“ตกลงเราเป็นอะไรกันคะ?”
ปณยาอยากได้ความชัดเจนจากผู้ชายตัวโตตรงหน้า ยังไงเสียวันนี้เธอจะต้องได้รับความชัดเจนที่ว่านั้นจากเขา ดวงตากลมโตจ้องมองสบประสานสายตากับดวงตาคมกริบ โดยไม่คิดจะเลี่ยงหลบไปทางอื่น ขณะที่ปากบางจิ้มลิ้มก็ได้เอ่ยถามออกไปตรงๆ
“.........”
มอร์แกนไม่คิดว่าหญิงสาวตัวเล็ก จะกล้าเอ่ยถามหาความชัดเจนจากเขาเช่นนี้ เนื่องจากไม่เคยมีใครถามเช่นนี้มาก่อน แม้กระทั่งคนรักของเขาคนก่อน ที่ทำให้เขาเจ็บปวดเพราะรัก ก็ไม่เคยถามก่อนเช่นนี้เลย
“โอเคค่ะ ฉันรู้แล้ว”
ปณยาเม้มปากบางจิ้มลิ้มเข้าหากัน เมื่อรอฟังอยู่สักพัก ก็ไม่เห็นว่าเขาจะพูดสักที เธอจึงพยักหน้า หลุบดวงตากลมโตไปมองที่มือเรียวเล็กของตัวเอง ขณะที่ปากบางจิ้มลิ้มเอ่ยเหมือนว่าเธอได้รู้แล้ว ถึงเขาไม่พูดออกมาเธอก็รู้แล้ว
“รู้ว่าอะไร?”
มอร์แกนถึงกับขมวดคิ้วเข้มหนาเข้าหากัน เมื่อได้ยินว่าปณยารู้แล้ว ทั้งที่เขายังไม่ได้พูดอะไรออกมาสักคำ ที่เขาไม่พูดเพราะกำลังครุ่นคิดและชั่งใจ ว่าเร็วไปไหมที่จะเผยความรู้สึกให้สาวเจ้าได้รับรู้
“ก็รู้อย่างที่รู้นั่นแหละค่ะ คุณไม่ต้องพูดอะไรแล้วล่ะ และในเมื่อเรื่องราวความแค้นของพวกคุณก็ได้สะสางแล้ว ฉันก็ควรจะต้องกลับคอนโด ไปใช้ชีวิตตามปกติของฉันสักที”
“แล้วที่รู้อย่างที่รู้นั้นคืออะไร? กลับไปใช้ชีวิตปกติ อยู่กับผมนี่คือไม่ปกติใช่ไหม? ไม่ปกติตรงไหน?”
หญิงสาวตัวเล็กไม่ได้พูดออกมาให้ชัดเจน เพียงแค่บอกว่าเธอรู้ตามความคิดของเธอ ซึ่งเป็นการคิดเองเออเองโดยแท้ และคิดว่าความคิดของตัวเองถูกต้องแล้ว จึงไม่คิดที่จะเซ้าซี้ถามอะไรมาเฟียตัวโตให้มากความอีก
แต่คำพูดนั้นกลับทำให้มอร์แกน ต้องขมวดคิ้วเข้มหนาเข้าหากันจนแทบจะผูกกันเป็นโบว์ ยิ่งคำพูดที่เธอบอกว่าจะกลับคอนโด ไปใช้ชีวิตของเธอตามปกติสักทีนั้นด้วยแล้ว ยิ่งทำให้เขาอยากรู้ว่าเธอเข้าใจว่ายังไง
“ที่ไม่ปกติก็เพราะฉันไม่รู้ว่าฉันเป็นอะไรกับคุณ ถึงฉันจะใจง่าย ยอมให้คุณง่ายๆ ก็เป็นเพราะว่าฉันชอบคุณ อย่างที่ไม่เคยชอบใครมาก่อน แต่ในเมื่อคุณไม่ได้ชอบฉัน ไม่ได้รักฉัน ก็ให้ฉันกลับไปอยู่ในที่ของฉันเถอะค่ะ”
ขณะที่ปณยาพรั่งพรูความรู้สึกให้มาเฟียตัวโตได้รู้ น้ำใสๆ ก็ไหลขึ้นมาเอ่อคลอดวงตากลมโตคู่สวย เมื่อคิดไปว่าเขาไม่ได้รับไม่ได้ชอบเธอเลย เธอเองต่างหากที่ให้เขาง่ายๆเอง เขาจึงมองว่าเธอง่าย เลยไม่คิดที่จะชัดเจน
“ไม่ ไม่ให้ไปไหนทั้งนั้น คุณจะต้องอยู่กับผม”
“ทำไมฉันจะต้องอยู่กับคุณด้วยไม่ทราบ?”
คำก็จะกลับ สองคำก็จะกลับ มอร์แกนเริ่มชักจะโมโหขึ้นมาหน่อยๆ จึงได้พูดปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเข้มดุ แต่พอเขาพูดจบ หญิงสาวตัวเล็กก็พูดขึ้นมาทันควัน ด้วยอารมณ์โมโหเหมือนกัน
“ก็เพราะคุณเป็นเมียผมไง เมียก็ต้องอยู่กับผัวสิ”
“.........”
ปณยานิ่งอึ้งไปกับคำพูดที่ชัดเจนของมอร์แกน ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองใบหน้าครามครัน ดวงใจดวงน้อยที่ในตอนแรกรู้สึกเจ็บหน่วง ตอนนี้กลับกลายเป็นพองโต และเต้นแรงรัวเร็วแทบจะทะลุออกจากจากอกด้านซ้าย
“ฉันเป็นเมียคุณ เหรอคะ?”
ปณยาเอ่ยถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ เธอไม่คิดว่าเขาจะมอบสถานะให้ถึงขั้นนั้น เธอหวังเพียงแค่เขาบอกว่าเธอเป็นแฟน แค่นี้เธอก็พอใจ ดีใจ และก็จะอยู่กับเขาต่อไปแล้ว
“ก็ใช่น่ะสิ คุณเป็นเมียผม มีปัญหาอะไรอีกละ?”
มอร์แกนพูดเน้นหนักและชัดเจน ให้หญิงสาวตัวเล็กได้รู้ ขณะที่ดวงตาคมกริบ จ้องมองใบหน้าสวยใสเหมือนมีคำถาม ซึ่งเธอส่ายหน้า ดวงตากลมโตที่เหมือนน้อยอกน้อยใจ แปรเปลี่ยนเป็นไหวระริกด้วยความดีใจ ที่ได้รู้แล้วว่าเธอเป็นอะไรกับเขา
“เปล่า ไม่ได้มีปัญหาอะไรอีก เพียงแค่......”
ปณยาพูดเพียงแค่นั้น ก็หยุดพูดค้างไว้ แล้วยื่นใบหน้าสวยใสเข้าไปหาใบหน้าคมเข้ม เร็วเท่าความคิดปากบางจิ้มลิ้มประกบจูบปากของมอร์แกน คิ้วเข้มหนาที่ขมวดผูกโบว์พลันคลายออกและเลิกขึ้น
“.........”
ปณยาผละถอยห่าง แต่ดวงตากลมโตคู่สวยยังคงจ้องมองใบหน้าครามครัน ทั้งที่แก้มนวลเนียนใสเห่อแดงระเรื่อซับสี ด้วยความกระดากอายไปกับการกระทำของตัวเอง
มอร์แกนมองใบหน้าสวยใสนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะยื่นมือใหญ่ไปจับที่ท้ายทอยทุยๆของสาวเจ้า เขาโน้มใบหน้าเข้าไปหา จนปากของเขาและปากบางจิ้มลิ้มประกบกัน โดยปากของเขาจูบ ดูดดึง อย่างนุ่มนวล แล้วค่อยๆเพิ่มความร้อนแรง เรียกร้องขึ้นเรื่อยๆ
๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖๓๖