หยูจินเซียงกอดกิ่งไม้ไว้ด้วยมือสองข้าง ปลายคางของหญิงสาวเกยอยู่บนกิ่งไม้พยายามยึดเหนี่ยวท่อนแขนที่อ่อนแรงลงไปเอาไว้ให้มั่น
นางพยายามเหลือบตามองพื้นด้านล่างที่เต็มไปด้วยกิ่งไม้และหญ้าแห้ง แต่จุดที่นางอยู่ตอนนี้สูงกว่ากิ่งไม้ที่นางปีนขึ้นไปแล้วฉินอ๋องจับนางโยนลงมาเสียอีก
“ท..ท่านอ๋อง ท่านช่วยมารับตัวหม่อมฉันลงไปได้หรือไม่เพคะ”
สือเซียวฉิน ตบเบาๆ ไปที่ข้างลำตัวม้าปล่อยให้มันเดินไปข้างหน้าช้าๆ
“เมื่อครู่ยังอวดเก่งอยู่เลยมิใช่หรือ รู้สึกตัวเอายามนี้สายเกินไปหรือไม่คุณหนูหยู”
แม้จะเอ่ยคำประชดประชัน แต่สือเซียวฉินก็บังคับม้ามายืนอยู่ใต้ร่างของหญิงสาว
“หม่อมฉันไม่กล้าะโลงไปเองเพคะ ท่านอ๋องช่วยส่งมือมาให้หม่อมฉันหน่อยเถิด” เห็นม้าอยู่ข้างล่างแต่เท้าของหญิงสาวก็ยังแตะไม่ถึงตัวม้า หากนางปล่อยมือแล้วพลาดไปขี่คอท่านอ๋องหน้าตึงเข้าจะทำเช่นไรเล่า!
ฉินอ๋องเหยียบโกลนที่เท้าสองข้าแล้วยืดตัวไปคว้าเอวบอบบางของหยูจินเซียงเอาไว้ ออกแรงดึงเล็กน้อยร่างเล็กก็ตกลงมาสู่อ้อมกอดตนเองได้ไม่ยาก
“นั่งดีๆ” ชายหนุ่มพลิกร่างของหยูจินเซียงให้หันไปทางหัวม้าโดยที่ยังให้นางนั่งอยู่ด้านหน้าของตน
“ท่านอ๋อง องครักษ์หลวงตามมาแล้วเพคะ เดี๋ยวหม่อมฉันขอยืมม้าของพวกเขาขี่กลับไปเองก็ได้” หญิงสาวหันไปมององครักษ์ที่ขี่ม้าตามหลังมาเกือบสิบคน ทำท่าจะปีนลงจากหลังม้า
“ไม่จำเป็” สือเซียวฉินปฏิเสธพร้อมกับกระตุกบังเหียนให้ม้าเริ่มออกเดินกลับไปทางเก่า
หยูจินเซียงรู้สึกกระอักกระอ่วนกับการนั่งที่แนบชิดเกินไปเช่นนี้ระหว่างนางกับสือเซียวฉิน นางรีบตะเกียกตะกายปีนผ่านตัวของฉินอ๋องมานั่งอยู่ทางด้านหลังของเขาแทน โดยที่อีกฝ่ายทำได้เพียงกลั้นลมหายใจเอาไว้ด้วยความตื่นตะลึงระคนหงุดหงิด
องครักษ์หลวงนับสิบคนควบม้าตามมาไม่ไกลและได้เห็นการกระทำของคนทั้งคู่ทุกประการ เวลานี้พวกเขาได้แต่หยุดนิ่งอ้าปากค้างกันอย่างเหลือเชื่อ
ดูเหมือนว่าคุณหนูผู้นั้นกำลังใช้มือคว้าลำคอของฉินอ๋องใช้เป็ที่ยึดระหว่างที่นางกำลังปีนป่ายอยู่บนหลังม้า
ั้แ่เมื่อใดกันที่ฉินอ๋องยินยอมให้ผู้อื่นััร่างกายได้ง่ายดายถึงเพียงนี้ ยังไม่นับว่าหลังจากที่คุณหนูผู้นั้นนั่งได้มั่นคงดีแล้ว นางยังหันมายิ้มโบกมือให้กับพวกตนอีกรอบ ไม่ได้มีท่าทางหวั่นเกรงใดๆ
กำลังจะเอ่ยปากเตือนให้คุณหนูผู้นั้นลงจากหลังม้า พวกเขากลับได้เห็นสายตาดุดันคมกริบของฉินอ๋องส่งมาหุบปากพวกตนเอาไว้ก่อน จึงทำได้เพียงแบ่งคนส่วนหนึ่งออกไปตามหาม้าที่วิ่งเตลิดไป อีกส่วนหนึ่งก็ควบม้าตามหลังฉินอ๋องตามไปติด ๆ
หยูจินเซียงกลับเข้ามาในลานพร้อมกับสือเซียวฉิน จากสีหน้าของผู้คนที่ยืนอยู่โดยรอบ เวลานี้หญิงสาวจึงเพิ่งรู้ตัวว่ามีสิ่งผิดปกติ
‘ตายล่ะ! ข้ากำลังมาเข้าร่วมการคัดเลือกให้เป็ชายาของเว่ยอ๋อง แต่กลับมานั่งซ้อนท้ายแนบชิดกับฉินอ๋องอยู่ พวกเขาไม่มองก็แปลกแล้ว!’
คิดได้ดังนั้นหญิงสาวกระวีกระวาดรีบไต่ลงจากหลังม้า แต่ก็ยังใช้ขาของสือเซียวฉินต่างเชือก รูดตัวลงมาแล้ววิ่งกลับไปเข้าที่ของตนหน้าตาเฉย
“คุณหนูหยูปลอดภัยดีหรือ?” เว่ยอ๋องส่งเสียงออกมาจากม่านมุ้ง น้ำเสียงเจือความห่วงใยเอาไว้ไม่น้อย
“ขอบพระทัยเว่ยอ๋อง หม่อมฉันปลอดภัยดีไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนเลยเพคะ”
“ขอบใจนะเซียวฉิน หากเกิดอะไรขึ้นกับแม่นางหยูข้าคงต้องเสียใจแล้ว” เว่ยอ๋องหันมากล่าวกับสือเซียวฉินแทน
ประกายวาววับฉายวาบผ่านในดวงตาสือิเว่ยครู่หนึ่ง ดูเหมือนสือเซียวฉินจะให้ความสำคัญกับสตรีผู้นี้ไม่น้อยเลยทีเดียว
“วันนี้ก็ให้พอเท่านี้เถิด” เว่ยอ๋องกล่าวจบก็ล้มตัวลงไปนอนบนเตียงด้วยความเหนื่อยอ่อน ภายในใจคิดใคร่ครวญเื่ราวไปร้อยแปดตลบ
ไม่เข้าใจว่าหากสือเซียวฉินจะส่งสายมาไว้ข้างกายตน เหตุใดจึงแสดงออกชัดเจนว่าเขาสนใจหยูจินเซียงเป็พิเศษ หรือแท้จริงแล้วหยูจินเซียงไม่ได้เป็สายของฉินอ๋อง แต่เป็อีกฝ่ายจงใจเบี่ยงเบนความสนใจเพื่อให้คนอื่นแทรกซึมเข้ามาได้อย่างราบรื่นแทน
“น้อมส่งเสด็จพี่” สือเซียวฉินก้มศีรษะเล็กน้อยพอเป็พิธี
สตรีทั้งหกคนถูกปล่อยตัวให้กลับจวนของตนเอง โดยมีรถม้าจากจวนฉินอ๋องไปส่งทุกคน
หยูจินเซียงไม่รู้ว่าสรุปแล้วนางเป็ผู้ชนะหรือผู้แพ้ในการแข่งขันขี่ม้ายิงธนูในครั้งนี้ หูอี้เหลียนพลาดเป้าไปหนึ่งดอก แต่นางสามารถนำม้ากลับไปถึงเส้นชัยได้ ส่วนนางยิงธนูได้ครบทั้งสามดอก แต่ไม่สามารถนำม้ากลับไปได้แต่อย่างใด
นอกจากนี้ยังมีคะแนนจากการแสดงความสามารถอื่น ๆ ที่ต้องนำมาประกอบกันอีก ผลการคัดเลือกสตรีสามคนจากหกคนจะถูกขันทีนับความไปแจ้งที่จวนของสตรีทั้งสามภายในระยะเวลา 10 วัน
……….
พอรถม้าที่มีตราจวนฉินอ๋องมาจอดที่หน้าประตูจวนสกุลหยู หยูซุนก็รีบเข้ามารับบุตรสาวลงจากรถม้าด้วยสีหน้าแตกตื่น
“เกิดอะไรขึ้นเหตุใดบุตรสาวข้าจึงถูกส่งกลับมาด้วยรถม้าของฉินอ๋อง” หยูซุนรับร่างบุตรีสุดที่รักมาไว้ในมือแล้วก็รีบถามนางกำนัลที่นั่งมากับนาง
“ใต้เท้าหยู ไม่ต้องใเ้าค่ะ คุณหนูปลอดภัยดีประเดี๋ยวท่านถามทุกอย่างจากนางเถิดเ้าค่ะ ข้าน้อยมีหน้าที่เพียงเท่านี้”
หยูซุนไม่ได้สร้างความลำบากใจให้กับนางกำนัล เขาพอจะเข้าใจพวกเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงบางครั้งก็ไม่ได้เปิดเผยทุกเื่ให้นางกำนัลหรือผู้ติดตามล่วงรู้ทั้งหมด
แต่ให้ถามความจากบุตรสาวหรือ? นางจะรู้เื่อันใดได้ นางจำได้หรือไม่ว่าไปที่ใดมาบ้างก็ยังไม่รู้
“จินเซียง จินเซียงเ้ามาแล้ว” เหยี่ยนฟางซินและเวยเยว่ฉีน้ำหูน้ำตาไหลวิ่งมากอดหยูจินเซียงลูบเนื้อลูบตัวสำรวจร่างกายนางกันยกใหญ่
“ท่านแม่ เยว่ฉี ข้าไม่เป็อะไร กลับเข้าไปข้างในกันก่อนเถิดเ้าค่ะเดี๋ยวข้าจะเล่าทุกอย่างให้ฟังเอง
หยูจินเซียงนึกขึ้นได้ว่านางเพิ่งกลับเข้ามาในโลกนี้ ทุกคนในสกุลหยูรวมทั้งเวยเยว่ฉียังไม่รู้ว่านางหายป่วย พวกเขาจะเป็ห่วงกันก็ไม่แปลก
“จินเซียง เ้า..” เหยี่ยนฟางซินเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อ เมื่อครู่บุตรสาวเรียกนางว่าท่านแม่ ซ้ำยังจำเวยเยว่ฉีได้แม่นยำอีกด้วย
“ข้าจำได้ทุกอย่างแล้วเ้าค่ะท่านแม่ ท่านพ่อ” หญิงสาวหันไปทางบิดาที่กำลังตาค้างอยู่เช่นกัน
ที่แท้ั้แ่นางเข้าไปในอุทยาน แม่นมจาง ซินอี้และซินยี่หรือบ่าวรับใช้คนอื่นก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ติดตามเข้าไปเช่นกัน แล้วหญิงสาวยังตั้งใจหลบหนีจากเวยเย่วฉีอีก พอทุกคนได้พบเจอคู่ของตนและถูกปล่อยให้กลับจากงานเลี้ยงเสี่ยงบุปผา เวยเยว่ฉีก็ตามหาหยูจินเซียงไม่พบแล้ว
ขณะที่ทุกคนกำลังจะกลับเข้าไปในจวน เสียงฝีเท้าม้าของบุรุษสามคนก็วิ่งตรงมาถึงหน้าจวนสกุลหยูเข้าพอดี
“พบนางแล้วหรือ?” เวยหวังหย่งะโลงจากม้าเป็คนแรก มาถึงก็เดินเข้ามาสำรวจร่างกายของหญิงสาวเช่นเดียวกัน
“ใต้เท้า ฮูหยิน” ไหวอี้ตี่และสหายผมยาวเข้ามาคำนับหยูซุนและกู้ฮูหยิน
ไหวอี้ตี่หันมามองบุตรสาวสกุลหยูสตรีที่ตนไม่เคยพบคราหนึ่ง แล้วเขาก็แสดงสีหน้าใขึ้นมาก่อนจะรีบเก็บอาการให้เป็ปกติ
“พบตัวก็ดีแล้ว เช่นนั้นเราสองคนขอตัวกลับก่อนนะหวังหย่ง” สองบุรุษหนุ่มหันมามองหยูจินเซียงเพียงแวบเดียว แล้วรีบขอตัวออกไปอย่างมีมารยาท
ดูเหมือนว่าการที่หยูจินเซียงหายตัวไปในครั้งนี้ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยแม้แต่น้อย ฉินอ๋องและเว่ยอ๋องก็ไม่ได้ส่งคนมาแจ้งที่จวนของสตรีแต่ละคน นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงต้องยุ่งยากซับซ้อนถึงเพียงนี้
แต่เมื่อนึกถึงเว่ยอ๋องที่มีอาการป่วยอย่างเห็นได้ชัด นางก็เข้าใจว่าคงเป็เพราะหากเปิดเผยเื่สตรีที่จะมาเป็ชายาของเว่ยอ๋องออกไป คงไม่มีหญิงสาวคนใดยินยอมเข้าร่วมงานเลี้ยงเสี่ยงบุปผาเป็แน่ ต่อให้ได้เข้าไปเป็นกในกรงทองแห่งจวนอ๋อง แต่บุรุษที่ไม่น่าจะเข้าหอไหวอย่างเว่ยอ๋องคงไม่ทำให้สตรีมีความสุขหรือให้กำเนิดบุตรได้ ผู้ใดจะยอม