ตอนที่ 17 หอคอยยามราตรี
ซินที่แยกตัวออกมาจากผู้คนมองไปยังผู้คนด้วยสายตาแห่งความสุข
“อย่างน้อยเราก็สนุกดี” ซินขำให้แก่ตนเองก่อนที่จะรีบไปเข้ากิลด์นักผจญภัยเพื่อยืนยันภารกิจพิชิตดันเจี้ยน
โดยที่การยืนยันนั้นก็แค่นำคอร์ดันเจี้ยนที่ได้รับจากการพิชิตนั้นมายืนยันให้แก่ทางกิลด์ หนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้นคอร์ดันเจี้ยนก็จะเกิดใหม่และทุกคนก็สามารถเข้าไปในดันเจี้ยนเพื่อหาเงินได้ดังเดิม
แต่ตอนนั้นเองเมื่อซินเดินเข้าไปในกิลด์ทุกคนต่างมองเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงมีสายตาหวาดกลัว สงสาร เห็นใจ อยากเอาชนะ ผวา สัตว์ประหลาด จนซินสับสนสายตาที่พวกนั้นมองมากันหมด เขาไม่สนใจสายตาของคนอื่นมากนักเพราะยังไงซะมันก็ไม่ใช่คนที่เขาต้องใส่ใจ ซินเดินไปที่เบลที่กำลังมองเขาอยู่ด้วยสายตาสงสาร
“ทำไมมองผมแบบนั้นละ” ซินถามอย่างสงสัย
“ก็เพราะข่าวลือเื่ของนายมันหนาหูมากเลยสิ” เบลกล่าวด้วยรอยยิ้มแปลก ๆ เพราะเธอก็เคยเจอเหตุการณ์เดียวกับคนพวกนั้นไม่แปลกที่ทุกคนจะมองซินเปลี่ยนไปจากเด็กน้อยน่ารักกลายเป็อสูรในร่างของเด็ก
“ช่างเถอะผมไม่ใส่ใจมากหรอก เดี๋ยวหาหน้ากากมาใส่แล้วกันไม่ชอบให้คนมองหน้าแบบนั้นเลย” ซินกล่าวออกมาพร้อมกับบ่นเล็กน้อย
เดี๋ยวเขาจะไปหาลุงกิลดาสและขอให้ทำหน้ากากให้สักอันเป็อันจบเื่ไร้สาระพวกนี้ คนจะได้ไม่ต้องมามองหน้าของเขาตลอดเวลาด้วยเขารำคาญ
“แล้วข่าวที่ว่านายไปพิชิตห้าดันเจี้ยนนั้นเื่จริงหรือเปล่า” เบลกล่าวถามด้วยเสียงกระซิบ
“ก็จริงผมจำเป็ที่ต้องเลื่อนแรงค์ไประดับบีในตอนแรก แต่ตอนนี้ไม่ค่อยจำเป็เท่าไหร่แล้วด้วยสิ” ซินกล่าวความจริงออกมาตอนแรกเขา้าบัตรห้องสมุดเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับวิชาพื้นฐาน แต่ตอนนี้เขาก็มีแล้วไม่รู้จะไปทำไม แต่มีก็ดีกว่าไม่มีเขาสามารถส่งคนที่เชื่อใจได้ไปหาข้อมูลได้
“ส่วนเื่ภารกิจของขุนนาง ถูกยกเลิกไปแล้วนะ” เบลกล่าวด้วยน้ำเสียงแปลก ๆ
“ขุนนางไหนอะ” ซินกล่าวอย่างงุนงงเขาลืมงานที่รับเื่ไปแล้ว
“ก็ขุนนางตระกูลโดม่ายังไงละ ที่นายรับงานมาเื่ขนส่งทาสนะ” เบลกล่าวอย่างหัวเสีย เ้านี่ลืมไปเื่นี้ไปแล้วทั้ง ๆ ที่รับงานไม่ถึงหนึ่งวันด้วยซ้ำ
“หมายถึงเ้าหมูอ้วนนั้นนะเหรอ” ซินกล่าวถามเมื่อจำได้เขาลืมเื่เ้านั้นเป็ขุนนางซะสนิทจำได้แค่มันอ้วนและหยิ่ง
“ใช่ แต่คนที่มายกเลิกกับเป็ท่านเคานต์ผู้ปกครองเมืองแห่งนี้ซะเองไม่ใช่เ้าตัว ส่วนเื้ัฉันไม่รู้มากหรอก” เบลกล่าวกระซิบกับซินเหมือนกลัวว่าใครจะได้ยิน
ซินยิ้มขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น
“น่าจะได้เวลาแล้วสินะ” ซินกล่าวพร้อมดูนาฬิกาทรงกลมที่เดินด้วยฟันเฟือง
“นั้นอะไรนะ” เบลกล่าวถามด้วยความสงสัยั้แ่เกิดมาเธอไม่เคยพบเจอเ้าสิ่งนี้เลย
“ของที่ผมทำขึ้นเองนะ” ซินกล่าวอย่างยิ้ม ๆ ก่อนที่เซจังจะโผล่ออกมาจากหลังของซินโดยที่ไม่มีใครรู้ตัว
“รู้เื่ทั้งหมดแล้วใช่ไหมเซจัง”
“ทั้งหมดแล้วค่ะ” เซจังกล่าวด้วยน้ำเสียงเคารพเป็อย่างมากต่างจากปกติอย่างสิ้นเชิง
“ท่าแบบนั้นผมขอฟังเื่ของพวกเขาหน่อย” ซินกล่าวด้วยรอยยิ้มเร้นลับก่อนที่เขาจะหายตัวไปกับเซจังโดยที่เบลมองตามไม่ทันหรือรู้วิธีการที่เซจังใช้เลย
ท่ามกลางหมู่เมฆมากมายมีหอคอยนาฬิกาเวทมนตร์อยู่ใจกลางเมืองหน้าด่านวาน
จู่ ๆ ก็มีร่างของทั้งสองคนปรากฏออกมาท่ามกลางความว่างเปล่า ร่างสองคนนั้นก็คือซินกับเซจังนั้นเอง
แล้วไม่นานมากนักอีกร่างก็ปรากฏออกมาเป็เซมที่เดินออกมาจากประตูมิติ
“ขอโทษที่มาช้าค่ะนายท่าน” เซมกล่าวพร้อมย่อตัวลงกับพื้นจนซินต้องมาพยุงเธอให้ลุกขึ้น
“ช่างเื่นั้นก่อนผมอยากรู้เื่ของเ้าอ้วน” ซินกล่าวออกมาก่อนที่จะมองไปยังพระจันทร์ด้วยสายตาแปลก ๆ
“รับทราบค่ะ” เซจังกล่าวก่อนที่จะเล่าเื่ของเ้าหมูอ้วน
ชื่อจริงของเ้านั้นคือ โดม่า มาร์ซิน เป็ลูกนอกสมรสของเ้าเมือง มีน้องสาวอยู่หนึ่งคนนางเป็คนพิการตาบอดั้แ่เด็ก ข้อมูลในส่วนของนางนั้นน้อยมากราวกับพวกเขากำลังปกปิดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับนางไว้
ส่วนข้อมูลการค้าทาสนั้นเป็เื่จริงแต่เป็การกระทำที่ใช้บังหน้าเท่านั้น เพราะว่าน้องสาวของมาร์ซินจะถูกบังคับให้แต่งงานการเมือง มาร์ซินที่สงสารน้องสาวของตนจึงคิดแผนที่จะพาหนีแต่ดันโดนเ้าเมืองจับได้เสียก่อนจึงทำให้เขาต้องยกเลิกแผนการนี้ไป แล้วได้แต่ทำใจโดนขังอยู่ในคุกใต้คฤหาสน์
“โดยส่วนตัวแล้วนิสัยของเ้านั่นก็ไม่ได้เลวร้าย สามารถที่จะใช้งานได้ค่ะ” เซจังกล่าวรายงานจบก่อนที่จะเดินถอยหลังกลับไปยืนอยู่ตรงที่เดิม
“ถ้างั้นก็ทำตามแผนที่วางไว้แม้ว่าเ้าหมูนั้นจะหยิ่งแต่ถ้าเจอพวกเธอไปคงไม่กล้าผยองไปสักพัก” ซินกล่าวด้วยรอยยิ้มขำขัน
“เื่หอการค้าละ” ซินหันหน้ามาทางเซมก่อนที่จะถามขึ้นด้วยความสงสัย เซมเดินหน้าขึ้นมาหนึ่งก้าวก่อนที่จะกล่าวว่า
“ทุกอย่างเป็ไปด้วยดี แม้ว่าภารกิจขนส่งทาสของมาร์ซินจะถูกยกเลิกแต่ ภารกิจขนส่งทาสของเ้าเมืองยังอยู่ ดิฉันต้องเป็ผู้ดำเนินการจัดการเอาทาสไปส่งให้ถึงที่หมาย เมื่อทำงานนี่เสร็จแล้วจะได้รับใบอนุญาตเปิดหอการค้าอย่างเป็ทางการ” เซมกล่าวออกมาก่อนที่จะหยุด แล้วมองทางซินคิดว่าจะพูดดีหรือไม่
“มีอะไรหรือเปล่า”
“ตอนนี้ทางเ้าเมืองได้ทำการติดต่อเส้นสายทั่วเมืองเพื่อตามหาหญิงปริศนาคนหนึ่ง ซึ่งรูปลักษณ์มันคล้ายคลึงกับท่านเป็อย่างมาก”
ั์ตาของซินหรี่ยิ้มขึ้นก่อนที่จะกล่าวว่า “ถ้าเขาอยากรู้ก็ให้เขารู้แค่สิ่งที่เขาควรรู้ จงไปบอกเขาว่าท่านหญิงผู้นั้น้าจะสร้างหอการค้าและโรงเตี๊ยมบนเมืองแห่งนี้ ให้จัดหาที่นางด้วย”
ซินกล่าวเป็นัยว่าเป็ตนเองแหละที่ทะลึ่งไปแต่งหญิงโชว์ทั่วเมือง แต่เขาก็กระดากปากที่จะพูดออกไปตรง ๆ
ทั้งสองสาวพยายามกลั้นยิ้มก่อนที่จะหน้านิ่งเหมือนเดิม ส่วนซินที่เห็นก็ได้แต่คิ้วกระตุกแต่ทำอะไรพวกนางไม่ได้
“แล้วเื่ของปู่ต้นไม้ละ” ซินถามไปยังเซจังถึงเขาจะได้คุยบ่อยที่สุดแต่ก็ไม่ได้ถามเกี่ยวกับการพัฒนาดินแดนมากนัก
“ตามที่ท่านรู้ตอนนี้มีภูตที่สร้างร่างกายมาคล้ายมนุษย์จำนวนมาก แต่พวกเขานั้นไร้ซึ่งเพศสภาพ การกำเนิดของพวกเขาเกิดจากพลังงานชีวิตที่ถูกปล่อยออกมาจากดินแดนของเราทำให้ภูตวิวัฒนาการ” เซจังกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังมากกว่าปกติ
“ไม่ต้องกังวลภูตพวกนั้นเราสามารถเอามาใช้ประโยชน์ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เราขาดคนที่จะฝึกและสั่งสอนเื่ต่าง ๆ ให้แก่พวกเขา”
“แต่เรามีปู่ต้นไม้นิค่ะ” เซจังกล่าวถามอย่างสงสัย
“ใช่ แต่ปู่ไม่ได้มีรูปร่างเหมือนกับพวกเขาการที่จะให้ปู่สอนเื่ต่อสู้ในรูปแบบมนุษย์นั้นเป็ไปไม่ได้เลย” ซินกล่าวออกมาเขาคิดว่าปู่ต้นไม้นั้นสามารถเป็ครูใหญ่ที่ดีได้ แต่จะให้เป็ครูสอนต่อสู้ที่ตัวเองได้แค่ฟาดรากไม้นั้นคงเป็ไปไม่ได้
“ถ้าอย่างนั้นเราจะส่งใครไปดีละ” ทั้งสองคนมองหน้ากันก่อนที่เซจังจะตัดสินใจเป็คนไปเอง
“เซจังผมขอให้เธอช่วยเอาขโมยเด็กกำพร้าแถวนี้ไปทั้งหมดหน่อยสิ” ซินกล่าวออกมาเมื่อเห็นดวงตาคู่หนึ่งจ้องมองมายังเขาด้วยความสงสัยเป็ดวงตาสีฟ้าที่สวยงามและเ็าเป็อย่างมาก เธอจ้องมองมาเหมือนจะเห็นพวกเขาแต่ก็ไม่เห็นราวกับเห็นแค่เงาพร่ามัว
“เด็กนั้นทำไมเหรอคะ”
“ดวงตาของเขาพิเศษนะ” ซินกล่าวออกมาก่อนที่จะหันหลังเดินไปหาเด็กคนนั้นโดยที่เด็กยังไม่รู้ตัว
แต่เหมือนเด็กคนนั้นััได้ถึงอะไรบางอย่างข้างหลังจึงฟาดมือกลับไปสุดแรงและะโถอยออกมาเพื่อหลุดระยะปะทะ
“เออผมเป็คนดีนะ” ซินกล่าวด้วยรอยยิ้มแห้ง ๆ ตนยังไม่ทันได้ทำอะไรเลยก็โดนฟาดเสียแล้ว
“พวกคุณเป็ใคร” เด็กคนนั้นถามออกมาอย่างไม่คิดอะไร
“หืมดวงตาของเขาพิเศษจริง ๆ ด้วย” เซจังเดินออกมาจากเงาด้านหลังซินก่อนที่จะปรากฏตัวด้านข้างของเด็กน้อยก่อนที่จะจับตัวเอาไว้
“นายท่านดวงตาของเด็กคนนี้” เซมถามด้วยความสงสัย
“ั์ตาของโอดินละมั้ง ผมก็ไม่แน่ใจเพราะว่าไม่เคยเจอกับตัว” ซินเดินเข้าไปประชิดก่อนที่จะจ้องไปที่ดวงตาของเด็กคนนั้นจนเ้าตัวเขินอาย
“เออเอาเป็ว่าเป็ดวงตาที่พิเศษดีก็แล้วกันส่วนใช้ทำอะไรนั้นผมไม่รู้หรอกนะ” ซินกล่าวออกมาก่อนที่จะหยักไหล่ว่าตนเองไม่รู้เื่ดวงตานี่เลย ก่อนจะหันไปมองเด็กหนุ่มและกล่าวว่า
“มากับผมสิ ผมจะทำให้นายแข็งแกร่งขึ้นและมีครอบครัวที่อบอุ่น” ซินกล่าวด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“เหมือนตาแก่ล่อลวงเด็กเลยละ” เซจังกล่าวอย่างลืมตัว
“เห้ผมได้ยินนะ”
“คุณจะทำให้ผมแข็งแกร่งขึ้นอย่างนั้นเหรอ” เด็กน้อยถามซินด้วยั์ตาสีฟ้าของเขา
“ใช่และพาน้อง ๆ พี่ ๆ ของนายไปกับนายด้วยเพราะผมจะพาไปยังฐานลับยังไงละ” ซินกล่าวออกมาอย่างลึกลับแต่มันก็แค่ปราสาทที่มีบัลลังก์ของเขานั่นแหละ