Ep 03 : ความสามารถที่โกง
“ฮะ แฮ่ม...”
มันกับว่าหน้าแสดงอาการผมเหว๋อมากไป สตาร์ไลท์จึงเตือนผมด้วยเสียงไอเบาๆ ทำให้ดึงสติของผมกลับมาปัจจุบัน
“ลองพูดตามฉันสิ”
“นามของข้าคือ จอมมารแห่งชีวิต ไลฟ์ จงออกมา [บัญญัติแห่งจอมมาร] ”
ผมเอ่ยคำพูดนั้น พลันก็ปรากฏหนังสือเล่มหนาสีรุ้งออกมา แสงมันสาดส่องไปทั่ว จนโรไรน่าได้ยกมือขึ้นมาบังสายตา ส่วนสตาร์ไลท์ก็เบือนหน้าหนีไป
เมื่อแสงสว่างจางลง พวกเธอก็หันกลับมา พร้อมกับสตาร์ไลท์ที่ดูใเล็กน้อย
“โฮ่ สมกับเป็จอมมารระดับพิเศษ กลิ่นอายพลังที่แผ่ออกมาจากหนังสือไม่ธรรมดาเสียจริง รวมถึงหนังสือสีแตกต่างจากจอมมารตนอื่นด้วย” เธอจ้องมองหนังสือของผมอย่างไม่วางตา เหมือนกับไม่เคยเห็นหนังสือที่มีสีรุ้งแบบนี้ที่ไหนมาก่อนเลย
“เอาล่ะ ดันเจี้ยนนั้น เราสามารถสร้างมันได้หลายแบบ หลายรูปไม่ว่าจะเป็หอคอย ถ้ำ ูเาไฟ ป่าไม้ ใต้สมุทรก็ทำได้ ซึ่งก็ตามแต่จอมมารจะสร้าง ดังนั้นควรคิดเอาไว้ั้แ่ตอนนี้ว่า จะสร้างดันเจี้ยนออกมายังไงล่ะนะ ดีต่อตัวนายเอง เมื่อถึงเวลาออกไปสร้างดันเจี้ยนของตัวเอง”
สตาร์ไลท์พูด
“อ๊ะ แต่อย่าลืมว่า ต้องทำดันเจี้ยนที่มันเข้าถึงง่ายๆ ด้วยนะ เห็นดันเจี้ยนของฉันมันลอยฟ้าได้ก็เถอะ แต่ว่า ทุกๆ 2 เดือนจะลงจอดตามทวีปต่างๆ เพื่อให้มนุษย์เข้ามาต่อสู้ในดันเจี้ยนของฉัน เก็บ SP ล่ะนะ”
เธอยกนิ้วขึ้นมาและส่ายไปส่ายมา ราวกับว่าเป็คุณครูที่เอ่ยเตือนนักเรียนที่ทำผิดอย่างไงอย่างนั้น
“ครับ คุณครูสตาร์ไลท์”
จนผมอดแซวออกไปไม่ได้ ซึ่งก็ทำให้ใบหน้าของเธอเปลี่ยนแปลงแก้มป่องเล็กน้อย
“ดีมาก นักเรียนไลฟ์”
ไม่วายเธอก็แซวผมกลับมาเสียอย่างนั้น ดูท่าว่าเธอคงจะมีอารมณ์ขำไม่น้อยเลยทีเดียวเชียว
“กลับมาเข้าเื่ พูดว่า [เราจักสร้างสรร] ”
เธอเปลี่ยนอารมณ์กลับมาตามปกติอย่างรวดเร็ว ผมพูดตามที่เธอบอก
หนังสือของผมพลิกหน้ากระดาษไปอย่างรวดเร็ว จนไปหยุดที่หน้าการสร้างดันเจี้ยน มันมีทุกอย่างเลยไม่ว่าจะเป็ป่าไม้ ถ้ำ ูเาไฟ จวบจนไปถึง ใต้ดิน
“ซึ่งเราสามารถออกแบบหรือเลือกที่อยู่ในดันเจี้ยนก็ได้ แต่การออกแบบจะยุ่งยากหน่อย ดูอันที่น่าสนใจเผื่อไว้ก็ได้”
ผมพลิกหน้ากระดาษไปเรื่อยๆ ก็พบว่ามันมีการออกแบบดันเจี้ยนหลากหลายอย่างมาก ซึ่งดูจนปวดหัวเลยทีเดียวเชียว ซึ่งดันเจี้ยนทุกชนิดนั้นกลับมีค่า SP เขียนกำกับเอาไว้
คงเป็ค่า SP ที่ต้องใช้จ่ายในการสร้างดันเจี้ยน
เมื่อเปิดเรื่อยๆ ก็เห็นว่ามันใช้ค่า SP มากน้อยต่างกันตามรายละเอียดปลีกย่อย
“ดันเจี้ยนนั้น สิ่งที่อยู่ภายในราคาจะขึ้นอยู่กับคุณภาพโดยตรง ยิ่งมันแพง ยิ่งมีคุณภาพ” หญิงสาวบอกเื่สำคัญให้กับผมฟัง
“ดังนั้นแล้วจึงสร้างดันเจี้ยนชั้นแรกๆ ง่ายๆ เพื่อล่อให้มนุษย์เข้า และใส่สมบัติเข้าไป เพื่อกระตุ้นความอยาก ความโลภของมนุษย์ เมื่อมามากขึ้น ค่า SP ที่ได้รับก็จะมากตามขึ้นไปด้วย”
“ปิ๊งป่อง! ถูกต้องนะจ้ะ นักเรียนไลฟ์คุง ค่า SP แปรตามตรงกับความรู้สึกอันรุนแรงของมนุษย์ ยิ่งมนุษย์มีความรู้สึกรุนแรงมากเท่าไร ก็จะได้รับ ค่า SP มากขึ้น”
ดูท่าว่าเธอยังจะไม่เลิกแซวผมแฮะ ผมมองหน้าของอีกฝ่ายที่ยิ้มอย่างยียวนให้ ผมก็ได้แต่ถอนหายใจเนือยๆ ออกมา
อย่างน้อยก็ดีที่ผมไม่ต้องเจอกับจอมมารผู้ปกครองที่หยิ่งในศักดิ์ศรีล่ะนะ
ถึงอย่างนั้นผมคิดว่าการสร้างดันเจี้ยนไม่ใช่เื่ที่ไม่ดี เพราะมันเป็เื่ปกติในหมู่จอมมารที่สร้างดันเจี้ยนกัน แต่สำหรับผมแล้วคิดต่างออกไป
ผมที่เคยเป็มนุษย์นั้น ไม่ได้้าฆ่าคน เพราะเคยเป็มนุษย์มาก่อนจึงเข้าใจในมนุษย์ มากกว่าที่พวกจอมมารทั้งหลายต่างเข้าใจกัน
มนุษย์ล้วนอ่อนแอ และอยู่แบบรวมกันเป็สังคมกลุ่มใหญ่ แล้วสร้างเป็เครือข่ายขนาดใหญ่ ก่อนจะแพร่กระจายออกไป
ไม่ใช่ว่าผมคัดค้านในการสร้างดันเจี้ยน แต่ผมก็มีวิธีของผมด้วยเช่นกัน
การรวบรวมกันเข้ามาอยู่รวมกัน กลืนกินความรู้สึก ถึงสตาร์ไลท์ไม่ได้บอกความจำกัดโดยนัย แต่ความรู้สึกนั้น มันสามารถแบ่งออกได้หลายอย่างเช่น ความสุข ความรัก ความยินดี ความอิ่มเอิบใจ
นี้คือความรู้สึกด้านบวก เป็สิ่งที่จอมมารแต่ละคนอาจไม่คาดคิด หรือคิดไม่ถึง และเลือกกลืนกินความรู้สึกด้านลบแทน เพราะอะไรนะหรอ?
ก็เพราะว่า การทำชั่วมันง่ายกว่าการทำดียังไงล่ะ...
ไม่ว่าใคร ในโลกไหน หรืออะไร การทำผิดก็ทำง่ายกว่าความดี
เหมือนสำนวนที่ว่า ทำดีร้อยครั้งไม่เท่ากับการทำผิดเพียงครั้งเดียว
แม้ว่าเหล่าจอมมารอาจจะไม่เชื่อในเื่ของกฎแห่งกรรม หรือบาป บุญ คุณโทษ แต่สิ่งที่พวกเขาทำนั้น มันเป็เพราะเพื่อความอยู่รอดของเขาเท่านั้น
ฉะนั้นเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ต่อให้ทำผิดหรือทำอะไรมากแค่ไหน ก็ไม่ถือว่าผิด
ผมเปิดตาขึ้นมาหลังจากคิดคนเดียวอยู่ในหัวและสิ่งเดียวที่ผมพอจะนึกได้นั้นก็คือ...
การสร้างเมืองยังไงล่ะ!
ใช่แล้ว ผมจะสร้างเมืองขึ้นมา เพื่อกลืนกิน SP หรือความรู้สึกของมนุษย์ แต่ไม่ใช่ด้านลบหรอกนะ ผมจะกลืนกินความรู้สึกด้านดีๆ ของพวกเขา นี่แหละ ผมตัดสินใจแล้ว การสร้างดันเจี้ยนของผมอยู่ในรูปลักษณ์ของเมือง
“โฮ่ ดูเหมือนว่าเ้าจะมีความคิดดีๆ แล้วนะ” สตาร์ไลท์พยักหน้า ราวกับมองผมเห็นเป็ลูกศิษย์ก็ไม่ปาน
“เอาล่ะ ในเมื่อนายมีความคิดดีๆ ฉันก็ไม่จะไปยุ่ง คงจะเป็เื่เกี่ยวกับดันเจี้ยนล่ะสินะ ต่อมาพูดเื่การสร้างอสูรดีกว่า มันถือว่าเป็ความสนุกอย่างหนึ่งของจอมมารเลยนะ”
จอมมารแห่งดาราขยิบตาให้ผม ซึ่งผมฟังแล้วก็ดูน่าสนใจไม่น้อย การสร้างอสูรขึ้นมา ผมอยากจะรู้แล้วสิว่า มันจะสร้างยังไงได้บ้าง
เปาะ!
เธอดีดนิ้วขึ้นมา พลันเก้าอี้สองตัวปรากฏออกมา ผมรับมันไปนั่ง ก่อนที่เธอจะนั่งด้วยเช่นกัน ไม่ต้องกล่าวอะไรให้มากความ โรไรน่ารู้หน้าที่ราวกับเป็เื่ปกติ
“นายหญิง ดิฉันนำชามาเสิร์ฟแล้วค่ะ ส่วนท่านจอมมารแห่งชีวิต ท่านจะรับอะไรหรือเปล่าคะ” โรไรน่าชงชาเอามาให้กับเ้านายของเธอ พร้อมกับหันมาทางผม
แน่นอนว่าผมรู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่ดันเจี้ยนนั้นมันมีใบชาด้วยหรอ
“ถึงฉันจะเป็จอมมารก็จริง แต่ว่านะก็ไม่ใช่ว่านั่งๆ นอนๆ อยู่ในดันเจี้ยนของตัวเองอย่างเดียวหรอกนะ จอมมารก็เป็สิ่งมีชีวิตมีความ้านู้นนี่นั่นตามปกติ เพียงแต่ว่าจอมมารไม่ต้องกินข้าวเพียงเท่านั้นเอง”
เธอพูด เมื่อเห็นใบหน้าของผมประดับเต็มไปด้วยความสงสัย จากคำพูดของเธอพูดออกมาแล้ว จอมมารก็มีสิทธิ์ที่จะไปที่ไหนก็ได้ตามปกติ ใช้ชีวิตเหมือนมนุษย์โดยทั่วไป ไม่จำเป็ต้องอยู่เฝ้าดันเจี้ยนตลอดทั้งวันทั้งเดือนทั้งปี ถ้าแบบนั้นแล้วคงเป็บ้าไปก่อนเสียล่ะมั้ง ไม่ก็เบื่อจนเกินเหตุ
“ไม่เอาครับ”
ผมตอบรับโรไรน่าไป เธอพยักหน้าให้ผมเล็กน้อย ก่อนจะสลายร่างหายไปตรงหน้า เหลือเพียงเศษสะเก็ดละอองดวงดาวเล็กๆ มันดูสวยงามไม่น้อยเลยทีเดียว
“การสร้างดันเจี้ยนสำคัญก็จริง แต่การสร้างอสูรก็สำคัญไม่แพ้เช่นกัน เพราะอสูรจะคอยปกป้องจอมมารหรือดันเจี้ยนของจอมมาร แถมยังสามารถเรียกมนุษย์เข้ามาหาได้ด้วย” สตาร์ไลท์ดื่มชาเล็กน้อย
ก็ตามทีเธอพูดแหละ มนุษย์นั้นบุกดันเจี้ยนเพราะมีอสูรนี่แหละ อสูรมันได้รับค่าประสบการณ์เยอะ แถมยังสั่งสมประสบการณ์ในการรบหรือช่วยเป็คู่ปรับ ศัตรูที่ฝึกฝนตัวเองให้ก้าวข้ามความแข็งแกร่งนั้น พัฒนาฝีมือของตัวเองไปเรื่อยๆ
เมื่อมันยังเคยเป็เกมก็มีระบบเลเวลอยู่หรอก ผมหวนนึกถึง เลเวลของผมเกือบจะถึงหนึ่งร้อยแล้วในตอนนั้น ช่างเป็การเก็บค่าประสบการณ์ที่ยากลำบากอย่างยิ่ง แต่พอเกิดใหม่มาในร่างของจอมมาร ก็ไม่มีระบบเลเวลอยู่เลย
หรือเพราะเหล่าจอมมารไม่มีระบบเลเวลอยู่แล้วก็เป็ไปได้?
“การสร้างอสูรมี สามวิธีใหญ่ๆ หนึ่งคือใช้ SP ในการซื้ออสูรจากดันเจี้ยน แต่ว่าความเก่งกาจของอสูรจะอยู่ในระดับ F ไม่ก็ E เท่านั้น”
ผมรับฟังคุณครูสตาร์ไลท์อย่างตั้งใจ สวมบทบาทเป็ผู้ฟังที่ดี เพราะว่ามันคือเื่ที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน
“สอง คือ การสร้างอสูรที่แข็งแกร่งออกมา สามารถซื้ออสูรที่อยู่ในประเภทหรือวงศ์วานเดียวกันที่ต่ำกว่าได้สองระดับ มันคือความเอื้ออำนวยของฝ่ายจอมมารน่ะ”
เธอเอ่ยแหยงๆ คงเพราะว่า ในโลกนี้มีสิ่งที่เรียกว่า ผู้กล้าล่ะมั้ง ผู้กล้าคือใคร ผู้กล้าคืุ์ที่มีเลเวลทะลุ 80 ไปแล้วนั่นเอง และในระดับตำนานก็เลเวล 95 ซึ่งมีอยู่ไม่กี่คนหรอกนะ เท่าที่นับได้มีอยู่สามคนในโลกนี้เท่านั้น รวมถึงผมด้วย
ซึ่งมันก็คงไม่ดีนัดถ้าอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้กล้า หรืุ์คนอื่นๆ ที่มีการพัฒนาตัวเองได้โดยใช้ระบบเลเวลเพียงอย่างเดียว เพราะแบบนั้น จึงเอื้ออำนวยประโยนช์ให้แก่ฝ่ายจอมมารด้วยเช่นกัน
“สมมติว่า ข้าสร้างภูตแห่งดวงดาว ที่อยู่ในระดับ B ก็สามารถซื้อลำนำแห่งภูติในระดับ D ได้ ด้วย SP อะไรแบบนี้ได้” เธอไม่เอ่ยเปล่า แถมยังสาธิตวิธีให้ผมดูอีก เนื่องจากว่าเธอมีภูติแห่งดวงดาวอยู่แล้ว ทำให้เธอซื้อ ลำนำแห่งภูติเพียงแค่นั้น
แสงปรากฏขึ้นข้างๆ ตัวเธอ มันเป็แสงล่องลอยที่มีเศษของดวงดาวกระจายอยู่รอบๆ เท่านั้น ไม่ได้เห็นเป็รูปร่างดั่งโรไรน่า
“สาม นั่นก็คือ การเปลี่ยนอสูรนั้นกลายเป็จิตแห่งอสูร ซึ่งก็เหมือนกับเป็การพัฒนาขั้นอสูรหรือวิวัฒนาการให้มันเก่ง เหนือกว่าเดิมนั่นแหละ อสูรที่ได้รับการพัฒนาจะเป็อสูรประเภทเหมือนเดิมก็ได้ หรือจะแตกต่างออกไปก็ได้ แล้วแต่ [จิตแห่งจอมมาร] ที่ได้สร้างไป ”
“ส่วนวิธีการสร้างโดยไม่ใช่ SP ต้องใช้ [จิตแห่งจอมมาร] เท่านั้น”
เธอเอ่ยขึ้น พลันเวทที่เธอปลดปล่อยออกมานั้นแผ่ขยายไปทั่ว มันเป็พลังที่ยากสุดจะหยั่งลึก ก่อนจะเธอรวบรวมพลังเวทเ่าั้ให้กลับมาอยู่ในฝ่ามือของเธอ
มันเหมือนกับของเหลวที่กำลังรวมตัวกันและถูกกลั่นให้บริสุทธิ์ ก่อนจะคล้ายเป็ผนึกอัญมณีสีดูเหมือนอยู่ท่ามกลาง ดวงดาวเล็กน้อยใหญ่ เท่าหัวนิ้วโป้ง เธอโยนมาให้ผม ซึ่งผมก็รับมันได้อย่างพอดิบพอดี
[[จิตแห่งจอมมารดารา] ระดับ S อสูรที่เกิดมาจะมีส่วนของิญญาดวงดาวสถิตอยู่ พลังเวทมีระดับสูง ความว่องไวระดับสูง]
พลันมีข้อมูลปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของผม
“จอมมารแต่ละคนสามารถสร้างจิตแห่งจอมมารได้เดือนละครั้ง เพราะว่ามันคือการตัดส่วนิญญาของเราออกไปครึ่งหนึ่ง ฉะนั้นเราต้องรอให้ิญญาฟื้นฟูหนึ่งเดือน ซึ่งถ้าดื้อรั้นสร้างมันขึ้นมาสองอันล่ะก็ ตัวนายก็จะตายสลายไปจากโลกนี้ นี่คือคำเตือน จำเอาไว้”
สตาร์ไลท์เอ่ยเตือนผม ซึ่งผมก็พยักหน้าให้ ผมคงไม่คิดจะฆ่าตัวตายตัวเองหรอก ยังไงก็อุตส่าห์ได้รับชีวิตอีกครั้งมาจากยัยเทพธิดาบ้าคลั่งนั่นแล้ว ก็ขอใช้ชีวิตนี้ให้คุ้มค่าที่ได้รับมาเสียหน่อยเถอะ
“เพราะว่ามันถูกแบ่งิญญามาจากจอมมารครึ่งหนึ่ง ทำให้จิตแห่งจอมมารนั้นมีเพียงิญญาของจอมมารครึ่งหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นแล้วการจะสร้างอสูรขึ้นมาจึงต้องใช้จิตแห่งจอมมารสองอันในการสร้างอสูรขึ้นมา”
สตาร์ไลท์เอ่ย ซึ่งผมก็ลองทำอย่างที่อีกฝ่ายทำให้ดู
ผมจินตนาการถึงอะไรบางอย่าง จิตใจของผม...
ผมนึกมันขึ้นมาให้เป็รูปร่าง ก่อนจะตัดแบ่งจิตใจของผมออกมาส่วนหนึ่ง รู้สึกว่าจิตใจของผมกำลังโดนฉีกออกมา มันเ็ปเล็กน้อย
ผมแบฝ่ามือก็มีพลังเวทที่กลั่นตัวอย่างช้าๆ มันค่อยๆ รวมกันเป็หนึ่งเดียว ก่อนจะกลายเป็ผนึกอัญมณีสีรุ้ง ดูสดใสและสว่างอย่างมาก
[[จิตแห่งจอมมารชีวิต] ระดับ ??? ต้องใช้จิตแห่งิญญาอย่างต่ำอีกสองอัน นอกจาก [จิตแห่งจอมมารชีวิต] ถึงจะใช้งานได้ สามารถกำหนด เลือก หรือเปลี่ยนแปลงไปตามที่ผู้ใช้้า
- ข้อควรระวัง เมื่อใช้จิตแห่งิญญามากกว่า 3 ชนิดขึ้นไป การหลอมรวมมีโอกาสที่จะล้มเหลวสูงมากขึ้นเท่านั้น สูงสุดได้ 5 ชนิด
- เมื่อใช้ซ้ำไปครั้งหนึ่งแล้ว ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้อีก ]
เอ่อ... ไม่ใช่มันใช้จิตแห่งจอมมารแค่สองอันหรือยังไง ทำไมกลายเป็สามได้ล่ะเนี่ย ผมใไม่น้อย เมื่อเข้าใจถึงความโกงของตัวผม ไม่สิ... จอมมารระดับ [พิเศษ] ที่แตกต่างไปจากจอมมารตนอื่น
(หรือว่า นี่เป็เพราะยัยเทพธิดาบ้าคลั่งนั่นกัน...)
ผมคิดในใจ แต่ก็ได้เก็บความสงสัยนี้เอาไว้เช่นกัน
“ไหนลองดูหน่อยซิ นักเรียนไลฟ์ สร้างอสูรที่แข็งแกร่งออกมาให้ชมเป็ขวัญตาหน่อย”
ดวงตาของเธอทอประกายแสงอย่างคาดหวัง คงอยากจะเห็นอสูรตัวแรกของผมอย่างใจจดใจจ่อล่ะมั้ง หรือไม่ก็เธออยากจะเห็นว่า เด็กที่เธอรับเลี้ยงดูนั่นจะเป็คนมีความสามารถขนาดไหนกันแน่
ผมไม่อาจจะเข้าใจความคิดของเธอเลยแม้แต่น้อย
“ไม่ได้น่ะ สร้างไม่ได้ ลองดูสิ”
ผมโยนจิตแห่งจอมมารของผมไปให้เธอ เธอตรวจสอบจิตแห่งจอมมารก็ผมเล็กน้อย ก่อนจะแสดงใบหน้าเหว๋อๆ ออกมา สีหน้านั้นเต็มไปด้วยความตกตะลึง ดวงตายังเบิกเท่าไข่ห่าน แถมยังเด้งตัวลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ที่นั่งอีก
รับรองว่าเป็เื่ใหญ่ยิ่งกว่าคอขาดบาดตายเสียอีก
“เป็ไปไม่ได้ นี่มันยิ่งเป็ไปไม่ได้ใหญ่เลย”
เธอคิ้วขมวดเป็ปม น้ำเสียงนั้นเเสดงอาการถึงความเคร่งเครียด จนผมััได้
“ฟังนะ”
เธอหันมาจ้องมองผมตรงๆ ด้วยแววตาที่ไม่ได้ล้อเล่นแม้แต่น้อย
“จิตแห่งจอมมารนี้ นายห้ามให้กับใครเป็อันเด็ดขาด” เธอเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่เป็กังวล และทุ้มต่ำ
ซึ่งผมก็พอเข้าใจเื่ที่เธออยากจะสื่อแล้ว
“สมมติว่าถ้ามีเหตุการณ์ที่ว่า จอมมารที่ได้จิตแห่งจอมมารของนายไป แล้วมันเกิดสร้างอสูรจากจิตแห่งจอมมารตนอื่นได้ 4 หรือ 5 สำเร็จ เท่ากับว่าจอมมารตนนั้นได้อสูรที่มีพลังมหาศาลแถมยังแข็งแกร่งมากๆ อีกด้วย มันจะเป็การไม่ดีถ้าจอมมารคนนั้นใช้อสูรกลับมาโจมตีดันเจี้ยนของนาย”
สตาร์ไลท์เอ่ยเสียงเข้ม น้ำเสียงแสดงความเป็ห่วงอย่างชัดเจน ซึ่งผมก็พยักหน้ารับลงเบาๆ เท่านั้น ผมไม่ได้โง่เกินกว่าจะเข้าใจ สิ่งที่ผมมีมันอันตรายมากซะอีกแหะ
“ผมเข้าใจ ผมก็ไม่คิดว่าจะให้จิตแห่งจอมมารของผมกับคนอื่นง่ายๆ หรอกนะ เพราะว่ามันจะเป็ภัยร้ายกับตัวของผมเอง”
ผมตอบกลับไปให้เธอรู้สึกสบายใจ ดูเหมือนเธอจะสงบสติอารมณ์ลงได้ จึงค่อยๆ หย่อนตัวเองนั่งลงอีกครั้ง
พลางถอนหายใจยาวเหยียดออกมา เหมือนไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น
“นายสุดยอด ไม่สิ เหนือความคาดหมายเอามากๆ อาจจะเป็เพราะเป็จอมมารระดับพิเศษก็ได้ พลังที่จะให้กำเนิดอสูร มันขึ้นอยู่กับสัดส่วนพลังของจิตแห่งจอมมาร ซึ่งที่จริงแล้วใช้แค่สองอันเท่านั้น แต่ของนายกลับใช้ 3 อัน ไม่ใช่แค่ 3 อันธรรมดาเท่านั้น แต่ยังเพิ่มไปถึง 5 อันได้นี้ มันไม่ปกติแล้ว ออกนอกเหนือกฎเกณฑ์เสียอีก เรียกว่าโกงก็คงกล่าวไม่เกินจริงนัก...”
เธอพูดออกมา ก่อนจะมองมาทางผม และพูดต่อ
“แถมยังสามารถกำหนด เลือก หรือเปลี่ยนแปลงได้ตามความ้าอีก แม้เมื่อใช้ไปแล้วจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้อีกครั้ง ก็โกงอยู่แล้ว ซึ่งมันต่างจากของคนอื่น สมมติอย่าง จอมมารแห่งสัตว์งี้ สิ่งที่ออกมาอาจจะเป็ งู หมู หมา ลิง เสือก็ไม่อาจเดาได้ เพราะมันมีโอกาสทั้งนั้นที่จะออกมา แต่ของนายเนี่ย มันเป็สิ่งแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์เลย ไม่มีการลุ้น เหมือนกับว่า สุ่มกาชาก็ล็อกได้แต่ของดีตลอด ถ้าไม่เรียกว่าโกง แล้วจะให้เรียกว่าอะไรดีล่ะ”
"แถมนี่มันอะไรกัน ไม่สามารถระบุระดับได้ ??? แบบนี้มันเรียกได้ว่า อภิมหาโกงเลย"
เธอกล่าวถึงความเป็จริง บ่นกระปอดกระแปด ก่อนจะมองเหน็บผมเล็กน้อย รู้สึกได้ถึงสายตาที่เ็าส่งมา จนผมกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ นี่ไม่เท่ากับว่า ผมเป็จอมมารที่มีความโคตรโกงเลยไม่ใช่หรอ
นี่มันเป็เพราะ...
ยัยเทพธิดาบ้าคลั่งครับ! คุณให้ความสามารถอะไรผมมา(ว่ะ?)เนี่ย!!!