ตอนที่ 29 เห็นด้วย (2)
“ข้าก็คิดเช่นนี้เหมือนกันเจ้าค่ะ อีกอย่างเพิ่งเกิดเรื่องได้ไม่นาน อาสะใภ้สามก็รีบร้อนมาพูดกับท่านที่ห้องโถงเสียแล้ว” สวี่เฉิงอวี๋รู้สึกโล่งใจลงทุกขณะ แน่นอนว่านางย่อมสังเกตได้ถึงความเห็นพ้องในสายตานายหญิงผู้เฒ่านางจึงมั่นใจยิ่งขึ้นไปอีก “หลังจากอาสะใภ้รองลงโทษเฝิงมามาแล้วนางก็ยังตั้งใจส่งคนมาขอโทษท่านแม่ข้าเป็นพิเศษ ทั้งยังพูดชมข้าไปหนึ่งยก แต่นางบอกว่าตอนนี้ท่านแม่ข้าต้องพักผ่อนร่างกาย นางก็ไม่กล้ามารบกวนท่านแม่ที่ห้องบ่อยนัก รอให้ท่านแม่คลอดแล้วนางจะจัดเตรียมอาหารเต็มโต๊ะไว้ที่บ้าน เพื่อแสดงการขอโทษท่านแม่เป็นอย่างดี”
นายหญิงผู้เฒ่าเว่ยจึงเข้าใจอย่างชัดเจนแล้ว
เด็กคนนี้มีสายตาอันเฉียบคมอย่างยิ่ง การกระทำและความคิดของเสิ่นซื่อกับเหลียงซื่อแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง อีกอย่างเรื่องที่หลังครัวเดิมทีก็มีเงื่อนงำ และสุดท้ายนางก็สามารถคาดเดาออกมาได้ว่าที่แท้เรื่องในวันนี้เกิดจากเหลียงซื่อบงการให้เฉินมามาสร้างความวุ่นวาย
ดังนั้นหลังจากที่นางมาถึงได้ไม่นานนางก็คอยขัดคำพูดของเหลียงซื่ออยู่ตลอด ทั้งยังแบกรับหน้าที่ดูแลบ้านเอาไว้ทั้งหมด ไม่เหลือโอกาสไว้ให้เหลียงซื่อแม้แต่นิดเดียว
นายหญิงผู้เฒ่าเว่ยใช้มือลูบกำไลวงนั้นบนข้อมือนาง เมื่อสัมผัสพลันรู้สึกเย็นวาบ ทว่าไม่นานก็อบอุ่นขึ้น
คุณภาพของกำไลวงนั้นยอดเยี่ยมก็จริง แต่ไม่เหมาะให้นางสวมใส่ทุกวัน
นายหญิงผู้เฒ่าพลิกมือหนึ่งทีก่อนถอดกำไลออกจากข้อมือสวี่เฉิงอวี๋ “ข้าว่าปกติพี่หญิงสามของเจ้าก็ไม่ได้สวมกำไลนี่ แต่ข้ากลับชอบกำไลวงนี้ เจ้าเอาไว้ให้ข้าก็แล้วกันนะ อีกเดี๋ยวเจ้าตามเหมยโซ่วไปเลือกดูที่ห้องเก็บของเล็กๆ ของข้า เลือกเอาของดีๆ สักสองสามชิ้นกลับไปด้วย”
สวี่เฉิงอวี๋เผยรอยยิ้มบางๆ “ก่อนหน้านี้ล้วนเป็นข้าที่แย่งของในห้องของท่านย่าและขนกลับไปที่เรือนจ้านลู่ น้อยครั้งนักที่ท่านย่าจะเป็นฝ่ายแย่งของข้าบ้าง”
“ใช่แล้ว กำไลสีเขียวล้าสมัยวงนี้ข้าเป็นคนแย่งไปจากมือเจ้าเอง ต่อไปถ้าเจออาสะใภ้สามเจ้าก็จะพูดเช่นนี้เสีย และพูดต่อหน้าพี่หญิงสามของเจ้าด้วย” นายหญิงผู้เฒ่าเว่ยแค่นเสียงฮึเย็นชาหนึ่งที “โตเป็นผู้ใหญ่ถึงเพียงนั้นแล้ว ซ้ำยังเป็นผู้อาวุโส ยังจะมาคิดเล็กคิดน้อยกับเด็กอยู่อีก”
สวี่เฉิงอวี๋เอ่ยเรียกท่านย่า น้ำเสียงเต็มไปด้วยการเกลี้ยกล่อม “อาสะใภ้สามแค่มีเจตนาดี ท่านอย่าได้คิดมากเลยนะ น้องหญิงเจ็ดเองก็ยังบอกว่าแม้แต่นางเองก็รู้สึกว่ากำไลวงนี้ดูงดงามดี นางชอบมากแต่อาสะใภ้สามกลับมอบให้ข้า เรื่องวันนี้บางทีอาจเพราะอาสะใภ้สามหลงผิดไปชั่วขณะเท่านั้น ท่านอย่าได้ปฏิเสธนางไปเสียทุกอย่างเพียงเพราะเรื่องนี้เรื่องเดียวเลยนะเจ้าคะ ภายหน้าอาจทำให้ท่านมีอคติต่ออาสะใภ้สามมากขึ้นได้ แล้วพอนางมาคารวะท่าน ท่านก็คงแสดงความรู้สึกดีๆ ต่อนางไม่ได้ พวกเราครอบครัวเดียวกัน ต้องอยู่ร่วมกันด้วยความปรองดอง ครอบครัวเราจึงจะเจริญรุ่งเรือง”
นายหญิงผู้เฒ่าเว่ยพอใจกับคำพูดนี้ของนางเป็นอย่างยิ่ง เมื่อได้ยินแล้วก็รู้สึกอุ่นใจจนความโกรธนั้นลดลง แม้แต่ความคิดตำหนิเหลียงซื่อก็เบาบางลงไปมาก
นางเงยหน้าขึ้นลูบไล้ศีรษะสวี่เฉิงอวี๋ “เด็กดี ต่อไปนี้เจ้าก็จงจัดการอย่างสบายใจเถิด ถ้าเจอเรื่องที่ตัดสินใจไม่ได้เจ้าก็ไปถามอาสะใภ้รองของเจ้า นางเป็นคนดี อยู่อย่างสงบเสงี่ยมมาตลอด แม้ปกตินางจะดูไม่ค่อยสนใจเรื่องใดมากนัก แต่ที่จริงนางเป็นคนมีหัวคิดนัก หรือถ้าไม่ไหวจริงๆ เจ้าก็มาถามข้าได้”
สวี่เฉิงอวี๋ทอดถอนใจโดยไร้สุ้มเสียง
นายหญิงผู้เฒ่ายังคงไม่พอใจเหลียงซื่อเป็นอย่างมาก ไม่เช่นนั้นคงไม่พูดว่าเมื่อนางประสบปัญหาให้ไปถามเสิ่นซื่อ
หากว่านางได้ดูแลครอบครัวในวันข้างหน้าก็เป็นเพราะได้รับคำสั่งและการยินยอมจากนายหญิงผู้เฒ่า ถ้านางเจอเรื่องที่ตัดสินใจไม่ได้แล้วไปถามเสิ่นซื่อนั่นก็ต้องเป็นเพราะผ่านการอนุญาตจากนายหญิงผู้เฒ่ามาแล้ว
ถ้านางไปขอคำชี้แนะจากบ้านรองจริงๆ คงเป็นการตบหน้าเหลียงซื่ออย่างรุนแรงที่สุด
สวี่เฉิงอวี๋ไม่อาจแสดงสีหน้าต่อต้านได้มากนักเพราะเกรงว่าจะทำให้นายหญิงผู้เฒ่าโกรธเคืองจึงทำได้เพียงรับปากเท่านั้น แต่ในใจครุ่นคิดว่าเรื่องเรือนในเหล่านี้นางต้องจัดการได้อย่างเหมาะสมแน่นอน หรือต่อให้มีเรื่องที่นางตัดสินใจไม่ได้จริงๆ ไว้นางมาถามนายหญิงผู้เฒ่าก็ได้ ทว่าจะไม่ไปถามบ้านรองเป็นอันขาด
ตั้งแต่ตอนที่ 30 เป็นต้นไป ติดตามตอนต่อไปได้ที่
https://www.readawrite.com/a/b4de2118bcf8aeb4189e3f726bea9bef?r=search_article