เชนเม่ยอิงเด็กหญิงอายุเพียง 6 ขวบ นั่งมองแม่ที่ตอนนี้กำลังโอบกอดเธอและน้องชายด้วยน้ำตาไหลอาบแก้ม เม่ยอิงจำไม่ได้แล้วว่าครอบครัวของเธอนั้นหัวเราะครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ เพราะั้แ่พ่อเปลี่ยนไปแม่ก็ร้องไห้เกือบทุกวัน แต่ก่อนครอบครัวของเธอมีความสุขมาก คุณพ่อเป็ครู คุณแม่เป็แม่บ้านที่ทำหน้าที่ดูแลสามีและลูกเป็อย่างดี ถึงจะไม่ได้ร่ำรวยแต่ก็มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กันทุกๆ วัน ทุกครั้งที่พ่อมีเวลาว่างก็จะพาครอบครัวไปเที่ยวหรือทำกิจกรรมร่วมกันเสมอ
จนกระทั่งวันที่เพื่อนของแม่หอบลูกวัยเดียวกันกับเม่ยอิงมาขอพักอยู่ด้วยเป็การชั่วคราวนั่นคือสิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นบอก เม่ยอิงยังจำวันนั้นได้ดี เสียงกริ่งหน้าประตูบ้านดังขึ้น ขณะนั้นแม่ของเธอกำลังทำอาหารเย็นจึงบอกให้เม่ยอิงไปเปิดประตู เมื่อประตูเปิดออกเม่ยอิงก็เห็นผู้หญิงที่แต่งหน้าทาปากถึงจะไม่จัดจ้านแต่ก็มากกว่าคุณแม่ของเธอหลายเท่า เพราะคุณแม่ของเธอไม่แต่งหน้าเลย ผู้หญิงคนนี้สวมชุดกระโปรงสีม่วงมือข้างขวาจับมือของเด็กหญิงคนหนึ่งที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับเม่ยอิงไว้ ข้างๆ เธอมีกระเป๋าใบใหญ่หนึ่งใบวางอยู่
“นี่บ้านของเยว่เฟยหลิงใช่ไหม”
เชนเม่ยอิงยังไม่ตอบแต่หันกลับไปเรียกแม่ “คุณแม่มีคนมาหาคุณแม่ค่ะ”
“ใครเหรอลูก”
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ” เชนเม่ยอิงตอบแต่ยังคงมองหน้าเด็กหญิงคนที่ยืนจ้องมองเธออยู่อย่างไม่กะพริบตา
เยว่เฟยหลิงจึงปิดเตาและวางมือจากการทำกับข้าว แล้วก็เดินมาที่ประตู
“หมานผิง” แม่ของเม่ยอิงเรียกผู้หญิงคนนั้น “เธอมาที่นี่ได้อย่างไร” แม่ของเม่ยอิงสวมกอดเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมานานด้วยความดีใจ
“เฟยหลิง เธอจะไม่เชิญฉันเข้าบ้านก่อนเหรอ” ผู้หญิงคนนั้นพูดขึ้น
“เข้ามาก่อน เข้ามาก่อน โทษที โทษที” แม่ของเม่ยอิงเอ่ยพร้อมกับทำไม้ทำมือเชื้อเชิญให้ผู้หญิงและเด็กหญิงคนนั้นเข้าบ้าน เม่ยอิงกำลังจะปิดประตู ผู้หญิงคนนั้นก็หันมาพูดว่า
“แล้วกระเป๋าฉันล่ะ”
แม่ของเม่ยอิงจึงเดินออกไปยกกระเป๋าใบนั้นเข้ามาเพราะไม่ได้คิดอะไรมาก นำมาวางไว้ข้างๆ โซฟาที่แขกสองคนนั่งเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“ปิดประตูได้แล้วลูก” เยว่เฟยหลิงบอกลูกสาว เม่ยอิงก็ทำตามที่แม่บอก แล้วก็กลับมายืนจับมือน้องชายมองผู้หญิงและเด็กคนนั้น
หญิงวัยกลางคน คนนั้นนั่งและสำรวจบ้านของเม่ยอิงอยู่สักพัก แล้วก็หันมาหยิบแก้วน้ำที่แม่ของเม่ยอิงพึ่งยกมาให้ดื่ม หลังดื่มเสร็จสายตาของเธอก็มองไปรอบๆ บ้านอีกครั้ง
“บ้านเธอน่าอยู่ดีนี่” หญิงคนนั้นเอ่ยขึ้น
แม่ของเม่ยอิงก็เลยมองไปรอบๆ เช่นเดียวกัน นานแล้วที่แม่ไม่ได้มองว่าภายในบ้านเป็อย่างไรใน แม่ของเชนเม่ยอิงเป็คนใจดีไม่ค่อยพูด ชอบอยู่เงียบๆ และมีระเบียบมาก แม่จะจัดและทำความสะอาดบ้านเป็กิจวัตรประจำวัน ผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเพื่อนของแม่ ทำให้เม่ยอิงมองตามด้วย แล้วก็คิดในใจว่าบ้านเราก็สวยน่าอยู่ดีนะ
“ขอบใจมากที่ชม แล้วเธอเป็อย่างไรบ้างไม่เจอกันเสียนาน” แม่ของเม่ยอิงเอ่ยขึ้น
ผู้หญิงคนนั้นไม่ตอบเธอลุกขึ้นเดินไปรอบห้อง เด็กหญิงที่นั่งอยู่ข้างๆ เธอก็จะลุกตามแต่เธอห้ามเอาไว้
“นั่งอยู่ตรงนั้นแหละ” เธอบอกเด็กหญิงคนนั้น เด็กหญิงก็นั่งตามคำสั่ง
หมานผิงเดินมองรูปในกรอบที่ตั้งอยู่บนตู้และโต๊ะ เธอเดินจนรอบห้องก่อนที่จะกลับมานั่งลงที่เดิมและพูดขึ้นว่า “ครอบครัวของเธอดูมีความสุขดีนี่เยว่เฟยหลิง” เธอเอ่ยชื่อแซ่คุณแม่ของเม่ยอิงอย่างเต็มยศ
“ก็มีความสุขตามประสาครอบครัวเล็กๆ แหละจ๊ะ ว่าแต่เธอล่ะยังไม่ตอบฉันเลยว่าเธอเป็ยังไงบ้าง”
ผู้หญิงคนนั้นก็ยังไม่ตอบแต่กลับพูดว่า “ฉันจะขอพักอยู่กับเธอสักระยะได้ไหม”
เยว่เฟยหลิงคิดอยู่สักพักก่อนจะบอกว่า “ได้”
“ขอบใจ” แล้วผู้หญิงคนนั้นเอ่ยออกมา แล้วก็ถามไถ่เื่ราวชีวิตของแม่เชนเม่ยอิงว่าั้แ่พวกเธอแยกจากกันเป็อย่างไรบ้าง เยว่เฟยหลิงก็เล่าให้เพื่อนฟัง
“ชีวิตเธอช่างมีความสุขดีนะ” เพื่อนแม่หรือหมานผิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอิจฉานิดๆ
เยว่เฟยหลิงยิ้มและหันไปลูบศีรษะของลูกชายและลูกสาว
"สามีเธอหล่อดีนะ” หมานผิงคนนั้นเอ่ยขึ้นอีก เยว่เฟยหลิงหันหน้ามามองลูกๆ
“แม่หนูหิวแล้ว” เด็กหญิงที่นั่งอยู่บนโซฟาพูดขึ้น หมานผิงจึงหันมาหาเพื่อนและถามว่า
“เธอมีอะไรให้พวกฉันกินบ้าง”
เยว่เฟยหลิงจึงรีบกลับเข้าไปในครัวและร้องออกมาบอกว่า "คงต้องรออีกสัก สิบห้านาทีนะ"
เด็กหญิงคนนั้นทำหน้ามุ่ย หมานผิงจึงพูดขึ้นว่า “มีอะไรรองท้องก่อนไหม ลูกฉันหิวไส้จะกิ่วแล้ว”
เยว่เฟยหลิงจึงบอกให้เชนเม่ยอิงไปหยิบเอาฝรั่งในตู้เย็นออกมาให้สองคนแม่ลูกคู่นี้กินรองท้องไปก่อน จากนั้นก็บอกให้เม่ยอิงและน้องชายช่วยกันจัดโต๊ะอาหาร เมื่ออาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วเยว่เฟยหลิงก็เรียกทุกคนมาทานข้าว ระหว่างทานข้าวเพื่อนของแม่ก็ถามเกี่ยวกับคุณพ่อของเม่ยอิง
"สามีเธอเป็ครูตำแหน่งอะไร"
"เป็ครูใหญ่ที่โรงเรียนใกล้ๆ บ้านนี่แหละจ๊ะ"
“หน้าตาดูยังไม่แก่เลยได้เป็ครูใหญ่แล้ว”
“แล้วสามีของเธอล่ะ” เยว่เฟยหลิงถามเพื่อน
“เธออย่าถามฉันเื่ส่วนตัวของฉันได้ไหม” หมานผิงบอกแม่ของเชนเม่ยอิงด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ เมื่อแม่ของเม่ยอิงได้ยินอย่างนั้นก็ไม่กล้าถามต่อ
หลังจากทานข้าวเสร็จเพื่อนของแม่ก็ถามว่า “เธอจะให้ฉันกับลูกนอนห้องไหน”
แม่ของเม่ยอิงรีบลุกขึ้นเดินเข้าไปเปิดประตูดูห้องของลูกสาว และหันมาบอกเม่ยอิงให้เข้าไปเก็บข้าวของของเธอไปอยู่ในห้องของน้องชายเป็การชั่วคราว เม่ยอิงรีบก็ทำตามที่แม่บอกอย่างรวดเร็วเพราะคนมาใหม่บอกให้เร็วๆ เนื่องจากเธอและลูกอยากอาบน้ำนอนพักผ่อนแล้ว