จุฑาธชและฉันทพิชญา พากันไปยังร้านอาหารที่เป็บาร์แอนด์เรสเทอรองส์ ที่ขึ้นชื่อที่สุดในตัวเมืองเชียงใหม่ ซึ่งที่นั่นมีนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและทั้งชาวต่างประเทศหน้าหลายตาเป็จำนวนมาก มารับประทานอาหาร และปลดปล่อยอารมณ์ ด้วยการเต้นรำ กันไปตามจังหวะเสียงเพลงที่ทั้งไทยบ้าง สากลบ้าง ที่ทางร้านเปิดเอาใจผู้มาเยือน
จุฑาธชรู้สึกว่าตัวเองคิดผิด น่าจะให้คนตัวเล็กเปลี่ยนชุดเสื้อผ้าตัวใหม่ เอาที่รัดกุมมากกว่านี้ เพราะเมื่อได้ก้าวย่างเข้ามาภายในร้านอาหารแห่งนี้ ผู้ชายส่วนใหญ่ ที่นั่งรับประทานอาหารอยู่ ต่างพากันหันมองมายังคนตัวเล็ก แทบจะเหลียวหลังตามเลยก็ว่าได้ ซึ่งนั้นทำให้จุฑาธช รู้สึกไม่ค่อยพึงพอใจและไม่สบอารมณ์สักเท่าไร แต่ก็คงไม่ทันกาลแล้ว เพราะถึงยังไงก็ได้ออกกันมาแล้ว เขาจึงจำต้องให้เป็ไปตามนั้น
“ดาวขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะคะ”
ฉันทพิชญาบอกกล่าวกับจุฑาธช ขณะที่รออาหารที่สั่งมา ลำเลียงมาขึ้นโต๊ะ
“อืม!!”
จุฑาธชพยักหน้าตอบรับคำบอกกล่าวนั้นอย่างรับทราบ ฉันทพิชญาจึงลุกขึ้นเดินไปตามป้ายบอกทาง ที่บอกทางไปยังห้องน้ำหญิง ฉันทพิชญาเข้าไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำเสร็จกลับออกมา เพื่อจะกลับไปยังโต๊ะอาหารที่มีจุฑาธช นั่งรออยู่
“อุ้ย!! ขอโทษค่ะ”
ฉันทพิชญาอุทานออกมา พร้อมกับกล่าวขอโทษขอโพยอย่างเร็วไว เมื่อได้เดินชนเข้ากับชายหนุ่มผู้หนึ่งที่เดินสวนกันกับเธอเข้าอย่างจัง
“โอ้!! ผมต่างหากที่ควรจะขอโทษคุณ ผมขอโทษนะครับ ผมนี้เดินไม่ดูทางเอาซะเลย” จตุภพกล่าวแก้ขอโทษขอโพยฉันทพิชญา อย่างรู้สำนึกผิด
แต่การกระทำนั้น ก็หาใช่เป็ความพลาดพลั้งในการเดินชน โดยไม่ตั้งใจแต่อย่างใดไม่ จตุภพชอบผู้หญิงคนนี้ั้แ่เห็นหน้า ั้แ่เดินเข้ามาแต่ไกลๆ และที่ทำนั้น เขาทำเป็เสถลาเข้ามาชนเข้ากับร่างบาง โดยเจตนาแท้ๆ เลยแหละ
“แล้วคุณเจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่าครับ”
จตุภพร้องถามคนตัวเล็กตรงหน้า พร้อมกับใช้สายตามองหาอาการาเ็บนเรือนร่างบางไปด้วย
“ไม่ค่ะ ฉันไม่เป็อะไรคะ ถ้ายังไงขอตัวก่อนนะคะ”
ฉันทพิชญามองหน้าชายหนุ่ม พร้อมกับกล่าวไปอย่างสุภาพ และเดินเลี่ยงๆ ผ่านร่างของจตุภพ เพื่อจะเดินห่างออกไปจากตรงนั้น
“เดี๋ยวครับ!! ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรหรือครับ? แล้วมาเที่ยวที่นี่บ่อยไหม?”
จตุภพรั้งฉันทพิชญาไว้ ก่อนที่เ้าหล่อนจะเดินหายลับไปกับฝูงชน
“พึ่งมาค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ พอดีฉันมากับแฟนน่ะ ขอตัวนะคะ”
ฉันทพิชญาหันมากล่าวตัดรอน อย่างไม่คิดจะผูกสมัครสัมพันธไมตรีต่อ เมื่อรับรู้ว่าจตุภพนั้นมีจุดประสงค์อะไรกันแน่ แต่กระนั้นก็กล่าวบอกไปด้วยรอยยิ้มและน้ำเสียงที่สุภาพ ก่อนจะหันเดินห่างออกไป โดยไม่คิดจะหันกลับมามองตามหลัง ซึ่งมีแต่จตุภพนั่นแหละ ที่ยืนมองตามร่างบาง จนกระทั่งลับหายไปกับฝูงชนแล้วนั่นแหละ ชายหนุ่มจึงค่อยเดินเข้าไปในห้องน้ำ
“ทำไมไปนานจังเลย”
เมื่อฉันทพิชญาเดินมาถึงโต๊ะอาหาร ที่มีจุฑาธชนั่งคอยอยู่ด้วยสีหน้าเหมือนว่ากำลังบึ้งตึง ไม่สบอารมณ์ขึ้นมาหน่อยๆ
“คนเยอะนี่คะ ก็ต้องเข้าแถวรอคิวเข้าห้องน้ำ กว่าจะได้เข้า ก็ใช้เวลานานอย่างนี้แหละค่ะ”
ฉันทพิชญาตอบไปตามความเป็จริง พร้อมกับมองหน้าครามครันของคนโต อย่างรู้สึกประหลาดใจ และชุ่มฉ่ำในหัวใจ เมื่อรู้สึกว่าคนตัวโตเกิดมีอาการห่วงและหวงเธออย่างเผลอไผลขึ้นมา ซึ่งเธอรับรู้ได้ถึงอาการที่เขาเป็อยู่นั้น
“อืม!!” จุฑาธชพยักหน้ารับทราบ อย่างเข้าใจ
“น่าอร่อยทั้งนั้นเลยค่ะ”
ฉันทพิชญามองไปที่อาหารที่ชายหนุ่มสั่งมา ที่ตอนนี้ได้วางอยู่บนโต๊ะอาหารแล้ว อย่างตื่นตาตื่นใจ ก่อนจะยื่นช้อนส้อมไปตักอาหารไปวางใส่ที่จานข้าวของคนตัวโต เพื่อให้เขาได้ลองชิมก่อน ซึ่งคนตัวโตเห็นอากัปกิริยาที่เอาใจเขา ก็รู้สึกคลายความบึ้งตึงในลงไปโดยปริยาย
จุฑาธชตักอาหารที่หญิงสาวตักมาให้ ตักใส่ปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะตักส่วนที่เหลือไปจ่อที่ปากบางนุ่มนั้น เพื่อให้เ้าหล่อนได้ลองบ้าง ซึ่งฉันทพิชญา ก็อ้าปากรับอาหารนั้นเข้าไปในปากเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างเอร็ดอร่อย
“อร่อยค่ะ” ฉันทพิชญาหันไปส่งยิ้มหวานให้คนตัวโต เพื่อเป็การยืนยันว่าอาหารนั้นอร่อยจริงๆ
คนตัวโตหลงมองรอยยิ้มนั้นเพลินไปเลยทีเดียว แล้วสติค่อยสะดุ้งกลับคืนมาเมื่อคนตัวเล็กได้ยื่นกระดาษทิชชู มาซับรอยเปื้อนที่ติดอยู่ที่ข้างริมฝีปากให้อย่างเบามือ
“ขอบคุณ”
จุฑาธชกล่าวขอบคุณออกมาเบาๆ พร้อมกับจ้องมองใบหน้าสวยหวานนั้นตาไม่กะพริบ ซึ่งเป็คนตัวเล็กนั่นแหละ ที่ต้องหลบสายตาคมกล้า ของเขาเสียเองอย่างเขินอาย
๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕