บทที่ 3 เพื่อนใหม่ ในกระแส
สองสามวันที่ผ่านมาวารัญเก็บตัวอยู่แต่ในคอนโด เฝ้าดูผลงานต่าง ๆ ของมายซันเพื่อทำความรู้จักเขาให้มากขึ้น
วารัญเพิ่งรู้ว่าจริง ๆ แล้วมายซันเพิ่งจะมีละครที่เล่นเป็พระเอกแค่เพียงเื่เดียวเท่านั้น แต่ก่อนหน้านี้ก็มีผลงานมาบ้างนิดหน่อย พอได้มารับบทละครเื่ล่าสุดก็ดันดังเปรี้ยงปร้างขึ้นมา จนตอนนี้กลายเป็ที่รู้จักและมีผลงานติดต่อกันมาเรื่อย ๆ
ทั้ง ๆ ที่ดูดีมากแท้ ๆ แต่กลับเพิ่งมีคนมองเห็น
วงการพวกนี้แค่หล่ออย่างเดียวคงไม่พอ
ส่วนในโซเชียลของเขาตอนนี้เริ่มสงบลงแล้ว แต่ยอดผู้ติดตามก็ยังขยับขึ้นเรื่อย ๆ โชคดีที่มันไม่ได้ดูน่าใเหมือนวันก่อน ๆ
ซึ่งยอดตอนนี้ก็เกือบจะแตะ 5,000 คนแล้ว
วารัญก็มีแวะไปพูดคุยตอบคำถามบ้างเพื่อให้ดูไม่เป็การเสียมารยาทเกินไป แต่ถ้าจะให้ไล่ตอบทุกคนก็คงทำไมได้ เพราะมีคนเมนชั่น ส่งข้อความมาหาอยู่เต็มไปหมด รวมถึงรูปถ่ายจากในงานที่ยังมีการแชร์ต่อ ๆ กันไม่หยุด
"ไงมึง เลิกบ้าแล้วยัง"
วารัญเดินตัวเอียงมาทิ้งร่างตรงโซฟา มุมทำงานประจำของมะเขียก
"เริ่มสงบแล้ว"
ขนมในจานถูกหยิบขึ้นใส่ปากโดยที่ไม่ต้องถามหาเ้าของ หรือไม่ต้องขออนุญาต เพราะต่อให้เ้าของไม่อนุญาตเขาก็จะกินมันอยู่ดี
"ไปงานเขามาวันเดียว กลับมาอย่างกับซากศพ ถอดใจตอนนี้ยังทันนะเพื่อน"
มะเขียกหันมาเตือนด้วยคำพูดหวังดี แต่แววตาประสงค์ร้ายแบบสุด ๆ เหมือนถูกด่าทางสายตาว่าเขาไม่มีทางทำได้
แต่คนอวดเก่งอย่างวารัญเื่อะไรที่เขาจะต้องยอมแพ้
"พูดมาก กูดูเป็คนขี้แพ้ขนาดนั้นเลยหรือไง"
"ก็เปล่า...แต่มันก็มีอย่างอื่นให้มึงทำอีกตั้งเยอะ"
"ทีมึงยังตามกรี๊ดนักร้องเกาหลีเลยอย่าคิดว่ากูไม่เห็นนะ"
วารัญหยิบโทรศัพท์มะเขียกมากดเปิดหน้าจอเพื่อเตือนสติ ว่าตัวเองก็ไม่ได้ต่างจากเขา เพราะหน้าจอมือถือของมะเขียกมีนักร้องเกาหลีที่มันคลั่งไคล้ ถึงขนาดเคยปฏิญาณตนว่าจะต้องไปดูคอนเสิร์ตเขาให้ได้สักครั้งในชีวิต
"ก็กูชอบของกู กูติดตามผลงานเขามานานเพราะเขาเก่ง เขาน่ารัก เขามีความสามารถ แล้วมึงอ่ะ จู่ ๆ จะลุกขึ้นมาตามมายซัน มีเหตุผลอะไร"
มือถือถูกเ้าของคว้าเอาคืนไปอย่างหวงแหน
"ก็กูชอบ"
"มึงชอบมายซัน”
"กูหมายถึง เขาก็น่ารักดี ชอบแบบแฟนคลับชอบศิลปิน อะไรแบบนั้น"
วารัญเลิ่กลั่กอย่างเห็นได้ชัดกับแค่การตอบคำถามง่าย ๆ ของมะเขียกเท่านั้นเอง
"กูอยากจับมึงมานั่งสาบานว่ามึงคิดแค่นั้นจริง ๆ แต่ก็กลัวเพื่อนตัวเองจะตายฟรี เอาเป็ว่าก็ดีแล้วมึง”
ก็พอพูดถึงมายซันขึ้นมา ใบหน้าของเขาจากงานที่ไปเจอมา มันก็ดันลอยขึ้นมาในหัว ไหนจะน้ำเสียงนุ่ม ๆ ที่กระซิบข้างหูอีก
วารัญเฝ้าบอกตัวเองว่าจะมาประสาทเสียตอนนี้ไม่ได้เพราะแผนการจีบซุป'ตาร์ยังต้องดำเนินต่อไป
วารัญเลี่ยงจากการต่อล้อต่อเถียงกับมะเขียก คว้ากุญแจรถ ออกไปหาเดินเล่นให้จิตใจสงบ ขืนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ในห้องก็คงไม่หายฟุ้งซ่าน
ข้อความในมือถือเด้งแจ้งเตือนเข้ามา ดูเหมือนจะเป็จากแอ็กเคานต์ของบ้านเบสแฟนคลับมายซัน ที่เขาตั้งเตือนเอาไว้เพื่อจะได้ไม่พลาดงานสำคัญ
วินาทีที่เห็นแจ้งเตือนเขาจึงกดเข้าไปอ่านอย่างไม่ลังเล
MySunn Official
@MySunnOfficialFC
ร่วมทำบุญเนื่องในโอกาสวันเกิดของ @MySunn ที่บ้านเด็กกำพร้า งานนี้ขออนุญาตจำกัดผู้เข้าร่วมงานเพียง 200 ท่านนะคะ จะเปิดฟอร์มลงทะเบียนวันนี้ 20.00 น. (ปิดฟอร์มทันทีที่ครบ) ส่วนคนที่ไม่ได้ไป หลังเลิกงานอาจจะมีนัดรวมพลอีกที ทางบ้านจะรีบแจ้งให้เร็วที่สุด #MySunn
*ภาพถ่ายมายซัน*
17.35 AM • 35 ก.พ. ×× • 49K ยอดดู
763 รีโพสต์ 46 อ้างอิง 1,962 ความชอบ
ทำบุญ ลงฟอร์ม คืออะไร แล้วจะให้ลงตอนสองทุ่มแต่นี่ห้าโมงครึ่ง อะไรมันจะเร่งด่วนขนาดนั้น แล้วนี่เขาต้องทำอะไรบ้าง
"ศัพท์แฟนคลับทำไมมันเข้าใจยากจังวะ!"
ว่าแล้วก็รีบต่อสายหาผู้ช่วยหมายเลขหนึ่งอย่างมะเขียกในปัจจุบันทันด่วน
[ลงฟอร์มคือเดี๋ยวจะมีลิงก์ให้มึง มึงก็กดเข้าไปกรอกรายละเอียดแล้วก็รอเขาประกาศผล บอกเลยว่างานนี้มีเงินก็ช่วยมึงไม่ได้ ต้องใช้ดวง และความเร็วเท่านั้น]
"กูยังไม่ทันถามอะไรเลย มึงรู้ได้ไง"
ทันทีที่มะเขียกรับสายก็จัดการตอบข้อสงสัยจนหมดโดยที่วารัญยังไม่ได้อ้าปากถามอะไรเลยสักคำ
[ก็กูกำลังไล่ดูข่าวเรื่อยเปื่อยพอดี แล้วไปเจอโพสต์เข้าพอดี แล้วอย่างมึงโทรมาหากูก็มีเื่เดียว]
ถึงแม้เขาอยากขอบคุณเพื่อนตัวเองอยาก แต่อยากเตะปากมากกว่า แสนรู้ที่หนึ่ง แต่ปากก็หมาที่หนึ่งเหมือนกัน
"แล้วแบบนี้ถ้ากูลงไม่ทัน กูก็อดไปใช่ไหม"
[ถูก]
[กูจะบอกอะไรมึงให้อีกอย่างนะไอ้คุณวา งานวันเกิดอะไรพวกเนี้ยเอกซ์คลูซิฟกว่าไอ้พวกงานเสียเงินอีกนะมึง]
น้ำเสียงมะเขียกแสดงอาการตื่นเต้นจนออกนอกหน้า ไม่รู้ว่าตื่นเต้นกับเื่งานหรือมันจงใจจะปั่นหัวเพื่อนตัวเองกันแน่
[ในงานมึงจะได้ใกล้ชิด ทำกิจกรรมกับนักแสดงที่มึงชอบ โดยที่ไม่ต้องลงทุนจ่ายเป็แสน ๆ แถมได้บุญอีก มีแต่คุ้มกับคุ้ม เพราะฉะนั้นมึงก็ทำใจไว้ก่อนเลยว่า แฟนคลับมายซันจะพร้อมใจเตรียมตัวกดบัตรเข้างานกันเพียบ...โชคดีนะเพื่อน]
หลังจากพูดกรอกหูวารัญจนจิตตก มะเขียกก็วางสายทิ้งกันไปดื้อ ๆ ปล่อยให้วารัญนั่งเหม่ออยู่ในรถคนเดียว
จากที่ตั้งใจจะมาเดินเล่นที่ห้างแก้เซ็ง กลายเป็เครียดแทน
แล้วแบบนี้ถ้าเขากดลิงก์ไปกรอกข้อมูลอะไรนั่นไม่ทัน มันก็จะเท่ากับว่าเขาจะไม่ได้ไปงานนี้
ช่างเป็การแข่งขันที่ดูยิ่งใหญ่มากเหลือเกิน
วารัญเองก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่าวงการนี้ เขามีอะไรแบบนี้อยู่ด้วย
วารัญเปิดดูข้อความจากหน้าไทม์ไลน์แฟนคลับคนอื่น ๆ ที่เหลือว่าเขาคุยอะไรเกี่ยวกับเื่นี้กันบ้าง
บางคนก็สวดมนต์ภาวนา บ้างก็มีบนบานศาลกล่าวด้วยสิ่งต่าง ๆ ที่เขาเองก็ไม่ค่อยเข้าใจนัก และดูเหมือนจะมีบางคน ที่บอกว่าจะ หาร้านรับกดบัตร
"มันต้องขนาดนั้นเลยจริง ๆ เหรอ"
เขาเลื่อนอ่านไปเรื่อย ๆ ก็พบว่ามีหลายคนที่จะใช้วิธีจ้างกดบัตรแทนการที่จะต้องมานั่งกดเอง
วารัญเริ่มเอนเอียงไปว่าวิธีนี้มันจะได้ผล
เขาใช้เวลาในการประมวลผลไม่นานเพราะเดี๋ยวจะไม่ทันสองทุ่มตามที่แจ้งเอาไว้ ก่อนเขาจะตัดสินใจพิมพ์หาพวกร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ตต่าง ๆ ไล่ดูรีวิว การทำงานจนเป็ที่น่าพอใจและก็ได้มา 2 ร้าน
เขาจัดการทักไปหาอย่างไม่รีรอ
ไม่นานทางร้านก็ตอบกลับมา พร้อมรายละเอียดในการกด สนนราคาอยู่ที่ 800 บาทสำหรับการกด 1 ใบ
ซึ่งวารัญไม่ลังเลที่จะตอบตกลงแถมยื่นข้อเสนอว่าถ้ากดได้จริงเขายินดีจ่ายให้ 3,000 บาท
วารัญส่งรายละเอียดทั้งชื่อ นามสกุล อื่น ๆ ที่คิดว่าน่าจะต้องใช้ให้กับร้านกดบัตรทั้งสองที่
จากนี้สิ่งที่เขาต้องทำก็คือรอเวลา
20.00 น.
วารัญนั่งรอการตอบกลับจากร้านที่จ้างกดบัตรงานนี้ไปอย่างใจจดใจจ่อ สายตาเหลือบดูมือถือชนิดที่เรียกว่านาทีต่อนาที
เสียงแจ้งเตือนที่ปกติเคยเปิดบ้างปิดบ้าง ถูกกดเร่งเสียงจนสุด...ในชีวิตไม่เคยต้องมาลุ้นอะไรแบบนี้มาก่อน
เขารีบคว้ามือถือขึ้นมาเปิดอ่านข้อความทันทีที่เห็นหน้าจอแสดงการแจ้งเตือน
[ได้แล้วนะคะคุณวารัญ รอฟังประกาศผลจากทางบ้านได้เลย]
รูปหน้าจอแสดงหลักฐานการลงทะเบียนที่เสร็จสมบูรณ์ ถูกส่งมาเป็หลักฐาน
วารัญส่งคำขอบคุณกลับไปให้ทางร้าน ก่อนจะกดปิดหน้าจอลงตามเดิม
เท่านี้ก็เรียบร้อย
ที่เหลือก็คงต้องรอฟังรายละเอียดกันอีกทีว่าเขาต้องทำอะไรบ้าง เพราะดูเหมือนงานนี้จะเป็งานทำบุญเนื่องในวันเกิดของมายซัน ซึ่งถ้าจำไม่ผิด น่าจะอีกประมาณ 2 สัปดาห์ข้างหน้า
งั้นสิ่งที่เขาจะต้องเตรียมเป็ลำดับต่อไปก็น่าจะเป็ของขวัญสำหรับเ้าของวันเกิด
หลังจากที่ทางร้านแจ้งผลมาไม่นานทางบ้านเบสแฟนคลับก็ออกมาประกาศรายชื่อผู้โชคดี วารัญตรวจเช็กอีกทีเพื่อความแน่ใจว่าไม่มีข้อผิดพลาดอะไรตรงไหน และดูเหมือนว่าเขาจะมีการให้ไปรายงานตัวอะไรอีกด้วย ดูเป็อะไรที่วุ่นวายดีเหมือนกัน แต่ก็ต้องทำเพราะไม่งั้นก็คงอดที่จะไปงานนี้
8. 20.00.48 น. นายวารัญ วินิจพิชยกุล
ลำดับที่แปด
ก็ถ้ามะเขียกบอกว่างานนี้ต้องใช้ความเร็วเพราะคนแย่งกดกันแน่ ๆ แล้วร้านมันกดได้เร็วขนาดนี้ วารัญชักจะเริ่มสงสัยว่าร้านพวกนี้เขาใช้อินเทอร์เน็ตของค่ายอะไรกันแน่
ถือว่า 3000 ที่จ่ายไป คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม!!!
วารัญจัดการยืนยันลำดับในการเข้างานพร้อมทั้งวางแผนว่าจะซื้ออะไรให้เป็ของขวัญในวันเกิดมายซันดี
ขนาดเพื่อนรักอย่างมะเขียกที่คบกันมานานปีดีดัก เขายังไม่เคยซื้อของขวัญวันเกิดอะไรให้เลย อย่างมากก็พาไปเลี้ยงข้าวแล้วก็ตัวใครตัวมัน
แต่กับครั้งนี้คงไม่ได้สินะ
"ไอ้วา กูเห็นลำดับลงทะเบียนของมึงละ ไวเชียวนะ"
"ไวซิ ก็กูไม่ได้ลงเอง"
วารัญลอยหน้าลอยตาตอบคำถามอย่างภาคภูมิใจ
"กูว่าแล้ว...แล้วนี่มึงจะเอาของอะไรไปบริจาคด้วยหรือเปล่า"
"บริจาคอะไร กูยังต้องบริจาคด้วยเหรอ"
"คุณวารัญครับ มันเป็มารยาทไหมล่ะ มึงกะจะไปตามกรี๊ดดาราอย่างเดียวหรือไง เขาก็บอกอยู่ว่างานบุญ ไปทำบุญบ้านเด็กกำพร้า มีของติดไม้ติดมือไปหน่อยจะได้ไม่น่าเกลียด"
ก็จริงอย่างที่เพื่อนว่า เขาเองก็ลืมคิดเื่นี้ไปเลยว่างานนี้คือการไปร่วมทำบุญด้อม ไม่ใช่ไปงานว่าจ้างของลูกค้าตามห้างอะไรแบบนั้น ก็ต้องหาของไปร่วมทำบุญเพิ่มเข้ามาด้วย
วารัญเลยตัดสินใจว่าพรุ่งนี้เขาคงต้องลองไปหาดูพวกของเล่น ขนม ของกินอะไรเผื่อไว้สำหรับเอาไปร่วมบริจาคมันจะได้ดูไม่น่าเกลียดเกินไปอย่างที่มะเขียกว่า
คงต้องเตือนสติตัวเองอีกครั้งว่าเป็แฟนคลับมันไม่ง่ายอย่างที่เห็นจริง ๆ
ถ้าต่อไปนี้ใครมองว่าการเป็แฟนคลับเป็อะไรที่ไร้สาระกะอีแค่วิ่งตามกรี๊ดดาราไปวัน ๆ เขาคงอยากจะลากคอคนพวกนั้นมาแล้วให้มันเห็นว่าแฟนคลับจริง ๆ เขาต้องทำอะไรบ้าง กว่าจะได้ไปเจอศิลปินในแต่ละครั้ง
มันเหนื่อย!
รุ่งเช้า
หน้าไทม์ไลน์แอปพลิเคชันตัวอักษรประจำตัวเขาก็เด้งแจ้งเตือนถึงกำหนดการต่าง ๆ ของงานที่จะเกิดขึ้นในอีก 2 สัปดาห์ ทั้งวันที่ เวลา และกิจกรรมที่จะมีในวันนั้น ให้เหล่าแฟนคลับที่จะไปได้รับทราบ พร้อมกับจัดตั้งกรุ๊ปไลน์เฉพาะกิจ สำหรับผู้ที่ไปเข้าร่วมงานนี้โดยเฉพาะ
ซึ่งวารัญได้พาตัวเองเข้าไปอยู่แทบจะเป็คนสุดท้าย เพราะมัวแต่วุ่น ๆ เื่ของที่จะเอาไปบริจาค
< HBD MySunn (209)
-WaranWi เข้าร่วมกลุ่ม-
[Lookploy : คุณวารัญตัวจริงเสียงจริงไหมคะ]
[Mymy : ใช่ ใช่ไหมคะ]
[Lolypop : งานนี้คุณวารัญไปด้วยเหรอ กรี๊ดนะจะได้เจอด้วยอะ]
[Mayzaa : @WaranWi ใช่คุณวารัญที่เป็ท็อป เมื่องานที่แล้วไหมคะ]
ทันทีที่ชื่อไลน์ของวารัญเด้งเข้าไปในกลุ่ม ทุกคนต่างรัวข้อความกันมาไม่หยุด บางคนถึงกับแท็กเรียกหาให้เขาออกไปคุยเลยทีเดียว
[Waaran : ครับ ผมวาเองครับ ยินดีที่ได้รู้จัก]
[Waaran : ยังไงต้องรบกวนทุกคนด้วยนะครับ]
[Opal : ดีใจมาก ๆ เลยที่จะได้เจอคุณวา]
[Mile : มายซันต้องแกล้งแฟนบอยพวกเราแน่เลยรายนั้นขี้แกล้งจะตาย]
[Mymy : คุณวารัญไม่ต้องกลัวนะคะ พวกเราจะปกป้องคุณวาเอง]
[Waaran : ขอบคุณทุกคนครับ :)]
[Flim : สวัสดีทุกคนค่ะ]
[Lookploy : กรี๊ดหนักมาก..กะแล้วว่างานนี้พี่ฟิล์มต้องไป จะได้เจอพี่ ๆ ทุกคน ตื่นเต้นสุด ๆ อะ]
วารัญกดออกจากหน้าห้องแชท ปล่อยให้พวกเขาพูดคุยกันไป เพราะตัวเองก็ไม่รู้ว่าจะคุยอะไรดี 200 กว่าชีวิตที่อยู่ในกลุ่ม ดูเหมือนจะเคยเจอกันมาก่อนแล้ว
ส่วนเขา เขาไม่รู้จักกลุ่มแฟนคลับพวกนี้เลยด้วยซ้ำ ถึงทุกคนจะรู้จักตัววารัญในฐานะแฟนบอยอะไรก็เถอะ มันก็อดรู้สึกแปลก ๆ ไม่ได้อยู่ดี
ปกติวารัญก็ไม่ใช่คนมีสังคมอะไรมากมาย เพื่อนก็มีกันอยู่ไม่กี่คน ชีวิตเขาถ้าไม่หมกตัวอยู่กับเื่งานก็คือกินกับนอน ่นี้ที่มาเป็แฟนคลับมายซันก็เลยต้องปรับตัวเยอะหน่อย
เห็นทีต้องหาเพื่อน ๆ ในกลุ่มแฟนคลับเอาไว้บ้าง จะได้มีคนคอยให้คำปรึกษา ไม่ต้องมานั่งถามมะเขียกให้ถูกเหน็บแนมบ่อย ๆ
่ระหว่างสัปดาห์เหมือนว่ามายซันจะมีงานแต่เป็งานที่ต่างจังหวัด วารัญก็เลยเริ่มลังเลว่าจะตามไปดีไหม ปกติพวกแฟนคลับเขาตามไปทุกที่ก็จริง แต่ถึงขนาดตามไปต่างจังหวัดแบบนี้ไม่ได้อยู่ในความคิดของวารัญเลยสักนิด
"ก็ถ้าคนที่ตาม แบบสุดจริง ๆ ชอบมากจริง ๆ เขาก็ไปนะมึง นั่งเครื่อง เหมารถตามไปเลยแหละ กูเห็นบ่อย ๆ"
และนั่นคือคำปรึกษาจากมะเขียกที่ได้รับมา
จากที่ลังเลในตอนแรก พอมาตอนนี้วารัญก็จัดการจองที่พักพร้อมตั๋วเครื่องบินเรียบร้อย สถานีปลายทางคือเชียงใหม่
วารัญเดินทางไปวันเดียวกับมายซัน แต่จะนอนค้างที่นั่นหนึ่งคืนเพราะไม่อยากทรมานตัวเองด้วยการไปกลับในวันเดียว
ด้วยความกังวลเล็กที่เกิดขึ้นเพราะเป็การไปต่างจังหวัดเพื่อตามดาราครั้งแรกในชีวิต เลยอยากจะลองหาเพื่อนเดินทางสักคน วารัญก็เลยลองพิมพ์ข้อความลงไปในพื้นที่โซเชียลของตัวเองดู เผื่อจะมีคนสนใจจริง ๆ
WaranWi
@WaranWi
เชียงใหม่คนเดียวครั้งแรก หาเพื่อนร่วมเดินทางวันพุธนี้มีไหมครับ ไปคนเดียวเขิน
#MySunn
9.03 PM • 1 มี.ค. ×× • 22.6K ยอดดู
270 รีโพสต์ 13 อ้างอิง 575 ความชอบ
*แนบรูปภาพตั๋วเครื่องบิน*
ทีมแฟนบอยมายซัน @MySunnFCB • 2h
กำลังตอบกลับถึง @WaranWi
คุณวาไปด้วย อยากไปเลย ลางานแป๊บนะคะ เริ่มสงสัยแล้วว่านี่ฉันกรี๊ดมายซันหรือกรี๊ดแฟนบอย
MySunnFamily @MySunnMyBuil • 2h
กำลังตอบกลับถึง @WaranWi
ไปวันเดียวกันเลยค่ะ แต่ไม่รู้ว่าบินคนละเที่ยวกับคุณวาไหม เดี๋ยวเราขออนุญาตทักไปนะคะ อยากเจอคุณวามาก ๆ เลย
มายซันจ๋าเมียมาแล้ว @GFmysunn • 4h
กำลังตอบกลับถึง @WaranWi
มีคนไปเยอะเลยค่ะคุณวา คุณวาไม่เหงาแน่นอนไม่ต้องเป็ห่วงนะคะ สาว ๆ รอดูแลคุณวาเพียบเลย
ข้อความจากเหล่าแฟนคลับของมายซันที่มาร่วมแสดงความคิดเห็นรวมถึงมีบางคนที่ทักมาบอกว่าตัวเองก็ไปงานนี้ด้วยเหมือนกัน ทักมาถามเที่ยวบินกันใหญ่ บางคนบินคนละเที่ยวก็เลยนัดกันว่าจะไปเจอที่นู่น
การไปต่างจังหวัดคนเดียวครั้งแรกกับงานนี้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
วารัญวางมือถือทิ้งเอาไว้ ก่อนที่จะไปเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเผื่อที่วันเดินทางจะได้ไม่ฉุกละหุก
ก่อนที่เสียงมือถือจะเริ่มสั่นรุนแรงไม่หยุด
เหตุการณ์คล้าย ๆ กับวันที่เขากลับมาจากการไปเจอมายซันครั้งแรก วารัญรีบเดินกลับมาดูว่ามันมีเื่อะไรอีกหรือเปล่า
ก่อนจะต้องใยอดข้อความของตัวเองที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว สาเหตุเกิดเพราะคอมเมนต์ล่าสุด ที่เพิ่งมาโพสต์ลงในข้อความของเขาเมื่อไม่กี่นาทีก่อน
MySunn @MySunn • 8m
กำลังตอบกลับถึง @WaranWi
งั้นให้ผมไปเป็เพื่อนไหมครับ...วันนั้นมีธุระไปที่นั่นพอดี 5555+
11.43 AM • 32 ม.ค. ×× • 107K ยอดดู
1,862 รีโพสต์ 42 อ้างอิง 3,234 ความชอบ
ประโยคสั้น ๆ เพียงไม่กี่ประโยคของมายซัน มันทำเอาข้อความธรรมดาของวารัญลุกเป็ไฟ จนเขาต้องปิดแจ้งเตือนไปในที่สุด
วันเดินทาง
วารัญจัดการเช็กความเรียบร้อยเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทาง ตอนออกจากห้องมาก็ไม่ค่อยอยากจะมองหน้าเพื่อนตัวเองสักเท่าไหร่ เพราะสายตาที่มองมาอย่างล้อเลียนความบ้าดาราของเขา
วารัญมาถึงสนามบินก่อนเวลาเช็กอินเกือบ ๆ สองชั่วโมง เพราะมีนัดกับแฟนคลับอีกคนที่ชื่อเบล เบลเป็นักศึกษามหาวิทยาลัยปีหนึ่ง วันนี้ถึงกับยอมขาดเรียนเพื่อจะได้ไปงานนี้โดยเฉพาะ
จะบอกว่าการศึกษาไทยแพ้ศิลปินที่มีงานต่างจังหวัดก็คงไม่ผิดนัก
ส่วนอีก 2 คนที่คุยกันไว้ พวกเธอไปคนละเที่ยวบินก็เลยว่าเดี๋ยวเอาไว้ไปเจอกันที่นู่นและทุกคนยินดีที่จะพักที่เชียงใหม่เป็เวลา 1 คืน ด้วยเหตุผลที่ว่า กลัวเขาไม่มีเพื่อนบินกลับ
"คุณวา”
เสียงใสะโเรียกชื่อเขามาแต่ไกล
"คุณเบลใช่ไหมครับ"
"ใช่ค่ะ โหคุณวานี่น่ารักกว่าในรูปที่เบลเห็นอีกนะคะ วันนั้นเบลไม่ได้ไปงานเลยไม่ได้เจอคุณวา มีแต่คนพูดถึงคุณวาเต็มไปหมด ดีใจที่ได้เจอนะคะ"
มาถึงเบลก็บรรยายความรู้สึกตัวเองยาวเหยียดไปเกือบหนึ่งหน้ากระดาษเอสี่ ส่วนวารัญทำได้แค่ยืนส่งยิ้มไปให้ แล้วก็กล่าวขอบคุณ
"ทำไมคนเยอะจัง"
วารัญหันไปถามคนตัวเล็กข้าง ๆ ที่กำลังจะเดินไปที่เคาน์เตอร์เตรียมเช็กอิน
"อ้าว นี่คุณวาไม่รู้เหรอคะ"
เบลจ้องมองใบหน้าของเขาราวกับว่าคำถามนั้นมันประหลาดเต็มที
"รู้อะไรเหรอครับ"
"ก็มายซัน นัดรวมพลกับแฟนคลับที่สนามบินก่อนเวลาบินค่ะ นี่เบลก็ลุ้นนะคะว่า น้องไปเที่ยวบินเดียวกับเราไหม"
แววตาตื่นเต้นปรากฏบนใบหน้าของเบลเพื่อนคนใหม่ล่าสุดในชีวิตของวารัญ
เขาเองก็เพิ่งรู้ว่าเขามีการนัดเจออะไรกันแบบนี้ด้วย นึกว่าจะมีแค่ไปตามงานอย่างเดียวเสียอีก
สงสัยว่าหลังจากนี้คงต้องติดตามข่าวสารของมายซันจากทุกทางอย่างใกล้ชิด ไม่อย่างนั้นคงได้ปล่อยไก่ออกมาอีกแน่ ๆ เดี๋ยวจะโดนกล่าวหาว่าผมเป็แฟนคลับไม่จริง
"แอดมินในกลุ่มบอกว่าอีก 10 นาที มายซันจะมาถึง เรารีบไปเช็กอินกันก่อนไหมคะคุณวา แล้วเดี๋ยวค่อยมารอเจอน้อง"
เบลหันมาถามความเห็น แต่เหมือนเธอคงไม่ได้้าคำตอบสักเท่าไหร่ ดูเป็ประโยคบอกเล่าเสียมากกว่า เพราะเมื่อถามจบ เธอก็ตรงดิ่งเข้าไปที่หน้าเคาน์เตอร์เป็ที่เรียบร้อยแล้ว
"ปกติคุณเบลตามมายซันทุกงานเลยเหรอครับ"
ระหว่างรอมายซันมาถึง ตอนนี้กลุ่มแฟนคลับกำลังรวมตัวกัน โดยมีคนดูแลบ้านมาจัดการให้ทุกคนอยู่ในระเบียบและไม่รบกวนผู้ใช้บริการคนอื่น ๆ ซึ่งทุกคนก็ดูให้ความร่วมมือเป็อย่างดี
"ไม่หรอกค่ะ ก็เอาเท่าที่พอไปได้ แต่ครั้งนี้ที่มาเพราะคุณวาเลยค่ะ จริง ๆ คุณวาเรียกชื่อเบลเฉย ๆ ก็ได้ค่ะ ไม่ต้องคุณก็ได้ เราน่าจะอายุห่างกันไม่เยอะ"
เท่าที่รู้เบลเพิ่งจะเรียนปี 1 วารัญชักสงสัยว่าเบลเธอคิดว่าเขาอายุเท่าไหร่กัน
"ผมอายุจะ 25 แล้วครับ"
"ห๊ะ!"
"เบา ๆ ครับ"
วารัญรีบยกมือป้องปากเมื่อเบลเล่นใซะเสียงดังจนหลาย ๆ คนเริ่มหันมามอง
อุตส่าห์ตีเนียนไม่เป็จุดสนใจแล้วแท้ ๆ
ตอนนี้เลยกลายเป็ว่าหลายคนเริ่มรู้แล้วว่าวารัญอยู่ตรงนี้ด้วย
"เบลคิดว่าเราจะเรียนอยู่ปีหนึ่งเหมือนกันซะอีก คุณวาหน้าเด็กมาก!"
ไม่ใช่เบลที่เข้าใจผิดเื่อายุของวารัญ
หลายต่อหลายคนที่ได้เจอก็เดาอายุเขาไม่ค่อยถูกกันทั้งนั้น คงเป็ความโชคดีที่ครอบครัวเขาหน้าเด็กกันหมดทั้งบ้าน วารัญก็เลยได้อานิสงส์มาเต็ม ๆ
แต่บางครั้งความหน้าเด็กมันก็สร้างปัญหาให้เขาอยู่บ่อย ๆ เหมือนกัน อย่างเช่นเวลาไปเที่ยว เขาต้องยืนยันแล้ว ยืนยันกับพวกเ้าหน้าที่ว่าตัวเองจะอายุ 25 แล้วจริง ๆ
ขนาดยื่นบัตรประชาชนให้ดูก็ยังเคยถูกกล่าวหาว่าเป็บัตรปลอมมาแล้ว
เกือบเป็เื่ใหญ่โตมาตั้งไม่รู้กี่ครั้ง
"งั้นเบลขอเรียกคุณวา ว่าพี่ ส่วนพี่วาก็เรียกเบลว่าเบลเฉย ๆ ดีไหมคะจะได้สนิทกัน"
"ครับ แล้วแต่เลย"
คำยินยอมของวารัญสร้างความดีใจให้กับเพื่อนใหม่ไม่น้อย
"พี่วารู้ไหมคะ แฟนคลับกรี๊ดพี่วากันมากเลยนะคะ มีแต่คนชมว่าพี่วาน่ารัก เผลอ ๆ กรี๊ดกว่าน้องซันแล้วตอนนี้"
วารัญหันไปยิ้มฝืน ๆ ให้เบล เพราะไม่รู้จะออกความเห็นว่าอะไรดี เพราะจริง ๆ แล้วเขาไม่ได้อยากเป็จุดสนใจของทุกคนขนาดนี้ แต่ก็คงทำอะไรไม่ได้
หรือบางทีเขาอาจจะต้องใช้ความเป็จุดสนใจนี้ให้เป็ประโยชน์ในการเข้าหามายซัน....
การมาเจอแฟนคลับของมายซันที่สนามบินดูเหมือนจะไม่มีอะไรมาก แค่พูดคุยทั่วไป
"ตื่นเต้นจังเลย เบลไม่เคยตามน้องซันไปต่างจังหวัดเลยนะคะเนี้ย"
เป็ประโยคที่เบลบอกให้เขาฟังน่าจะมากกว่าสิบรอบ ท่าทางเธอคงตื่นเต้นมากจริง ๆ
“ว่าแต่ทำไมเบลถึงเรียกมายซันว่าน้องเหรอครับ มายซันอายุมากกว่าไม่ใช่เหรอ?”
“นี่พี่วารัญไม่รู้จักคำว่าโพลูกเหรอคะ?”
“โพลูก?”
“ก็แฟนคลับที่เอ็นดูศิลปินเหมือนลูกยังไงล่ะคะ ดังนั้นมามี๊อย่างเบลก็เลยเรียกมายซันว่าน้องยังไงล่ะคะ”
วารัญขานรับอ๋อคำหนึ่งทั้งที่ยังงง ๆ กับคำศัพท์ที่หลากหลายของเหล่าแฟนคลับ รู้สึกเหมือนได้เปิดโลกเลยแฮะ
ไม่นานมายซันก็มาถึง หัวหน้าบ้านเบสจัดแถวให้แฟนคลับเสร็จแล้วก็มานั่งรอมายซันเดินมาถ่ายรูปรวม กับป้ายชื่อที่มีรูปของมายซันอยู่บนนั้น วารัญยืนถือป้ายตรงส่วนปลายอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ในชีวิตไม่เคยต้องมาทำอะไรแบบนี้ ทั้งการถือป้ายกับนั่งลงตรงพื้นเย็น ๆ ของสนามบิน
วันนี้มายซันใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงยีนที่ดูใส่ไม่ค่อยสบายนักสำหรับการนั่งเครื่องบิน ยิ้มแย้มพูดคุยกับแฟนคลับอย่างเป็กันเอง วารัญก้มมองเสื้อฮู้ดสีดำกับกางเกงวอร์มสำหรับออกกำลังกายสลับกับมองอีกฝ่าย
เอาเถอะยังไงซะเขาก็ไม่ใช่ดาราอยู่แล้ว
เที่ยวบินที่ไปวันนี้ดูครึกครื้นแปลก ๆ ผู้โดยสารเดินกันไปมาชวนเวียนหัว
วารัญก็เลยพาเบลมานั่งหลบตรงที่นั่งด้านใน ระหว่างรอเ้าหน้าที่ประกาศให้ขึ้นเครื่อง ดูจากเวลาคงน่าจะเกือบ ๆ 30 นาที
"พี่วาหิวไหมคะ เบลว่าจะไปซื้อขนมปังสักหน่อย"
"ไม่หิวครับ เบลจัดการตัวเองเลย"
กระเป๋าเดินทางถูกฝากเอาไว้ ส่วนตัวเ้าของเดินตัวปลิวไปพร้อมกับธนบัตรใบละห้าร้อยที่ล้วงออกมาจากในกระเป๋า
นี่ถ้าเป็มิจฉาชีพคงหยิบกระเป๋าเบลวิ่งหนีไปแบบสบายใจอย่างแน่นอน เพราะเธอเล่นวางไว้กับคนแปลกหน้าแบบนี้ ถึงจะเป็กลุ่มแฟนคลับเหมือนกันก็เถอะ แต่ทั้งคู่เพิ่งจะรู้กันเองนะ
วารัญได้แต่คิดในใจ
"นั่งตรงนี้แล้วกัน คนน้อยหน่อย"
น้ำเสียงเนิบนาบดังมาจากด้านหลัง ก่อนจะปรากฏเป็ผู้ชายร่างสูงสองคน มาหย่อนตัวลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
ด้วยความที่ที่นั่งตรงนี้ จัดให้นั่งหันหน้าเข้าหากัน และก็มีแค่แถวตรงหน้าวารัญเท่านั้นที่ยังว่างอยู่ 2 ที่ติดกัน ซึ่งมันเพียงพอสำหรับคนสองคน
"ร้อนมาก ทำไมต้องให้ใส่เชิ้ตด้วยอะพี่ ไปถึงงานค่อยเปลี่ยนไม่ได้เหรอครับ อึดอัดชะมัด"
น้ำเสียงปนหงุดหงิด ใบหน้าปราศจากรอยยิ้ม ผิดกับทุกครั้งที่เคยเห็น
"ก็ดูเวลาแล้วมันไม่ทัน ใส่ ๆ ไปเหอะน่า ร้อนนิด ๆ หน่อย ๆ"
น้ำเสียงตำหนิจากสาวประเภทสองดังขึ้น ก่อนที่เขาจะหันมาสบตาวารัญแล้วส่งยิ้มบาง ๆ มาให้
"นี่ใช่..แฟนคลับซันหรือเปล่าคะเนี้ย เหมือนพี่จะเห็นเราที่งานคราวก่อน"
มายซันเงยหน้าขึ้นมามองช้า ๆ เมื่อคนที่คาดว่าน่าจะเป็ผู้จัดการส่วนตัวของเขาพูดจบ
"อ๋อคุณแฟนบอย ที่ชื่อ วารัญ สะกดด้วยยอหญิงผมจำได้"
การที่เขาจำชื่อได้วารัญเองก็ไม่แปลกใจเพราะแฟนคลับเขาคงมีผู้ชายอยู่ไม่กี่คน แต่ไอ้การที่เขาส่งยิ้มมีเลศนัยแปลก ๆ มาให้นี่ซิ มันน่าแปลกใจมากกว่า
"ใช่ครับ ผมเอง"
วารัญยังคงทำตัวปกติไม่แสดงอาการตื่นเต้นใด ๆ ในใจกำลังคิดอยู่ว่าถ้าเบลเดินกลับมาเจอมายซันตรงนี้คงกรี๊ดสนามบินแตกแน่ ๆ
"มานั่งเกตนี้แปลว่าบินเที่ยวเดียวกับผมหรือเปล่าครับ"
มายซันเหลือบมองบอร์ดดิ้งพาสในมือแล้วค่อย ๆ เงยหน้าถามอีกฝ่าย
การขยับตัวแต่ละครั้งของมายซันดูเป็ท่าทางที่มันดูดีแบบไม่ต้องประดิษฐ์อะไรเลยจริง ๆ สำหรับคนคนหนึ่ง ที่สามารถจะมีรูปร่าง หน้าตาสมบูรณ์แบบได้ถึงขนาดนี้
"น่าจะใช่นะครับ ผมเองก็ไม่แน่ใจ"
"บังเอิญจังเลยนะครับ"
วารัญเริ่มรู้สึกเหมือนว่าน้ำเสียงมายซันฟังดูแปลก ๆ
"แล้วนี่กลับเที่ยวไหนเหรอครับ"
ดาราหนุ่มยังคงชวนคุยต่อ
ตอนนี้เขาชักสงสัย ว่ามันควรจะมีแต่แฟนคลับหรือเปล่าที่อยากรู้หรือให้ความสนใจเื่ของศิลปิน ไม่ใช่แฟนคลับเป็ฝ่ายถูกศิลปินสอบสวนอย่างที่มายซันกำลังทำอยู่
"เอ่อ...ผมอยู่ต่ออีกวันครับ ไป-กลับวันเดียวคงไม่ไหว เพลียแย่"
หน้าจอมือถือถูกกดเปิดแอปพลิเคชันไปเรื่อยเปื่อยโดยไม่มีจุดหมาย
แค่รู้สึกว่าไม่ค่อยชอบสายตาของมายซันตอนนี้สักเท่าไร มันไม่เหมือนครั้งก่อนที่เจอกัน
"ซัน เราไปเหอะ เขาเรียกขึ้นเครื่องแล้ว"
ผู้จัดการที่นั่งอยู่ข้าง ๆ หันมาสะกิดคนในการดูแล
"ไว้เจอกันที่งานนะครับคุณวา"
"อ่อ..ครับ เจอกัน"
เสียงประกาศจากประชาสัมพันธ์ของสายการบินดังขึ้น ราวกับสัญญาณช่วยชีวิตของวารัญให้หลุดจากมวลบรรยากาศรอบ ๆ ที่แปลก ๆ เมื่อครู่นี้
"พี่วา ขอโทษทีค่ะพอดีแวะเข้าห้องน้ำเลยนานไปหน่อย งั้นเราไปกันเลยไหมคะ"
เบลวิ่งกระหืดกระหอบ คงเพราะกลัวจะไม่ทันขึ้นเครื่อง ปากยังคาบขนมปังเอาไว้
"เขาเพิ่งเรียกเอง กินให้หมดก่อนก็ได้ใจเย็น ๆ"
วารัญหยิบกระเป๋าทั้งของตัวเองและของเบลขึ้นมาสะพายแล้วเดินนำเธอไปที่ทางขึ้นเครื่อง
การจะทำตัวเป็สุภาพบุรุษสักหน่อยคงไม่เป็ไร ถือซะว่าเป็ผู้ปกครองพาน้องสาวมาเที่ยวก็แล้วกัน
สภาพวารัญตอนนี้คือเขาต้องนั่งอุดหูตลอด่เวลา 1 ชั่วโมงกว่าของการบินไปเชียงใหม่ เพราะที่นั่งของเขาที่จองเอาไว้กับเบล ดันอยู่ห่างจากที่นั่งของมายซันไปเพียง 1 ล็อต ตอนแรกที่เบลเห็นมายซันถึงกับอุดปากกั้นเสียงกริ๊ดไปเลยทีเดียว
“แย่แล้ว…”
วารัญหันมามองเบลที่นั่งติดกันด้านข้าง สงสัยว่าทำไมคนที่ทำหน้าดีใจเมื่อครู่ถึงหน้าถอดสีแบบนั้น ก่อนจะมองตามสายตาของเธอไปก็เห็นคนกลุ่มหนึ่ง พวกเธอนั่งอยู่ข้างที่นั่งมายซันแบบพอดิบพอดี กำลังจ่อกล้องไปที่เขาอย่างเปิดเผย
“อะไรแย่เหรอเบล”
“พี่เห็นคนกลุ่มนั้นไหม พวกเธอเป็ซาแซง” เบลกระซิบเสียงเบา
“ซาแซง?”
“ก็พวกที่ตามดาราไปทุกที่เหมือนเงาน่ะสิคะ ถึงหนูจะรู้สึกโชคดีที่ได้มาไฟต์เดียวกับมายซัน แต่ก็กลัวว่าน้องเขาจะมองว่าหนูเป็ซาแซงหรือเปล่าเหมือนกัน”
วารัญขมวดคิ้ว ครุ่นคิดถึงสายตาของมายซันที่มองตัวเองตอนที่พวกเขานั่งอยู่ในเกต สายตานั้นมันเต็มไปด้วยความเหลือบแคลงสงสัย ทำให้วารัญรู้สึกแปลก ๆ
นี่คงไม่ใช่ว่ามายซันคิดว่าเขาเป็ซาแซงหรอกนะ?
วงการนี้มันมีอะไรมากกว่าที่คิดแฮะ
