ฮวาเสี่่ยวซี จอมป่วน (จบ)

    ตอนที่ 152 เสียงสุดท้ายที่แผ่วเบา

    ท่ามกลางความตึงเครียดและสิ้นหวังเสียงแผ่วเบาของฮวาเสี่ยวซีก็ดังขึ้นอีกครั้ง ดวงตาที่เคยปิดสนิทค่อยๆปรือขึ้นเล็กน้อย สบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาของอี้เฟยหลงนางพยายามเอื้อมมือที่สั่นเทาไปแตะใบหน้าของเขา

     

    "เฟยหลง..."เสียงของนางแทบจะเป็นเพียงลมหายใจ "ขอโทษพวกท่าน.....ข้าไม่ดีเอง"

     

    คำพูดนั้นทำให้อี้เฟยหลงถึงกับสะอึกหัวใจของเขาบีบรัดจนเจ็บร้าว น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลทะลักออกมาไม่ขาดสายเขาจับมือนางไว้แน่น พยายามส่ายหน้าปฏิเสธ

     

    "ไม่นะเสี่ยวซีเจ้าไม่ได้ผิด! ข้าต่างหากที่ผิด!ข้ามันเลวเองที่ทำให้เจ้าต้องเจ็บปวดเช่นนี้!"อี้เฟยหลงก้มลงจูบหลังมือนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าพยายามส่งผ่านความรักและความเจ็บปวดทั้งหมดที่มีไปให้นาง

     

    อี้หานเฟิงและฮ่องเต้อี้จงเหวินที่ยืนอยู่ข้างเตียงต่างก็ทรุดตัวลงคุกเข่าพร้อมกันใบหน้าของพวกเขาทั้งสามเต็มไปด้วยน้ำตาและความสิ้นหวัง เสียง "ขอโทษ"ที่ออกจากปากนางนั้นเหมือนมีดกรีดแทงใจพวกเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าพวกเขาต่างรู้สึกผิดที่ไม่สามารถปกป้องนางจากความเจ็บปวดนี้ได้และยิ่งเจ็บปวดเมื่อเห็นสภาพของนางในตอนนี้

     

    ลมหายใจของฮวาเสี่ยวซีแผ่วลงไปอีกครั้งดวงตาของนางค่อยๆ หลับลงช้าๆ

    ฮ่องเต้อี้จงเหวินทรงหันไปหาหมอหลวงด้วยพระพักตร์ที่เคร่งเครียดและเต็มไปด้วยความกังวลพระองค์ทรงมองไปยังฮวาเสี่ยวซีที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงลมหายใจยังคงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน

     

    "หมอหลวง!นางตรอมใจเรื่องใดกันแน่? เหตุใดจึงเป็นถึงเพียงนี้!"พระองค์ทรงตรัสถามด้วยสุรเสียงที่แฝงความร้อนรนไม่เข้าใจว่าเหตุใดสตรีที่เคยเปี่ยมด้วยชีวิตชีวาเช่นฮวาเสี่ยวซีจึงอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้

     

    หมอหลวงถอนหายใจช้าๆก้มหน้าลงเล็กน้อยด้วยความลำบากใจที่จะตอบ "กราบทูลฝ่าบาท...อาการตรอมใจเช่นนี้มักเกิดจากความทุกข์ระทมอย่างแสนสาหัสที่สะสมอยู่ในจิตใจพ่ะย่ะค่ะอาจเป็นเพราะ... ความขัดแย้งภายในใจเรื่องความรัก ความรู้สึกผิดหรือความสับสนที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตนเองทำให้จิตใจอ่อนล้าและส่งผลกระทบต่อร่างกายจนทรุดโทรมลงเช่นนี้พ่ะย่ะค่ะ"

     

    คำอธิบายของหมอหลวงยิ่งทำให้บรรยากาศในห้องเงียบงันลงไปอีกบุรุษทั้งสามต่างมองหน้ากันด้วยความรู้สึกผิดและเจ็บปวดพวกเขาทุกคนต่างรู้ดีว่าต้นเหตุแห่งความทุกข์ระทมนั้นมาจากเรื่องราวอันซับซ้อนระหว่างพวกเขากับฮวาเสี่ยวซีเอง

     

    เสียงละเมอของฮวาเสี่ยวซีแผ่วลงไปอีกครั้งแต่คราวนี้คำพูดของนางกลับทำให้หัวใจของทุกคนบีบรัดยิ่งกว่าเดิม "อ้วนน้อย...อ้วนน้อย แม่ขอโทษ..." เสียงนั้นเบาหวิว ราวกับลมพัดผ่านบ่งบอกถึงความเจ็บปวดลึกๆ ในใจที่เกี่ยวกับบุตรชายตัวน้อย

     

    อี้จงเหวินไม่อาจทนฟังได้อีกต่อไปสีพระพักตร์เคร่งขรึมและฉายแววเด็ดขาด พระองค์รีบหันหลังก้าวออกจากห้องทันทีก่อนจะทรงบัญชาการแก่องครักษ์ที่เฝ้าอยู่หน้าห้องด้วยสุรเสียงอันทรงอำนาจ"เจ้าทุกคนจงออกค้นหาหมอเทวดาที่มีความสามารถในการรักษาอาการตรอมใจให้ได้โดยเร็วที่สุดไม่ว่าจะอยู่แห่งหนตำบลใด ไม่ว่าจะต้องใช้กำลังคนหรือทรัพย์สินเท่าใดก็จงนำตัวเขากลับมาให้ได้! ผู้ใดพบเบาะแสสำคัญ จงรีบรายงาน!นี่คือราชโองการ!"

     

    อี้หานเฟิงที่ยังคงคุกเข่าอยู่ข้างเตียงของฮวาเสี่ยวซีใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา หันไปมองอี้เฟยหลงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความไม่พอใจ"เจ้า... มีเรื่องใดปิดบังพวกเรา!?" น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชาและแฝงไปด้วยความเคืองแค้นอย่างเห็นได้ชัดเขาต้องการคำอธิบายจากอี้เฟยหลงในทันทีไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตามที่ทำให้นางผู้เป็นที่รักต้องเจ็บปวดถึงเพียงนี้

     

    อี้เฟยหลงเงยหน้าขึ้นมองอี้หานเฟิงดวงตาแดงก่ำด้วยความเจ็บปวดและความรู้สึกผิดที่อัดแน่นเต็มอก เขารู้ดีว่าคำถามของเสด็จอาหมายถึงอะไรและเขาก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงมันได้อีกต่อไป

     

    "ข้า...ข้าผิดเอง" อี้เฟยหลงกล่าวเสียงแหบพร่า สั่นเครือ "เมื่อคืน... ข้า...ข้าได้พูดเรื่องที่ทำให้เสี่ยวซีเสียใจ... ข้าบอกนางว่า... ข้าอยากให้นางมีเพียงข้า...ข้าพูดเพราะความเห็นแก่ตัว... ความหึงหวง...ข้าไม่คิดว่านางจะเจ็บปวดถึงเพียงนี้" เขากัดริมฝีปากแน่นรู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่นึกถึงถ้อยคำเหล่านั้น

     

    อี้หานเฟิงได้ยินดังนั้นก็ถึงกับตัวแข็งทื่อดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจปนโกรธจัดเขาไม่คิดว่าอี้เฟยหลงจะพูดจาทำร้ายจิตใจฮวาเสี่ยวซีได้ถึงเพียงนี้แม้จะเข้าใจว่าความรู้สึกอิจฉาริษยานั้นเกิดขึ้นได้แต่การกระทำที่ส่งผลให้นางต้องป่วยหนักเช่นนี้มันเกินกว่าจะรับได้

     

    "เจ้า!เจ้ากล้าดียังไงถึงพูดเช่นนั้นกับเสี่ยวซี!" อี้หานเฟิงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพุ่งเข้าประชิดตัวอี้เฟยหลงเตรียมจะง้างหมัดชกเข้าไปเต็มแรงด้วยความโมโหที่ปะทุขึ้นมา

     

    ในจังหวะเดียวกันนั้นเองฮ่องเต้อี้จงเหวินก็เสด็จกลับเข้ามาในห้องอีกครั้งพร้อมกับสีพระพักตร์ที่เคร่งขรึมและแววตาที่เย็นชาผิดปกติพระองค์ทรงเห็นอี้หานเฟิงกำลังจะลงมือกับอี้เฟยหลงจึงทรงตรัสเสียงเข้มเพื่อระงับเหตุ

     

    "หยุดเดี๋ยวนี้!"เสียงของฮ่องเต้ดังกังวานไปทั่วห้อง ทำให้อี้หานเฟิงชะงักมือค้างกลางอากาศและอี้เฟยหลงก็หันมามองด้วยความตกใจ

     

    ฮ่องเต้อี้จงเหวินทรงทอดพระเนตรมองบุรุษทั้งสองสลับกับร่างของฮวาเสี่ยวซีที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงก่อนจะทรงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ "ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาทะเลาะกันเอง!สิ่งสำคัญที่สุดคือชีวิตของเสี่ยวซี"

     

    พระองค์ทรงก้าวตรงมายังกลางห้องก่อนจะทรงตรัสด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเด็ดขาด"ข้าได้ส่งราชโองการด่วนที่สุดไปยังทุกหัวเมืองแล้วให้ตามหาหมอเทวดาที่มีความรู้ความสามารถในการรักษาอาการตรอมใจหากผู้ใดพบเบาะแสและนำตัวหมอเทวดานั้นมารักษาเสี่ยวซีได้สำเร็จข้าจะแต่งตั้งให้เป็นขุนนางขั้นสูงสุด และจะมอบทองคำพันตำลึง!"

    "

     

     

    “แต่หาก..."ฮ่องเต้ทรงหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง พระพักตร์หม่นลงเล็กน้อยดวงตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด "หากเสี่ยวซีเป็นอะไรไป... พวกเจ้าทุกคน...จะต้องชดใช้! รวมถึงตัวข้าเองด้วย!"

     

    คำพูดสุดท้ายของฮ่องเต้ทำให้ทั้งอี้หานเฟิงและอี้เฟยหลงตัวชาวาบพวกเขาเข้าใจดีว่าความรับผิดชอบนี้หนักหนาเพียงใด และมันไม่ใช่แค่การลงโทษแต่คือความรู้สึกผิดที่จะกัดกินหัวใจพวกเขาไปชั่วชีวิตหากฮวาเสี่ยวซีต้องจากไปจริงๆ

     

    คำพูดของฮ่องเต้ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของอี้หานเฟิงและอี้เฟยหลง"หากเสี่ยวซีเป็นอะไรไป... พวกเจ้าทุกคน...จะต้องชดใช้! รวมถึงตัวข้าเองด้วย!" มันไม่ใช่เพียงแค่การขู่แต่คือความจริงอันเจ็บปวดที่พวกเขาต้องเผชิญ หากฮวาเสี่ยวซีต้องจากไปจริงๆชีวิตของพวกเขาคงไม่มีความหมายอีกต่อไป

     

     

    อี้หานเฟิงหันกลับมามองฮวาเสี่ยวซีที่นอนนิ่งดวงตาแดงก่ำไปด้วยน้ำตาแห่งความรู้สึกผิดและหวาดกลัว เขาจับมือของนางไว้แน่นสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบที่เริ่มแผ่ซ่านขึ้นมาเขาไม่เคยรู้สึกกลัวการสูญเสียมากเท่านี้มาก่อน ไม่ใช่แค่ภรรยาแต่เป็นลมหายใจของชีวิตเขา พลางนึกถึง เจ้าอ้วนน้อย ที่ต้องกำพร้ามารดาหากฮวาเสี่ยวซีต้องจากไปจริงๆ

     

    ส่วนอี้เฟยหลงทรุดตัวลงข้างเตียงอีกครั้งเขาจ้องมองใบหน้าซีดเซียวของฮวาเสี่ยวซีด้วยความเจ็บปวดที่กัดกินหัวใจเสียงละเมอของนางที่บอกว่า "เฟยหลงไม่รักข้าแล้ว" ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท เขากำลังจะสูญเสียรักแรกไปเพราะความเห็นแก่ตัวของตนเอง ความรู้สึกผิดท่วมท้นจนแทบจะหายใจไม่ออก

     

    ทั้งสองบุรุษต่างรู้ดีว่านี่คือเดิมพันที่สูงที่สุดในชีวิตไม่ใช่แค่บัลลังก์ ไม่ใช่แค่อำนาจ แต่เป็น ชีวิตของสตรีอันเป็นที่รัก ที่สำคัญกว่าสิ่งใดทั้งหมดพวกเขาจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อตามหาหมอเทวดาคนนั้นให้พบ ก่อนที่คำว่า "ตลอดกาล" จะกลายเป็นความจริงที่ไม่มีทางแก้ไขได้อีกต่อไป

     

    คล้ายกับเรื่องฮวาเสี่่ยวซี จอมป่วน (จบ) ที่คุณอ่าน