“ขออนุญาตถามนะครับคุณไป่มาจากสำนักหรือตระกูลไหนรึเปล่าครับ?”
เมื่อสงบสติลงได้ถังซื่อหยวนก็ได้ถามคำถามที่เขาอยากรู้ที่สุด
ไป่ฟานเซ๊ยนครุ่นคิดในหัวในตอนนี้ตำหนักโอสถเทพธิดาของนางหายไปแล้วก็คงจะบอกได้ว่านางไม่ได้สังกัดที่ฝ่ายไหนเลยก็ได้กระมัง?
“เปล่าข้าตัวคนเดียว” นางตอบอย่างสงบ
“อ้อตอนนี้มีเด็กคนนี้ด้วย นางเป็คนของข้า” ไป่ฟานเซียนลูบหัวฮุ่ยเอ๋อเบาๆซึ่งเด็กน้อยก็ยินดีให้นายหญิงของเธอลูบหัวอย่างมีความสุข
“งั้นเหรอครับ...”
ถังซื่อหยวนถอนหายใจอย่างโล่งอกสิ่งที่เขากังวลก็นางอาจจะเป็ลูกหลานของตระกูลที่ยิ่งใหญ่ตระกูลไหนหรือสำนักใดถ้าเป็แบบนั้นเื่มันจะค่อนข้างยากสำหรับเขา
“ผมมีเื่จะขอร้องครับคุณไป่ช่วยฟังได้ไหมครับ?”
ถังซื่อหยวนกล่าวอย่างสุภาพและขอร้องไป่ฟานเซียนอย่างตรงไปตรงมาคำขอกะทันหันนี้ทำให้หญิงสาวเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ
“ผมอยากขอร้องให้คุณไป่ช่วยคุ้มครองคนๆหนึ่ง”
ในระหว่างที่ขอร้องถังซื่อหยวนมองตาไป่ฟานเซียนตรงๆเพื่อแสดงถึงความจริงใจ
“คุ้มครองเ้า?”
“ไม่ใช่ผมหรอกครับ”ถังซื่อหยวนรีบโบกมือปฏิเสธ
“...ลูกสาวผมต่างหาก”
“ผมเคยเล่าให้ฟังใช่ไหมครับว่าผมมีลูกสาวอายุพอๆกับฮุ่ยเอ๋อ”ถังซื่อหยวนเริ่มย้อนความหลัง เวลาที่เขาพูดถึงลูกสาวเขาดูมีความสุขมากจริงๆ
“เด็กคนนั้นร่างกายอ่อนแอครับแม้แต่คุณพ่อของผมที่มีความรู้ทางการแพทย์มากยังไม่สามารถรักษาเธอได้ แต่เมื่อเร็วๆนี้มีข่าวว่าหมอเทวดาได้ออกมาจากการฝึกตนแล้วครับ
”
“...หมอเทวดา?”
“คุณไป่ไม่รู้จักเหรอครับ?”ถังซื่อหยวนถามกลับด้วยความงุนงง เพราะชื่อหมอเทวดาเป็ชื่อที่ผู้ฝึกตนน่าจะรู้จักกันอย่างแพร่หลาย
เพราะเขาเป็ผู้ฝึกตนที่มีความรู้ทั้งทางการแพทย์และปรุงยาสูงล้ำสามารถรักษาโรคที่รักษาได้ยากมาแล้วหลายโรค ทั้งยังช่วยเหลือผู้คนอย่างไม่แบ่งแยกทำให้เขาถูกเรียกว่าหมอเทวดาในท้ายที่สุด
“...เป็ฉายาที่น่าสนใจดี”
ไป่ฟานเซียนพูดเมื่อหนึ่งหมื่นปีก่อนฉายาของนางคือ “จักรพรรดินีโอสถ”สิ่งที่นางโดดเด่นที่สุดก็คือการปรุงโอสถไม่ใช่การรักษาถึงจะมีบางครั้งบางคราที่นางรักษาผู้คนแต่นั่นก็เกิดจากพลังของโอสถที่นางปรุงทั้งสิ้น
พอได้ยินชื่อหมอเทวดาจึงทำให้นางสนใจขึ้นมา
ไม่มีใครรู้ว่าชื่อจริงของเขาคืออะไรในระยะหลังเขาปิดด่านฝึกตนมาแล้ว 5 ปีในที่สุดก็มีข่าวลือออกมาจากลูกศิษย์ของเขาว่าหมอเทวดากำลังจะออกมาจากการปิดด่านฝึกตนเร็วๆนี้
นั่นทำให้ผู้คนที่รู้ข่าวต่างตื่นเต้นยินดีและเริ่มออกเดินทางไปยังหมู่บ้านกลางเขาที่มีข่าวว่าเขาจะปรากฏตัวที่นั่นกันแล้ว
ถังซื่อหยวนเองก็เป็หนึ่งในนั้นเมื่อรู้ข่าวเขาก็อยากจะรีบพาลูกสาวคนเล็กไปทันทีแต่สิ่งที่ทำให้เขากังวลที่สุดก็คือเื่ความปลอดภัย
ไม่เพียงแต่สุขภาพของลูกแต่ยังมีศัตรูที่พร้อมจะโจมตีตระกูลถังทันทีที่รู้เื่
ยกตัวอย่างเช่นรถคันสีดำที่ขับไล่เขามาวันนี้จนเกือบจะเกิดอุบัติเหตุกับฮุ่ยเอ๋อนั่นก็ใช่มีหลายตระกูลที่อยากจะจู่โจมตระกูลถังทั้งที่มืดและที่แจ้งเพราะตระกูลถังนั้นมีอิทธิพลในฐานะตระกูลที่ปรุงโอสถของเมืองทั้งเบื้องหน้ายังเป็เ้าของโรงพยาบาลหลายแห่ง
จึงมีทั้งคนธรรมดาและผู้ฝึกตนที่พร้อมจะหาประโยชน์จากพวกเขา
ไป่ฟานเซียนฟังคำอธิบายของถังซื่อหยวนเงียบๆ
“ผมไม่รบกวนคุณไป่มากแค่่ที่เดินทางพาลูกสาวผมไปหาหมอเทวดาก็พอครับ”ถังซื่อหยวนรู้ดีถึงขอบเขตของคำขอสำหรับตัวตนระดับปรมาจารย์หากจะขอให้เขาหรือเธอมาคอยคุ้มครองเด็กน้อยคนหนึ่งตลอดเวลามันดูจะเป็การไม่คุ้มค่าเลยสักนิดทั้งยังดูจะเป็การล่วงเกินไปสักหน่อยด้วย
“เ้าก็มีคนเหล่านี้อยู่แล้วไม่ใช่รึ?”
ไป่ฟานเซียนมองไปยังอาหม่าและอาเทียนทั้งสองก็เป็ผู้ฝึกตนเช่นกัน ทั้งยังทำงานให้ตระกูลถังอยู่แล้ว
“ศัตรูคราวนี้ไม่ใช่ระดับที่ผู้ฝึกยุทธ์จะรับมือได้น่ะครับ”ถังซื่อหยวนถอนหายใจเบาๆ
“มีระดับจอมยุทธ์หลายคนที่เพ่งเล็งตระกูลถังอยู่หากไม่มีคุณพ่อของผมที่เป็จอมยุทธ์ขั้นหกอยู่ตระกูลถังคงจะล่มสลายไปแล้วล่ะครับ”เขาเล่าต่อด้วยความเศร้า
“ตัวผมเองก็ไม่มีพร์ในการฝึกตนอายุปูนนี้ยังหยุดอยู่ที่รวมปราณขั้นสิบเองครับ”เขาหัวเราะแห้งๆให้กับความอ่อนหัดของตนเอง
แต่ทั้งอาหม่าและอาเทียนต่างแย้งอยู่ในใจถึงพร์ของนายท่านพวกเขาจะต่ำต้อยในด้านการฝึกตนแต่ถังซื่อหยวนกลับเป็นักธุรกิจอัจฉริยะภายใต้การบริหารของเขาทำให้โรงพยาบาลในเครือตระกูลถังหลายแห่งเติบโตขึ้นมากใน่20 ปีที่ผ่านมา
รถคันสีดำแล่นเข้าไปในอาณาเขตบ้านหลังใหญ่ยามที่ทำหน้าที่เฝ้าประตูเปิดประตูให้ทันทีที่เห็นรถฮุ่ยเอ๋อที่สังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงด้านนอกเกาะที่กระจกข้างแล้วมองดูอย่างสนใจ
เมื่อผ่านประตูมาแล้วสิ่งที่ปรากฏคือสนามหญ้ากว้างขวางที่ต้นไม้ถูกดูแลอย่างดีที่สุดทางคือคฤหาสน์สมัยใหม่หลังใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นอย่างประณีต
เมื่อรถจอดอาหม่าก็รีบลงไปเปิดประตูให้นายท่านและแขกได้อย่างว่องไวภาพที่ไป่ฟานเซียนก้าวลงมาจากรถอย่างสง่างามในชุดโบราณดึงดูดความสนใจจากคนใช้ที่รอต้อนรับอยู่ได้เป็อย่างดี
เด็กน้อยฮุ่ยเอ๋อะโลงมาจากรถด้วยความช่วยเหลือจากอาหม่าเธอขอบคุณเขาและปฏิเสธความช่วยเหลือของอาหม่าที่จะช่วยถือกระเป๋าใบใหญ่นั้นให้ด้วยความหวังดีไป
“เชิญทางนี้เลยครับคุณไป่” ถังซื่อหยวนผายมือเชิญไป่ฟานเซียนอย่างสุภาพสร้างความแปลกใจให้เหล่าคนรับใช้ที่เฝ้ามองอยู่ได้อีกครั้ง
แขกคนนี้เป็ใครนายท่านของพวกเขาถึงให้ความสำคัญถึงขนาดนี้
ถ้าแม้แต่นายท่านยังปฏิบัติด้วยความสุภาพพวกเขาก็รีบเก็บอาการอยากรู้อยากเห็นไปทันที
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ นายท่าน”พ่อบ้านชราที่มีรอยยิ้มใจดีก้าวเข้ามาทักทายตามหน้าที่เขามองไปยังไป่ฟานเซียนอย่างแปลกใจแล้วถามขึ้นว่า
“วันนี้มีแขกหรือครับ?”
“ใช่แล้วลุงหวงช่วยเตรียมอาหารและห้องฟักคืนนี้ให้หน่อยนะ”ถังซื่อหยวนกล่าวกับพ่อบ้านชราด้วยความสุภาพพ่อบ้านชราที่เขาเรียกว่าลุงหวงนี้อยู่กับพ่อของเขาั้แ่ยังหนุ่มทั้งยังเคยเลี้ยงดูเขามาด้วยั้แ่เด็ก ทำให้ถึงเขาจะเป็นายท่านของบ้านแต่ก็ยังปฏิบัติตัวต่อพ่อบ้านชราด้วยความเคารพ
“ได้ครับนายท่าน”ลุงหวงพยักหน้ารับเขาก้มลงไปมองฮุ่ยเอ๋อที่แอบอยู่ด้านหลังไป่ฟานเซียนและกำลังแอบมองมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นด้วยความเอ็นดู
“ให้เตรียมห้องพักแยกให้คุณหนูคนนี้ไหมครับ?”
“นะ...หนูจะอยู่กับนายหญิง”ฮุ่ยเอ๋อปฏิเสธเสียงเบาเธอใช้มือข้างที่ไม่ได้ถือกระเป๋าเกาะชายเสื้อไป่ฟานเซ๊ยนไว้แน่น
“โฮ่โฮ่งั้นผมจะเตรียมเตียงเสริมให้นะครับ”ลุงหวงหัวเราะเบาๆแล้วขอตัวออกไปสั่งงานโดยให้เตรียมห้องพักให้เร็วที่สุด
ถังซื่อหยวนเดินนำพวกเธอเข้าไปยังห้องรับแขกที่นั่นมีพร้อมทั้งโซฟาที่นุ่มสบายและโทรทัศน์เครื่องใหญ่นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายเตรียมพร้อมอยู่ที่นั่น
“คุณไป่เชิญนั่งก่อนครับ”ถังซื่อหยวนเชิญไป่ฟานเซียนนั่งที่โซฟาตัวยาวเขาไม่ลืมที่จะพูดแบบเดียวกันกับฮุ่ยเอ๋อด้วย
“ขนมครับนายท่าน”
ลุงหวงที่หายไปกลับมาพร้อมกับรถเข็นที่มีน้ำชาและขนมอยู่บนนั้นเขาเสิร์ฟชาอย่างเบามือรวมถึงชีสเค้กอย่างดีให้กับทุกคนรวมถึงฮุ่ยเอ๋อนอกจากนี้เขายังแถมคุกกี้ชิ้นเล็กหลายชิ้นไว้ข้างๆจานของเด็กน้อยด้วย
“ขอบคุณค่ะ! คุณตา”
ฮุ่ยเอ๋อขอบคุณลุงหวงอย่างดีใจซึ่งลุงหวงก็หัวเราะโฮ่โฮ่ด้วยความเอ็นดูเขาดูจะดีใจไม่น้อยที่เห็นเด็กน้อยเรียกว่าคุณตาทั้งยังกินขนมที่เขาให้ด้วยความสุข
เพราะคุณหนูเล็กของบ้านป่วยและไม่แข็งแรงทำให้บ้านไม่ค่อยจะสดใสทั้งเวลาทานอะไรก็ทานน้อยเสียจนน่าเป็ห่วง
“กลับมาแล้วเหรอคะคุณ?”
เสียงที่อ่อนโยนดังขึ้นจากประตูหญิงวัยกลางคนที่ดูสง่างามก้าวเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มอบอุ่นเต็มใบหน้าและเมื่อเห็นว่ามีแขกเธอก็ถามอย่างแปลกใจ
“อ้าวกำลังมีแขกเหรอคะ?”
“ซินหลานมาทักทายคุณไป่ก่อนสิ” ถังซื่อหยวนลุกขึ้นไปหาภรรยาด้วยรอยยิ้มเขาพาเธอเข้ามาแล้วแนะนำให้ไป่ฟานเซียนรู้จัก
“ฉันชื่อถังซินหลานยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” ถังซินหลานทักทายไป่ฟานเซียนอย่างมีมารยาท
“สวัสดี”
ไป่ฟานเซียนเพียงทักทายอย่างเรียบง่ายแต่นั่นไม่ได้ทำให้ถังซินหลานโกรธหรือไม่พอใจเลยสักนิดเธอเป็ภรรยาของถังซื่อหยวนมาตั้งกี่สิบปี เมื่อดูจากท่าทีของสามีตัวเองที่ปฏิบัติต่อหญิงสาวตรงหน้าก็รู้ได้แล้วว่าเธอไม่ใช่คนธรรมดา
“เด็กคนนี้น่ารักจังเลยค่ะ...”
ถังซินหลานเมื่อเหลือบไปมองที่ฮุ่ยเอ๋อซึ่งกำลังกินคุกกี้เข้าไปคำใหญ่จนแก้มน้อยๆนั่นบวมเหมือนกระรอกพึมพำออกมาอย่างไม่รู้ตัว
“เด็กคนนั้นชื่อฮุ่ยเอ๋อผมฝากคุณดูแลเธอตอนผมคุยธุระกับคุณไป่ได้ไหม?” ถังซื่อหยวนขอร้องภรรยาซึ่งเธอย่อมพยักหน้ารับอย่างยินดีเธอลุกขึ้นมาแล้วจูงฮุ่ยเอ๋อไปที่โซฟาอีกด้านซึ่งอยู่ติดกับทีวีหลังจากที่ฮุ่ยเอ๋อได้รับความยินยอมจากนายหญิงของเธอแล้ว
จานขนมและน้ำชาถูกลุงหวงที่ปรากฏตัวจากเมื่อไรไม่ทราบย้ายไปพร้อมกันทั้งยังแอบเสิร์ฟขนมเค้กอีกหลายชิ้นให้อย่างไม่รู้ตัว
ไป่ฟานเซียนเหลือบมองเด็กน้อยผู้ติดตามของเธอที่กำลังมีความสุขด้วยรอยยิ้มบางๆที่มุมปากนั่นทำให้คนใช้ทั้งชายและหญิงตะลึงจนเก็บอาการไม่อยู่
มีเพียงถังซื่อหยวนและลุงหวงเท่านั้นที่มองอย่างสงบ
“คุณไป่เื่ที่คุยค้างกันไว้บนรถนั่น...”
ชายวัยกลางคนเปิดประเด็นขึ้นมา
“ไม่ต้องกังวลเื่ค่าตอบแทนเลยนะครับผมจะเตรียมไว้ให้อย่างสมน้ำสมเนื้อแน่นอน”
“หรือคุณไป่มีความ้าอื่นๆก็บอกผมได้เลยไม่ใช่แค่ผม แต่ตระกูลถังจะตอบสนองความ้าของคุณไป่ให้อย่างสุดความสามารถ”ถังซื่อหยวนพูดอย่างตรงไปตรงมาเขาแอบมองท่าทางของไป่ฟานเซียนที่ดูเฉยเมยด้วยความกังวล
เขาไม่ได้บอกค่าตอบแทนเป็ตัวเลขออกมาจึงได้แต่โยนหินถามทางเผื่อว่าหญิงสาวจะมีความ้าบางอย่างเป็พิเศษที่เขาสามารถตอบสนองให้ได้
อย่างไรตระกูลถังก็ขึ้นชื่อเื่การปรุงโอสถในหมู่ผู้ฝึกตนเขาก็เตรียมใจไว้แล้วหากหญิงสาวจะเรียกร้องเป็โอสถหรือวัตถุดิบล้ำค่าบางอย่างและเขาก็รู้ดีว่าค่าตัวของผู้ฝึกตนระดับปรมาจารย์นั้นไม่มีทางถูกแน่นอน
แต่คำตอบของหญิงสาวกลับทำให้เขาต้องประหลาดใจ
เพราะมันไม่ใช่ทั้งเงินมหาศาลหรือโอสถล้ำค่า
“บ้าน...ข้า้าบ้านสักหลังหนึ่ง”