ยามเฉินของเช้าวันถัดมาลานหน้าศาลผู้เฒ่าแน่นด้วยผู้คน โต๊ะเตี้ยตั้งกลางลานหีบหลวงปิดครั่งวางอยู่ด้านหลัง เสมียนกลางเตรียมพู่กัน หมึก สมุดบันทึกและตราร่วมเรียงไว้อย่างเป็ระเบียบ กองยามเรือนรองยืนรูป “โล่โค้ง”เฝ้าช่องเข้าออก 3 ช่อง ผู้เฒ่าคนกลางนั่งประจำเก้าอี้ไม้ กลางลานมีเก้าอี้ว่างไว้2 ตัวสำหรับเสมียนผลัดเวรที่ถูกเรียกชี้แจง
ผู้ประกาศทุบฆ้อนไม้1 ครั้ง เปิดเวที
เสมียนผลัดเวรคนแรกก้าวออกมาสีหน้าเกร็ง เขาคำนับแล้วนั่งลง
“ขอชี้แจงเื่การใช้ตรายกเว้นตรวจเมื่อคืนก่อน”
เสียงของเขาแ่ แต่พอได้ยินทั่วลาน
เสมียนกลางถามตามแบบแผน
“เมื่อคืนมีใครลงชื่อคู่กำกับการรับส่งตราหรือไม่”
“ไม่มีข้า…ถูกปลุกให้ไปเปิดห้องเก็บตรา ยามนั้นผู้ช่วยหัวหน้าคลังบอกว่าต้องรีบ”
เสมียนกลางยกแผ่นบันทึก
“ในสมุดรับส่งเมื่อคืนมีชื่อ ‘หาน’ ลงรับ แต่ไม่มีชื่อคู่กำกับ และไม่พบบันทึกลงส่งตอนเช้าท่านยืนยันได้หรือไม่”
เสมียนผลัดเวรพยักหน้าอย่างจำใจ
“ยืนยัน”
ผู้คนในลานฮือฮาเบาๆ ก่อนสงบเมื่อผู้เฒ่าคนกลางยกมือ เสมียนผลัดเวรคนที่สองขึ้นนั่งเขายืนยันเหมือนกันว่า “คำสั่งเร่งด่วน” มาจากปากผู้ช่วยหัวหน้าคลังและว่าเคยเห็นตราวงในดวงเดียวกันถูกหยิบใช้อีกครั้งเมื่อ 3 คืนก่อน
เสมียนกลางจดทุกถ้อยคำปั๊มตราเรือนรองกำกับ แล้วหันไปทางผู้เฒ่า
ผู้เฒ่าคนกลางกล่าวช้า
“เื่นี้ยังไม่สิ้นสุดจะเรียกผู้เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำเพิ่ม เวทีเช้าวันนี้หยุดไว้เท่านี้”
[ระบบจักรพรรดิ ทำงาน]
[ภารกิจใหม่:รวบรวมพ่อค้าตั้ง “สัญญาวินัยตลาด” เพื่อต้านส่วย]
[เงื่อนไข:(1) รวมพ่อค้ารายกลางเล็กอย่างน้อย 12 ราย, (2)กำหนดกรอบราคาผ่านทางการลงชื่อที่ตรวจสอบได้, (3) ลงนามและปั๊มตราต่อหน้า, (4)กระจายสำเนา 3 ชุด]
[คำแนะนำ:ให้แผ่นไม้พูดประกาศต่อหน้า อย่าให้คำลอยไปมา]
ลู่หานค้อมรับกับผู้เฒ่าแล้วถอยจากลานเหม่ยหลิงเดินเคียง ดวงตานางคมเหมือนเดิม
“เช้านี้ได้สิ่งที่้าแล้ว”
นางพูดเบา ๆ
ลู่หานพยักหน้า
“พวกเขายอมรับช่องโหว่เองต่อไปคนในตลาดจะกล้าขยับ”
เหม่ยหลิงหยุดเท้า
“ถ้าเราจะรวบรวมพ่อค้าจริงต้องให้สถานที่เปิดเผยกว่าห้องลับ ข้าคิดจะใช้ท่าน้ำ ยามโพล้เพล้ จัดโต๊ะอ่านทำให้เหมือนอ่านเวที ไม่ใช่ซ่องสุม”
ลู่หานตอบสั้น
“ทำ”
เขาหันไปสั่งเสมียนกลาง
“เตรียมแบบสัญญากรอบราคาแป้งเกลือข้าวสารปลาแห้ง ตั้งแนวให้ต่างระดับสูงสุดต่ำสุด ระบุ ‘ห้ามส่วย’ชัด ลงโทษ ‘ประกาศชื่อ 7 วัน’ และ ‘ตัดผ่านทาง 30 วัน’ สำหรับผู้ละเมิดให้ช่องลงชื่อตรา และช่อง ‘เห็นและได้ยิน’ สำหรับพยาน 3 คน”
เสมียนกลางรับคำทันทีก้มหน้าเขียนแบบสัญญาเป็แผ่นไม้ไผ่เรียงเป็ข้อ ๆ
อาหยินหอบตะกร้าเอกสารมาวาง
“ข้าเตรียมปลอกไม้ไผ่สำหรับทำสำเนา3 ชุดแล้วเ้าค่ะ”
ลู่หานยิ้มน้อยๆ
“ดี”
ตลอดทั้งสายลู่หานกับเหม่ยหลิงแยกกันเดินเรียกพ่อค้ารายกลางเล็กตามตรอกและท่าน้ำ ทั้ง“ร้านเกลือเหนือ”, “โรงโม่แป้งใต้”, “ร้านผ้าใบเรือ”, “ร้านปลาแห้งสามตรา”,“ร้านน้ำมันงา”, “แผงข้าวสารท่าตะวัน”, “โรงถ่านชาน้ำ”, “ร้านเชือกปอ”,“ร้านขิงแห้ง”, “ร้านถั่วเขียว”, “โรงสีครึ่งท่อน”, และ “ร้านข้าวสารริมกำแพง”เป็จำนวนรวม 12 ราย ทุกคนถูกชวนด้วยถ้อยคำเดียวกันว่า “เลือกยืนข้างกฎต่อหน้าแล้วเราจะคุ้มเส้นทางให้”
บางคนหลบตาบางคนรับเชิญตรง ๆ หลายคนถามคำถามเดียวกัน
“ถ้าเราลงชื่อแล้วตระกูลหลักจะบีบเราอย่างไร”
เหม่ยหลิงตอบด้วยเสียงนิ่ง
“ถ้าถูกบีบก็ให้บีบต่อหน้า เราจะทำแผ่นบันทึกให้ กลางคืนพวกเขาแรง แต่กลางวันกฎแรงกว่า”
พ่อค้าหญิงจาก“ร้านขิงแห้ง” ถามอีกข้อ
“ถ้าราคาตลาดแกว่ง”
ลู่หานตอบทันที
“เราตั้งกรอบไม่ตั้งราคาเดียว กรอบสูงสุดต่ำสุดปรับได้ทุก 7 วันตามแผ่นป้ายประกาศต่อหน้าใครค้ากลางก็ดำรงได้”
พ่อค้าหนุ่มจาก“โรงสีครึ่งท่อน” ลังเล
“ถ้ามีคนทรยศ”
เหม่ยหลิงชี้ไปที่สมุด
“ใครละเมิดจะถูกประกาศชื่อ 7 วัน และตัดผ่านทาง 30 วัน ค้ากับเครือข่ายเราจะไม่ได้ใครผิดก็ว่ากันตามแผ่นไม้ ไม่ใช่ตามอารมณ์”
พอตกบ่ายรายชื่อพ่อค้า 12 รายยืนยันว่าจะมาท่าน้ำยามโพล้เพล้ เพื่อฟังและตัดสินใจต่อหน้า
ลู่หานหันไปหาเถ้าเรือกวงที่เดินมาด้วย
“คืนนี้ขอแรงเ้าจัดเรือเฝ้าช่องน้ำและจัดคนส่องตะเกียงให้สว่างพอสำหรับการลงชื่อ”
เถ้าเรือกวงพยักหน้ารับ
“ข้าจะจัดให้ครึ่งค่อนท่าให้สว่างเหมือนกลางวัน”
[ระบบจักรพรรดิ ทำงาน]
[บันทึกก้าวหน้า:ได้รับการตอบรับจากพ่อค้า 12 ราย]
[คำเตือน:คนของตระกูลหลักเริ่มปล่อยคำว่า ‘ปั่นป่วนตลาด’]
[คำแนะนำ:รักษาเวทีให้โปร่ง ใครพูดอะไรให้จดต่อหน้า]
ยามโพล้เพล้ท่าน้ำสว่างด้วยตะเกียงเรียงเป็แนว โต๊ะอ่านตั้งกลางลาน กระดานใหญ่แขวน“กรอบราคา” 4 หมวด ตัวเลขชัดเจน เหนือโต๊ะมีแผ่นไม้ไผ่ “สัญญาวินัยตลาด”ใบยาววางรอ เสมียนกลางนั่งประจำพร้อมพู่กัน และถ้วยครั่ง กองยามเรือนรองยืนรูป“โล่โค้ง” เปิดช่องเข้าออก 3 ช่อง เถ้าเรือกวงยืนริมท่าชายชรากระดิ่งและเ้าของโรงขนมยืนเป็พยาน
ผู้ประกาศทุบฆ้อนไม้1 ครั้ง เปิดเวที
ลู่หานยืนหน้าโต๊ะเอ่ยสั้น
“ค่ำนี้ไม่ใช่การลับหลังใครคือต่อหน้า เราจะอ่าน ‘สัญญาวินัยตลาด’ และให้ผู้ค้าตัดสินใจ”
เสมียนกลางยกแผ่นไม้ไผ่ยาวขึ้นอ่านทีละบรรทัด
“ข้อ1 ทุกฝ่ายยอมรับกรอบราคาสูงสุดต่ำสุดของ แป้ง เกลือ ข้าวสาร ปลาแห้ง ปรับได้ทุก 7วัน โดยประกาศต่อหน้า”
“ข้อ2 ห้ามจ่ายส่วย ห้ามรับส่วย ใครฝ่าฝืนให้ประกาศชื่อ 7 วัน และตัดผ่านทาง 30 วัน”
“ข้อ3 ทุกการขนส่งต้องลงชื่อใน ‘แผ่นผ่านทาง’ ระบุเวลา ต้นทาง ปลายทาง จำนวนสินค้าและชื่อผู้คุมสินค้าต่อหน้า”
“ข้อ4 หากมีข้อพิพาท ให้ตั้งโต๊ะอ่านและชี้แจงต่อหน้า โดยให้พยาน 3คนลงนิ้วครั่งกำกับ”
“ข้อ5 สำเนาสัญญา 3 ชุด ส่งให้คณะผู้เฒ่า เมือง และเรือนรองฝ่ายละ 1 ชุด”
คนทั้งท่าน้ำเงียบฟังเสมียนกลางวางแผ่นไม้ลง เงียบสั้น ๆ แล้วชายจาก “โรงสีครึ่งท่อน” ยกมือ
“ถ้าเราเผชิญการข่มขู่กลางทางใครคุ้มกัน”
ลู่หานตอบชัด
“กองยามเรือนรองจะจัดเวรอารักขา3 เส้นทางหลัก คือ เส้นท่าน้ำตลาดใน, เส้นท่าตะวันประตูตะวันตก,เส้นตรอกปลาแห้งลานสี ส่วนเส้นทางย่อย ขอให้แจ้งล่วงหน้า 1 ชั่วยามเราจะบันทึกและส่งคนประกบ”
พ่อค้าหญิงจาก“ร้านขิงแห้ง” ถามต่อ
“ถ้าคณะผู้เฒ่าคัดค้าน”
เหม่ยหลิงตอบนิ่ง
“สัญญานี้คือ‘สัญญาพลเมือง’ ไม่ใช่คำสั่ง เราอ่านต่อหน้าและส่งสำเนาให้คณะผู้เฒ่าหากคณะผู้เฒ่ามีข้อเสนอแนะ เราจะประกาศปรับแก้ต่อหน้าเช่นกัน ไม่มีอะไรทำลับหลัง”
เสียงกระแอมจากขอบฝูงชนดังขึ้น“หลิวชายเรือนใหญ่ผู้ถือพัดงาในวันประชุม” เดินแหวกคนเข้ามายืนห่างจากโต๊ะอ่านเพียงไม่กี่ก้าว พัดงาพาดที่ท่อนแขน สายตานิ่งแต่เย็น
เขายกเสียงให้ได้ยินทั่ว
“การตั้งกรอบราคาและตัดผ่านทางถือเป็การปั่นป่วนตลาด ทำให้ผู้ค้าสับสน ใครให้สิทธิ์พวกเ้าทำ”
ลู่หานไม่ขยับ
“สิทธิ์นี้มาจากการยินยอมต่อหน้าของผู้ค้าและจากกฎที่เราทุกคนเห็นร่วมกันในเมืองนี้ทำอะไรต้องต่อหน้า ไม่ใช่ในห้องลับ”
หลิวหัวเราะแห้งๆ
“ต่อหน้าข้าก็ยืนต่อหน้านี่ แล้วข้าคัดค้าน”
ผู้ประกาศเงยหน้าเสียงกระดิ่งของชายชราดังเบา ๆ 2 ครั้ง ให้แถวหน้าถอยครึ่งก้าวตั้งโล่กันฝูงชนไม่ให้เบียด เสมียนกลางเขียนบรรทัดใหม่ลงบนแผ่นไม้
“ต่อหน้า:หลิวคัดค้านสัญญาวินัยตลาด”
เหม่ยหลิงเอ่ยเสียงเรียบ
“เรายินดีให้ท่านลงคำคัดค้านและเหตุผลลงในแผ่นเดียวกันพร้อมลงชื่อและลงนิ้วครั่ง ต่อหน้า”
หลิวเงียบไปครู่หนึ่งเขาไม่ก้าวมาแตะแผ่นไม้
“ข้าจะดูว่าใครกล้าลงชื่อในคืนนี้”
เงียบชั่วลมหายใจพ่อค้าจาก “ร้านเกลือเหนือ” ก้าวออกมาก่อน เขาตัวไม่ใหญ่นัก แต่เสียงหนัก
“ข้าลงชื่อ”
เขาก้มจรดปลายพู่กันลงชื่อเต็มแล้วจุดนิ้วครั่ง เสียงคนรอบท่าอื้ออึง “ร้านปลาแห้งสามตรา” เดินมาต่อจากเขา
“ข้าลงชื่อ”
หญิงจาก“ร้านขิงแห้ง” เดินมาเป็คนที่ 3
“ข้าลงชื่อ”
ทีละคนสองคน สามคน เพิ่มขึ้นจนครบ 12 ราย ทุกคนลงชื่อและจุดนิ้วครั่งต่อหน้า พยาน 3คนยืนข้างโต๊ะ เสมียนกลางปั๊มตราเรือนรองและตราท่าน้ำลงมุมล่างขวาของแผ่นสัญญาแล้วให้พยาน 3 คนเอ่ยรับคำ
ชายชรากระดิ่งพูดชัด
“ข้าเห็นและได้ยิน”
เ้าของโรงขนมพูดตาม
“ข้าเห็นและได้ยิน”
เถ้าเรือกวงเสริมเสียงหนัก
“ข้าเห็นและได้ยิน”
หลิวยังยืนที่เดิมพัดงายกขึ้นลงเบา ๆ สายตาไล่ดูชื่อทั้ง 12 ราย ชั่วครู่เขายิ้มบาง
“ข้าจะบอกผู้คนว่าเมืองนี้กำลังถูกคนไม่รู้ที่ต่ำที่สูงปั่นป่วน”
ลู่หานตอบสั้น
“ต่อหน้าเราจะอ่านชื่อท่านในบรรทัด ‘คัดค้าน’ ด้วย”
หลิวเบือนหน้าเล็กน้อยแล้วถอยไปหลอมในฝูงชน
อู๋ผู้ช่วยจากเมืองชายแดน ยืนฟังอยู่ห่าง ๆ เขาไม่ได้พูดอะไรเพียงมองแผ่นสัญญายาวและหีบหลวงที่ปิดครั่งอยู่ด้านหลัง ก่อนพยักหน้าเบา ๆเหมือนคนจดจำรายละเอียด
เสมียนกลางคัดสำเนา“สัญญาวินัยตลาด” 3 ชุด ด้วยลายมือเดียวกัน ปั๊มตราเรือนรองท่าน้ำและเชิญผู้เฒ่าที่มาสังเกตการณ์ 1 คนลงนิ้วครั่งกำกับชุดของคณะผู้เฒ่าจากนั้นม้วนใส่ปลอกไม้ไผ่ ส่งให้คณะผู้เฒ่า 1 ชุด เมือง 1 ชุด และเรือนรองเก็บ 1ชุด
[ระบบจักรพรรดิ ทำงาน]
[บันทึก:เงื่อนไข (1)(4) สำเร็จพ่อค้า 12 รายลงนาม กรอบราคาผ่านทางการลงชื่อชัดเจน สำเนา 3ชุดส่งครบ]
[รางวัล:แผน “บัญชีสาธารณะ”วิธีลงป้ายประกาศรายวัน ให้คนทั่วไปตรวจได้]
ผู้ประกาศยกฆ้อนไม้
“ประกาศเพิ่มเติม:ั้แ่พรุ่งนี้ ยามเฉียวนาทีแรกของยามเฉิน จะมีป้าย ‘บัญชีสาธารณะ’ แขวนที่ท่าน้ำระบุจำนวนสินค้าที่ผ่านเข้าออก และกรอบราคาของวัน เพื่อกันคำว่า ‘ปั่นป่วน’”
เสียงรับจากฝูงชนดังพอประมาณหลายคนพยักหน้าอย่างพอใจ บางคนยังสงสัย แต่ไม่มีใครส่งเสียงขัด
เหม่ยหลิงก้าวออกมาหนึ่งก้าวนางเอ่ยกับพ่อค้าทั้ง 12 ราย
“การลงชื่อคืนนี้ไม่ใช่การเลือกข้างคนแต่คือการเลือกข้างกฎ ถ้ามีใครฝ่าฝืน เราจะอ่านชื่อเขาต่อหน้าตรอกให้ครบ 7วันตามที่ระบุไว้ ไม่ว่าคนนั้นจะเป็ใคร”
พ่อค้าจาก“โรงสีครึ่งท่อน” ตอบเสียงดัง
“ข้าจะรักษาคำ”
เถ้าเรือกวงย้ำ
“เรือของข้าจะคุมช่องน้ำให้ตลอด3 เส้นที่ลู่หานกล่าว ใครขนของตามแผ่นผ่านทาง จะไม่ถูกตะครุบเงียบอีก”
ลู่หานหันไปทางผู้คน
“คืนนี้เราตัดสินใจด้วยแผ่นไม้ ไม่ใช่ด้วยกำปั้น ใครมีคำคัดค้าน ขอให้ลงเป็ตัวหนังสือเราจะเก็บไว้คู่กัน”
ไม่มีใครก้าวออกมาเพิ่มหลิวหายไปแล้ว ขอบฝูงชนกลับเงียบ
ยามค่ำลึกการประชุมยุติตามเวลา เสมียนกลางเก็บแผ่นสัญญาลงหีบเล็ก อาหยินช่วยพับผ้าปูโต๊ะเธอเหลียวมองท้องน้ำที่สะท้อนแสงตะเกียงแล้วค่อยยิ้มเบา ๆ
“คืนนี้มีคนยืนอ่านนานกว่าทุกคืน”
เหม่ยหลิงตอบ
“เมื่อกฎชัดคนจะหยุดเถียงกันด้วยถ้อยคำที่ลอยได้”
กลับถึงเรือนรองลู่หานยืนหน้ากระดานบันทึก เขียนบรรทัดเรียงตามจริงของวัน
“เสมียนผลัดเวร2 คนชี้แจงยอมรับช่องโหว่”
“ตั้งสัญญาวินัยตลาดพ่อค้า 12 รายลงชื่อ”
“กรอบราคาผ่านทางบัญชีสาธารณะประกาศพรุ่งนี้”
“หลิวคัดค้านต่อหน้าลงบันทึกแล้ว”
อาหยินยกน้ำอุ่นมาให้
“ดื่มก่อนเ้าค่ะ”
ลู่หานรับถ้วยแล้ววางลง เขาหันไปมองทางเรือนสำนักหมอ แสงตะเกียงในคุ้มภัยยังนิ่ง ยาม 3นายยืนตามจุด สมุดเข้าออกวางเปิดบนโต๊ะเล็ก
[ระบบจักรพรรดิ ทำงาน]
[สรุป:โครงตลาดเริ่มเดินด้วยตัวเองกฎชัด ราคาไม่ลอย ส่วยถูกห้ามต่อหน้า]
[คำเตือน:แรงโต้กลับจะมาในยามดึกระวังการก่อเหตุที่ไม่ใช้คำ]
[ภารกิจย่อย:เฝ้าคลังเสบียงเรือนรอง 1 คืน โดยใช้สัญญาณกระดิ่ง 2ครั้งเพื่อถอยครึ่งก้าวตั้งโล่ และกลอง 1 ครั้งเพื่อคุมพื้นที่]
ลู่หานพยักหน้าให้เหม่ยหลิง
“เพิ่มเวรหน้าคลังปรับทางเข้าคลังให้แคบลงครึ่ง่ไหล่ วางถังน้ำ 6 ถังไว้ใต้ชายคา”
เหม่ยหลิงสั่งการกับกองยามทันทีเซี่ยงชุนยกกลองไปแขวนใต้ชายคาคลัง อาหยินยกน้ำและยาต้มวางไว้ใกล้ ๆเถ้าเรือกวงขออยู่เฝ้าด้วย 1 ยาม
เงียบยาวไปชั่วครึ่งชั่วยามท้องฟ้าค่อย ๆ มืดลงสนิท ลมเหนือพาดผ่านต้นไผ่ข้างกำแพงเสียงฝีเท้ายามสับจังหวะสม่ำเสมอ ลู่หานเดินตรวจรอบคลังตรวจกลอนและผนึกครั่งบนปากกุญแจอีกครั้ง
“ทุกอย่างเรียบร้อย”
ยามคนหนึ่งรายงาน
“ยืนรูปโล่โค้งให้รักษาช่องเข้าออก2 ช่อง”
ลู่หานสั่ง
เงียบต่อไปอีกหน่อย…แล้วกลิ่นบางอย่างแตะแต้มลม
อาหยินชะงักแล้วยกจมูกสูดเบา ๆ
“กลิ่นควัน”
เธอหันขวับไปทางหน้าประตูคลังแสงส้มเล็ก ๆ กระพริบอยู่ตรงวงกอไม้แห้งหน้าประตู จากนั้นเปลวไฟก็ลามรวดเร็วติดกระดาษกาวที่ใครบางคนแอบแปะไว้ใต้ชายคา ไฟติดซุ้มไม้หน้าประตูในชั่วอึดใจ
“ไฟ!”
ยามนายหนึ่งร้องเสียงดัง
ชายชรากระดิ่งยกกระดิ่งขึ้นสั่น2 ครั้ง เสียงชัดเจน “ถอยครึ่งก้าวตั้งโล่!” แถวหน้าถอยพร้อมกันเปิดทางให้คนถือถังน้ำวิ่งฝ่าเข้าไปได้ เซี่ยงชุนตีกลอง 1 ครั้งสั้น “คุมพื้นที่!”ยามตามมาประจำจุดปีกซ้ายขวา
เหม่ยหลิงะโสั่ง
“น้ำถังที่12 เทมุมล่างซ้าย! ถังที่ 3 ขึ้นบันไดไม้เล็ก! อย่าให้ไฟกินขื่อ!”
ลู่หานคว้าผ้าชุบน้ำในอ่างวาบเดียวเขาเห็นเงาดำพุ่งจากมุมกำแพงไปทางตรอกด้านหลัง
“มีคน!”
เถ้าเรือกวงชี้
“ทางตู้ไม้!”
ยาม2 นายพุ่งตาม แต่ลู่หานยกมือ
“อย่าไล่ลึกป้องกันคลังก่อน!”
ไฟพรึ่บขึ้นอีกดวงใกล้เสาไม้หน้าซุ้มประหนึ่งมีน้ำมันถูกสาดไว้ก่อนแล้ว กลิ่นฉุนแรงจนแสบจมูกอาหยินหอบน้ำขึ้นบันไดเล็ก เทราดไปตามแนวไฟ ชายชรากระดิ่งสั่น 2 ครั้งอีกระลอกยามหน้าแนวถอยครึ่งก้าวตั้งโล่กันคนและของ มีคนในเรือนวิ่งมาช่วยเพิ่ม
เสมียนกลางเปิดหีบเล็กคว้าแผ่นไม้เตรียมจด
“เริ่มบันทึกเวลา!”
เขาะโสั้นๆ แล้วลงมือเขียน “ยามดึก ไฟลุกหน้าประตูคลัง ลามตามกระดาษกาวใต้ชายคา”ปั๊มตราเรือนรองลงมุมแผ่นทันที
เหม่ยหลิงะโ
“ตะเกียงดับให้หมดป้องกันไฟวิ่งตามใส้!”
แสงสว่างหรี่ลงเหลือเพียงเปลวไฟและแสงจันทร์ลู่หานชุบผ้าแล้วตบไฟที่เลียขื่อ เสียงกลองจากหอเหนือทางท่าน้ำดังไกล ๆ ตอบรับ 1ครั้ง ยืนยันว่าเขตท่าน้ำยังคุมได้
เปลวไฟหน้าประตูเริ่มอ่อนลงจากน้ำถังที่46 ทว่าควันยังหนา อาหยินไอ 23 ครั้ง แต่ยังยืนข้างบันไดไม่ถอยลู่หานพุ่งไปช่วยประคองถังน้ำอีกใบ เขาเทน้ำกดไฟที่ยังคุอยู่ตรงขอบไม้กระดาษกาวสีคล้ำหลุดออกมาเป็ชิ้นเล็ก ๆ ติดคราบน้ำมัน
เสมียนกลางะโบอก
“เก็บชิ้นกระดาษนั้นลงถุงผนึก!”
ยามคนหนึ่งหยิบถุงผ้าเข้าผนึกปั๊มตราเรือนรองลงปากถุงทันที
ไฟค่อยๆ สงบลง เหลือเพียงควันขาวหนา ลู่หานหายใจลึก เขามองประตูคลังที่ไหม้ดำเป็ปื้นเขาพยักหน้าให้เซี่ยงชุน
“ตีอีก1 ครั้ง บอกว่า ‘คุมพื้นที่ได้’”
เสียงกลองครั้งเดียวดังประสานไปทั้งตรอกเงาที่เคลื่อนไหวเมื่อครู่หายไปแล้ว เหลือเพียงกลิ่นไหม้และเสียงน้ำหยดจากชายคา
อาหยินวางถังลงถอนหายใจแรง ๆ
“เกือบไหม้ขื่อ”
เหม่ยหลิงมองไปทางมุมกำแพงที่เงาดำหนีหาย
“พรุ่งนี้เราจะเจอของแข็งกว่าไฟ”
ลู่หานหันไปทางเสมียนกลาง
“จดบรรทัดสุดท้ายของคืน”
เสมียนกลางยกพู่กันเขียนบรรทัดลงแผ่นไม้
“ยามดึกมีผู้จุดไฟเผาคลังหน้าประตูไหม้ ได้ถุงผนึก ‘กระดาษกาวคราบน้ำมัน’ 1 ถุง เสียงกลอง 1ครั้งคุมพื้นที่ กระดิ่ง 2 ครั้งตั้งโล่”
[ระบบจักรพรรดิ ทำงาน]
[บันทึก:สกัดการก่อเหตุสำเร็จระดับแรก]
[คำแนะนำ:รอยเท้าทางตู้ไม้ตรอกด้านหลัง, สืบย้อนทางหนีในเช้าแรกพร้อมตรวจรอบเวรยามที่หายไปชั่วครู่]
[ภารกิจถัดไป:มีดในความมืดตามเส้นควันไปหาตัวผู้สั่งการ]
ลู่หานมองแผ่นไม้แล้วเงยหน้าขึ้นสูดอากาศควันน้อย ๆ เขายกมือคำนับต่อหน้าไฟที่เพิ่งสงบ
“คืนนี้พวกเ้าเอากฎมาดับไฟได้แล้วพรุ่งนี้เราจะเอากฎไปดับคน”
เสียงฝีเท้ายามยังเดินจังหวะสม่ำเสมอในลานเรือนรองทั้งเรือนไม่มีใครหลับ แสงตะเกียงจุดขึ้นบางดวงเพื่อดูสภาพความเสียหายลมเหนือพัดผ่านเบา ๆ ทิ้งกลิ่นไหม้จาง ๆ ไว้บนไม้หน้าประตู
ข้างนอกตรอกไกลออกไปไม่กี่่เสา มีเงาหนึ่งหยุดยืนฟังเสียงกลองรอบสุดท้าย ก่อนจะค่อย ๆถอยหายไปในความมืด