เขาเดินไปที่มอเตอร์ไซด์คันใหญ่คู่ใจ
เมื่อสตาร์ทรถ เขาจงใจไม่เร่งเครื่องมากนักเพื่อลดเสียงรบกวน ไม่ให้ใครในหอพักต้องตื่นขึ้นมา
ท่ามกลางความเงียบสงัดของค่ำ
แล้วไม่นาน ไฟท้ายของรถก็เคลื่อนตัวออกไปอย่างเงียบเชียบ ละลายหายไปในความมืด ขณะที่เขาขับออกจากเขตหอพักของอันนา…
บรรยากาศรอบตัวเขายังเงียบสงัด ถนนโล่งมีเพียงลมเย็นที่ปะทะใบหน้า ทำให้ความมึนง่วงจากคืนอันยาวนานค่อย ๆ จางลงเล็กน้อย
แต่มีสิ่งที่กำลังครุกรุ่นอยู่ในใจของเขา มันไม่ใช่เพียงแค่ความหลงใหล มันลึกซึ้งกว่านั้น อันตรายกว่านั้น
มันคือความปรารถนาในตัวอันนา...ความปรารถนาที่ตัวเขาเองยังรู้สึกหวาดหวั่น
เขากลัวเหลือเกินว่า สักวันหนึ่ง…เขาอาจจะหยุดความรู้สึกนี้ไว้ไม่ได้ อาจจะเผลอปล่อยให้ความปรารถนาที่ซ่อนเร้นอยู่ในใจ กลืนกินสติสัมปชัญญะของเขาไปทั้งหมด และบางที...บางทีคืนนี้อาจเป็คืนที่เขาเข้าใกล้ขีดจำกัดของตัวเองมากที่สุดแล้ว
พีท เร่งเครื่อง มุ่งหน้าสู่คฤหาสน์ของเขา
ทุกครั้งที่เขากลับบ้าน มักจะเป็หัวค่ำ แต่ไม่ใช่ครั้งนี้ ครั้งนี้เขากลับมาตอนฟ้าใกล้สาง… สิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
เมื่อรถเคลื่อนตัวเข้ามาถึงหน้าประตูคฤหาสน์
ลุงมิ่ง รปภ.ที่อยู่กับครอบครัวของพีทมาอย่างยาวนาน รีบเดินออกมาเปิดประตูรั้วให้ชายหนุ่ม สีหน้าเต็มไปด้วยความเป็ห่วง
“คุณพีท กลับมาตอนนี้ได้ยังไงครับ? ปกติไม่เคยกลับดึกดื่นแบบนี้เลย”
พีท ถอดหมวกกันน็อก วางมันลงบนถังน้ำมันของมอเตอร์ไซค์ ก่อนจะถอนหายใจยาว
"ดึกที่ไหนกันครับลุง…นี่มันใกล้เช้าแล้วต่างหาก" เขาพูดพลางยกมือเสยผมลวก ๆ
แม้ความเหนื่อยล้าจะฉายชัดบนใบหน้า แต่เสน่ห์อันคมเข้มของใบหน้าของเขาก็ไม่ได้ลดลงเลยสักนิด…
“เมื่อคืนเผลออยู่ยาวไปหน่อย”
"ลุงเป็ห่วงคุณพีทมากเลยนะครับ…หายไปทั้งคืนแบบนี้"
ลุงมิ่งเอ่ยพลางมองเขาด้วยสายตาจับสังเกต แม้ปากจะไม่ได้ถามอะไรออกมาตรง ๆ แต่แววตากลับเต็มไปด้วยคำถามที่รอคำตอบ…
พีท ยิ้มบาง ๆ รู้ดีว่าลุงมิ่งคงสงสัยว่าเมื่อคืนเขาไปอยู่ที่ไหนมา และที่สำคัญ… ไปอยู่กับใคร
"ขอผมไปพักผ่อนก่อนนะครับลุง" พีท พูดเสียงเรียบ ก่อนจะรีบตัดบทแล้วเดินเข้าบ้าน
ทิ้งให้ลุงมิ่งยืนมองตามไปด้วยสีหน้าครุ่นคิด แววตาของเขายังคงเต็มไปด้วยคำถามที่ไม่ได้เอ่ยออกมา...
ชายหนุ่มก้าวขึ้นบันไดอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะผลักประตูเข้าไปยังห้องกว้างที่ตกแต่งอย่างประณีต ทุกอย่างภายในห้องสะท้อนถึงรสนิยมของเ้าของได้เป็อย่างดี กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมปรับอากาศลอยอวลอยู่ในบรรยากาศ มอบความรู้สึกผ่อนคลายและอบอุ่น
ผ้าม่านสีเข้มถูกปิดสนิท ปิดกั้นแสงจากโลกภายนอกเอาไว้ เหลือเพียงแค่แสงไฟสลัวที่แต้มลงบนผนังห้อง เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นถูกจัดวางอย่างลงตัว สะท้อนความเป็ระเบียบแต่แฝงไว้ด้วยเสน่ห์ที่น่าค้นหา
มีเพียงแสงไฟจากถนนที่รอดผ่านช่องเล็ก ๆ ของผ้าม่านเข้ามา พอให้เห็นบรรยากาศสลัว ๆ ภายในห้อง
เขาวางหมวกกันน็อกลงบนโต๊ะตัวโปรดมุมห้อง ก่อนจะถอนหายใจยาวแล้วถอดเสื้อช็อปออก โยนมันไปที่เก้าอี้
กล้ามเนื้อแข็งแกร่งใต้เสื้อเชิ๊ตสีขาวด้านในแนบเนื้อขยับเล็กน้อยตามจังหวะหายใจ ลมหายใจของเขายังคงติดกลิ่นจาง ๆ ของริมฝีปากและผิวเนื้อของหญิงสาว
ความรู้สึกวูบไหวเสียวซ่านที่ยังคงหลงเหลือจากค่ำคืนที่ผ่านมา ทำให้มุมปากเขายกขึ้นเป็รอยยิ้มบาง ๆ
โดยไม่รู้ตัว เมื่อมาถึงเตียง พีท ทิ้งตัวลงนอนอย่างหมดแรง ที่นอนนุ่มรองรับร่างสูงโปร่งของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ เปลือกตาหนักอึ้งค่อย ๆ ปิดลง ลมหายใจเริ่มสม่ำเสมอ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะมีรอยยิ้มเ้าเล่ห์ บัดนี้ดูสงบนิ่งราวกับเด็กน้อย
แม้ร่างกายจะเข้าสู่ห้วงนิทรา แต่ภายในจิตใจของเขา ยังคงมีเงาของใครบางคนติดอยู่ไม่จางหาย…
เวลาผ่านไป…แสงแดดยามสายส่องลอดเข้ามาทางผ้าม่านบาง ๆ พีท ขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะลืมตาขึ้นช้า ๆ
ชายหนุ่มกระพริบตาถี่ ๆ ไล่ความง่วงออกจากเปลือกตาหนักอึ้ง ก่อนจะพลิกตัวนอนหงาย มองเพดานอย่างเหม่อลอย
เสียงเปิดประตูดังขึ้นอย่างแ่เบา ตามมาด้วยฝีเท้าเบา ๆ ที่ค่อย ๆ ก้าวเข้ามาใกล้
“พี่พีท...คะ”
เสียงเรียกนุ่มนวลดังขึ้นเบา ๆ พีท เหลือบมองไปทางประตู เห็น มีน น้องสาวตัวน้อยของเขายืนอยู่ตรงนั้น มือเล็กกำชายเสื้อตัวเองแน่น ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความลังเล
“นี่มันเกือบเที่ยงแล้วนะคะ...” เธอพูดต่อด้วยน้ำเสียงไม่ดังนัก
เขา ถอนหายใจเบา ๆ พลางยกมือขึ้นกดขมับตัวเอง “โธ่... ขอพี่นอนอีกหน่อยไม่ได้เหรอ” เขาพูดเสียงแหบพร่า ยังไม่หายจากอาการงัวเงียดีนัก
มีน เม้มปากนิด ๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้เตียงช้า ๆ แล้วนั่งลงที่ปลายเตียง “เมื่อคืน...พี่หายไปไหนมาเหรอคะ?”
ชายหนุ่ม หันไปมองน้องสาว ั์ตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่ได้กดดันหรือคาดคั้นเหมือนเคย
น้องสาวเขา เป็คนขี้อาย ไม่เคยพูดอะไรตรง ๆ มากนัก แต่เขารู้ดีว่าคำถามของเธอมีน้ำหนักแค่ไหน
พีท ยิ้มมุมปาก พลิกตัวตะแคงพิงแขนตัวเอง “ทำไม? หรือว่าห่วงพี่?”
มีน เม้มปากแน่นกว่าเดิม ใบหน้าเริ่มขึ้นสีเล็กน้อย “กะ... ก็เปล่าหรอก! แค่... แค่สงสัยเฉย ๆ นะค่ะ”
“งั้นเหรอ?” พีท ยกคิ้ว ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ แล้วเสยผมยุ่ง ๆ
“ก็ไม่ได้ไปไหนไกลหรอก แค่ติดธุระนิดหน่อย”
มีน เงยหน้าขึ้นมองเขา ก่อนจะเม้มปากอีกครั้งแล้วพูดเบา ๆ “ธุระ... หรือว่าไปอยู่กับผู้หญิง?คะ”
เขา ยักไหล่ ไม่ตอบอะไร แต่รอยยิ้มเ้าเล่ห์ที่มุมปากของเขาทำให้ มีน หลุบตาลง มือกำชายเสื้อตัวเองแน่นกว่าเดิม
“พี่พีท...พี่ไปอยู่กับใครมารึเปล่าคะ?” เสียงเธอถามเบาลงจนแทบเป็กระซิบ แฝงไว้ด้วยน้ำเสียงเขินอาย
ชายหนุ่ม หัวเราะในลำคอ “หืม? แล้วถ้าใช่ล่ะ?”
มีน กระพริบตาปริบ ๆ สีหน้าดูเหมือนจะใเล็กน้อย ก่อนที่จะแก้มจะเริ่มแดงขึ้น เธอเบือนหน้าหนีพี่ชาย
“พี่พีท...ใช่คนที่พี่เคยเล่าให้ มีน ฟังไหมคะ คนที่ยังไม่พิเศษเท่าไหร่ แต่ตอนนี้พิเศษแล้วใช่ไหมคะ?”
ชายหนุ่ม เห็นท่าทางของน้องแล้วก็อดขำไม่ได้ “อืม ก็คงใช่ล่ะมั้ง”
พีท เลิกคิ้วขึ้นมองน้องสาวที่ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังยิ้มและคิดอะไรบางอย่างอยู่ แต่ก็ไม่ได้พูดต่อ
เขายิ้มบาง ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะหัวเธอเบา ๆ “คิดอะไรอยู่หืม? ”
มีน สะดุ้งนิด ๆ ก่อนจะส่ายหัวแรง ๆ “เปล่า! ไม่มีอะไรเลย!ค่ะ มีนดีใจที่พี่พีทได้เจอคนที่ทำให้พี่พีทมีความสุขค่ะ”
“เด็กน้อยเอ๊ย” เขาหัวเราะ แววตามองมาที่น้องสาวด้วยความเอ็นดู
มีน เม้มปาก ไม่พูดอะไรอีก แต่ก็ยังนั่งอยู่ที่ปลายเตียง ราวกับกำลังรอให้พี่ชายพูดอะไรต่อ
เขา ถอนหายใจเบา ๆ พลางลุกขึ้นจากเตียง นั่งพิงตัวเองที่หัวเตียงพร้อมใช้มือเสยผมยุ่ง ๆ ของตัวเอง เขาหันไปมอง มีน ที่ยังนั่งอยู่ปลายเตียง
ดวงตากลมโตของเธอหลุบลงต่ำ ท่าทางเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
สายตาเขาจ้องน้องสาวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้น
“พี่ขอโทษนะ”
มีน ชะงัก เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความแปลกใจ “ขอโทษเื่อะไรเหรอคะ?”
พีท ยิ้มจาง ๆ ก่อนจะทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง
“ขอโทษที่เมื่อคืนปล่อยให้เราอยู่บ้านคนเดียว”
มีน กะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะรีบส่ายหัว “มีน อยู่ได้ พี่พีทไม่ต้องห่วงค่ะ”
“แต่พี่ก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดี” พีท พูดเสียงแ่
มีน เม้มปากนิด ๆ ก่อนจะยิ้มบาง ๆ ให้เขา “พี่พีทก็ไม่ได้หายไปบ่อย ๆ นี่ แค่คืนเดียวเอง”
เขา มองหน้าน้องสาว ก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อย “เราโตขึ้นเยอะเลยนะ”
มีน ยิ้มเขิน ๆ ก้มหน้าลงแล้วพูดเบา ๆ “ก็ต้องโตสิค่ะ”
เขา ยื่นมือไปบีบศีรษะน้องสาวเบา ๆ “แต่ยังขี้อายเหมือนเดิมเลย”
มีน เบือนหน้าหนีพี่ชาย “พี่พีทอ่ะ!”
ชายหนุ่ม มองรอยยิ้มของน้องสาวแล้วก็รู้สึกโล่งใจขึ้นเล็กน้อย เขายกมือนวดขมับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ
“โอเค งั้นไปหาอะไรกินกัน พี่หิวแล้ว”
“ค่ะ” มีน พยักหน้า ยิ้มบาง ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน แล้วเดินออกจากห้องไปก่อน
ส่วน พีท มองตามแผ่นหลังเล็ก ๆ ของน้องสาวแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้
แม้เขาจะเป็พี่ชายที่ไม่ค่อยสมบูรณ์แบบนัก แต่ไม่ว่ายังไง...มีน ก็ยังเชื่อใจเขาเสมอ
กลิ่นอาหารหอมอบอวลไปทั่วบ้าน เสียงช้อนกระทบจานดังแว่วมาเบา ๆ ขณะที่แม่บ้านช่วยกันจัดเตรียมอาหารกลางวันบนโต๊ะยาวของครอบครัว
บ้านหลังใหญ่ที่เคยเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยของพ่อแม่ ตอนนี้กลับเงียบเหงากว่าที่เคย
มีเพียง พีทและ มีน ที่อยู่กันตามลำพังใน่หลายเดือนที่พ่อแม่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ
ชายหนุ่ม เดินลงมาจากชั้นบนด้วยท่าทางเซื่องซึม ผมของเขาดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย ราวกับเพิ่งตื่นไม่นาน
แม่บ้านสองสามคนที่กำลังจัดโต๊ะหันมามองเขา ก่อนที่ ป้าศรี หัวหน้าแม่บ้านคนเก่าแก่ของบ้านนี้จะเดินเข้ามาหา
“คุณพีท เมื่อคืนกลับมาเกือบเช้าเลยเหรอคะ? ลุงมิ่งเค้ามารายงานป้าแล้วค่ะ” น้ำเสียงของป้าศรีเต็มไปด้วยความเป็ห่วง
“หายไปทั้งคืน ป้าเป็ห่วงมากเลยค่ะ”
พีทยกมือขึ้นลูบหลังคอ รอยยิ้มเจื่อนปรากฏบนใบหน้า “แหม... ลุงมิ่งนี่ไวเหมือนม้าเร็วเลยนะครับ”
"ป้าศรีครับ ผมโตแล้วนะครับ ไม่ต้องห่วงหรอก" ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้ป้าศรีรู้สึกสบายใจ เขายิ้มให้ป้าศรีอย่างที่เคยทำเสมอ แม้ในใจจะรู้ดีว่าป้าศรีเป็ห่วงมากแค่ไหน
ป้าศรี ถอนหายใจ ก่อนจะส่ายหัว “จะโตแค่ไหน แต่กลับบ้านดึกแบบนี้ก็ไม่ดีนะค่ะ ถ้าคุณพ่อคุณแม่ของคุณพีทรู้เข้าจะว่าเอา”
“พ่อกับแม่ไม่อยู่ไม่ใช่เหรอครับ” พีท ยักไหล่ แววตาเ้าเล่ห์เล็ก ๆ
แต่ป้าศรีกลับจ้องเขานิ่ง “แต่ป้าก็อยู่ไงค่ะ ป้าก็เหมือนเป็ผู้ปกครองแทน”
พีท หัวเราะเบา ๆ “โอเค ๆ คราวหน้าจะไม่กลับดึกแล้วครับ”
มีน ที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารมองภาพตรงหน้าก่อนจะอมยิ้มเล็ก ๆ
พี่ชายของเธออาจดูเป็หนุ่มเ้าเสนห์ ในสายตาคนอื่น
แต่สำหรับแม่บ้านในบ้านนี้ พีท ก็ยังเป็เด็กชายขี้เล่นที่ทุกคนเอ็นดูเสมอ
ป้าศรี ยิ้มออกมานิด ๆ ก่อนจะเดินกลับไปช่วยแม่บ้านอีกคนจัดจาน
“เชิญ คุณพีท กับ คุณมีน ทานข้าวก่อนนะคะ อาหารพร้อมแล้ว”
พีท พยักหน้า ก่อนจะเดินไปนั่งลงข้าง ๆ มีน “ขอบคุณครับป้า วันนี้มีอะไรกินบ้าง?”
มีน หันมายิ้ม “ต้มยำกุ้ง กับทอดมันปลากราย ของโปรดพี่ไง”
เขามองจานอาหารตรงหน้า ก่อนจะหันไปมอง ป้าศรี ที่ยังคงยืนอยู่ใกล้ ๆ รอยยิ้มอบอุ่นของแม่บ้านเก่าแก่ที่เลี้ยงดูเขามาั้แ่เด็กทำให้เขารู้สึกซาบซึ้ง
“ป้าศรี...ครับ” ชายหนุ่ม เรียกเสียงนุ่ม ก่อนร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มจะลุกขึ้นยืนและโอบกอดหญิงวัยกลางคนตรงหน้าอย่างอ่อนโยน
ป้าศรี ชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ยิ้มออกมา พลางยกมือขึ้นลูบหลังเขาเบา ๆ “โอ๊ย คุณพีท เดี๋ยว คุณมีน ล้อเอานะคะ”
มีน ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ หัวเราะคิก “ไม่ล้อหรอกค่ะ ป้าศรีเป็เหมือนแม่อีกคนของพี่พีทอยู่แล้ว”
เขาพยักหน้า เหน็บเสียงหัวเราะของตัวเองเล็กน้อยก่อนจะพูด
“ก็จริงนะ ป้าศรีเลี้ยงผมกับมีนมาั้แ่เล็ก ๆ ทำกับข้าวให้กิน ดูแลทุกอย่าง... ผมไม่เคยกอดป้าขอบคุณจริง ๆ จัง ๆ เลย”
ป้าศรี ยิ้มกว้างขึ้น ดวงตาคู่นั้นฉายแววเอ็นดู “โถ คุณพีท... ป้าไม่้าอะไรหรอกค่ะ แค่เห็น คุณพีท กับ คุณมีนมีสุข ป้าก็พอใจแล้วค่ะ”
พีท กระชับอ้อมกอดเล็กน้อยก่อนจะปล่อยมือแล้วยิ้มให้
“ขอบคุณป้ามากครับ ผมรักป้านะครับ”
ป้าศรี พยักหน้ารับ น้ำเสียงเธอสั่นเล็กน้อย “ค่ะคุณพีท ป้าก็รักพวกคุณเหมือนลูกเหมือนหลานเหมือนกัน”
มีน ยิ้ม ก่อนจะเอื้อมมือไปจับมือป้าศรีบ้าง “มีนก็ต้องขอบคุณป้าเหมือนกันคะ”
ป้าศรีหัวเราะทั้งน้ำตา ก่อนจะรีบเช็ดมุมตาตัวเองแล้วโบกมือ
“พอแล้วคะ ๆ มาทานข้าวกันเถอะ อาหารจะเย็นหมดแล้ว”
เขาหัวเราะพลางกลับมานั่งที่โต๊ะอีกครั้ง พร้อมกับ มีนที่นั่งอมยิ้ม
แม้พ่อแม่จะไม่อยู่ และบ้านจะเงียบเหงาไปบ้าง แต่ความอบอุ่นจากป้าศรียังคงอยู่เสมอ..