เมื่อเข้าเขตเมืองหลวงนาตาลีได้เห็นถึงความแปลกตาเพราะมีความเจริญอยู่มาก ผู้คนทำมาหากินคึกคักจนลายตาด้วยผู้ซื้อและผู้ขายซึ่งล้วนแต่งกายดูดีตามแบบคนเมือง
ธงประจำแผ่นดินโบกสะพัดตามแรงลมไม่ว่าจะผ่านไปที่ใดพวกชาวบ้านต่างพร้อมใจกันมาต้อนรับสีหน้าและแววตาของผู้คนเผยให้เห็นถึงความปลื้มปีติยินดีได้ชัดกว่าคำพูดเสียอีก
หญิงสาวเก็บรายละเอียดความเป็เมืองใหญ่ตาไม่กะพริบพลันเหลือบไปเห็นร้านขายผ้าแพรพรรณร้านหนึ่งซึ่งดูใหญ่โตกว่าร้านอื่นๆ ในละแวกนั้นที่ระเบียงชั้นบนมีหญิงสาวคนหนึ่งในชุดกระโปรงยาวสีชมพูอ่อนกำลังมองลงมา
สวยจังคงเป็สาวงามประจำเมืองหลวง
ไล่เรื่อยไปเป็ลานกว้างกินพื้นที่หลายสิบไร่คล้ายลานประชุมหรืออะไรสักอย่างแต่สิ่งที่เห็นเบื้องหน้าทำให้เธอไม่ต้องคิดอะไรอีกแล้ว..ป้อมปราการใหญ่ตั้งตระหง่านดุจกำแพงหินผา
“ยินดีต้อนรับสู่ต้องฟ้า”ฟาลีกล่าวเสียงเรียบ
กลุ่มชายฉกรรจ์ที่เปิดประตูทางเข้าดูแข็งแรงและบึกบึนทุกคนด้านในมองเห็นถึงอาณาเขตอันกว้างขวางจนไม่อาจละสายตาไปได้สักนาทีโดยเฉพาะการตกแต่งสถานที่ ต้นไม้ดอกไม้ถูกจัดวางเป็สัดส่วนเหมาะสม
“เชิญด้านใน” คนที่มัวแต่ตะลึงกับภาพความสวยงามถึงกับสะดุ้ง
หญิงสาวฝาแฝดหน้าตาน่ารัก ผิวพรรณสะอาด ทั้งยังมีดวงตาโตกลมน่ามองที่กำลังยืนยิ้มแฉล้มอยู่ตรงหน้าทำนาตาลีต้องกะพริบตาถี่
“เร็วเข้าเถอะ ตรงนี้ร้อน”
“แล้วพวกผู้ชายเขาไปไหนกัน” นาตาลีถามขณะเอี้ยวมองซ้ายขวาก็คลาดสายตาไปแป๊บเดียวหายพากันหายจ้อย
“ไปในที่ของเขาน่ะสิส่วนเ้าก็ต้องไปในที่ของเ้า”
“แล้ว…”
“อย่าเพิ่งถามอะไรเลยตามมาเถอะ” สองสาวเข้าประกบซ้ายขวาจนหญิงสาวต้องยอมโดนลากลิ่วๆไป
ระหว่างทางเป็ระเบียงไม้แกะสลักสวยงามด้วยลวดลายวิจิตรคบเพลิงถูกจัดวางไว้เป็ระยะๆทำให้เห็นภาพงานศิลปะของเหล่านักรบซึ่งถูกประดับประดาอยู่ตามผนัง ถึงสนใจเพียงใดก็ได้แค่มองผ่านเพราะสองสาวผู้นำทางไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ซักถามนอกจากเดินดุ่มไปราวกับทำเวลา
สามชีวิตมาหยุดอยู่หน้าห้องห้องหนึ่งซึ่งมีบานประตูหนาแกะสลักลวดลายอ่อนช้อยเมื่อประตูถูกเปิดออกก็พบว่าภายในสะอาดสะอ้านและจัดวางข้าวของเครื่องใช้ได้อย่างลงตัวผ้าม่านสีชมพูอมส้มสีเดียวกับพรมและชุดเครื่องนอน ช่างสุดแสนวิเศษ
“นี่ห้องใคร”
“ก็ห้องของเ้านั่นล่ะ”สองสาวตอบพร้อมเพรียง ก่อนแนะนำตัวทีละคน
“ข้าชื่อ ลินดา”
“ข้าชื่อ วารี”
“ข้าสองคนเป็น้องสาวของท่านพี่ฟาลี”
“ท่านฟาลี!” นาตาลีทวนคำเสียงหลง สองสาวพยักหน้ารับหงึกหงัก
“พวกข้ามีหน้าที่ดูแลเ้า”
“หา! ให้น้องสาวท่านมาดูแลฉันเนี่ยนะ มีใครเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ฉันไม่น่าจะสำคัญขนาดนั้น”
“จะสำคัญหรือไม่ อย่างไรก็ต้องมีคนคอยดู เ้าคงไม่รู้ว่ากฎระเบียบที่นี่ไม่เหมือนที่อื่น” คนฟังถอนใจ
นั่นสิ!
อย่าลืมว่าตัวเองเป็ใคร ต่างๆนานาที่พวกหล่อนอ้างแท้จริงคือ การเฝ้า บุญเท่าไหร่ที่ไม่ถูกโยนเข้าคุก
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะไม่น่าต้องรบกวนพวกเธอ” ลินดาโบกมือว่อน
“ไม่รบกวนหรอกไม่ว่าใครก็ตามที่เข้ามาอยู่ที่นี่ต้องได้รับการดูแลทั้งนั้น” นาตาลีทิ้งลมหายใจหนักๆ อย่างไร้ข้อกังขา ก่อนหันมาจ้องหน้าสองสาวตาเขม็ง
“เ้ามองอะไร หรือว่าสงสัยอะไรอีก?”ลินดากับวารีถามขึ้นพร้อมเพรียง
“ก็ดูเธอสองคนสิเหมือนกันซะจนแยกไม่ถูกอย่างนี้ หากฉันทักผิดต้องขออภัยด้วยนะ”
“โธ่! นึกว่าอะไร”
“พวกข้าไม่ถือหรอกเพราะขนาดพี่ชายข้าบางครั้งยังเรียกผิดๆ ถูกๆ”
“ใช่ข้าว่าเ้ามาทางนี้ดีกว่า” วารีตัดบทแล้วดึงมือนาตาลีให้เดินลึกเข้าไปด้านใน“นี่เป็ห้องอาบน้ำ เ้าอาบน้ำแล้วเปลี่ยนเครื่องแต่งกายใหม่ดูสิ! ใส่อะไรก็ไม่รู้ แปลก” คนถูกท้วงก้มลงมองเสื้อผ้าตัวเองอย่างเข้าใจ
แหงอยู่แล้วแต่ถ้าเป็ที่บ้านฉันล่ะก็..ปกติ
ห้องพักรับรองเขตหวงห้ามทางซีกขวาบานประตูหนาถูกเปิดออกส่งผลให้ร่างสูงที่ก้าวผ่านเข้ามาตกเป็เป้าสายตาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“เซออน” เสียงฟาลีเอ่ยทัก
“ได้ยินว่าท่านเนเรนาเ็”
“ฮืม! นักยาชาลกำลังดูอยู่” คนมาใหม่ลากสายตาไปทางคนสูงวัยที่กำลังเก็บความเรียบร้อยของเครื่องมือตรวจก่อนหันมาถามคนที่กำลังกึ่งนั่นกึ่งนอนอยู่กับเตียง
“เ้าเป็อย่างไรบ้าง”
“แค่ธนูไม้ ไกลหัวใจ”
“ค่อยยังชั่ว เื่เล็ก”
“เล็กเหมือนเื่ที่เ้าตกลงไปในหลุมกับดักนั่นล่ะ”ฟาลีได้ทีแขวะให้เพื่อนรักหรี่ตาขวาง
ไม่เจอเข้าบ้างก็แล้วไป
กระนั้นเวลานี้คงไม่มีเื่ใดจะสำคัญไปกว่า...
“ฝีมือไอ้ฮามัวแน่ ข้านึกอยู่เหมือนกันว่ามันเงียบๆ ชอบกลมาเคลื่อนไหวเอาแถวนี้นี่เอง”
“ซิคาลก็ส่งคนมาเหมือนกันเลยเบาแรงข้าไปเยอะ”
“อย่างนั้นพวกเรายิ่งต้องระวังตัวให้มากขึ้นข้าจะจัดการเื่นี้เอง” เซออนเสนอตัวเพราะอ่านใจผู้เป็นายออกเ้าทัพหนุ่มยกยิ้มมุมปากพอใจ ฟาลีลุกจากเก้าอี้บุพรมเพื่อเดินไปยังหน้าต่างก่อนหันมาพูดด้วยสีหน้าขึงขัง แม้อุปนิสัยของเขาจะรักความสนุกสนานเพียงใดแต่เจอสถานการณ์อึมครึมเข้าไปก็ยิ้มไม่ออกเหมือนกัน
“สองคนนั่นเจ็บแค้นเ้าอยู่ แล้วยังเื่ตำนานมาเสริมอีกข้าว่ามันเริ่มจะหนักข้อขึ้นทุกที”
“อย่างนั้นเ้าคงต้องช่วยเซออนอีกแรง จะได้มีหูตาเพิ่มขึ้น” เนเรนพูดจบก็ละสายตาไปทางอีกคน
“เ้าจะได้ตราประจำตัวคืนเร็วๆนี้ เตรียมตัวไว้ให้พร้อมเถอะ” เซออนเลิกคิ้วอย่างเพิ่งนึกได้
ลืมสนิท
ฟาลียกสองแขนขึ้นกอดอกขณะเอนตัวพิงขอบหน้าต่าง
“ข้าว่าไม่น่าสงสัยเลยว่าทำไมหญิงนางนั้นถึงทำให้เ้าตกหลุมพรางได้ง่ายดายเพียงแค่เงาเคลื่อนไหว” เซออนมองฟาลีตาปริบๆ อย่างสุดฉงน
“เพราะถ้าหากเ้าได้เห็นนางชัดๆ อย่างที่ข้าเห็น เ้าอาจยินดีตกลงไปเองโดยเต็มใจก็ได้” คราวนี้ได้เปลี่ยนสีหน้าเป็ทึ่งแทน
“ขนาดนั้นเชียว” ครั้นจะหันไปขอคำยืนยันจากอีกคนก็แลเห็นเพียงสีหน้าตึงจัด
ไม่รู้ฟาลีพูดอะไรไม่เข้าหูท่านสิน่ะ!
หรือไม่อีกทีคงเข้าหูอย่างจัง แถมยังวนเวียนเข้าไปแทงใจอีกด้วยแต่ใครจะเก็บความสงสัยไว้ให้ปวดท้องเพียงลำพัง เซออนหันกลับมาทางฟาลี
“เห็นทีคงไม่ใช่อย่างที่อลันเคยเดาไว้สินะ”
“ยังไง?”
“ก็นางคงไม่แผกจากผู้ชายตัวดำ ล่ำบึ้ก” ฟาลีหลุดหัวเราะพลางโบกไม้โบกมือค้าน
“ไว้เ้าเห็นเองดีกว่าของอย่างนี้ไม่อยากอธิบาย อีกอย่างนางก็อยู่ที่นี่แล้วด้วย นางมากับคนชื่อ เนล”แล้วเหลือบมองยังคนหน้าปั้นยากบนเตียงอย่างจงใจจะบอกว่านั่นไง เซออนมองปราดเดียวก็รู้ความเป็ไปได้ไม่ยาก
“แล้วเ้าได้ข้อสรุปเกี่ยวกับนางหรือยัง”
“นางไม่ใช่พวกใครแม้กระทั่งพวกเรา” เนเรนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นสะท้อนชัดถึงความเป็ปริศนา
“แต่ยังไงนางก็อยู่ในการปกครองของเ้าแล้ว”
“ข้าขอเป็แค่ผู้ชายธรรมดาที่ชื่อเนล สักพักก่อน ไว้ให้ข้าแน่ใจอะไรบางอย่างเกี่ยวกับนางเสียก่อน คงไม่ยากเกินไปสำหรับพวกเ้า”ในเมื่อ ‘ท่านสั่ง’มีหรือจะทำไม่ได้ ก็มันง่ายดายออกปานนั้น
“ไม่มีปัญหา” สองนักรบรับคำพร้อมเพรียงก่อนพากันเดินออกไป
หากแต่เพียงคล้อยหลังสองข้าแผ่นดินผู้ซื่อสัตย์และเป็ทั้งเพื่อนรักในเวลาเดียวกันความคิดของคนบนเตียงก็เริ่มฟุ้งซ่าน
“ข้าว่าไม่น่าสงสัยเลยว่าทำไมหญิงนางนั้นถึงทำให้เ้าตกหลุมพรางได้ง่ายดายเพียงแค่เงาเคลื่อนไหว”
“เพราะถ้าหากเ้าได้เห็นนางชัดๆอย่างที่ข้าเห็น ข้าว่าเ้าอาจยินดีตกลงไปเองโดยเต็มใจก็ได้”
ก็แค่คำพูดธรรมดาแต่ะเืไปถึงข้างใน บ้าจริง!
ทันทีที่คนร่างเล็กโผล่พ้นประตูห้องอาบน้ำก็ถูกสองสาวจับแต่งตัวใหม่ั้แ่หัวจรดเท้าชุดผ้าลูกไม้สีหวาน่บน ต่อใต้อกปล่อยยาวจรดปลายเท้าผมสลวยเหยียดตรงถูกถักเป็เปียครึ่งหัวประดับดอกไม้เล็กๆ สวยงาม
นาตาลีมองตัวเองอยู่หน้ากระจกบานใหญ่อย่างขัดเขินเพราะไม่เคยใส่ชุดสวยๆอย่างนี้มาก่อน มันทำให้เธอดูเหมือนเ้าหญิ๊งเ้าหญิงทำนองนั้น
จะเดินถนัดไหมเนี่ย
แต่ที่เห็นจะละเลยไม่ได้อีกเื่ก็คือ คำชมเพราะสีหน้าของคนที่ยืนขนาบซ้ายขวาเธอนั้นเผยชัดถึงความภูมิใจในผลงาน
“ชุดสวยมากฉันไม่เคยได้ใส่ชุดสวยๆ อย่างนี้มาก่อนเลย ต้องขอบคุณพวกเธอ”
“ไม่เป็ไร” เรียกรอยยิ้มกว้างทันตาเห็น
“นี่ยังน้อยนะ สวยกว่านี้ยังมีอีกเพียบ”
“ใช่ มีทุกสีทุกแบบ ว่าแต่เ้าชอบสีอะไรล่ะจะได้ให้คนเตรียมไว้...” ดูเหมือนความช่างเจรจาของคนทั้งคู่นำมาสู่ช่องทางอันดีให้นาตาลีได้หยั่งเชิงถามเื่ที่อยากรู้โดยเฉพาะ...
“ท่านเนเรนจะไม่ว่าเอาหรือคะ ชุดสวยๆพวกนี้คงราคาสูง” คนฟังพากันปัดมือสล่อน
“ไม่ว่าหรอก ท่านใจดีออก อีกอย่างทั้งหมดนี่ท่านเป็คนสั่งเอง”
“ห๊า!ท่านน่ะเหรอ” นาตาลีแทบไม่เชื่อหู
“ใช่ก็มันเป็ธรรมเนียมของคนที่นี่มาเนิ่นนาน ใครๆ เขาก็ใส่กันทั้งนั้น”
โธ่เอ้ย! ว่ากันด้วยเื่กฎระเบียบนี่เอง
“ท่านเนเรนกับท่านเซออน ตอนนี้อยู่ไหม”
“อยู่สิ แล้วอีกไม่นานท่านอลันก็จะกลับมาคราวนี้อยู่กันครบ”
“แต่โอกาสที่จะอยู่กันครบทั้งสี่ท่านมีไม่มากนักหรอกเพราะต่างก็มีหน้าที่ล้นมือ” สองสาวฝาแฝดพลัดกันตอบคำถามเจื้อยแจ้ว
คนฟังเข้าใจดี ผู้นำต้องร่วมกันทำงานเป็ทีม ยิ่งเป็เพื่อนกันมาั้แ่เด็กด้วยแล้ว ความเข้าใจย่อมมีมากข้อนี้ล่ะจะได้เปรียบทางการปกครอง
“ฉันอยากเจอเนล เพื่อนของฉัน”ประโยคนี้ทำให้สองคนฟังถึงกับงงกึ่งมึน
“คนที่มากับฉันน่ะ”
“คนที่มากับเ้า” ลินดาทวนคำเบาๆ เสริมติดด้วยวารี
“อ้าว!ก็คนที่มากับเ้าก็คือท่าน..” และนั่นก็ทำให้ลินดาต้องหยิบหมับสะกัดคำคู่แฝดไว้
“งั้นพวกข้าจะไปตามให้ละกัน เ้าอยู่รอที่นี่ล่ะ อย่าไปไหน” พออีกฝ่ายทำท่าว่าเข้าใจเท่านั้นแหละ ลินดาก็รีบลากวารีออกไปอย่างรีบร้อน สองคนสี่ขาพกความข้องใจมาหยุดลงตรงหัวมุมทางเดิน
“มันยังไงกันน่ะ ข้างงไปหมดแล้ว นางพูดอย่างกับไม่รู้ว่าคนที่มาด้วยคือ ‘ท่านเนเรน’ แล้ว ‘เนล’ คือใคร” วารีโวยขึ้นเต็มเสียง
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน”
“อย่างนั้นก็ต้องถามคนที่รู้”
“ใช่”
ฟาลีถูกแฝดผู้น้องบุกถึงห้องพักหวังช่วยไขข้อข้องใจให้กระจ่างแต่คงระดมยิงคำถามชนิดฟังกันแทบไม่ทัน คนถูกซักความยาวสาวความยืดจึงออกอาการมึนจัด
“พอแล้ว! เล่นถามกันอย่างนี้จะให้ข้าตอบอะไรก่อนเอาเป็ว่าค่อยๆ ถามทีละข้อและก็ทีละคน ได้ไหม” สองสาวปั้นหน้านิ่วแต่ก็ทำตามโดยดีด้วยอยากรู้เต็มแก่
สุดท้ายได้รู้แค่...
“เื่มันยาว แต่เริ่มที่นางคือผู้ต้องสงสัย”
“ผู้ต้องสงสัย!” มือหนายกขึ้นอุดหูสะกัดเสียงแหลมปรี๊ดไม่รู้แม่น้องสาวของเขาจะตกตะลึงอะไรนักหนาถึงได้แหกปากจนแสบหูอย่างนี้
“เบาหน่อยสิ! เดี๋ยวเขาก็รู้กันทั้งต้องฟ้าเท่านั้น”
“ก็แล้วเื่มันเป็มายังไง เล่าซิ!” คนถูกคาดคั้นทำตามคำขอแล้วกำชับว่าให้เป็ไปตามที่ท่านเนเรนสั่งเท่านั้น หากทำอะไรนอกเหนือจะถูกลงโทษสถานหนัก
เสียงเปิดประตูทำให้คนที่กำลังรอคอยลุกพรึบจากเก้าอี้
“ว่าไง เนลอยู่ที่ไหนจ๊ะ”
“กำลังพักผ่อนน่ะ เพราะนอกจากาแแล้วยังมีไข้ด้วย” ลินดาตอบเสียงเรียบ ส่งผลให้คนฟังมุ่นหน้าด้วยความเป็ห่วง
“ฉันจะไปดูเขา” คนที่มัวแต่เกี่ยงกันตอบจึงไม่ทันขายาวๆของคนใจร้อนที่เดินนำออกจากห้องให้คนที่เหลือได้วิ่งตามหน้าตั้ง
“เดี๋ยวสิ!”
“รอพวกข้าด้วย”
สามสาวหยุดลงตรงหน้าบานประตูหนาซึ่งแกะสลักลวดลายหยาบๆบอกให้รู้ถึงชนชั้นของผู้อาศัย มือเล็กๆ ผลักประตูพรวดคนที่กำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงขนาดเล็กด้านในหันมอง
“เ้า”
“เนล” หญิงสาวถลาเข้าไปสำรวจทั่วร่าง “เป็ไงบ้าง เห็นลินดาบอกว่าคุณมีไข้”ว่าแล้วก็ยกหลังมือขึ้นอังหน้าผากของเขาอย่างไม่ใส่ใจว่าคนตามหลังมาติดๆจะเบิกตาถลนแทบหลุดจากเบ้า หรือว่าอกแตกตายไปตรงนั้น หากแต่ ‘ปาก’ ยังพอพะงาบๆ ได้บ้าง แต่ระดับเสียงเบาราวกระซิบ
“ทำอย่างนั้นไม่ได้”
“ไม่สมควร”
แล้วใคร๊จะไปได้ยิน!
“ข้าไม่เป็ไร” เขาตอบด้วยเสียงแหบพร่ามือหนารวบมือเล็กลงวางที่ตักก่อนจะขยับตัวนอน
“ไม่เป็ไรทุกสถานการณ์เลยนะ ไม่รู้จะอึดไปถึงไหน”เธออดค่อนขอดไม่ได้ พอพูดไปแล้วก็เบือนหน้ามามองอีกทาง
“นักยามาดูเขาหรือยังจ๊ะ” ลินดาเหมือนจะควบคุมสติอารมณ์ของตัวเองได้ดีกว่าจึงพยักหน้าหงึกหงัก
“มาแล้ว เมื่อสักพักใหญ่”
คำตอบทำให้นาตาลีหันกลับไปมองหา ยา อนิจจา! มีแต่ยาโบราณประเภทรากไม้กับเถาวัลย์ ต่างกับยาปฏิชีวนะที่ใช้วิธีอ่านฉลากหน้าซองก็เข้าใจ
“เ้าไม่ต้องห่วง ไม่มีใครปล่อยให้เขาตายคาห้องอยู่แล้ว ที่นี่น่ะต้องฟ้านะถ้าจะห่วงละก็ห่วงตัวเองเถอะ” ลินดาเปรยให้คนฟังย่นคิ้ว
“เพราะเ้ามีหมายกำหนดการเข้าพบท่านเซออนใน่เย็น”
ห๊า!
หญิงสาวหน้าเหวอไปชั่วขณะ แล้วก็ต้องพยายามอย่างยิ่งยวดเพื่อปรับให้เป็ปกติ
จริงสิ! เธอมาเพื่อการนี้มิใช่หรือ
แม้ใจนึกห่วง คนป่วย จนไม่อยากไปไหน แต่ทั้งหมดทั้งปวงก็เพื่อให้เธอได้มาพบท่าน
บางทีอาจเป็การดีก็ได้