ตอนที่ 21
ตื่น
“ในเมื่อภพก่อนเ้าคือฮัวอี้ ส่วนภพนี้กลับเป็อีกผู้หนึ่งเช่นนั้นข้าอยากรู้ว่าเ้าจะดำเนินชีวิตบนเส้นทางของผู้ใดกัน”เป่าซิงเป็ผู้เก็บรักษาความทรงจำของฮัวอี้เอาไว้มิให้ถูกทำลายดังนั้นมันจึงรับรู้เื่ราวบุญคุณความแค้นที่ฝังแน่นอยู่ในความทรงจำเป็อย่างดี
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า จะฮัวอี้หรือหยางอี้ มันก็คือข้าทั้งคู่ เช่นนั้นแล้ว ใยข้าต้องเลือกข้าก็จะสะสางมันไปทั้งคู่นั่นละ เพียงแต่...ฮัว นั้นมิใช่แซ่สกุลที่แท้จริงของข้าดังนั้นแต่นี้ต่อไป เ้าเรียกข้าเพียง หยางอี้ ชื่อเดียวเถอะ”
“ตกลง เช่นนั้น ข้าก็หมดข้อข้องใจแล้ว”เป่าซิงเอ่ยพลางขยับไปชิดหยางอี้จุดแต้มเหนือหว่างคิ้วปรากฏเส้นแสงเรืองรอง แต่เป่าซิงยังไม่คิดส่งร่างของหยางอี้จากไปเพราะมันยังมีสิ่งที่อยากจะเอ่ยต่ออีกเล็กน้อย “เมื่อเ้ากลับออกไปแล้วเราสองคงไม่อาจติดต่อกันได้สักระยะหนึ่ง จนกว่าที่เ้าจะก้าวถึงระดับลมปราณแรกธรรมชาติเพอื่ใช้ลมปราณธรรมชาติช่วยก่อร่างิญญาให้ข้าข้าจึงจะสามารถปรากฏตัวออกเคียงข้างเ้าได้ตลอดเวลา แต่ก็มีข้อยกเว้น เพราะตลอดเวลาหลายปีที่ข้าถูกปิดผนึกอยู่ในมิติแห่งนี้ข้าได้ใช้พลังแห่งมิติสร้างหินิญญาวิเศษขึ้นมาสามชิ้น”เป่าซิงยิ้มก่อนคายบางสิ่งออกมาจากปาก “วันใดที่เ้าสามารถก้าวเดินสู่เส้นทางฝึกตนได้เ้าก็จะรับรู้และสามารถเรียกเ้าหินสามก้อนนี้ออกมาใช้งานได้”แสงบนหน้าผากของเป่าซิงส่องสว่างอาบไปทั่วร่างจิตสำนึกของหยางอี้ “จำเอาไว้ให้ดีละเมื่อเ้าบีบมันให้แตกละเอียด ข้าจะสามารถออกไปหาเ้าได้ ในระยะเวลาราว ๆหนึ่งเค่อ ที่ข้าบอกเช่นนี้ เพราะข้าเชื่อว่าเ้าอาจจะต้องใช้มันเร็ว ๆ นี้”
“เหตุใดเ้าจึงคิดเช่นนั้น”
“เพราะตอนนี้เมื่อหมึกโลหิตเทวะมิได้อยู่ในกายเ้าแล้วสัญญาณหลงเหลือสุดท้ายในแผ่นหนังเก้านิรนามผืนนี้อาจจะส่งสัญญาณกลับไปยังมารร้ายที่เคยไล่ล่าตัวเ้าเมื่อครั้งอดีต”
“จะไปยากอะไร เ้าก็แค่ทำลายแผ่นหนังผืนนี้เสีย ทุกอย่างก็เท่ากับสิ้นสุดกัน”
“หากแผ่นหนังชิ้นนี้ทำลายได้ง่ายดายเช่นนั้นมันก็คงมิใช่ของวิเศษล้ำค่าแล้ว และข้าก็คงจะไม่เก็บมันเอาไว้กับตัวเช่นนี้หรอก แม้ว่าเ้านี่จะอันตรายและไม่อาจทำลายได้แต่ไม่ได้ว่าไม่มีวิธีปิดซ่อนสลักอาคมของมารร้าย แต่เวลาที่เ้ามีนั้นงวดเข้ามาทุกทีหากข้าคำนวณไม่พลาด เ้าน่าจะมีเวลาราว ๆ หนึ่งเดือนก่อนที่อาคมในแผ่นหนังจะเริ่มทำงานอีกครั้งเ้าจงเร่งไปค้นหาแผ่นหนังผืนเก้านิรนามอีกผืนมาให้ทัน เมื่อนั้นจงใช้หินที่ข้ามอบให้เ้าเรียกข้าออกมา เมื่อนั้น ข้าจะเป็ผู้จัดการผนึกอาคม ที่สลักอยู่ด้านหลังแผ่นหนังผืนนี้เสียเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว เ้าก็จะได้รับอิสระ จากการติดตามอย่างแท้จริง”
“ตกลง เวลาหนึ่งเดือน...ข้าสัญญาว่าจะทำให้สำเร็จ”
“หวังว่าทุกอย่างจะราบรื่น” สิ้นคำร่างของเป่าซิงก็เลือนหายิญญาของหยางอี้ก็เลือนหาย
มิติเวิ้งว้างกลายเป็เติมเต็มด้วยเืเนื้อ เสียงหัวใจเต้นไออุ่นของโลหิตที่ไหลเวียน อากาศที่สูดเข้าปอดจนพองขยาย เฮือกใหญ่ ตามมาด้วยความรู้สึกแ่บางของขอบเปลือกตาที่กำลังสั่นระริก และสุดท้ายคือ...ความเปียกชื้นของหยดน้ำที่ไหลกลิ้งลงบนผิวหน้าหยดน้ำตาที่เปี่ยมไปด้วยความรัก
“ลูกอี้...ลูกอี้ ในที่สุดเ้าก็ฟื้นแล้ว” หลิวซีอิ๋งเอ่ยคำด้วยเสียงสะอื้นแห่งความปีติ
“ท่านแม่ ข้าขอโทษ” เสียงแหบพร่าของหยางอี้ เอ่ยพลางพยายามจะยันกายให้ลุกขึ้นมาอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน แต่เพราะร่างกายของหยางอี้หลับใหลยาวนานแม้จะได้รับลมปราณรักษาหล่อเลี้ยงชีวิตจากโอสถภายนอก แต่นั่นยังมิเพียงพอ ร่างที่พยายามฝืนยันตัวขึ้นจึงกลายเป็เสียหลักเซวูบ กำลังจะถลาตกลงที่ด้านข้างเตียง
หลิวซีอิ๋งแตกตื่นสุดระงับ เอื้อมมือยื่นไว คว้าประคองร่างของหยางอี้เอาไว้มิให้ตกเตียง“ลูกแม่เ้าเพิ่งฟื้นขึ้นมา อย่าได้หักโหม เ้าต้องนอนพัก...” แต่หยางอี้หลับใหลยาวนานจึงมิได้้าที่จะตื่นขึ้นมาเพื่อหลับต่ออีกครั้ง สุดท้ายดื้อรั้น ฝืนออกแรงยกร่างของตนโผเข้าไปสวมกอดผู้เป็มารดาหยดน้ำแห่งความคิดถึงเอ่อชื้นริมหางตา อ้อมกอดอันแแ่อบอุ่น
ชาตินี้หรือชาติที่แล้ว ท่านก็คือท่านแม่ของข้า
อ้อมกอดรัดแน่น มิคลายออก เด็กน้อยซุกหน้าชื้นมิเงยขึ้น...ประหนึ่งว่าหากปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป ตัวมันจะไม่มีวันได้กระทำเช่นนี้อีกครั้ง
.
.
หยางอี้หลับใหลยาวนานหนึ่งปีเื่ราวขัดแย้งภายนอกระหว่างตระกูลหลิวและตระกูลหยางก็พลิกเปลี่ยนขยายวงกว้าง หยางอี้เวลานี้ได้ผสานรวมเข้ากับความทรงจำของฮัวอี้ในอดีตชาติแม้ร่างกายและทักษะยุทธ์มิได้ก้าวหน้าในทันที แต่ความคิดและความสามารถในการจัดการปัญหากลับพลิกผันราวกับ...มัจฉากระโจนพ้นน้ำแปรเปลี่ยนเป็ัทะยานสู่ฟากฟ้าตอนนี้ความคิดอ่านจึงมิใช่ของเด็กน้อยวัยแปดปีเช่นรูปลักษณ์ภายนอก หยางอี้ในปัจจุบันตั้งปณิธานเป้าหมายเอาไว้สูงสุดกู่ เมื่อเป็เช่นนี้ย่อมไม่คิดจะนิ่งเฉย รอดูผู้คนที่ตนรักถูกกระทำแต่ฝ่ายเดียว...เพราะการตั้งรับมิใช่นิสัยดั้งเดิมของตนแต่ยามนี้เพิ่งฟื้นขึ้นมาไม่นาน บวกกับผู้คนตระกูลหลิวล้วนให้ความรักและเอ็นดูหยางอี้แตกต่างจากตระกูลหยางอย่างสิ้นเชิง จึงมิยินยอมให้ออกแรงหนักหรือกระทำการวุ่นวายใดๆ ทำให้ความรักที่มากเกินไป กลายเป็อุปสรรคที่ขวางกั้น มิให้หยางอี้กระทำการที่ตั้งใจได้สะดวก
สามวันนับจากที่หยางอี้ฟื้นขึ้นจากหลับใหลผ่านพ้นแต่ห้องนอนของเด็กน้อยก็มิเคยว่างเว้นไปจากโอสถบำรุง อาหารเลิศรสชั้นดี และที่สำคัญคือหญิงรับใช้อายุน้อยหน้าตาหมดจดซึ่งแย่งชิงกันเพื่อรับหน้าที่นำสิ่งของจากเ้านายของตน มามอบให้นายน้อยตระกูลหยางเพราะหลังจากฟื้นขึ้นมาไม่นาน หยางอี้ก็กลายเป็หัวข้อสนทนาเลื่องลือไปทั่วทั้งหมู่ตึกตระกูลหลิวว่าเป็เด็กหนุ่มหล่อเหลาน่าเอ็นดูยิ่งนัก ติดเพียงนิสัยที่เงียบขรึมมิค่อยเจรจา
“ในที่สุดท่านพ่อก็ว่างมาเยี่ยมข้าเสียที”หยางอี้เอ่ย พลางพยายามจะลุกเดินลงจากเตียง
“ลูกอี้เ้ายังไม่แข็งแรงดีอย่าได้เร่งร้อนลงมาเลย” หยางเฉิงมิได้ใส่ใจถ้อยคำของหยางอี้ มาถึงก็ตรงเข้าไปยังเตียงของบุตรชายโน้มตัวก้มลงโผกอดบุตรชายเอาไว้แแ่ “มา ๆ ครานี้บิดาเดินทางไกลซื้อขนมและของแห้งจากต่างแดนมาให้เ้า หวังว่าจะถูกปากเ้า หากเ้ากินเข้าไปเยอะ ๆก็จะได้แข็งแรงขึ้น” หยางเฉิงเอ่ยพร้อมกับปล่อยมือที่โอบไหล่หยางอี้ออกพอดีกับบ่าวติดตามยกถุงสิ่งของเข้ามาวางกองภายในห้อง “นั่นไง พูดถึงก็ยกมาพอดีเลย”
แม้กลิ่นผลไม้แห้งจะหอมหวานติดจมูกแต่เวลานี้สิ่งของมากมายล้วนไม่อยู่ในสายตาของหยางอี้ “ท่านพ่อแขนของท่าน” เพราะเมื่อมองไปที่ร่างซีกซ้ายของบิดาที่ไรหยางอี้ต้องคิดโทษตัวเอง ว่าเป็ต้นเหตุให้แขนซ้ายของบิดาตนขาดไปทุกที
“ฮ่า ฮ่า ฮ่าอย่าได้กังวลไป ตอนนี้แผลหายดีแล้ว” หยางเฉิงไม่ได้คิดถึงแขนที่เสียไปแต่ยังคงจัดแจงสิ่งของที่นำมาหยิบวางเรียงบนโต๊ะกลมที่กลางห้อง
“แล้วตอนนั้นท่านเห็นพี่หญิงหลิน...”