ในที่สุดเ้านกน้อยขนสวยก็ไม่ได้บินพึ่บพั่บไปมาในกรงให้นางเห็นอีก...
ชะตากรรมของสัตว์เลี้ยงตัวล่าสุดนั้นแตกต่างจากที่แล้วมาเพราะมันยังมีชีวิตอยู่ แต่จะมีชีวิตอยู่ที่แห่งหนใดในตอนนี้ นางมิอาจทราบได้เื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากสาเหตุว่านางกลัวนกจะตายคากรงเพราะฝีมือการเลี้ยงสัตว์อันย่ำแย่ของนาง...ตามที่สืออวิ๋นขยันค่อนขอดหรอกนะแต่เป็เพราะจิตเมตตาจากก้นบึ้งของหัวใจทำให้ตัดใจยกนกป่าตัวนั้นให้ หลันซิ่วจูหลังจากถูกเพื่อนบ้านรบเร้าเขย่าแขนขาอยู่หลายอึดใจ
เด็กหญิงตัวอ้วนเทิดทูนนางราวกับนางฟ้าเหตุใดนางจะอยากถูกเข้าใจว่าเป็คนใจร้ายใจดำกันเล่า
“พี่เฟิ่งเอ๋อร์...พี่เฟิ่งเอ๋อร์”หลันซิ่วจูโบกมือไปมาอยู่สองสามหน เพื่อเรียกสติเพื่อนรุ่นพี่ซึ่งจิตใจกำลังจมอยู่ในห้วงความคิด
“ว่าอย่างไร” คิ้วเรียวงามข้างหนึ่งเลิกขึ้น
“จะเล่นซ่อนหากันได้หรือยังเ้าคะ”นอกจากเสี่ยวจู ยังมีลูกสาวของท่านอากับลูกบ่าวในเรือนอีกสามคนรวมถึงตานเอ๋อร์ซึ่งแม้เข้าวัยสาว แต่ก็จำเป็ต้องเล่นสนุกกับนาย
“อื้อ...เริ่มเลยเถอะ”นางกล่าวอย่างเกียจคร้านมิชอบการเล่นสนุกท่ามกลางแสงแดดแผดเผานักหรอกนางเพียงชมชอบการถูกห้อมล้อมจากผู้คนมากกว่า นอกจากคนในบ้านสกุลหวงแล้วบางครั้งบางหนก็มีคุณหนูบ้านอื่นมาเล่นด้วย
เพราะบ่าวคนหนึ่งต้องเป็คนหาเด็กๆ จึงวิ่งแยกย้ายกันไปซ่อนตามสุมทุมพุ่มไม้
หวงเฟิ่งเหยาย่อตัวแล้วคลานเข้าไปหลบแถวพุ่มต้นฝูหรง[1]ซึ่งอวดกลีบดอกสีชมพูเข้มได้ครู่หนึ่งสืออวิ๋นที่ผ่านทางมาเพราะจะไปหามารดาที่โรงครัว ก็เห็นรังมดเล็กๆกำลังปริแตกอยู่เหนือศีรษะของคุณหนูผู้เอาแต่ใจ หะแรกเขาคิดจะปล่อยผ่านกะว่าสักพักคงได้ยินเสียงกรีดร้องของนางขณะถูกมดรุมกัดแต่ด้วยคำมารดาพร่ำสอนว่าให้ทำดีกับคุณหนูให้มากเพื่อตอบแทนบุญคุณบิดามารดาของนางเขาจึงสาวเท้าเข้าไปใกล้แล้วจับกิ่งฝูหรงที่มีรังมดหวังจะหักทิ้งเสีย
ทว่าคนกำลังเล่นซ่อนแอบเมื่อเห็นเงาหนึ่งทาบทับจากทางเื้ัพลันสะดุ้งใอดนึกถึงเื่เงาดำอาฆาตที่สืออวิ๋นเคยขู่ไว้ไม่ได้พอหันมาเห็นเ้าของเงาดำเต็มตาจึงทะลึ่งลุกพรวด รังมดทั้งรังหล่นแปะอยู่บนเรือนผมมดแดงทั้งฝูงต่างกรูออกจากรังเร็วเกินกว่าฝูหรงกิ่งนั้นจะถูกหักแล้วทิ้งลงพื้นเสียอีก
หวงเฟิ่งเหยาร้องกรี๊ดชี้หน้าด่าทอคู่อริทันใด
“เ้าบ่าวนิสัยเสียเ้าแกล้งเอามดมาใส่หัวข้าทำไม”
สืออวิ๋นทำหน้าเบื่อหน่ายทำดีแต่กลับได้โทษตอบแทนแท้ๆ
“ไม่เห็นหรือว่าข้าจับกิ่งไม้ที่มีรังมดหวังจะหักทิ้งเป็คุณหนูเองที่ลุกพรวดพราดไม่ดูรอบข้างให้ถี่ถ้วน”
“อย่ามาเถียงนะเ้าจงใจแกล้งข้าชัดๆ” ขณะด่าทอก็กระทืบเท้าฮึดฮัดความแค้นในอดีตไหลหลั่งเข้ามาสุมในหัว เด็กคนอื่นๆรีบออกจากที่ซ่อนแล้ววิ่งมารวมเป็จุดเดียวคนที่มาถึงก่อนก็คือตานเอ๋อร์กับหลันซิ่วจู
หวงจิ่วหลินออกคำสั่งให้เด็กในเรือนช่วยกันดึงมดออกจากเรือนผมที่เกล้าเป็มวยสองข้างมดหลายตัวกำลังไต่ยุ่บยั่บไปตามเสื้อผ้าของญาติผู้น้องตานเอ๋อร์ขยับมือบี้มดแดงเป็ระวิง คนเป็พี่สาวขยับเคลื่อนกายถอยห่างต้นฝูหรงสภาพของหวงเฟิ่งเหยาดูไม่จืด ผมเผ้ายุ่งเหยิงน่าขบขันอยู่ไม่น้อย
จังหวะนั้นติงเฉิงคุนซึ่งเป็เพื่อนรุ่นพี่ของเด็กๆ บ้านหวงเดินมาถึงสวนใหญ่พร้อมบ่าวติดตามมีหวงจื่อฉิน เดินมาคู่กันเด็กหนุ่มคนหลังนั้นเป็พี่ชายของหวงจิ่วหลินและเป็หลานชายคนเดียวของบ้าน
“เอะอะเื่อะไรกันเล่นกันอยู่ไม่ใช่หรือ” หวงจื่อฉินถามไถ่ในขณะที่ญาติผู้น้องยังกรีดร้องไม่หยุดปาก
“สืออวิ๋นรังแกข้า”หวงเฟิ่งเหยาโวยวายด้วยประโยคเดิม
“สืออวิ๋นโยนมดใส่หัวเฟิ่งเอ๋อร์”หวงจิ่วหลินยืนยันทั้งที่ตาไม่เห็น คนถูกใส่ร้ายกลอกตาขึ้นฟ้าสองเสียงแล้วที่กล่าวหาว่าเขาจงใจกลั่นแกล้งนายน้อยของบ้าน
“ถอยออกไปนะเ้าไพร่ชั้นต่ำ”ติงเฉิงคุนผลักไหล่สืออวิ๋นคนฐานะต่ำต้อยกว่าได้แต่กำหมัดแน่นที่ถูกคุณชายสกุลติงด่าทอต่อหน้าคนอื่นทั้งที่เพิ่งมาถึงเขาไม่เห็นกับตาแต่เชื่อคำพกลมของคุณหนูจิ่วหลิน
“เ้าทำอะไรคุณหนูฮึ”ในฐานะพี่เลี้ยงคอยดูแลคุณหนูเฟิ่งเหยาตานเอ๋อร์หันมาคาดคั้นกับบ่าวรุ่นน้องด้วยอีกคน
“ข้าเห็นรังมดมันแตกจึงเอื้อมมือจะหักกิ่งฝูหรงทิ้ง เป็คุณหนูเองที่สะบัดหัวไปชนรังมดนะขอรับคุณชาย”สืออวิ๋นอธิบายความจริงกับหวงจื่อฉิน
บ่าวชายผู้นี้มีเหตุมีผลอ้างอิงเพียงพอเพราะนอกจากรังมดซึ่งถูกทิ้งบนพื้นหญ้า หวงจื่อฉินยังเห็นอีกหลายรังบนต้นฝูหรงเขาหันไปถามญาติผู้น้องด้วยน้ำเสียงตำหนิเล็กน้อย “เ้าไม่เห็นรังมดหรอกหรือ”
ถูกพี่ชายตำหนิสายตาของพี่สาวก็ราวกับบอกว่า...เ้ามันคนเซ่อซ่าเองหรอกรึ
หวงจิ่วหลินไม่โทษตัวเองที่เข้าใจผิดอีกทั้งยังใส่ความบ่าวส่งผลให้หวงเฟิ่งเหยาโกรธจนหน้าแดง เลยพาลใส่สืออวิ๋นแทน
“เ้ามีสิทธิ์อะไรมาว่าข้าโง่เง่าเซ่อซ่า”ั้แ่เกิดเื่ นิ้วเรียวเล็กยังคงชี้ใส่หน้าคู่อริไม่หยุดหย่อน
“ข้ายังไม่ได้พูดมีใครได้ยินข้าพูดสักคำไหมขอรับ”
ผู้ร่วมเหตุการณ์ต่างส่ายหน้ากันเป็ทิวแถว
“เสี่ยวจูไม่ได้ยินนะ”เด็กน้อยร่างอ้วนเป็คนแรกที่ออกความเห็น และนั่นทำให้หวงเฟิ่งเหยาไม่พอใจที่นางเข้าข้างศัตรู
“ข้าบอกว่าถูกเ้าหน้าดำนี่รังแกก็ต้องเป็ไปตามข้าพูดสิ”
หลันซิ่วจูสะดุ้งเฮือกถอยหลังกรูด
“ทำไม...” และเด็กหญิงตัวอ้วนกลมก็จำต้องหุบปากฉับแล้วจริงๆ เมื่อสบเจอสายตาขวางๆของหวงเฟิ่งเหยา นางหันไปมองสืออวิ๋นก่อนก้มหน้าลงเป็เชิงขอโทษ...ข้าไม่กล้าขัดใจพี่เฟิ่งเอ๋อร์
คุณหนูเฟิ่งเหยาเอาแต่ใจที่สุดเพราะนายผู้เฒ่ารักและเลี้ยงดูแบบตามใจไม่มีใครอยากมีเื่กับนาง แต่ละคนล้วนทำหน้าเหลอหลา ผิดกับสืออวิ๋นที่ถอนหายใจเฮือกหนึ่งนั่นเท่ากับสะกิดต่อมอารมณ์อันคุกรุ่นของนางให้พลุ่งเพริดทว่าก่อนนางจะทันะเิอารมณ์เต้นเหยงๆ ด่าทอเขาติงเฉิงคุนก็กล่าวหาทางออกเพื่อปกป้องนางอีกทั้งเอาหน้าให้หวงเฟิ่งเหยาพอใจในตัวเขา
“เห็นท่าอย่างนี้คงไม่รับผิดง่ายๆเื่คงต้องถึงท่านผู้เฒ่าแล้วกระมัง”
เมื่อมีคนชี้โพรงสนับสนุนหวงเฟิ่งเหยาเลยได้ทีวิ่งไปหาท่านปู่ เด็กคนอื่นจึงแยกย้ายกันไปคนละทิศละทางเพราะเื่เล่นสนุกกลายเป็ไม่สนุกเสียแล้ว
หวงเฟิ่งเหยาคร่ำครวญสะอึกสะอื้นปล่อยน้ำตานองหน้าเนื้อตัวมอมแมม ผมเผ้ารุงรัง ส่วนหนึ่งก็เพราะนางทึ้งดึงผมตัวเองสร้างภาพอันน่าเวทนาระหว่างทางมาหาปู่ที่ห้อง
“เขาถือดีอะไรมากลั่นแกล้งเฟิ่งเอ๋อร์เ้าคะท่านปู่”น้ำตาอีกหลายหยดถูกเค้นจนพรั่งพรู
โอ...นางหงส์น้อยของเขาช่างน่าสงสารนักติงเฉิงคุนจึงร่วมสำทับเป็มั่นราวกับเห็นด้วยตา
“เ้าบ่าวชั้นต่ำนั่นจงใจทำรังมดตกใส่เฟิ่งเอ๋อร์ควรหรือขอรับที่พวกเราจะปล่อยเ้าคนเหิมเกริมไม่ลงไม้สักหลายๆ หน”
“เ้าทำเช่นนั้นจริงรึ”ก่อนจะลงโทษเอาความกับบ่าว หวงซวน้ารู้ความจริงทั้งหมดสอบถามจากหลานสาว ติงเฉิงคุนกับสืออวิ๋นแล้ว เขาก็จะสอบปากคำคนอื่นๆ ในเหตุการณ์ร่วมด้วย
แต่สืออวิ๋นกลับไม่ปริปากอธิบายหรือแก้ตัวใดๆแม้แต่น้อย เขามิใช่จนมุมจนยอมรับผิดแต่ผู้น้อยเช่นเขาไม่อยากเห็นนายผู้เฒ่าต้องปวดหัวสืบสาวราวเื่วุ่นวายอีก
“เห็นหรือไม่เ้าคะเขากลัวความผิดจนไม่กล้าพูด ท่านปู่ต้องลงโทษเขานะเ้าคะ เฟิ่งเอ๋อร์ไม่ยอมจริงๆด้วย” ใบหน้าสวยหวานเกินวัยออกอาการบูดบึ้งยิ่งท่านปู่เสียเวลาวิเคราะห์คดีนี้เนิ่นนาน นางยิ่งรบเร้าไม่เลิก
สืออวิ๋นมองภาพเบื้องหน้าอย่างอ่อนอกอ่อนใจนายท่านอายุปูนนี้ ควรจะได้อยู่อย่างสงบ ไม่มีเื่จุกจิกกวนใจ
“ลงโทษข้าเถอะขอรับนายผู้เฒ่า”ให้ท่านลงโทษเขาแล้วก็จบเื่หนนี้ไปเถิด
ชายชรารู้แก่ใจเด็กหนุ่มที่เติบโตในบ้านสกุลหวงคนนี้ไม่มีทางกล้ากลั่นแกล้งหลานสาวเขาเพื่อความสนุกแต่เขาก็ไม่อาจขัดใจหลานสาวที่ ฟูมฟายน้ำตานองได้เช่นกันคำตัดสินจึงค่อนไปทางไกล่เกลี่ยให้เลิกแล้วต่อกัน
“เห็นแก่เ้าอาจจะยังไม่รู้ความไปคุกเข่าสำนึกผิดที่ลานหินหลังเรือนสักครึ่งชั่วยามก็แล้วกัน”
“แค่คุกเข่าครึ่งชั่วยามหรือเ้าคะทำไมไม่โบยเขาสักสิบยี่สิบไม้” หวงเฟิ่งเหยาปาดน้ำตาทิ้งนางไม่พอใจกับโทษเพียงเล็กน้อยที่สืออวิ๋นจะได้รับ
“โบยขนาดนั้นคนได้ตายกันพอดี ปู่เ้าไม่มีลูกชายจะใช้คืนเหนียงเซียงนะ”
จริงสิ...นางลืมเหนียงเซียงไปได้อย่างไรโทษของสืออวิ๋นไม่ถึงขั้นตายก็จริงอยู่แต่นางอยากให้เขาทรมานมากกว่านี้สักนิดก็ยังดี จะได้ชดเชยทบต้นทบดอกกับคดีที่ผ่านๆมา
“ถ้าอย่างนั้นให้เขาคุกเข่าจนกว่าท่านปู่จะสั่งให้เลิกไม่มีคำสั่งจากท่าน ห้ามลุกไปไหนเด็ดขาด ดีหรือไม่เ้าคะ”
อืม...ก็แค่คุกเข่านานหน่อยเด็กหนุ่มร่างกายแข็งแรงคงจะไม่ลำบากกระไรมากหวงซวนเห็นทีให้เื่มันจบเร็วที่สุด จึงยินยอมให้ทำตามคำของหลานสาว
“ทำตามที่นางบอกเถอะนะ”
สืออวิ๋นรับคำยินยอมรับโทษตามความ้าของหวงเฟิ่งเหยา โทษครึ่งชั่วยามอาจจะเพิ่มมาเป็หนึ่งชั่วยาม เขาคิดว่าตนเองทนได้ เมื่อนางยินยอมเลิกราต่างคนต่างแยกย้าย หวงซวนกลับเข้าไปพักผ่อนในห้องนอนส่วนติงเฉิงคุนเห็นสมควรแก่เวลาจึงลากลับ
หลังอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่แล้วเด็กหญิงอายุสิบเอ็ดก็เดินวางมาดนำหน้าตานเอ๋อร์ไปหาคนถูกทำโทษที่ลานหินด้านหลังบ้านสกุลหวง
“สมน้ำหน้าเ้าคนไร้หัวคิดหน็อย...อยากมาตอแยข้าดีนัก” นางหัวเราะร่าเมื่อตนเองเป็ต่อแต่สืออวิ๋นกลับไม่ไยดีกับท่าทางของนางนัก
เขาจะทำเป็ไม่สนใจนางไม่ได้!หวงเฟิ่งเหยารู้สึกไม่พอใจที่ตนเองถูกเมิน
“เงยหน้ามองข้าเดี๋ยวนี้นะ”
“พอเถอะเ้าค่ะประเดี๋ยวนายผู้เฒ่ามาเห็นเข้าจะดุเอานะเ้าคะ” ตานเอ๋อร์ดึงแขนคุณหนูของตนไว้
“ท่านปู่ไม่กล้าดุข้าเพราะเ้านี่หรอก”นางเชิดหน้ากล่าวกับพี่เลี้ยง ก่อนหันมาหาเื่สืออวิ๋นต่อ “ข้าบอกให้เงยหน้าอย่างไรเล่า”
“จะเงยทำไมในเมื่อข้าไม่ได้อยากเห็นหน้าคุณหนูเสียหน่อย” คนไม่อยากพูดก็บังคับให้ต้องพูดอดไม่ได้สืออวิ๋นจึงยั่วโมโหนาง
เ้าบ้ากำเริบเสิบสานผู้นี้ไม่อยากมองหน้าข้าอย่างนั้นรึ!
หวงเฟิ่งเหยาเท้าสะเอวก้มตัวแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ บ่าวที่นางชังน้ำหน้า หลังจากนั้นก็หัวเราะใส่หน้าเขาจนสืออวิ๋นอยากจับนางหงส์น้อยของนายผู้เฒ่ามาหักคอเสียให้ตายคามือ
[1]พุดตาน