โดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร

    ตอนที่ 86 ศาสตร์แห่งความตาย

    “เลือกตายดีๆ ก็ดีอยู่แล้วแท้ๆ เหตุใดเจ้าจึงต้องทำให้พวกข้าพเจ้าเอาจริงกันด้วย…”

    กริมอายกล่าวขึ้นพร้อมกับส่ายศีรษะของตน ในขณะเดียวกันเขาได้นำเคียวซึ่งเป็นอาวุธคู่กายของเขาปักเข้ามาที่กลางหน้าอกตัวเอง

    “สิ้นหวังถึงขนาดคิดจะฆ่าตัวตายเลยหรือยังไง?”

    มารีนเมื่อเห็นการกระทำของอีกฝ่ายนั้นก็ได้กล่าวออกมาด้วยท่าทางสงสัย อย่างไรก็ตามเธอรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างที่เกิดขึ้นกับบรรยากาศโดยรอบเมื่อเรดแฮ็ทใช้เคียวปักลงที่กลางหน้าอกของตนเองราวกับต้องการจะฆ่าตัวตาย

    “อ้ากกกก เจ็บเป็นบ้า!”

    เรดแฮ็ทตะโกนขึ้นดังไปทั่วโบราณสถานแห่งนี้ แต่แม้ว่าเขาจะร้องออกมาอย่างเจ็บปวด แต่บาดแผลที่ถูกเคียวนั้นแทงทะลุกลับไม่มีเลือดออกมาเลยสักหยด

    ในขณะที่เรดแฮ็ทกำลังทนกับความเจ็บปวดอยู่นั้นกริมอายที่อยู่ข้างๆ ก็คอยที่จะท่องคาถาบางอย่างออกมาเบาๆ ดูเหมือนมันจะเป็นเวทมนตร์ที่คนในโลกนี้อาจจะไม่มีใครรู้จัก แม้แต่มารีนที่มั่นใจในความรอบรู้ของตนยังไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายนั้นต้องการจะทำสิ่งใด

    “ปึก!”

    เสียงของคัมภีร์ปิดลงพร้อมกับออร่าแห่งความตายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวปรากฏขึ้นล้อมร่างกายของเรดแฮ็ทที่ถูกแทงด้วยเคียวของตนเอง

    “คาถาอัญเชิญสัมภเวสี!”

    เมื่อสิ้นเสียงของกริมอายร่างกายของเรดแฮ็ทก็กระตุกอย่างรุนแรงหลายครั้ง พร้อมกับได้ยินเสียงกระดูกดังลั่นน่าขนลุกอย่างบอกไม่ถูก ออร่าแห่งความตายจำนวนมากที่ถูกปลดปล่อยออกมาโดยกริมอายถูกรวมกันและดูดเข้าไปภายในร่างกายของเรดแฮ็ทผ่านรอยแผลที่ถูกเคียวแทงกลางหน้าอก

    ทันใดนั้นประตูสีดำที่เต็มไปด้วยลวดลายใบหน้าผู้คนโหยหวนอย่างเจ็บปวดสลักไว้ แม้ว่ามันจะเป็นเพียงลายสลักบนประตูแต่มันกลับให้ความรู้สึกที่ราวกับเป็นของจริง เมื่อประตูบานนี้ปรากฏขึ้นมารีนก็รีบกระโดดถอยออกห่างๆ ทันที และดูเหมือนหญิงสาวเองก็จะรู้ว่าประตูบานดังกล่าวคือสิ่งใด

    “เจ้าบ้าไปแล้วเหรอ ถึงได้เรียกคนตายกลับมา หากเจ้าทำเช่นนั้นพลังชีวิตของพวกเจ้าจะต้องดับสูญแน่!”

    แม้ว่ามารีนจะพยายามกล่าวเตือนเพื่อล้มเลิกความคิดของอีกฝ่าย แต่อีกฝ่ายนั้นไม่ได้คิดจะหยุดคาถาที่ตนเองได้ร่ายไปแล้วเลย ประตูที่ปรากฏขึ้นนั้นเรียกว่าประตูแห่งยมโลก มันเป็นเขตแดนขว้างกั้นระหว่างโลกปกติและโลกหลังความตายการอัญเชิญมันมานั้นเป็นศาสตร์ต้องห้าม เนื่องจากการที่คนเป็นยุ่งเกี่ยวกับคนตายนั้นมีโทษที่ร้ายแรงอย่างมาก

    และเบื้องหลังประตูนั้นไม่มีผู้ใดรู้ว่าหากมันเปิดออกมาแล้วจะมีสิ่งใดปรากฏออกมา บางทีอาจจะเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งอย่างมาก บางทีอาจจะเป็นแค่วิญญาณธรรมดาทั่วไปที่ไร้ค่า อย่างไรก็ตามกริมอายที่ใช้ร่างของเรดแฮ็ทเป็นเหยื่อสังเวยนั้นแน่นอนว่าเพื่อเป็นการอัญเชิญบางสิ่งที่แข็งแกร่งมากๆ มา

    “พลังชีวิตดับสูญ? ข้าพเจ้าเป็นอันเดด และพลังชีวิตพวกนั้นไม่จำเป็นตั้งแต่แรกอยู่แล้ว!”

    เมื่อกริมอายกล่าวจบประตูแห่งยมโลกก็ถูกแง้มเปิดออกด้วยมือคู่หนึ่งที่ดูหยาบกร้านและมีสีเทาออกไปทางดำมากกว่าขาวรอดออกมาจากประตู ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่าเจ้าของมือนั้นเป็นคนของฝั่งยมโลก

    ประตูที่ถูกเปิดออกช้าๆ ทำให้หัวใจของมารีนนั้นเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ เนื่องจากกลิ่นอายที่หลบซ่อนอยู่เบื้องหลังประตูนั้นค่อยๆ รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุดประตูก็ได้ถูกเปิดออกจนสุด อย่างไรก็ตามสิ่งมีชีวิตที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นจะไม่สามารถมองเห็นภาพหลังประตูนั้นได้ พวกเขาจะเห็นเพียงแค่เงาสีดำที่ปกคลุมอยู่

    ร่างของผู้อยู่เบื้องหลังประตูค่อยๆ ก้าวออกมาช้าๆ เผยให้เห็นนักรบที่สวมเกราะเต็มยศพร้อมกับสวมหน้ากากที่น่ากลัวเหมือนกับหน้ากากของยักษ์สีแดง ในมือของนักรบปริศนานั้นถือไว้ด้วยดาบใหญ่สองเล่ม และธงของฝ่ายประเทศที่ปักอยู่กลางหลัง ซึ่งสัญลักษณ์ของธงนั้นน่าจะเป็นของประเทศที่ล่มสลายไปนานแล้ว และมันไม่ได้อยู่ในทวีปเอวาแห่งนี้เสียด้วย

    เมื่อร่างของนักรบชุดเกราะปรากฏขึ้นและยืนอยู่เบื้องหลังของเรดแฮ็ท ร่างของเรดแฮ็ทอยู่ๆ ก็ล้มลงพร้อมกับสติที่ดับสูญหายไปจากร่างกายนั้น พร้อมๆ กันนั้นร่างกายของนักรบก็เริ่มขยับอีกครั้งด้วยท่าทางที่แปลกประหลาดแตะตามเนื้อตามตัวของตนเองราวกับไม่แน่ใจว่านี่คือร่างกายของตนเองหรือไม่ ก่อนที่ร่างนักรบแห่งยมโลกนั้นจะกล่าวคำพูดบางอย่างขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบแห้งที่น่าขนลุก

    “ร่างกายนี้มันสุดยอดจริงๆ เต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลัง และความทรงจำในสนามรบ แบบนี้ข้าก็กลายเป็นไร้เทียมทานแล้ว ฮ่าๆๆๆๆ น่าเสียดายที่ข้ายึดร่างนี้ได้เพียงแค่สิบนาที…”

    กริมอายเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มขึ้นทันที แต่ในขณะเดียวกันมารีนนั้นมีสีหน้าเปลี่ยนเป็นเป็นไม่อยากจะเชื่อ เพราะสิ่งที่เธอเห็นเบื้องหน้านั้นผิดกับความรู้ที่เธอเคยร่ำเรียนมาอย่างมาก ดูเหมือนเธอจะรู้แล้วว่าเรดแฮ็ทนั้นได้สังเวยร่างของตนเพื่อที่จะเข้าไปสิงร่างของตัวตนที่มาจากยมโลกชั่วคราว และดูจากออร่าของร่างที่เรดแฮ็ทได้สิงแล้วน่าจะเหนือกว่ามารีนอยู่มาก ถึงแม้ว่ามันจะยังไม่ถึงระดับกึ่งเทวะก็ตาม

    “ร่างกายนั้นเป็นของยมโลก ใช้มันระวังๆ หน่อยล่ะ เพราะผลตอบแทนหากใช้มันไม่ระวังมันอาจจะเกินกว่าที่ตัวข้าพเจ้าและตัวเจ้าจะคาดถึง”

    กริมอายหลับตาพร้อมกับทิ้งตัวลงพื้นไปนั่งและถอนหายใจอย่างหนักราวกับว่าตัวของมันนั้นผ่านการต่อสู้อันหนักหน่วงและสูญเสียพละกำลังไปจำนวนมาก

    ในขณะเดียวกันเรดแฮ็ทที่กำลังพึงพอใจกับร่างกายใหม่ของตนเองก็ขยับตัวไปมาอย่างรวดเร็วเพื่อทดสอบสมรรถภาพร่างกายที่เหนือมนุษย์ของร่างกายนี้

    มารีนที่เฝ้ามองอยู่ก็รู้สึกเหมือนกับว่าตนเองนั้นต้องรีบทำบางอย่างเสียแล้ว เพราะเมื่อเธอได้เห็นความเร็วของร่างกายใหม่ที่เรดแฮ็ทได้รับมานั้นมันทำให้เธอรู้สึกหวั่นใจไม่น้อย เพียงแค่การเคลื่อนไหวก็ทำให้เกิดลมพายุที่รุนแรงได้นี่ไม่ได้เรียกว่าปกติแล้ว

    “อินเฟอโน่!”

    มารีนเลือกที่จะใช้เวทมนตร์ที่รุนแรงของเธอก่อน เพียงเธอกล่าวชื่อเวทมนตร์บทนั้นออกมาก็ปรากฏกลุ่มเปลวเพลิงก่อตัวเป็นเสาพายุขนาดใหญ่ เปลวเพลิงนั้นมีความหนาแน่นและเข้มข้นสูงกว่าเปลวเพลิงทั่วไปอย่างมาก เพราะแม้แต่ตัวผู้ใช้เองก็ยังรู้สึกแสบผิวหนังเมื่ออยู่ห่างออกไป

    ร่างกายของเรดแฮ็ทที่อยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงนั้นแน่นอนต้องได้รับผลกระทบไปเต็มๆ อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้หญิงสาวต้องหวาดผวามันก็ได้เกิดขึ้นจริง เมื่อเรดแฮ็ทนั้นสามารถหยุดเวทมนตร์ทำลายล้างระดับ A โดยใช้เพียงแค่การตวัดดาบสองเล่มพร้อมกันทำให้เปลวเพลิงนั้นแตกกระจายไปทั่วบริเวณ

    “บึ้มมมมมมม!”

    เปลวเพลิงร้อนระอุลุกไหม้ไปทั่วบริเวณการต่อสู้ทำให้พื้นที่ ที่มืดมิดอยู่สว่างขึ้นมาทันทีราวกับอยู่ในตอนกลางวันท่ามกลางแสงอาทิตย์

    “คิดจะเล่นทีเผลอ ยังเร็วไปสิบปีนะองค์หญิง”

    เรดแฮทยิ้มขึ้นภายใต้หน้ากากพร้อมกับนำดาบทั้งสองเล่มมาไขว้กันไปรูปตัวเอ็กเพื่อตั้งท่าจะใช้กระบวนท่าดาบบางอย่าง

    “ดาบกางเขนปีศาจ!”

    “ชิ้ง!”

    กางเขนสีดำขนาดใหญ่เกิดจากคมดาบสองคมรวมกันได้พุ่งตรงเข้ามาหาร่างกายอันบอบบางของหญิงสาว กำแพงเปลวเพลิงจำนวนมากถูกสร้างขึ้นมาป้องกันเบื้องหน้าของหญิงสาว อย่างไรก็ตามพลังของกระบวนท่าดาบกางเขนนั้นทะลุทะลวงมาได้อย่างง่ายดาย แม้ว่าเวทมนตร์เปลวเพลิงนั้นจะไม่ได้โดดเด่นในเรื่องการป้องกัน แต่อย่างไรก็ตามมันก็ยังสามารถป้องกันภัยได้หลายอย่าง แต่แค่กระบวนท่าดาบไม่มีออร่าประกอบกลับสามารถตัดกำแพงเพลิงราวกับตัดเตาหู่ นั่นแสดงให้เห็นว่าเรดแฮ็ทในตอนนี้นั้นน่ากลัวอย่างมาก

    “สุดยอด! ร่างกายนี้มันสุดยอดจริงๆ”

    เรดแฮ็ทเมื่อเห็นพลังก็กล่าวออกมาอย่างตื่นเต้น ในขณะเดียวกันมารีนนั้นกำลังเอาตัวรอดอย่างยากลำบาก เธอต้องสูญเสียพลังวิญญาณมากมายเพื่อรวบรวมออร่ามาป้องกันพลังของอีกฝ่าย




    คล้ายกับเรื่องโดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร ที่คุณอ่าน