"...?" ั อนธการ ยื่นนิ่งงันต้องมองสิ่งตรงหน้า จิ๋นเม่ยหลงค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างช้าๆตอนนี้เขารู้สึกว่าร่างกายของตนเองเบาอย่างกับเมฆจิ๋นเม่ยหลงตรวจสอบสภาพร่างกายของตนเองขึ้นครั้งนึงพลังมารที่อยู่รอบๆตัวยังคงแพร่ขยายอย่างบ้าคลั่งอยู่ "นี่..เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของข้า" ใบหน้าของจิ๋นเม่ยหลงแปลกประหลาดอย่างยิ่ง "ร่างกายของเ้ากำลังจะมีบางส่วนเปลี่ยนแปลง" เสียงเรียบเฉยของั อนธการ ดังขึ้น
"ทำสมาธิซะ ไม่ต้องคิดถึงสิ่งใดอื่น" จิ๋นเม่ยหลง หลับตาทำสมาธิตามที่ ั อนธการ ได้กล่าวไว้ ไม่นานนักร่างกายก็บังเกิดบางสิ่งบางอย่างขึ้นทุกส่วนของร่างกายบิดกระตุกอย่างรุนแรง "อึ๊ก" จิ๋นเม่ยหลงกลืนน้ำลายลงคอ เส้นผมของจิ๋นเม่ยหลงแรกเริ่มเดิมทีที่เป็สีดำตอนนี้เริ่มจะกลายเป็สีขาวราวกับหิมะมองดูแล้วน่าหลงไหลอย่างที่สุด จิ๋นเม่ยหลงก็ยังคงหลับตาทำสมาธิอยู่ ไม่รู้วันและเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่เพราะ จิ๋นเม่ยหลงจดจ่อกับการทำสมาธิ ตามคำสั่งของ ั อนธการ
พลังมารที่คลุ้มคลั่งมาตลอดค่อยๆหายไปจิ๋นเม่ยหลงค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นเขารู้สึกว่าในร่างกายขอตนเองมีบางสิ่งบางอย่างถูกแปรเปลี่ยนไปจากเดิมหน้าอกของจิ๋นเม่ยหลงกระเพื่อมขึ้นลงอย่างถี่ยิบ "ในที่สุดก็การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายก็เสร็จสิ้น" จิ๋นเม่ยหลง ยังคงงุนงงอยู่เสียงั อนธการก็พูดขึ้น "เสร็จแล้ว? ไม่คิดว่าจะไวปานนี้" สีหน้ายิ้มเบิกบานของจิ๋นเม่ยหลงเผยออกทันที "เ้าโง่เวลามันร่วงเลยมาห้าเดือนแล้ว!!" ั อนธการ ตะคอกกลับไป
จิ๋นเม่ยหลง ใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็โง่เง่าทันที "หะห้าเดือน!!" ถ้ารวมกับปัจจุบันตอนนี้จิ๋นเม่ยหลงก็อาศัยอยู่ในโลกมายาของ ั อนธการ มาเจ็ดปีแล้วตอนนี้ตนเองสมควรที่จะมีอายุสิบสองปี "นับว่าโชคของเ้ายังดีไม่แม้แต่ร่างกายของเ้าจะได้รับการเปลี่ยนแปลงจุดกำเนิดพลังปราณของเ้ายังถูกสร้างขึ้นมาใหม่อีกด้วย" ั อนธการ พูดขึ้นด้วยเสียงเรียบเฉยเ็าดั่งเช่นเดิม
"พลังปราณ ข้าสามารถใช้พลังปราณได้แล้ว?" ท่าทีของของจิ๋นเม่ยหลงเปลี่ยนเป็ะโโลดเต้นด้วยความดีใจ
"เหอะ อย่าลืมว่าสิ่งที่เ้าต้องทำต่อจากนี้คือสิ่งใด" สิ่งที่ ั อนธการ หมายถึงก็คือการรับสืบทอดพลังจากตนยังไม่จบ
"ข้าสมควรรู้" จิ๋นเม่ยหลง นั่งลงหลับตาซึมซับพลังจาก ั อนธการ ทันที
"ดีที่เ้ายังรู้" น้ำเสียงเ็าของั อนธการ ดังขึ้นอีกครา ั อนธการ จ้องมองไปยังร่างของจิ๋นเม่ยหลง บังเกิดคลื่นระลอกหนึ่งภายในใจ "เร็วมาก" ดวงหน้าสีเหลืองอำพันของ ั อนธการ เปิดโตขึ้น เพราะความเร็วในการซึมซับพลังของจิ๋นเม่ยหลงเร็วกว่าเดิมหลายเท่า!!
ห้าปีต่อมา จิ๋นเม่ยหลงมีอายุครบสิบเจ็ดปีแล้ว "ทำไมพลังของข้าไม่เพิ่มขึ้นเลย" จิ๋นเม่ยหลงโตขึ้นมากลายเป็บุรุษรูปงามหน้าตาหล่อเหลาผิวพรรณขาวนวลราวกับอิสตรีเส้นผมขาวราวกับหิมะยาวจนถึงกลางหลังปริวพริ้วไสวแม้จะไม่มีลมพัดผ่านก็ตาม จิ๋นเม่ยหลง ซึมซับจาก ั อนธการ มาได้แค่ หกส่วนเอง!! "อาจเป็เพราะข้าได้ใช้พลังบางส่วนลงไปในกำลังข้ามมิติของเ้า" ั อนธการ ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเ็าเช่นเดิม
พลังของ ั อนธการ ที่ได้รับจากการสืบทอดจิ๋นเม่ยหลงสมควรที่จะได้รับมาทั้งหมด แต่มันกลับได้มาแค่หกส่วน ท่าทีของจิ๋นเม่ยหลงที่ไม่สามารถรับพลังทั้งหมดของ ั อนธการ ก็ปกติไม่ได้กล่าวทักท้วงใดๆแค่นี้ก็นับว่าเป็บุญคุณใหญ่หลวงแก่มันแล้ว "ในเมื่อเ้าก็กลับมามีพลังปราณแล้วสมควรที่จะได้เวลาฝึกฝนวรยุทธ์" สิ้นเสียง ั อนธการ ก็พลันปรากฏลำแสงสายหนึ่งพุ่งเข้ากลางหน้าผากของจิ๋นเม่ยหลง
"!!!!?" จิ๋นเม่ยหลง ยืนแน่นิ่งใบหน้าตะลึงงันั์ตาสั่นระริก
"กระบี่เดียวสังหารเทพ" "ลมหายใจั" "ัล่องนภา" "สถิตร่างเทพั" "ัอหังการ" "ัย่ำดารา"
ั อนธการ ที่เห็นจิ๋นเม่ยหลงยืนงงสับสนอยู่ก็พลันเปิดปากพูดขึ้น "เ้าคงจะจดจำได้หมดแล้วกระมั้ง?" จิ๋นเม่ยหลง ค่อยๆดึงสติของตนเองกลับคืนมาทีละนิด "กระบี่เดียวสังหารเทพ,ลมหายใจั,ัล่องนภา,สถิตร่างเทพั,ัอหังการ,ัย่ำดารา นี่ข้าต้องฝึกมันทั้งหมดนี่?" จิ๋นเม่ยหลง ถาม ั อนธการ ลมหายใจหอบถี่ด้วยความตื่นเต้น ในชีวิตทุกคนล้วน้าเป็ผู้ฝึกยุทธ์แต่จิ๋นเม่ยหลงที่เกิดมาไม่มีพลังปราณตอนนั้นจึงล้มเลิกความคิดนั้นไป แต่วันนี้ความปรารถนาของมันกลายเป็ความจริงแล้ว
"ใช่เ้าต้องฝึกฝนวรยุทธ์ทั้งหมดที่ข้าได้ถ่ายทอดไป "กระบี่เดียวสังหารเทพ" แม้ตัวเ้าในตอนนี้สามารถที่จะฝึกฝนมันได้แต่ก็ไม่สามารถที่จะใช้มันได้ กระบี่เดียวสังหารเทพ เป็การรวมรวบพลังปราณทั้งหมดในร่างใส่ลงในการใช้ออกด้วยกระบี่ พลังปราณต้อยต่ำเช่นเ้าในตอนนี้จึงไม่สามารถที่จะใช้ได้ ส่วน "ลมหายใจั" ตัวเ้าในตอนนี้สามารถที่จะฝึกฝนแล้วใช้มันได้กระบวนท่านี้คืออะไรเมื่อเ้าใช้มันก็จะรู้เอง "ัล่องนภา" กระบวนท่านี้เมื่อเ้าฝึกฝนมันสำเร็จเ้าจะสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้อย่างอิสระและมันยังช่วยหนุนเสริมการเคลื่อนไหวของเ้าอีกด้วย "สถิตร่างเทพั" กระบวนท่านี้ไม่จำเป็ต้องฝึกฝน "สถิตร่างเทพั" จำต้องใช้ผู้ถ่ายทอดกับผู้รับสืบทอดผสานจิตรวมเป็หนึ่งกระบวนท่านี้จะหลอมรวมพลังของทั้งคู่เข้าด้วยกัน"
"ัอหังการ" กระบวนท่านี้ก็ไม่จำเป็ต้องฝึกฝนเช่นกัน เมื่อเ้าสำเร็จการฝึกฝนมันจะเพิ่มพูนพลังปราณของเ้าของอย่างมหาศาลสุดท้าย "ัย่ำดารา" กระบวนท่านี้มันจะเสริมพลังกายของเ้ายิ่งเ้าแข็งแกร่งเท่าไหร่มันก็ยิ่งเพิ่มพลังให้กับเ้าไปมากเท่านั้น แต่มันยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ "ัย่ำดารา" มีด้วยกันทั้งหมดสามขั้น ขั้นแรกเพิ่มพูนพลัง ขั้นที่สองจิตเทพั ขั้นนี้ประสาทััทั้งห้าของเ้าจะเฉียบคมมากขึ้นกว่าเดิมหลายพันเท่า!! ขั้นที่สามกายาเทพั ขั้นนี้จะเสริมสร้างกล้ามเนื้อและกระดูกของเ้าให้แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม" ั อนธการ อธิบายแต่ละกระบวนยุทธ์ให้กับจิ๋นเม่ยหลงฟัง หวังเด็กน้อยผู้นี้มันจะเข้าใจ
"ข้าเข้าใจแล้ว" จิ๋นเม่ยหลงทำสมาธิแล้วเริ่มฝึก "ลมหายใจั" เป็กระบวนท่าแรก
หนึ่งเดือนผ่านไป.. จิ๋นเม่ยหลง สองมือกำชับกระบี่คู่ "ลมหายใจั" พลังมารอันหนาแน่นค่อยๆอาบไล้ไปทั่วกระบี่ทั้งสอง "ลมหายใจั" ไม่ใช่กระบวนท่าโจมตีแต่อย่างใดแต่มันเป็การใช้พิษอาบไปทั่วกระบี่และแน่นอนพิษนี้ไม่ใช่พิษธรรมดาๆแต่จิ๋ยเม่ยหลงยามไหนนี้เลยจะรู้
"หนึ่งเดือนสำเร็จวิชา "ลมหายใจั" นับว่ารวดเร็วยิ่งนัก พลังปราณของมันเองกเพิ่มพูนขึ้นมากกว่าเดิม" เสียงของ ั อนธการ ดังขึ้น ดวงตามองสำรวจไปรอบๆตัวของจิ๋นเม่ยหลง พลังปราณของจิ๋นเม่ยหลงตอนนี้อยู่ที่ ปราณแตกฉานขั้นสอง
เจ็ดเดือนผ่านไป จิ๋นเม่ยหลง ฝึกฝน "ัล่องนภา" กับ "ัย่ำดารา" สำเร็จแล้ว พลังปราณเองก็เพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ ปราณแตกฉานขั้นที่แปด ัล่องนภา ทำให้จิ๋นเม่ยหลงในตอนนี้สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้อย่างอิสระส่วน ัย่ำดาราเองก็ทำให้การโจมตีของจิ๋นเม่ยหลงทวีความรุนแรงขึ้นเป็เท่าตัว!!
อีกสีเดือนต่อ "กระบี่เดียวสังหารเทพ" ก็ฝึกสำเร็จจนได้นับมาตั่งแต่แรกเริ่มฝึกฝนวรยุทธ์ของ ั อนธการ ก็ผ่านมาแล้วอีกหนึ่งปีตอนนี้จิ๋นเม่ยหลงอายุครบสิบแปดปีพลังที่ซึบซับจาก ั อนธการ มาได้หกส่วนบวกกับฝึกฝนพลังยุทธ์ ตอนนี้ก็สมควรที่จะออกไปยังโลกภายนอกได้แล้ว "สิบสองปีที่ข้ากับเ้าใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน สิบสองปีที่ข้าเห็นการเปลี่ยนแปลงมากมายในตัวเ้า สิบสองปีที่ทำให้การตัดสินใจของข้าไม่ผิดหวัง" ครั้งนี้ เสียงของั อนธการ ฟังดูแล้วอ่อนโยนยิ่งนัก "รับไป ข้าใช้พลังของข้าถึงสี่ส่วนในการระบุตำแหน่งดินแดนที่เ้า้าให้แล้ว" กำไลข้ามมิติค่อยๆปรากฏขึ้นในมือของจิ๋นเม่ยหลง
"สิ่งเดียวที่ข้าสามารถตอนแทนท่านได้ก็คือการทำให้เจตนารมณ์ของท่านเป็จริงและข้าก็จะทำมันให้สำเร็จ" จิ๋นเม่ยหลง คุกเข่าก้มหัวหน้าผากแนบกับพื้น "เ้าเด็กโง่ อย่ายึดติดกับเจตนารมณ์ของข้ามากนัก ตอนนี้ไม่มีสิ่งใดที่ข้าจะมอบให้เ้าอีกแล้วแม้สิ่งที่เ้าจะต้องเจอต่อจากนี้ก็จงต้องใช้กำลังของตัวเองเท่านั้นไม่อาจขอให้ข้ายื่นมือช่วย" ั อนธการ กล่าวบอกต่อจิ๋นเม่ยหลง
จิ๋นเม่ยหลง ค่อยๆลุกขึ้น "เ้าจะใช้กำไลข้ามมิติเลยหรือไม่?" ั อนธการ พูดขึ้น "ยังก่อนข้ายังมีบางสิ่งบางอย่างที่ต้องทำอยู่ในดาวดวงนี้ ท่านสามารถส่งข้ากลับไปยังที่ๆข้าเข้ามาได้หรือไม่?" จิ๋นเม่ยหลงพูดออกมาพร้อมกับสีหน้าคาดหวังเล็กน้อย
ครืนนน.. ปรากฏแสงสว่างวงเล็กๆ ใช่แล้วมันก็คือแสงสว่างที่จิ๋นเม่ยหลงเห็นครั้งแรกก่อนที่จะเข้ามายังโลกมายาของ ั อนธการ "หมื่นปีที่แล้วที่ๆข้าได้สร้างมันไว้เป็เพียงยอดูเาสูงลูกหนึ่งกาลเวลาผ่านไปหมื่นปีข้าเองก็ไม่รู้ว่าปัจจุบันมันเป็สถานที่เช่นไร ถ้าเ้า้าที่จะทำตามเจตนารมณ์ของข้าก็สมควรทำให้เต็มความสามารถดั่งที่ใจเ้าคาดไว้" ั อนธการ พูดทิ้งท้ายไว้ "ถ้างั้นข้าคงต้องขอตัวก่อน" จิ๋นเม่ยหลงกำลังหันหลังเดินเข้าไปััแสงสว่าง เสียงของั อนธการ ก็ดังขึ้นอีกครั้ง "เดี๋ยวก่อน รับสิ่งนี้ไป" คำภีร์เก่าๆม้วนหนึ่งกับแหวนเก่าๆหนึ่งวงตกลงตรงข้างหน้าจิ๋นเม่ยหลง
จิ๋นเม่ยหลง หยิบมันขึ้นมาดูแล้วก็เอ่ยปากถามกลับ "สิ่งนี้คือ?"
"มันคือคำภีร์อันเชิญถ้าเกิดเ้าพบเจอวิกฤตที่ไม่สามารถต่อกรได้จงใช้มันและแหวนวงนั้นมันจะทำการปกปิดพลังที่แท้จริงของเ้าและมันจะทำให้การเลื่อนขั้นของระดับพลังปราณช้าลงตัวเ้าในตอนนี้ข้ารับปากได้เลยว่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวกับเ้าไม่มีใครสามารถต่อกรกับเ้าได้แน่นอนการที่พลังของเ้ามากมายในดาวต้อยต่ำเช่นนี้มันจะเกิดปัญหาใหญ่ตามมาการปกปิดพลังที่แท้จริงจึงสมควรที่จะทำอย่างยิ่ง อะแฮ่ม...และสุดท้าย.. เ้าใส่นี่ซะ" เสียงตอนท้ายของั อนธการ ฟังดูเขินอายเล็กน้อยเพราะั้แ่จิ๋นเม่ยหลงได้รับการกำเนิดใหญ่ทั่วร่างกายก็มีเพียงเศษผ้าปกปิดแค่จุดซ่อนเล้นเท่านั้น ใบหน้าของจิ่นเม่ยหลงค่อยๆแดงขึ้นจนรามไปถึงใบหู "เกือบไปแล้ว ฟู่" จิ๋นเม่ยหลงเป่าลมออกจากปากครั้งหนึ่งจากนนั้นก็เดินไปหยิบอาภรณ์ที่ ั อนธการ ทิ้งไว้ให้
อาภรชุดนี้เป็สีดำถูกปักรวดลายจันทร์ทราอยู่ดูรวมๆแล้วหรูหราอย่างยิ่งเมื่อจิ๋นเม่ยหลงสวมใส่มันกลับดูเข้ากับร่างกายของจิ๋นเม่ยหลงอย่างพอดิบพอดีด้วยใบหน้าที่หล่อเหลากับอาภรที่ดูทรงสง่าทำให้จิ๋นเม่ยหลงตอนนี้ถ้าหากไปเดินในเมืองคงมีแต่คนคิดว่าเป็นายน้อยจากตระกูลใดกระกูลหนึ่งเป็แน่
"เช่นนี้แล้วข้าไปก่อน ท่านเองก็รักษาตัวด้วย" จิ๋นเม่ยหลง ขึ้นส่งท้ายก่อนที่จะยื่นมือััแสงสว่างนั้นแล้วร่างของจิ๋นเม่ยหลงก็ค่อยๆหายไป
"การที่จะเปลี่ยนแปลงโลกให้เป็ไปดั่งตนเองหวังมันไม่ใช่ทำกันง่ายๆ เด็กเอ๋ยเด็กน้อย ถึงคราที่ข้าต้องพักผ่อนแล้วสิ" ั อนธการ ค่อยๆหลับตาลงครั้งหน้าที่จะลืมตาอีกทีวันเวลาคงจะผ่านไปอีกหลายเดือนหลายปีเป็แน่
ร่างของจิ๋นเม่ยหลงปรากฏขึ้นที่เดิมในตอนแรกก่อนที่จะเข้าไปยังโลกมายาของ ั อนธการ "ฮ่ะ!!" จิ๋นเม่ยหลง ร้องตระโกนออกมาเสียงดังก้องไปทั่วถ้ำ "ออกไปข้างนอกกันดีกว่า" จิ๋นเม่ยหลง เร่งฝีเท้าขึ้น "วูบบบบ" เพียงพริบตาเดียวก็ออกมาถึงหน้าปากถ้ำจิ๋นเม่ยหลงเงยหน้ามองฟ้า ท้องฟ้าสว่างสดใสปลอดโปร่งอากาศดี "!! ในครั้งนั้นข้าใช้เวลาเดินเข้าไปอยู่นาน แต่กับครั้งนี้ข้าใช้เวลาเพียงเสี้ยวิ!!" สี่กิโลเมตรครั้งแรกที่เดินเข้าไปในถ้ำนั้นราวกับตกอยู่ในห้วงนรกอเวจี ตอนที่ออกมาเขายังไม่ทันได้รู้สึกอะไรตนเองก็ออกมาโผล่ถึงหน้าถ้ำแล้ว
จิ๋นเม่ยหลงเดินตรงกลับไปยังกระท่อมหลังเดิมหลังที่ตนเองเคยใช้เป็ที่อยู่อาศัยในครั้งนั้น "ช่างน่าคิดถึงจริงๆ" สิบสองปีที่ห่างหายไปนานได้กลลับมาดูที่พักอาศัยของตนสภาพกระท่อมก็ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา จิ๋นเม่ยหลง ใช้เวลาอยู่ในกระท่อมไม่นานนักจากนั้นก็เดินไปที่ลานก้อนหินั์
"ขอทดสอบหน่อยแล้วกัน" จิ๋นเม่ยหลง หมุนหัวไหล่ข้างขวาสามสี่ที เรียกพลังมารมาไว้ที่กำปั้นข้างขวา "หมัดทลายภูผา" ตู้มมมมมม,, เสียงดังสนั่นหวั่นไหวพื้นที่โดยรอบสั่นะเืเล็กน้อย หินั์ก้อนนั้นไม่หลงเหลือแม้แต่เศษพื้นที่ยุบเป็หลุมหลายสิบเมตรกว้างหลายสิบเมตร "ฮ่าฮ่า ยอดเยี่ยม" เสียงของ จิ๋นเม่ยหลง หัวเราะดังออกมาอย่างกับคนบ้า จิ๋นเม่ยหลงใช้เวลาหลายนาทีเล่นอยู่กับก้อนหินั์พวกนี้ จากนั้นเขาก็ได้เดินมาตรงหน้าหลุมฝังศพของจื่อลู่ "วันนี้ข้ามากราบลาท่านเป็ครั้งสุดท้าย ตัวข้าเองในยามนี้นับว่าไม่ใช่ข้าในกาลก่อนท่านจงหลับให้สบายเถอะ" จิ๋นเม่ยหลง หลับตาสูดลมหายใจลึกเข้าหนึ่งครั้ง
จิ๋นเม่ยหลงหันหลังกลับไปทางเมืองฟ้าประกายแสง "นายน้อยตระกูลซือ ซือเฉิง..เตรียมรับของขวัญจากข้าได้เลย" คำพูดที่ผู้คนได้ฟังแล้วต่างต้องขนลุกซู่ ดวงตาอำมหิตมุมปากเชิดขึ้นเล็กน้อย จากนั้นจิ๋นเม่ยหลงก็ค่อยๆเดินไปทางเมืองฟ้าประกายแสงอย่างไม่รีบร้อน...