น้ำเสียงที่เรียบนิ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยโทสะของแอนนาและอิงฟ้าดังออกจากลำโพงโทรศัพท์อย่างแ่เบา
อย่างไรก็ตามเสียงของพวกเธอก็ดังมากพอที่จนทำให้บาสและเจมส์จมอยู่กับภวังค์ในชั่วขณะเพราะกำลังหวนนึกถึงอดีตอันแสนโหดร้ายได้
พวกเขาต่างสั่นเทาด้วยความกลัวอย่างรุนแรงขณะที่ออกจากภวังค์ พวกเขาต่างรู้ดีว่าน้ำเสียงที่เรียบนิ่งราวกับว่าไม่มีอะไรแอบแฝงของพวกเธอนั้นเหมือนกับมหาสมุทรอันเงียบสงบแต่ภายในนั่นกลับเต็มไปด้วยนักล่ากระหายเื
ซึ่งมันไม่สามารถหลอกพวกเขาที่เป็เพื่อนกันมาั้แ่สมัยเด็กได้
นั่นจึงทำให้พวกเขารู้ว่าทั้งแอนนาและอิงฟ้านั้นกำลังโมโหมากขนาดไหนในขณะนี้
แต่ทั้งเจมส์และบาสก็ตั้งสติด้วยความรวดเร็วเพราะพวกเขาเจอแบบนี้เป็ประจำ แต่มันก็อดใในน้ำเสียงที่กำลังโมโหของพวกเธอไม่ได้อยู่ดี
ยิ่งตอนที่พวกเธอจับได้ว่าพวกเขาโกหกในครั้งก่อน ฉากอันสยดสยองของั์มารที่น่ากลัวเริ่มปรากฎขึ้นเป็ฉากๆเบื้องหน้าเลยทีเดียว
พวกเขาเนื้อตัวสั่นเมื่อคิดเหตุการณ์ในครั้งนั้น
“จ..เจษอยู่ที่เดอะมอลล์~ตอนนี้พวกเราอยู่ด้วยกันดังนั้นตัดสายอีกคนไปก่อน มันเปลืองตังค์”เจมส์ผู้รับหน้าที่คอยรายงามพูดอย่างกล้าๆกลัวๆ เพราะถ้าหากทั้งสองสาวนั้นไม่พอใจขึ้นมาคอบนบ่าของพวกเขาอาจจะขาดได้ง่ายๆ
[หึ!ไม่รู้ล่ะ อิงฟ้าเธอตัดสายก่อน] แอนนาเริ่มเก็บอารมณ์ไม่อยู่แล้วเมื่อเห็นว่าเจษออกนอกลู่นอกทางที่ควรจะเป็แบบนี้ เธอตอบด้วยน้ำเสียงที่โมโหมากยิ่งขึ้น ขณะที่เธอพูดแต่ละคำนั้นทำให้ทั้งเจมส์และบาสต่างสะดุ้งด้วยความใ
ผู้คนที่เดินผ่านระแวกนั้นต่างขบขันการกระทำของทั้งคู่พร้อมกับกระซิบอะไรบางอย่างกับเพื่อนข้างๆอย่างอกรสออกชาติ
แน่นอนว่าเจมส์และบาสไม่ได้สนใจพวกนั้นอยู่แล้ว ถ้าหากพวกเขาไม่สนใจแอนนาและอิงฟ้าในตอนที่สำคัญแบบนี้ล่ะก็ พวกเขาอาจโดนสั่งสอนเล็กๆน้อยก็เป็ได้
ภาพของสองชายหนุ่มที่เดินอย่างโอ่อ่าสง่างามไปทั่วห้าง กลับยืนห่อตัวคอตกที่มุมอับผู้คนในขณะที่คุยโทรศัพท์ ลุคนายแบบก่อนหน้าหายไปอย่างหมดสิ้นแล้ว
กว่าบาสและเจมส์จะรายงานพวกเธอครบทุกเื่ก็กินเวลาพอสมควร แต่นั่นก็ไม่ได้มากมายจนเกินไป
ทั้งคู่ต่างโล่งใจในตอนที่วางสายเมื่อเห็นว่าการรายงานในครั้งนี้นั้นเป็ที่น่าพอใจสำหรับทั้งสองสาว เพราะพวกเขาพูดความจริงและตรงประเด็นที่ทั้งสาวอยากรู้ทั้งนั้น
ซึ่งพวกเขาไม่กล้าโกหกพวกเธอ เพราะถ้าหากพวกเธอจับได้ขึ้นมา ผู้คนทั้งผืนฟ้าและปฐีก็ไม่อาจช่วยพวกเขาได้
เมื่ออิงฟ้าและแอนนาได้รับข้อมูลจากเพื่อนสุดที่รักหมด พวกเธอก็โมโหเจษมากขึ้นไปอีก การที่เขาทำตัวประชดพวกเธอแบบนี้มันเป็การทำรายจิตใจดวงน้อยๆของพวกเธอหนักหน่วงมาก
แต่ก็ได้แค่โกรธภายในส่วนลึกของจิตใจเท่านั้น
ถึงจะโมโหเจษมากขนาดไหน พวกเธอก็ไม่มีสิทธิอะไรไปกระชากตัวเขาให้กลับหรือต่อว่าเลยแม้แต่น้อย พวกเธอต่างรู้ข้อนี้ดีกว่าใครเหมือนกัน เพราะยังไม่ได้เป็แฟนกันจริงๆนั่นเอง
ดังนั้นการที่จะรักษาเจษดั่งเดิมไว้ไม่ให้ไปสนใจคนอื่น พวกเธอมีหน้าที่เพียงแค่กีดกันศัตรูหัวใจแบบเบาๆ(หรา)และไม่ให้ใครเข้ามาชกชิงเขาไปจากเธอก่อนอย่างที่เคยทำมา
ดั่งสมัยที่อยู่ในโรงเรียน พวกเธอทำได้ดีทีเดียวในตอนนั้น
หลังจากนั้นสิบนาทีในตอนที่วางสาย อิงฟ้าที่แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วพลันตระโกนเร่งแอนนาที่ชักช้ากว่าเธอ..
“แอนนาเร็วเข้า!เดี๋ยวชนีแถวนั่นคาบเจษไปรับประทานก่อนหรอก”
จากสีหน้าที่เป็กังวลของแอนนาขณะที่ยืนอยู่หน้าดระจกบานใหญ่ กลับมีเหงื่อค่อยๆซึมเมื่อได้ยินเสียงของอิงฟ้า ดูเป็กังวลอย่างมาก
แอนนาสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดแล้วกลั้นใจเพื่อนเป็การวัดใจครั้งสุดท้าย เธอพยายามอย่างสุดชีวิตเพื่ิอที่จะจัดการปัญหาที่กำลังเจออยู่ให้เสร็จโดยเร็ว
ฟอดดดดด! อึบ!!! ครู๊ดดดดดด!!
ดีที่เสื้อผ้าของเธอนั่นค่อนข้างแข็งแรงเลยทำให้ในวินาทีต่อมาใบหน้าของเธอก็คลายกังวล จากนั้นเธอก็วิ่งแจ้นลงไปข้างล่างอย่างเร่งรีบเพราะกลัวช้าแล้วตอบกลับอิงฟ้าไปในขณะเดียวกัน...
“เสร็จแล้ว!”
อิงฟ้ามองไปที่แอนนาในขณะที่เธอกำลังวิ่งลงมาอย่างรีบร้อน ั์ตาของเธอมีวูบหนึ่งที่แสดงความอิจฉาอย่างชัดเจน แต่มันก็ถูกแทนด้วยแววตาที่เฉยเมยและเร่งรีบด้วยความรวดเร็ว
อิงฟ้านั้นไม่ได้ถามแอนนาว่าทำไมถึงชักช้า เพราะเธอรู้ดีอยู่เต็มอกว่ามันเป็เพราะอะไร เธอเพียงแค่เหลือบมองแอนนาแว็บเดียวก็รับรู้ได้อย่างหมดจดแล้ว
พอแอนนาวิ่งมาถึงอิงฟ้าที่ยืนรออยู่ที่รถตรงหน้าบ้านเธอก็พูดขึ้น..
“ขอโทษที่ช้า พอดีว่าเสื้อตัวนี้ดูเหมือนจะเล็กลงหน่ะ! เลยใช้เวลาค่อนข้างนาน”
คิ้วเรียวงามของอิงฟ้าขมวดเข้าหากันเมื่อแอนนาพูดข่มเธอ เธอจิ๊ปากแล้วสบัดร่างเดินขึ้นรถไป ทำเป็ไม่สนใจคำพูดของแอนนาเมื่อสักครู่นี้ ถึงแม้ว่าภายในใจจะกำลังคิดวิธีแก้แค้นอยู่ก็ตาม
เมื่อแอนนารู้ว่าตนเองได้รับชัยชนะก็ยืดอกขึ้นด้วยความดีใจ แต่กลับหดตัวลงด้วยความรวดเร็วเช่นกันเพราะมันค่อนข้างแน่นและอึดอัด จากนั้นเธอก็วิ่งขึ้นรถตามอิงฟ้าเพื่ิอหาเจษ
ทั้งสองสาวก็ออกเดินทางไปยังสถานที่ที่เปรียบดั่งสนามรบ
กลับมาทางเจษ
หลังจากที่เจมส์และบาสรายงานสถานการณ์ทางนี้ให้สาวๆไปแล้ว ก็เดินกลับมาหาเจษที่กำลังยืนอยู่ตรงขอบรั้วของห้าง สายตาของเขากวาดไปมองรอบๆอย่างสนใจ
“เสร็จแล้ว เราจะไปว่ายน้ำกันเลยไหม”
“อืมไปกันเถอะ แต่ก่อนหน้านั้น พวกนายต้องไปเช่ากางเกงว่ายน้ำกันก่อน”
“โอเค แล้วเจอกันที่สระ”
ทั้งสามหนุ่มก็ต่างกันพาไปจัดการธุระของตัวเอง ผ่านไปไม่นานทั้งสามก็มารวมตัวกันที่หน้าสระว่ายน้ำตามที่นัดกันไว้ก่อนหน้า
พอเจมส์มาถึง สิ่งแรกที่เขาทำคือกวาดสายตาไปทั่วสระ เพื่อสแกนพื้นที่แห่งนี้ว่ามีสาวๆสวยๆตามข่าวลือไหม แต่ทันใดนั้นใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาก็แสดงสีหน้าที่ผิดหวัง หลังจากนั้นพลางพูดขึ้นแบบเซ็งๆ
“วุ้ยยยเซ็ง สาวๆไปไหนก....”
ยังไม่ทันพูดจบประโยคแผ่นหลังของเขาก็รู้สึกถึงลมเย็นๆพร้อมทีกลิ่นหอมตีจมูกขึ้นมาชั่วครู่ ซึ่งถืิอได้ว่าเป็สัญชาตญาณอันแหลมคมของเขาก็ว่าได้ เป็เหตุให้เขาค่อยๆหันกลับไปมองทางด้านหลัง
ปรากฎสาวสวยที่เต็มไปด้วยความมั่นกำลังเดินมาเหมือนสัญชาตญาณของเขาเตือนจริงๆ การเดินทุกท่วงท่าของเธอเต็มไปด้วยความมั่นใจและหนักหน่วง ความเคร่งขรึมที่แสดงออกมาทางใบหน้าทำให้เสน่ห์ของเธอเพิ่มมากขึ้นอย่างมาก
บ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเธอนั้นเป็มืออาชีพในการเดินแบบหรือไม่ก็เรียนในสายนี้มาพอสมควร
และยังไม่หมดแค่นั้น ด้านหลังของเธอก็มีิีสาวสวยที่หน้าตาดูอ่อนกว่าเล็กน้อยเดินตามมาติดๆ พวกเธอมีสี่คน สีหน้าท่าทางของแต่ละคนเมื่ออยู่ต่อหน้าคนที่เดินนำแล้วจะแสดงความเคารพและนับถือเป็พิเศษ
พวกเธอต่างพูดคุยและหัวเราะในขณะที่เดินมา แต่นั่นก็ไม่ได้เป็ปิดบังความเป็มืออาชีพของพวกเธอเลยแม้แต่น้อย เพราะทุกกิริยาท่าทางทั้งหมดนั่นล้วนแล้วแต่ถูกฝึกสอนมาดี ถึงแม้ว่าพวกเธอจะมีนิสัยขี้เล่นและชอบความสนุกเหมือนวัยรุ่นทั่วไปก็ตาม
แม้ว่าพวกเธอจะแสดงกินิยาเหมือนเด็ก แต่ตรงส่วนเว้าโค้งของพวกเธอนั้นไม่ไม่ได้เด็กเอาสะเลย
จนทำให้เจมส์หลงเสน่ห์ของพวกเธออย่างเต็มเปาก็ตัวแข็งค้างได้แต่ยืนนิ่งจนพวกเธอเดินผ่านไป หลงเหลือไว้เพียงแค่กลิ่นหอมจากลมผัดผ่าน
กว่าเขาจะรู้สึกตัวก็หลังจากที่สาวๆพวกนั้นแซวเขาแบบน่ารักๆอยู่ด้สนหลังเขาเสียแล้ว
“นี่หนุ่มน้อย การยืนจ้องตรงส่วนนั้นของอิสตรีนานๆเป็การลวนลามทางสายตานะ คริๆๆๆ”
เจษอดส่ายหัวให้กับเจมส์ไม่ได้หลังจากเห็นว่าเขานั่นเป็เหมืินเด็กอ่อนในโลกของผู้ใหญ่ แต่เขาก็ไม่สามารถตำหนิเขาได้เพราะเขายังเป็แค่เด็กหนุ่มธรรมดาทั่วไปเท่านั้น
‘สงสัยคงต้องพาหมอนี่ไปอาบน้ำบ่อยๆ..’เจษคิดทางแก้ปัญหาให้กับเพื่อนแบบอย่างง่ายโดยไม่คำนึกถึงผลที่ตามาเลยแม้แต่น้อย ถ้าหากเจมส์มาได้ยินความคิดของเขาล่ะก็เขาคงตระโกนตอบอย่างเร่งรีบว่า.. ‘ไม่ต้อง!! เดี๋ยวกูไปเองมึงอยู่เฉยๆไว้’
เจษเก็บความคิดไว้ในใจก่อนเพราะตอนนี้การจะทำเช่นนั้นยังไม่เหมาะ ควรจะทำตรงหน้าให้เสร็จก่อนที่คิดว่าทำอะไรต่อ
เขาเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า ผ่านไปสักพักเขาก็เดินออกมากพร้อมกับทั้งเนื้อทั้งตัวสวมแต่กางเกงว่าน้ำแค่ตัวเดียว
เขาเดินอย่างโอ่อ่าตรงไปพื้นที่ว่างโดยไม่สนใจโดยรอบเลยว่าทันทีที่เขาออกมาจากห้องน้ำ เขาก็กลายเป็สนใจของผู้หญิงทั้งหมดในสระว่ายน้ำแห่งนี้สะแล้ว