ตอนที่ 33
ประวัติศาสตร์ที่ไป๋กุนหลางได้อ่านมา บันทึกไว้ว่าแรกเริ่มเดิมทีดินแดนหลังเทือกเขากักอสูรมีสัตว์อสูรระดับ 3 อยู่มากมายก่ายกอง! จึงกล่าวได้ว่าในยุคสมัยนั้นสัตว์อสูรเป็นผู้ครอบครองดินแดนอย่างแท้จริง
ส่วนมนุษย์นั้นกระจายอยู่ตามสถานที่ปลอดภัยเป็นกลุ่มๆบ้างเล็กบ้างใหญ่ ทำให้ผู้คนบางกลุ่มคิดว่าพวกตัวเองคือมนุษย์กลุ่มสุดท้าย
ทว่าสิ่งที่แปลกของเรื่องนี้ก็คือเหล่ามนุษย์กลับใช้ภาษาเดียวกัน และมีวิชาฝึกตนเป็นของตนเองทุกกลุ่ม
ในยุคสมัยนั้นดินแดนที่ปลอดภัยที่สุดคือภาคกลางกลุ่มที่ครอบครองได้แก่ วัดพุทธกาลของนิกายพุทธ กับอารามเทพสถิตย์ของนิกายเต๋า และหมู่บ้านห้าตระกูลประกอบไปด้วย กัว,หวัง,หลัว,หวน,ไป๋
เมื่อเวลาล่วงเลยไปถึงจุดๆหนึ่งไม่ว่านิกายพุทธ นิกายเต๋าและห้าตระกูลต่างก็รู้สึกว่าจะปล่อยให้สถานการณ์เป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ได้!
ทั้งเจ็ดกลุ่มจึงตัดสินใจเอาวิชาฝึกตนประจำกลุ่มมาแบ่งปันศึกษาร่วมกันซึ่งผลที่ได้ก็ดีเยี่ยม!
เพียงแต่ยังไม่ดีพอที่จะแย่งชิงดินแดนกับสัตว์อสูร
พวกเขาจึงสร้างกองคาราวานขึ้นมาส่งออกไปทั้ง เหนือ,ใต้,ออก,ตก เพื่อเผยแพร่แนวคิดและรวบรวมผู้คน
ซึ่งก็มีผู้คนตอบรับแนวคิดนี้อย่างมหาศาลทำให้กลุ่มหลายกลุ่มตัดสินใจละทิ้งพื้นที่เดิม เดินทางมาอาศัยอยู่ในดินแดนภาคกลาง และยังได้เปิดเผยวิชาของกลุ่มตนเพื่อร่วมกันศึกษา
พอรวบรวมฝูงชนได้กว่าหนึ่งแสนคน(ในสมัยนั้นถือว่าเยอะแล้วนะ) นิกายพุทธ,เต๋าและตระกูลทั้งห้าก็ได้ประกาศก่อตั้งสมาพันธ์เทพนักสู้!
โดยมีพวกเขาเป็นแกนนำสร้างระบบจัดสรรกำลังขึ้นมา เช่น คนที่ไม่มีพรสวรรค์ด้านการฝึกตนก็จะถูกส่งไปทำงานด้านเสบียง,เครื่องนุ่งห่ม และของใช้ที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน คนที่มีพรสวรรค์ในการฝึกตน แต่ไม่เด่นด้านการต่อสู้ก็จะถูกส่งไปทำสิ่งที่ตนเองถนัด เช่น ถนัดปรุงยาก็ไปปรุงยา ถนัดสร้างอาวุธก็ไปสร้างศาสตรา คนที่มีความสามารถด้านการต่อสู้จะถูกส่งเข้ากองทัพคอยต่อสู้ปกป้องดินแดน
และแกนนำทั้งเจ็ดยังได้สลักคําปฏิญาณลงบนก้อนศิลาขนาดใหญ่ในที่ชุมนุมว่า...
"เมื่อสัตว์อสูรหมดไปจากดินแดนแห่งมนุษย์ สมาพันธ์เทพนักสู้จะสลายตัว แล้วปล่อยให้มนุษย์ทุกคนไปมีชีวิตอย่างอิสระเสรี"
ทว่าแม้จะก่อตั้งสมาพันธ์และสร้างระบบขึ้นมาจนสามารถยกระดับผู้ฝึกตนหลายพันคนให้เป็นระดับปรมาจารย์/ใช้กฎ แต่เหล่ามนุษย์ในตอนนั้นก็ยังไม่มีความคิดจะขยายดินแดน
เพราะสัตว์อสูรระดับสามบางตัวมันมีความสามารถพิเศษบวกพิสดารที่ต่อให้มีผู้ฝึกตนระดับปรมาจารย์/ผู้ใช้กฎ ถึงห้าคนก็ไม่อาจโค่นมันลงได้เผลอๆผู้ฝึกตนทั้งห้าจะเป็นฝ่ายตายหมดซะเอง
เพราะอย่างนี้เลยทำให้ไม่มีใครคิดถึงเรื่องการขยายดินแดนพวกเขาคิดเพียงว่าขอแค่มีพื้นที่ปลอดภัยให้อยู่อาศัยพวกเขาก็พอใจแล้ว วิธีชีวิตของมนุษย์ทุกคนก็ดำเนินไปแบบนี้…
จนกระทั่ง!!!
ถึงยุคเทพนักสู้รุ่นที่ห้าซึ่งเป็นคนตระกูลไป๋เขาได้สร้างความแตกตื่นให้กับผู้คนทั้งโลก!! เพราะเขาได้ฝ่าทะลุระดับปรมาจารย์/ใช้กฎ ขึ้นเป็น 'มหาปราชญ์' คนแรกของโลก!! (หรือกึ่งเทพยุทธ์ในยุคปัจจุบัน)
แม้การบรรลุระดับมหาปราชญ์ของเทพนักสู้รุ่นที่ห้าจะยังไม่สามารถช่วยให้มนุษย์กำจัดสัตว์อสูรหมดไปจากดินแดนได้ แต่ก็ช่วยให้มนุษย์มีพื้นที่ กับทรัพยากรเพิ่มขึ้นมาก และสิ่งที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในเรื่องนี้คือความรู้สึกของมนุษย์ทุกคน!
เพราะพวกเขาเห็นแล้วว่าขีดจำกัดของมนุษย์ไม่ได้มีแค่เท่าที่เห็น แต่ยังสามารถทลายขอบเขตของปรมาจารย์/ใช้กฎ ไปสู่ระดับมหาปราชญ์ที่สูงกว่าได้ ทำให้พวกเขากระตือรือร้นที่จะทำลายขีดจำกัดของตนเอง!
เพื่อสานฝันการชิงดินแดนให้กลายเป็นจริง
เวลาล่วงเลยไปเป็นร้อยๆปีประชากรที่มีแสนกว่าๆก็กลายเป็นล้าน เทพนักสู้ก็สืบทอดมาถึงรุ่นที่เก้าและยุคที่จะทำความฝันให้กลายเป็นจริงก็มาถึง!
ในยุคนี้ไม่เพียงแต่เทพนักสู้ตระกูลกัวจะเป็นมหาปราชญ์ นิกายพุทธกับนิกายเต๋าก็มีผู้สามารถบรรลุระดับมหาปราชญ์นิกายละคนทำให้สมาพันธ์เทพนักสู้ในตอนนี้มีมหาปราชญ์ถึงสามคนพวกเขาจึงเริ่มแผนการกวาดล้างสัตว์อสูรทันที!
ในตอนแรกพวกเขากะจะกวาดล้างสัตว์อสูรให้หมดไปจากดินแดนนี้เลยแต่พอตั้งคณะออกสำรวจตามพื้นที่ต่างๆพวกเขาก็พบว่า…
ภาคตะวันออกเป็นดินแดนน้ำแข็งรกร้าง
ภาคใต้เป็นดินแดนทุ่งหญ้าทะเลทรายมีสภาพอากาศแปรปรวนโหดร้าย
ภาคเหนือเป็นป่านรกมีสัตว์และพืชที่มีพิษมากมาย
ภาคตะวันตก(หรือระบุให้แน่ชัดคือตะวันตกเฉียงใต้ ดินแดนของราชอาณาจักรแสงสว่างในยุคปัจจุบัน) มีช่องเขาที่เกิดจากการขาดตอนของเทือกเขากักอสูรยาวไม่ต่ำกว่า 30 กิโลเมตร ให้ชื่อว่าช่องเขาสิ้นใจ สัตว์อสูรสามารถเข้าออกตามอำเภอใจกวาดล้างเท่าไหร่ก็ไม่หมด
พวกเขาจึงตัดสินใจเพียงกวาดล้างสัตว์อสูรออกจากภาคกลางเพราะพื้นที่อื่นๆนั้นยากที่มนุษย์จะอาศัยอยู่
ใช้เวลาเพียงสิบปีสัตว์อสูรก็ถูกกวาดล้างหมดไปจากภาคกลาง เมื่อทุกพื้นที่ยืนยันประชากรทุกคนต่างเฮลั่น!!
ความฝันของบรรพบุรุษที่จะได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรีกำลังจะเป็นจริงในช่วงชีวิตของพวกเขา
แต่วันต่อมาประชาชนทุกคนก็ต้องฝันสลาย…
ตู้ม!!!
(ตัดจบแบบละครไทย)
___________________________
ช่วงนี้งานยุ่งต้องขออภัยด้วยนะครับ..อิอิ
ขอขอบคุณนะครับที่ติดตามอ่าน