ญาเหลือเวลาไม่ถึงสิบนาทีก่อนขาขวาจะหยุดเป็ของเธอ
ปลายเท้าข้างนั้นลากครูดไปกับพื้นถนนทุกครั้งที่ก้าว รองเท้าเปียกชื้นจากเืซึ่งไหลลงมาจากแผลเหนือข้อเท้า ความเ็ปหายไปนานแล้ว เหลือเพียงอาการชาเย็นที่ค่อย ๆ ไต่ขึ้นมาตามน่อง
นั่นเลวร้ายกว่าความเจ็บ
เธอใช้มือข้างหนึ่งกดฝากระโปรงรถเก๋งที่ชนคาอยู่กลางทาง พยุงตัวผ่านช่องแคบระหว่างรถกับแบริเออร์คอนกรีต กลิ่นน้ำมันไหม้คลุกกับกลิ่นเืเก่าจนขมอยู่หลังลิ้น ควันดำลอยข้ามท้องฟ้ายามค่ำจากตัวอำเภอซึ่งอยู่ด้านหลัง เสียงไซเรนที่เคยดังต่อเนื่องมาหลายวันเงียบไปแล้ว
ตอนนี้เหลือเพียงเสียงบางอย่างกระแทกกระจกรถจากด้านใน
ปึก
ปึก
ปึก
ญาไม่หันไปมอง เธอรู้ว่าคนในรถยังขยับได้ ไม่ว่ากระดูกคอจะหักหรือท้องจะถูกพวงมาลัยบดจนยุบเพียงใด
โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงสั่นหนึ่งครั้ง
เธอหยุดทันที หัวใจที่เต้นช้าลงเพราะเชื้อกลับกระตุกแรง ญาล้วงโทรศัพท์ออกมาด้วยนิ้วแข็ง ๆ หน้าจอแตกร้าวจนแสงลอดเป็เส้น แบตเตอรี่เหลือสามเปอร์เซ็นต์ ไม่มีสัญญาณ แต่เครื่องเพิ่งส่งการแจ้งเตือนข้อความที่ค้างอยู่ในระบบ
ข้อความจากนทีเมื่อหกชั่วโมงก่อน
`พี่ญา อยู่ไหน อย่าเข้าทางตลาด`
ข้อความถัดมาไม่สมบูรณ์
`พ่อโดน...`
เท่านั้น
ญากดโทรออกทั้งที่รู้ว่าไม่มีสัญญาณ เธอยกเครื่องแนบหู ฟังความเงียบอยู่สองวินาที ก่อนเสียงระบบแจ้งว่าไม่สามารถเชื่อมต่อได้
“รับสิ”
เธอกดใหม่
“ที รับโทรศัพท์”
คำตอบเหมือนเดิม
บ้านคลองไทรอยู่เลยแยกข้างหน้าไปไม่ถึงสามกิโลเมตร ระยะทางที่เมื่อก่อนขับรถเพียงไม่กี่นาที ตอนนี้ถนนสายหลักเต็มไปด้วยซากรถ รถบรรทุกพลิกขวางทางตรงปากแยก และเงาคนหลายสิบร่างเดินกระจัดกระจายอยู่ใต้ไฟถนนที่ติดบ้างดับบ้าง
ญาเก็บโทรศัพท์แล้วขยับต่อ
เธอออกจากจุดพักพิงั้แ่ก่อนเที่ยง หลังได้ยินจากวิทยุสมัครเล่นว่าฝูงจากตัวอำเภอกำลังเคลื่อนผ่านถนนสายหลักไปทางหมู่บ้าน จุดพักพิงห้ามใครออก ประตูถูกล็อกจากด้านใน คนเฝ้าบอกว่าการเดินเท้าสิบกว่ากิโลเมตรเท่ากับฆ่าตัวตาย
ญาไม่ได้เถียง
เธอปีนกำแพงหลังโกดังและออกมาเงียบ ๆ
จากนั้นถูกกัดตรงด่านรถชน ห่างจากบ้านไม่ถึงห้ากิโลเมตร
เสียงขูดดังขึ้นทางซ้าย
ญาชะงัก เธอก้มตัวหลังรถกระบะที่ประตูเปิดค้าง กลั้นหายใจทั้งที่รู้ว่ากลิ่นเืบนตัวปิดไม่มิด เงาหนึ่งเดินออกมาจากร้านวัสดุก่อสร้างริมทาง ศีรษะเอียงจนใบหูเกือบแตะไหล่ แขนข้างหนึ่งห้อยผิดรูป ผิวบนใบหน้าหลุดเป็ปื้นดำ
มันหยุดตรงขอบถนน
จมูกกระตุก
ญากำด้ามมีดทำครัวที่เหน็บเอว มีดเล่มนี้บางเกินแทงกะโหลกจากด้านหน้า ต้องเข้าทางเบ้าตาหรือฐานคาง และเธอไม่มีแรงพอจะรับน้ำหนักมันหากพลาด
เงาที่สองโผล่ตามออกมา
จากนั้นเงาที่สาม
ญามองช่องว่างระหว่างพวกมันกับปากแยก หากอ้อมหลังร้าน เธอต้องผ่านคลองระบายน้ำซึ่งมีรั้วเหล็กกั้น หากถอยกลับ เสียงจากรถคันที่เธอเพิ่งเดินผ่านจะดึงตัวอื่นมา
เหลือทางเดียว
เธอล้วงมือเข้าใต้เสื้อ ดึงถุงผ้าสีหม่นซึ่งห้อยอยู่กับเชือกแดงออกมา ของข้างในเหลือเพียงตะกรุดทองแดงยาวเท่านิ้วก้อย ผิวโลหะดำจากเหงื่อและควัน ญาเคาะมันกับข้อนิ้วสามครั้งตามความเคยชิน
ครั้งแรกเพื่อเรียกสติ
ครั้งที่สองเพื่อกำหนดเป้าหมาย
ครั้งที่สามเพื่อย้ำว่าเ้าของมือยังเป็ผู้สั่ง
เธอไม่แน่ใจว่าข้อสุดท้ายจะจริงไปได้อีกนานแค่ไหน
ซอมบี้ตัวแรกหันมาทางรถกระบะ
ญาใช้เล็บแกะปมด้ายที่พันตะกรุด ดึงปลายสายสิญจน์ออกมาแล้วกัดนิ้วโป้ง เืซึมช้ากว่าปกติ สีคล้ำจนเกือบดำ เธอแตะเืลงบนอักขระและพึมพำบทสะกดที่คุณตาเคยสั่งไม่ให้ใช้กับคนเป็
ลมหายใจของเธอสะดุดตรงคำสุดท้าย
ตะกรุดเย็นจัด
ไม่ใช่ความเย็นจากโลหะ แต่เป็ความเย็นซึ่งแทงผ่านนิ้วเข้าไปถึงข้อมือ คล้ายมีใครอีกคนจับมือเธอจากด้านใน
ซอมบี้ทั้งสามตัวหยุดพร้อมกัน
ญาเห็นบางอย่างสั่นอยู่รอบศีรษะพวกมัน เงาจางสีหม่นซ้อนทับกับใบหน้าเน่าเสีย บางเงาอ้าปากร้อง บางเงาหลับตาแน่น และตัวหนึ่งยกมือขึ้นเหมือนพยายามปิดหู ทั้งที่ร่างจริงยังปล่อยแขนห้อยข้างลำตัว
ิญญายังอยู่
ความคิดนั้นทำให้ญาเย็นวาบยิ่งกว่าตะกรุดในมือ คนเหล่านี้ไม่ได้ตายแล้วถูกบางสิ่งเข้า ิญญาของพวกเขายังติดอยู่ในร่างซึ่งไม่ยอมเชื่อฟัง
“ถอยไป”
เสียงเธอแหบจนแทบไม่เป็คำ
เงาที่ซ้อนอยู่บนร่างสั่นแรง ซอมบี้ตัวแรกก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ตัวที่สองเอาศีรษะกระแทกเสาป้ายร้านเหมือน้าหนีจากเสียงในกะโหลก
ตัวที่สามพุ่งเข้าหาเธอ
ญาเบี่ยงตัวไม่ทันเต็มที่ ไหล่ของมันชนประตูรถกระบะดังสนั่น นิ้วแข็งเกร็งคว้าแขนเสื้อเธอ เงาิญญาบนใบหน้ากำลังร้องไห้ แต่ฟันของร่างจริงยังกัดลงมา
เธอเอาท่อนแขนดันคางมันไว้ กลิ่นเน่าอุ่น ๆ พุ่งใส่หน้า
“ฉันบอกให้ถอย!”
ตะกรุดในมือแตกเสียงดังเปรี๊ยะ
ร่างนั้นชะงักไปครึ่งวินาที
ญาแทงมีดขึ้นใต้คางสุดแรง ปลายมีดกระแทกกระดูก เธอบิดด้ามแล้วดันซ้ำจนคมเหล็กทะลุผ่านเนื้ออ่อนเข้าสู่กะโหลก ร่างซอมบี้กระตุก มือที่กำแขนเสื้อคลายออก ก่อนทั้งตัวจะทิ้งน้ำหนักลงมาทับเธอ
ญากลิ้งหลบ ศอกกระแทกพื้นถนน ความเจ็บแล่นขึ้นมาจนภาพพร่า
ซอมบี้ที่เหลือเริ่มขยับอีกครั้ง
บทสะกดหมดผลแล้ว
ไม่ใช่เพราะวิชาใช้ไม่ได้ เธอเห็นชัดว่ามันแตะต้องสิ่งที่ติดค้างอยู่ในร่าง แต่สิ่งที่ขยับกล้ามเนื้อ บังคับขา และขบฟันไม่ใช่ิญญา
ร่างนั้นไม่ฟังเ้าของเดิมอีกต่อไป
ญากระชากมีดออกจากใต้คางศพ ลุกขึ้นโดยใช้รถเป็หลัก ขาขวาทรุดในจังหวะแรก เธอตบต้นขาตัวเองสองครั้ง ไม่มีความรู้สึก
สิบนาทีที่คาดไว้มากเกินไป
เธอวิ่งกะเผลกออกจากหลังรถ ซอมบี้สองตัวไล่ตามมา เสียงกระแทกเมื่อครู่ปลุกสิ่งที่ติดอยู่ในรถคันอื่น มือซีดหลายคู่ทุบกระจกจากด้านใน เสียงกระจกแตกดังตามหลัง
ญามุ่งไปยังปากแยก
ป้ายสีน้ำเงินซึ่งเขียนว่า `บ้านคลองไทร 3 กม.` บิดเอียงอยู่เหนือกองรถชน ลูกศรบนป้ายชี้ไปยังถนนมืดสนิทด้านขวา บ้านอยู่ทางนั้น บ้านคุณตาอยู่เลยตลาด ผ่านวัด แล้วเลียบคลองส่งน้ำไปอีก่หนึ่ง
แต่ระหว่างเธอกับป้ายมีรถตู้โดยสารพลิกตะแคงขวางถนน ประตูท้ายเปิดอ้า กระเป๋าเดินทาง เสื้อผ้า และขวดน้ำกระจายเต็มพื้น เสียงครางเบาดังมาจากใต้ท้องรถ
ญาหยุดฟัง
“ช่วย...”
เป็เสียงคน ไม่ใช่เสียงคำราม
เธอมองซอมบี้สองตัวที่ยังตามหลังมา ระยะห่างไม่ถึงห้าสิบเมตร แล้วมองช่องใต้รถตู้ ชายคนหนึ่งนอนคว่ำอยู่ตรงนั้น ท่อนล่างถูกตัวรถทับ มือข้างหนึ่งยื่นออกมากำขวดน้ำเปล่า
“ช่วยผมด้วย”
ญาเดินเข้าไปสองก้าวก่อนหยุด
เืรอบตัวชายแห้งแล้ว แต่เสื้อด้านหลังขยับเป็จังหวะผิดปกติ บางสิ่งอยู่ใต้เสื้อของเขา ญาย่อตัวลงโดยไม่เข้าใกล้เกินระยะเอื้อม ใช้ปลายมีดเกี่ยวชายผ้าขึ้น
รอยกัดสามรอยเรียงอยู่ข้างกระดูกสันหลัง เส้นเืรอบแผลดำเป็ร่างแห
ชายคนนั้นเห็นสีหน้าเธอ “ยังไม่เป็ ผมยังพูดได้”
จริง เขายังรู้ตัว แต่รูม่านตาข้างหนึ่งเริ่มขุ่น และเสียงครางจากในลำคอไม่ได้เกิดพร้อมคำพูด
“ถูกกัดเมื่อไร”
“ไม่รู้...ตอนรถล้ม ช่วยยกรถก่อน”
รถตู้หนักหลายตัน ต่อให้ขาเธอปกติก็ยกไม่ได้
ญาหยิบขวดน้ำครึ่งขวดจากพื้น กลิ้งไปให้เขา ชายคนนั้นคว้ามันแล้วพยายามคลานตาม แขนยื่นออกมาจนสุด นิ้วเกือบแตะรองเท้าเธอ
“อย่าทิ้งผม!”
เสียงะโปลุกผู้โดยสารในรถ
มือหลายคู่กระแทกกระจกซึ่งแตกร้าว ใบหน้าซีดสองหน้ากดเข้ากับช่องหน้าต่าง ปากเปิดปิดเมื่อได้กลิ่นเื ญาได้ยินเสียงกลอนประตูเลื่อนสั่นจากแรงกระแทกด้านใน
“ฉันยกรถไม่ได้” ญาบอก “และถ้าประตูเปิด เราตายทั้งคู่”
ชายคนนั้นสบถ เขวี้ยงขวดน้ำใส่เธอ ขวดกระแทกพื้นข้างเท้า เสียงดังพอให้ซอมบี้ที่ตามหลังเร่งฝีเท้า
ญาถอย เธอเห็นความกลัวในดวงตาเขา เห็นเงาจางสั่นอยู่รอบศีรษะ และเห็นมือที่ยื่นออกมาเริ่มเกร็งงอโดยเ้าตัวไม่รู้
“ขอโทษ”
เธออ้อมหัวรถตู้โดยไม่หันกลับ เสียงชายคนนั้นด่าตามหลัง ก่อนเปลี่ยนเป็เสียงร้องเมื่อประตูเลื่อนหลุดจากราง
เสียงนั้นหยุดลงเร็วเกินไป
ญากัดฟันเดินต่อ เสียงร้องตามหลังมาติด ๆ แม้เสียงฝีเท้าของซอมบี้จะใกล้กว่า เธอกำมีดแน่นจนด้ามพลาสติกกดแผลบนฝ่ามือ
หากเธอช้ากว่านี้อีกไม่กี่นาที คนต่อไปที่ต้องถูกทิ้งอาจเป็พ่อ แม่ หรือนที
พ่อ แม่ และนทีอยู่ทางนั้น
หากพวกเขายังอยู่
ญาปัดความคิดทิ้ง เธอก้าวข้ามร่างคนในเครื่องแบบกู้ภัยซึ่งนอนคว่ำตรงเส้นแบ่งถนน วิทยุสื่อสารที่เอวส่งเสียงซ่า แล้วมีเสียงผู้ชายขาด ๆ ดังออกมา
“...ผู้รอดชีวิต...อย่าเข้าใกล้ตลาด...กัด...”
มือของร่างบนพื้นคว้าข้อเท้าเธอ
ญาล้มคุกเข่า มีดหลุดจากมือ ศพในชุดกู้ภัยพลิกตัวขึ้น เผยหน้าครึ่งหนึ่งซึ่งถูกฉีกจนเห็นฟันกราม ปากมันงับอากาศห่างจากน่องไม่ถึงคืบ
เธอถีบด้วยขาซ้าย ดึงขาขวาไม่ออก
ซอมบี้ที่ตามหลังเข้ามาใกล้ เสียงรองเท้าลากบนถนนดังสลับกับเสียงคำรามต่ำ ญาควานหามีด มือปัดโดนเพียงเศษกระจก
โทรศัพท์สั่นอีกครั้ง
หน้าจอสว่างผ่านเนื้อผ้าตรงกระเป๋า
ญาไม่รู้ว่าเป็ข้อความค้างหรือสายเรียกเข้า แต่เสียงสั่นสั้น ๆ นั้นทำให้เธอรวบแรงเฮือกสุดท้าย ก้มคว้าเศษเหล็กจากข้างร่างเ้าหน้าที่ แล้วตอกลงที่ขมับซอมบี้
ครั้งแรกเหล็กเฉือนหนังศีรษะ
ครั้งที่สองกะโหลกร้าว
ครั้งที่สามร่างจึงหยุด
ญากระชากขาออก ลุกไม่ขึ้น
ความเย็นลามถึงสะโพกแล้ว แขนขวาเริ่มสั่นตามจังหวะที่เธอไม่ได้สั่ง เสียงรอบตัวไกลออกไปเหมือนถูกน้ำท่วมทับ กลิ่นเืกลับชัดขึ้นจนเธอได้กลิ่นจากทุกทิศ
และหิว
ความหิวแล่นขึ้นมารุนแรงจนท้องบิด ญามองต้นแขนของตัวเอง เห็นเส้นเืใต้ผิว เห็นชีพจรเต้นช้า ๆ ใกล้ข้อพับ ความคิดหนึ่งบอกให้เธอกัดลงไป
“ไม่”
เธอกัดลิ้นแทน รสเืเต็มปาก สติกลับมาเพียงเล็กน้อย
ญาคลานไปพิงเสาป้าย ใช้มือซ้ายหยิบโทรศัพท์ หน้าจอขึ้นแจ้งเตือนข้อความเดิม ไม่มีสายเข้า แบตเตอรี่หนึ่งเปอร์เซ็นต์
แสงหน้าจอหรี่ลงเอง คราบเืบนปลายนิ้วทำให้เครื่องไม่ตอบสนองในครั้งแรก
เธอเปิดห้องสนทนาครอบครัว นิ้วกดผิดสองครั้งก่อนพิมพ์ได้
`อย่าออกจากบ้าน ปิดประตู ไปห้องพระ`
ข้อความไม่ส่ง
ญากดซ้ำ
วงกลมเล็ก ๆ หมุนค้างอยู่ข้างประโยค
ซอมบี้สองตัวผ่านกองรถมาแล้ว ตัวหนึ่งลากขาที่หัก อีกตัววิ่งด้วยท่ากระตุกเร็วผิดมนุษย์ ระยะห่างไม่ถึงยี่สิบเมตร
ญาเปิดบันทึกเสียงแทน
“พ่อ แม่ ที” เธอต้องหยุดหายใจกลางประโยค “ถ้าได้ฟัง...อย่าเปิดประตูให้ใคร ตรวจแผลทุกคน ถ้าเขาล้มแล้วลุกขึ้นมาอีก...ต้องทำลายหัว”
เสียงของตัวเองฟังแปลกไป ลิ้นเริ่มไม่ยอมขยับตามคำ
“หนูขอโทษ”
ภาพหน้าจอมืดลง เสียงบันทึกขาดหายตรงปลายลมหายใจ
แบตเตอรี่หมด
ญาปล่อยโทรศัพท์ตกบนตัก ถนนเข้าบ้านคลองไทรอยู่ตรงหน้า เธอมองไม่เห็นบ้านจากตรงนี้ แต่จำได้ว่าต้นไทรข้างปากทางแผ่กิ่งอย่างไร จำเสียงแม่บ่นเื่รองเท้าเปื้อนดิน จำพ่อเปิดวิทยุข่าวเสียงดังทุกเช้า และจำนทีที่ชอบรื้อเครื่องใช้แล้วทิ้งสกรูไว้เกินหนึ่งตัวเสมอ
เธอเคยคิดว่ายังมีเวลา
หลังรับงานดูดวงรอบสุดท้าย เธอจะกลับไปเยี่ยม หลังหายโกรธพ่อเื่คุณตา เธอจะอธิบาย หลังเก็บเงินได้มากกว่านี้ เธอจะซ่อมบ้านเก่า
ทุกอย่างถูกเลื่อนไปวันหน้า จนโลกไม่มีวันหน้าเหลือให้ใช้
ซอมบี้ตัวที่วิ่งเร็วมาถึงก่อน มันพุ่งชนญาจนศีรษะเธอกระแทกเสาป้าย ความเจ็บสว่างวาบแล้วดับลง ฟันจมเข้าที่ไหล่ แต่เธอแทบไม่รู้สึก
มือขวาของญายกขึ้นเอง นิ้วงอเข้าหาใบหน้าของมันราวกับ้าคว้าเนื้อ
เงาิญญาบนร่างซอมบี้โน้มเข้ามาใกล้ ใบหน้าซ้อนทับนั้นเป็หญิงวัยกลางคน ดวงตาเบิกกว้างอย่างหวาดกลัว ปากขยับคำเดิมซ้ำ ๆ
ช่วยด้วย
ช่วยด้วย
ช่วยด้วย
ญาอยากตอบว่าเธอช่วยไม่ได้
ช่วยคนตรงหน้าไม่ได้ ช่วยตัวเองไม่ได้ แม้แต่ครอบครัวที่อยู่ห่างออกไปเพียงสามกิโลเมตร เธอก็ยังไปไม่ถึง
ภาพสุดท้ายก่อนความมืดกลืนลงมาคือป้ายบ้านคลองไทรซึ่งอยู่เหนือศีรษะ ลูกศรยังชี้ทางกลับบ้านอย่างไม่ไยดี
ถ้ามีอีกครั้ง...
เสียงคำรามดังอยู่ข้างหู
ถ้าให้เธอกลับไปได้อีกครั้ง เธอจะไม่รอให้ใครเชื่อ จะไม่ปล่อยให้พ่อกับแม่ขวางเพราะคิดว่าเธองมงาย จะไม่ปิดบังนทีเพราะเห็นว่าเขายังเด็ก
เธอจะลากทุกคนออกมาด้วยมือตัวเอง
ญาตายก่อนถึงบ้าน
---
เธอฟื้นขึ้นมาพร้อมรสเืในปาก
ญากระชากลมหายใจแล้วพลิกตัวลงจากเตียง เข่ากระแทกพื้นกระเบื้อง เสียงดังจนห้องข้าง ๆ มีบางคนทุบผนังตอบหนึ่งครั้ง
แสงแดดลอดม่านสีครีมเข้าตา
ไม่มีถนน ไม่มีควัน ไม่มีฟันฝังอยู่ที่ไหล่
แต่ไหล่ขวายังปวดวาบเหมือนฟันคู่นั้นฝังอยู่ในเนื้อ ญาตะปบแผลที่ไม่มีอยู่ เล็บจิกผ่านเสื้อจนเจอเพียงผิวอุ่นและแรงเต้นของชีพจร
เธอยังได้กลิ่นเื
ญายกมือคลำคอ คลำไหล่ แล้วลูบลงไปถึงข้อเท้าขวา ผิวเรียบ ไม่มีแผล ไม่มีอาการชา กล้ามเนื้อตอบสนองเมื่อเธองอนิ้วเท้า
เธอลุกขึ้นเร็วเกินไปจนหน้ามืด หลังมือชนโต๊ะข้างเตียง แก้วน้ำพลาสติกตกลงพื้น น้ำกระจายผ่านเท้าเปล่า ความเย็นจริงของมันทำให้ญาหยุดนิ่ง
ห้องเช่าของเธอ
โต๊ะดูดวงพับได้ตั้งชิดผนัง สำรับไพ่คว่ำอยู่บนผ้าสีแดง ธูปที่จุดเมื่อคืนเหลือก้านดำในกระถาง หนังสือคิวลูกค้าวางเปิดตรงวันที่ซึ่งเธอจำได้
ญาคว้าโทรศัพท์จากที่ชาร์จ
หน้าจอสว่างขึ้นทันที แบตเตอรี่เก้าสิบแปดเปอร์เซ็นต์ เวลาเจ็ดโมงสิบสองนาที วันที่บนจอทำให้เธอกดปุ่มปิดแล้วเปิดใหม่
วันเดิม
สามสิบวันก่อนตลาดบ้านคลองไทรแตก
เธอเปิดปฏิทิน ตรวจปี ตรวจเดือน แล้วเข้าแอปธนาคาร ยอดเงินกับรายการล่าสุดตรงกับความทรงจำก่อนวันสิ้นโลกทุกอย่าง มีเงินจากลูกค้าคนเมื่อคืนโอนเข้ามาหลังดูดวงเื่แต่งงาน
เมื่อคืน
สำหรับคนอื่น มันเพิ่งผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง
สำหรับญา มันผ่านมาหลายเดือน รวมถึงคืนสุดท้ายที่เธอตายข้างป้ายทางเข้าหมู่บ้าน
มือเธอสั่นจนต้องวางโทรศัพท์บนโต๊ะ
ความฝันไม่มีรายละเอียดเื่ยอดเงิน ไม่มีรสเื ไม่มีอาการกระดูกแตกใต้ปลายเหล็ก เธอยังจำดวงหน้าของหญิงที่ติดอยู่ในร่างซอมบี้ได้ จำริมฝีปากที่ร้องขอความช่วยเหลือทั้งที่ฟันของร่างกำลังกัดเธอ
ญาเดินไปหน้ากระจก บีบคางตัวเองให้เงยขึ้น ตาขาวไม่มีเส้นเืดำ รูม่านตาหดตามแสง ผิวอุ่น ชีพจรที่คอเต้นเร็วแต่สม่ำเสมอ
เธอหยิบเข็มเจาะไพ่จากกล่องอุปกรณ์ จิ้มปลายนิ้ว เืสีแดงสดผุดขึ้น
มีชีวิต
ยังไม่ติดเชื้อ
ยังไม่พอ
ญาดึงลิ้นชักล่างของโต๊ะออก ใต้ผ้าห่อไพ่มีสมุดปกดำของคุณตาซึ่งเธอไม่เคยนำออกมาให้ลูกค้าเห็น หน้ากระดาษเต็มไปด้วยลายมือหมึกซีด ตารางวันเดือนปีเกิด และข้อสังเกตเกี่ยวกับอาการที่สิ่งเหนือธรรมชาติทิ้งไว้กับร่างกาย
เธอเปิดไปยังหน้าตรวจสติ วางถ้วยน้ำเปล่ากลางโต๊ะ แล้วหยิบด้ายสายสิญจน์มาผูกข้อมือซ้าย หากเป็ภาพหลอนจากพิษหรือิญญาแทรก น้ำจะสั่นตามลมหายใจผิดจังหวะ และปมด้ายจะคลายเมื่อผู้ถูกตรวจตอบชื่อตัวเองไม่ได้
ญาเคาะถ้วยสามครั้ง
“ชื่อ”
“กิตติญา”
“อายุ”
“ยี่สิบเจ็ด”
“วันเกิด”
เธอตอบครบ ไล่ต่อไปถึงชื่อพ่อ ชื่อแม่ ชื่อนที ที่อยู่บ้านคลองไทร และชื่อลูกค้าคนสุดท้าย น้ำในถ้วยนิ่งนอกจากแรงสั่นเล็กน้อยจากมือเธอ ปมด้ายยังแน่น
ญาจึงเปิดกล้องวงจรปิดหน้าห้องผ่านโทรศัพท์ ภาพย้อนหลังเมื่อคืนแสดงให้เห็นเธอกลับเข้าห้องตอนสี่ทุ่ม วางกระเป๋า จุดธูป แล้วหลับไปบนเตียง ไม่มี่เวลาหลายเดือนซึ่งเธอจำได้ ไม่มีใครพาร่างาเ็กลับมา ไม่มีรอยเืบนพื้น
ญาเขียนวันที่ลงบนหน้าว่างของสมุดคุณตา วงสามครั้ง แล้วเขียนกำกับใต้ตัวเลข
`ก่อนตลาดแตก 30 วัน`
ไม่ว่าเธอกลับมาได้อย่างไร วันนี้มีอยู่จริง และครอบครัวของเธอยังมีชีวิต
ญาดึงด้ายออกจากข้อมือ เก็บสมุดคุณตาใส่กระเป๋าสะพายแทนลิ้นชักเดิม การทิ้งมันไว้ไกลตัวเคยทำให้พ่อสบายใจ
ความสบายใจของพ่อไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดอีกแล้ว
ญาใช้กระดาษทิชชูพันนิ้ว จากนั้นเคาะขอบโต๊ะสามครั้ง สูดลมหายใจ แล้วหยิบโทรศัพท์อีกครั้ง
ชื่อ `แม่` อยู่ตรงรายชื่อติดต่อ
เธอกดโทรออก
เสียงสัญญาณครั้งแรกยาวนานเกินไป
ครั้งที่สองทำให้เธอกำขอบโต๊ะ
“ว่าไงญา โทรมาแต่เช้าเชียว”
เข่าของเธออ่อนลง
ญานั่งกับพื้นโดยไม่รู้ตัว เสียงแม่ชัดเจน มีเสียงถุงพลาสติกกับเสียงรถมอเตอร์ไซค์ผ่านด้านหลัง แม่คงกำลังจัดของหน้าร้านเหมือนทุกเช้า
“แม่อยู่ไหน”
“อยู่บ้านสิ จะให้ไปไหน”
“พ่ออยู่ด้วยไหม”
“อยู่หลังบ้าน รดน้ำต้นไม้ ญาเป็อะไรหรือเปล่า เสียงแปลก ๆ”
ญาปิดปากตัวเอง ลมหายใจสั่นออกทางจมูก
แม่ยังอยู่ พ่อยังอยู่
“ทีล่ะ”
“ยังไม่ตื่นมั้ง เมื่อคืนกลับดึก บอกว่าไปทำงานกลุ่ม” น้ำเสียงแม่เริ่มจริงจัง “มีอะไร บอกแม่มา”
“ปลุกทีให้หน่อย”
“ตอนนี้?”
“ตอนนี้เลย”
“ทะเลาะกันหรือไง”
“แม่” ญาหลับตา “ขอหนูฟังเสียงเขาหน่อย”
ปลายสายเงียบไป แม่คงได้ยินสิ่งที่เธอพยายามกลืนลงคอ เพราะไม่ได้ถามต่อ มีเพียงเสียงฝีเท้า เสียงประตูมุ้งลวด และเสียงะโเรียกนทีจากไกล ๆ
ไม่นานนักเสียงผู้ชายงัวเงียก็ดังขึ้น
“ใครอะ”
“พี่แก”
“พี่ญา?”
ญาก้มศีรษะจนหน้าผากแตะเข่า
“เออ ฉันเอง”
“โทรมาเจ็ดโมงเนี่ยนะ ลูกค้าทิ้งหรือโดนหวยกิน”
“ปากดี”
คำด่าหลุดออกมาพร้อมเสียงหัวเราะสั้น ๆ ซึ่งแตกกลางทางจนเกือบกลายเป็สะอื้น
นทีเงียบ “พี่ เป็อะไร”
“เปล่า”
“โกหก”
“ส่งโทรศัพท์ให้พ่อ”
“พ่ออยู่นอกบ้าน”
“ไปตามมา”
“พี่ญา...”
“ไปตามมาให้หน่อย”
คราวนี้นทีไม่เถียง เสียงรองเท้าแตะลากผ่านพื้น แล้วเสียงพ่อก็ดังแทรกเข้ามาจากไกล
“ใครโทรมา”
“พี่ญา พ่อคุยหน่อย”
มีเสียงรับโทรศัพท์สลับมือ ก่อนน้ำเสียงทุ้มที่ญาไม่ได้ยินมาั้แ่ก่อนโลกพังจะดังชิดไมโครโฟน
“ว่าไง”
เพียงสองคำ แข็งเหมือนเดิม ห้วนเหมือนเดิม และมีชีวิต
ญากำชายเสื้อแน่น
“พ่อ”
“อือ”
“วันนี้อย่าเพิ่งไปไหนไกลนะ”
“ทำไม”
เธอเกือบบอกทุกอย่าง ซอมบี้ ไวรัส วันที่ตลาดแตก ภาพตัวเองตาย แต่รู้ว่าพ่อจะถามหาหลักฐาน แม่จะคิดว่าเธอฝันร้ายเพราะหมกมุ่นกับศาสตร์ของคุณตา และนทีอาจเชื่อเธอมากพอจะทำเื่เสี่ยงโดยไม่รอ
เธอยังมีเวลาสามสิบวัน
ไม่สิ อาจน้อยกว่านั้น
“คืนนี้หนูจะกลับบ้าน”
“มีงานไม่ใช่หรือ”
“ยกเลิกแล้ว”
“มีเื่อะไร”
ญามองสมุดปกดำซึ่งโผล่จากกระเป๋า “หนูอยากให้พ่อเตรียมห้องคุณตาไว้”
ปลายสายเงียบ
“จะกลับมารื้อของพวกนั้นอีกหรือ”
น้ำเสียงพ่อเปลี่ยนทันที ไม่ดังขึ้น แต่แข็งจนญาจำคืนที่ทะเลาะกันครั้งสุดท้ายได้ พ่อเคยโยนกล่องเครื่องรางออกจากบ้าน บอกว่าคุณตาสอนให้เธอหาเงินจากความกลัวของคน และไม่ยอมให้ลูกสาวเดินตามทางเดียวกัน
“หนูต้องใช้”
“ใช้ทำงานดูดวงก็ใช้ของแกในเมือง บ้านนั้นปิดไว้ก็ดีแล้ว”
“มันไม่ใช่แค่เื่ดูดวง”
“ญา”
คำเรียกชื่อเดียวเป็ทั้งคำเตือนและคำสั่งให้หยุด
เธอกำโทรศัพท์แน่น ในชีวิตก่อนเธอเลือกวางสายแล้วไม่กลับบ้านหลายเดือน เพราะไม่้าได้ยินว่าความรู้จากคุณตาเป็เื่ไร้สาระอีก
ผลของการรักษาศักดิ์ศรีคือเธอตายห่างจากครอบครัวสามกิโลเมตร
“พ่อไม่ต้องเชื่อหนูตอนนี้” เธอพูด “แต่อย่าแตะของในห้องนั้น และอย่าทิ้งอะไรเพิ่ม หนูจะกลับไปจัดการเอง”
“จะสั่งพ่อจากในเมืองหรือ”
“ใช่”
คำตอบทำให้ทั้งคู่เงียบ
ญาได้ยินเสียงแม่ถามอยู่ไกล ๆ ว่าทะเลาะอะไรกัน พ่อถอนหายใจผ่านจมูก
“จะมาก็มาสิ บ้านตัวเอง แต่ถ้าจะกลับมาเพราะเื่ของตา เราค่อยคุยกันต่อหน้า”
“ค่ะ”
“แล้วโทรมาเสียงสั่นแบบนี้ ถ้ามีปัญหาเื่เงินจริงก็บอก ไม่ต้องเอาลางเอาฝันมาอ้อม”
“หนูไม่ได้มีปัญหาเื่เงิน”
ยังไม่มี อย่างน้อยก่อนเธอนำเงินเก็บทั้งหมดไปเปลี่ยนเป็อาหาร น้ำ ยา และเชื้อเพลิง
“งั้นก็ขับรถดี ๆ”
พ่อวางสายก่อนตามนิสัย
ญานั่งฟังเสียงเครื่องปรับอากาศอยู่ไม่ถึงสิบวินาที ก่อนกดโทรกลับ
ครั้งนี้แม่รับสาย
“เมื่อกี้คุยอะไรกัน พ่อแกเดินหน้าตึงไปหลังบ้านแล้ว”
“แม่เปิดลำโพงให้หน่อย เรียกพ่อกับทีมาฟังด้วย”
“ญา—”
“ขอครั้งเดียว”
เสียงปลายสายเงียบไป จากนั้นมีเสียงประตูมุ้งลวด นทีถามว่าเกิดอะไรขึ้น แม่เรียกพ่อสองครั้ง กว่าจะได้ยินเสียงรองเท้าแตะหยุดอยู่ใกล้โทรศัพท์
ไม่มีใครพูดว่าพร้อมแล้ว
ญาเลื่อนตัวลงนั่งกับพื้นข้างเตียง หลังพิงผนัง เธอวางสมุดคุณตาไว้ตรงหน้าแล้วกดฝ่ามือลงบนปก ไม่ให้มือสั่นส่งผ่านไปถึงเสียง
“หนูไม่ขอให้ทุกคนเชื่อเื่ลาง ไม่ต้องเชื่อเื่วิชาคุณตา แล้วก็ไม่ต้องเชื่อว่าหนูอธิบายทุกอย่างได้”
พ่อถอนหายใจ แต่ยังไม่ตัดสาย
“หนูขอสิบห้าวัน”
นทีเป็คนถาม “สิบห้าวันทำอะไร”
“ให้หนูกลับบ้าน จัดของ ย้ายไปบ้านคุณตา แล้วเตรียมน้ำ อาหาร ยา ไฟสำรองกับทางเข้าออก” ญาหยุดหายใจหนึ่งครั้ง “ทุกคนช่วยหนูสิบห้าวัน ทำตามแผนเท่าที่ไม่ทำให้ใครเจ็บตัว หลังจากนั้นถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้น หนูจะหยุด”
แม่ถามว่าเธอกำลังกลัวอะไร
ญามองรอยแผลซึ่งไม่มีอยู่เหนือข้อเท้า เห็นภาพป้ายบ้านคลองไทรสามกิโลเมตรซ้อนอยู่บนพื้นห้อง
“หนูกลัวกลับไปไม่ทันอีก”
คำสุดท้ายหลุดเบากว่าที่ตั้งใจ
ปลายสายไม่มีเสียงถามว่า *อีก* หมายถึงเมื่อไร พ่อคงได้ยินลมหายใจของเธอ แม่คงได้ยินสิ่งที่เธอพยายามกลืนลงคอ ส่วนนทีซึ่งจับโกหกเธอเก่งที่สุดกลับเงียบ
ญาก้มศีรษะจนหน้าผากแตะสันสมุด
“หนูรู้ว่ามันฟังดูบ้า รู้ว่าหนูหายจากบ้านไปนาน แล้วตอนนี้กลับมาสั่งทุกคนเหมือนมีสิทธิ์” นิ้วเธอกดปกสมุดจนเจ็บ “ครั้งนี้ไม่ใช่คำสั่ง หนูขอร้อง”
แม่หายใจเข้าใกล้ไมโครโฟน เสียงผ้าถูกขยับ ก่อนแม่จะบอกว่าสิบห้าวันได้ แต่ญาต้องเปิดรายการเงินกับของที่ซื้อให้ดู และห้ามหายไปทำอะไรคนเดียว
นทีรับ่ทันที เขาจะช่วยเื่ไฟ น้ำ และงานช่าง แต่ทุกอย่างที่เสี่ยงต้องบอกเหตุผล เขามีสิทธิ์หยุดงานหากเห็นว่าไม่ปลอดภัย
พ่อยังไม่ตอบ
ญารอจนเสียงเครื่องปรับอากาศตัดการทำงาน ห้องเงียบลงทันที
สุดท้ายพ่อพูด “สิบห้าวัน”
เพียงเท่านั้น
จากนั้นเขาวางเงื่อนไขว่าไม่มีใครเปิดห้องคุณตาหรือทำพิธีในบ้านโดยไม่คุยกับเขาก่อน หากครบกำหนดแล้วไม่มีเหตุผลพอ ทุกอย่างต้องหยุด
“ค่ะ”
“แล้วอย่าคิดว่าเชื่อเื่ที่แกยังไม่ยอมบอก”
“หนูรู้”
“แค่เชื่อว่าแกไม่เคยขออะไรแบบนี้”
ญาหลับตา กอดสมุดเข้าหาตัว
สิบห้าวันไม่ใช่เวลามากพอจะพิสูจน์วันสิ้นโลกตามความทรงจำเดิม แต่เป็เวลามากพอจะพาพวกเขาเข้าไปอยู่หลังรั้วเดียวกัน
หลังวางสาย โทรศัพท์ยังอุ่นในมือ ชื่อทั้งสามคนอยู่ในประวัติการโทรเดียวกัน เป็หลักฐานธรรมดาที่มีค่ากว่าสิ่งใดซึ่งเธอเคยมี
ญาเช็ดหน้า ลุกขึ้น และเปิดสมุดคิวลูกค้า
เธอขีดฆ่านัดทั้งหมดในวันนี้ เปิดแอปธนาคารอีกครั้ง แล้วจดยอดเงินที่ใช้ได้ลงมุมกระดาษ เงินก้อนนั้นเคยเป็ค่าเช่าห้อง ค่าผ่อนรถ และเงินสำรองยามป่วย ตอนนี้มันต้องกลายเป็เวลาที่ครอบครัวจะมีชีวิตอยู่
ญาเปิดหน้าว่าง เขียนตัวเลขสามสิบไว้บนสุด แล้วลากเส้นแบ่งรายการ
เงินสด
น้ำ
อาหาร
ยา
เชื้อเพลิง
บ้านคุณตา
เธอเติมคำว่า `วันนี้` หลังเงินสดกับบ้านคุณตา เติม `สามวัน` หลังน้ำและยา ส่วนอาหารกับเชื้อเพลิงยังเว้นว่างไว้จนกว่าจะรู้ว่าดึงครอบครัวออกจากชีวิตปกติได้เร็วแค่ไหน
ใต้รายการสุดท้าย เธอเขียนชื่อพ่อ แม่ และนที กดปากกาจนกระดาษเกือบขาด
ครั้งนี้เธอจะกลับไปก่อน
เสียงแจ้งเตือนข่าวดังจากโทรศัพท์
ญาเหลือบมองอย่างไม่ตั้งใจ พาดหัวสั้น ๆ ปรากฏบนหน้าจอ
`ชายคลุ้มคลั่งกัดเ้าหน้าที่ระหว่างควบคุมตัว จังหวัดใกล้เคียงเร่งตรวจสอบสารเสพติด`
ปลายปากกาหยุดค้าง
เธอเปิดข่าว ภาพจากกล้องโทรศัพท์สั่นไหว ชายเสื้อเปื้อนเืถูกเ้าหน้าที่สามคนกดกับพื้น เขายังดิ้นทั้งที่แขนบิดผิดรูป ก่อนเงยหน้ากัดข้อมือคนที่อยู่ใกล้ที่สุด
ญาจำเสียงคนถ่ายซึ่งหอบอยู่หลังกล้องได้
มันเคยปรากฏก่อนวันระบาดสิบเก้าวัน
ไม่ใช่สามสิบวัน
เธอมองตัวเลขบนหัวกระดาษ แล้วมองวันที่บนโทรศัพท์อีกครั้ง
สิบเอ็ดวันหายไปจากอนาคตที่เธอรู้จัก
เสียงในคลิปยังเล่นต่อ เ้าหน้าที่ร้อง คนถ่ายถอยหนี และชายบนพื้นลุกขึ้นเร็วกว่าคนาเ็ควรทำได้
ญาปิดคลิป
เครื่องปรับอากาศยังทำงานเท่าเดิม แต่ปลายนิ้วซึ่งจับโทรศัพท์เย็นลง
เธอย้อนกลับมาก่อนวันสิ้นโลกจริง
แต่วันสิ้นโลกไม่ได้ย้อนกลับมาตามความทรงจำของเธอ