กำเนิดใหม่ในกระท่อมผุพัง
ความมืดมิดกินเวลานานเท่าใดไม่รู้ อาคมรู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงโวยวายภาษาโบราณที่คุ้นเคยจากตำราประวัติศาสตร์ที่เขาเคยอ่าน
“ไอ้หนูอาคม! ตื่นเสียที! ไข้เ้าจับจนตัวร้อนเป็ไฟมาสามวันแล้วนะ!”
อาคมลืมตาขึ้นมาอย่างงุนงง เพดานที่เห็นคือหลังคามุงจากที่แทบจะพังลงมา ผนังทำจากไม้ไผ่ขัดแตะ กลิ่นดินและกลิ่นสมุนไพรโบราณตีเข้าจมูก
เขาพยายามจะลุกขึ้นแต่ร่างกายกลับเ็ปไปหมด มือที่ยกขึ้นมองไม่ใช่ฝ่ามือที่เรียบเนียนของสถาปนิก แต่เป็มือที่หยาบกร้าน มีรอยแตกและรอยแผลเป็
“นี่มัน... ที่ไหน?” อาคมถามด้วยเสียงแหบพร่า
“นี่เรือนเราเองโว้ย!” ชายแก่หน้าตาสูงวัย ผอมแห้ง แต่งกายด้วยผ้าเตี่ยวแบบคนยากจนพูด “เ้าไข้ขึ้นจนเพ้อไปแล้วรึ? จำพ่อไม่ได้รึ? ข้าคือ คำ พ่อของเ้า และนี่ นางอิ่ม แม่ของเ้า ที่นั่งร้องไห้อยู่ข้าง ๆ”
อาคมมองไปยังหญิงชราผู้มีใบหน้าเศร้าสร้อย หัวใจของเขาร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม!
นี่ไม่ใช่โรงพยาบาล นี่ไม่ใช่บ้านของเขา และเขากลับกลายเป็ อาคม ในวัย ๒๕ ปี แต่เป็บุตรชายของชาวบ้านยากจน ที่ร่างกายบอบช้ำจากไข้ป่า
“พ.ศ. นี้... คือปีใดขอรับ?” อาคมถามด้วยความพยายามอย่างยิ่งที่จะเก็บอาการ
ผู้เป็พ่อถอนหายใจยาว “ปีมะเมีย เดือนอ้าย แผ่นดินพระเ้านครหลวงกรุงศรีอยุธยา... เ้าจะถามทำไมกัน!”
พ.ศ. ๒๑๒๕! อาคมคิดในใจ ฉันย้อนกลับมาจริง ๆ!
เขามองไปรอบ ๆ ที่นี่คือความ ไม่เพอร์เฟค อย่างแท้จริง ทุกอย่างพังทลาย ทุกอย่างขาดแคลน
“นี่คือความท้าทายที่แท้จริง!” ความคิดของนักวางผังเมืองผู้ไม่ยอมแพ้ผุดขึ้นมาในใจ
“พ่อคำ... แม่บุญอิ่ม...” อาคมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป เป็น้ำเสียงที่เด็ดขาดและมีความมั่นใจแฝงอยู่ “นับจากวันนี้ไป เราจะไม่เป็เช่นนี้อีกแล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำคือ... ผังเรือน เราต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างบ้านใหม่ทั้งหมด และเราต้องมี การจัดการน้ำ ในที่นาของเรา เพื่อให้เราอยู่รอด!”
คำและอิ่มมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง ลูกชายของพวกเขาฟื้นจากไข้แล้วพูดจาแปลกประหลาดราวกับเป็คนละคน... แต่ในดวงตาของลูก มีประกายไฟที่พวกเขายังไม่เคยเห็นมาก่อน!
หลังฟื้นจากไข้ป่าอย่างน่าอัศจรรย์ อาคมใช้เวลาสามวันในการสำรวจพื้นที่รอบกระท่อมของพ่อคำและแม่บุญอิ่ม ทุกอย่างเป็ไปตามสัญชาตญาณของ นักสถาปนิก และ นักเกษตรศาสตร์ ที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น
“นี่มันไม่ใช่แค่ปัญหาความจน แต่เป็ ความผิดพลาดทางโครงสร้างพื้นฐาน” อาคมพึมพำกับตัวเองขณะใช้กิ่งไม้ขีดเขียนผังลงบนพื้นดินแห้ง ๆ
ที่นาผืนเล็ก ๆ ของครอบครัวอยู่บนที่ดอนเล็กน้อย ห่างจากแม่น้ำสายย่อยพอสมควร ทำให้ใน่หน้าแล้งอย่างนี้ น้ำไม่สามารถเข้าถึงได้เลย ส่วนใน่หน้าฝน น้ำจะไหลบ่าลงมาอย่างรุนแรงพัดพาหน้าดินดี ๆ ไปหมด
“พ่อคำ” อาคมเรียกพ่อบังเกิดเกล้าในโลกใหม่ที่กำลังนั่งสานสุ่มจับปลาด้วยความท้อแท้
“มีอะไรรึ? ไข้เ้ากลับมารึเปล่า?” พ่อคำถามด้วยความเป็ห่วง
“ไม่ขอรับ ข้าสบายดีแล้ว” อาคมพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ข้าขอไปดูที่นาของเรากับพ่อหน่อยได้หรือไม่? ข้ามีเื่จะคุย”
เมื่อไปถึงที่นา พ่อคำก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ดูเอาเถิดอาคม ดินมันแข็งเป็ก้อนอิฐแล้ว จะหว่านข้าวลงไปก็มีแต่สิ้นเปลืองเมล็ดพันธุ์”
อาคมคุกเข่าลง แตะััดินที่แตกระแหง มือของเขาที่เคยจับเมาส์และเครื่องมือวัดระดับดิจิทัล ตอนนี้กลับใช้ััเพื่อวิเคราะห์ความหนาแน่นและความชื้นของดิน
“การทำนาแบบเดิม ๆ ไม่ตอบโจทย์อีกต่อไปแล้วขอรับ” อาคมเงยหน้าขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยแผนการ “สิ่งที่เราขาดไม่ใช่ความพยายาม แต่คือ ระบบการจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพสูงสุด”