยเสียดายความพยายามเ่าั้เลย
แต่ว่าสิ่งที่ได้กลับมาคือตราประทับที่บ่งบอกถึงความไร้ซึ่งพลัง
ความรู้สึกที่อิจิกะมีให้กับข้อเท็จจริงอันนี้ก็มีเพียงแค่ความผิดหวังและความเสียใจเท่านั้น
“อะ นี่ ขากลับเราไปกินข้าวเย็นด้วยกันไหม?”
อิจิกะที่รีบร้อนเดินไปอยู่ข้าง ๆ จูโร่เอ่ยถามออกมา
“.......ผมไม่มีอารมณ์หรอกนะ”
“พี่จะดีใจมากเลยหากน้องไม่พูดอะไรแล้วออกไปกับพี่น่ะ .......อีกเดี๋ยวพี่ก็จะไม่มีวันหยุดแล้วนะ”
จูโร่ขมวดคิ้ว ก่อนจะหันไปมองพี่สาว
“งานเหรอ?”
“อื้ม..... ครั้งนี้ไปต่างประเทศน่ะถึงจะเร่งไปหน่อยก็เถอะ แต่พรุ่งนี้ก็ออกเดินทางแล้วน่าจะไม่ได้กลับมาหลายเดือนเลยแหละ ฝากดูแลโคมะจังกับฟุคุจังด้วยนะ”
“ทำงานหนักมาก ๆ จะตายเอานะ พักบ้างเถอะ”
“เป็คำสั่งน่ะ แถมจอมเวทก็มีไม่พอ งานกองเป็ูเาเลย.......เห็นไหม เ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษไม่ใช่อะไรที่น่าเป็นักหรอกใช่ไหมล่ะ?”
อิจิกะพูดด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ
คนคนนี้ไม่เข้าใจอะไรเลยสินะ จูโร่คิดอย่างเ็ปในอกเป้าหมายของเขาไม่ใช่สิ่งที่เรียกว่าเ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษเสียหน่อยแผ่นหลังของหญิงสาวต่างหากล่ะ
“เอาล่ะ อยากกินอะไรไหม? เดี๋ยวพี่สาวคนนี้จะเลี้ยงเองอ้ะ แต่ว่าห้ามเลือกกินล่ะ พวกผักน่ะต้องกินด้วยนะ ตอนที่พี่ไม่อยู่พี่กังวลมากเลยว่าน้องจะกินอะไร”
อิจิกะที่ไม่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกของน้องชายตนเผยรอยยิ้มออกมาอย่างไร้กังวล
-------นั่นเป็วันสุดท้ายที่พี่สาวและน้องชายได้ใช้ชีวิตร่วมกัน
ก่อนที่ข่าวการเสียชีวิตของอิจิกะจะมาถึงในอีก 2 เดือนให้หลัง