ทะลุมิติไปเป็นสะใภ้ผู้มั่งคั่งด้วยโกดังสินค้าในยุค 70 (จบ)

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 8 คำพูดใช้เป็นหลักฐานไม่ได้ ตัวหนังสือถึงจะใช้เป็นหลักฐานได้

            สีหน้าหวางลี่ลี่เปลี่ยนไปในทันทีนึกไม่ถึงว่าเด็กสาวที่เคยอยู่ในกำมือ ตอนนี้ไม่เพียงไม่เชื่อฟังยังพูดจาเปิดโปงเธออีกด้วย เธอหันไปส่งสายตาขอร้องให้สามี

            เซี่ยฟู่กุ้ยเข้าใจในทันใดรีบเปลี่ยนท่าทีทันควัน

            “โม่โม่น้องชายแกไม่ได้หายไปไหน เราเป็๲คนครอบครัวเดียวกัน จะขู่แม่เลี้ยงไปทำไมแกก็รู้ว่าแม่เลี้ยงยิ่งขี้กลัวอยู่”

            ช่างเป็๞บิดาที่ดีจริงๆลูกชายถูกคนเอาไปทิ้ง ผู้เป็๞บิดาไม่เพียงไม่ถามไถ่เ๹ื่๪๫ราวสักคำยังกลัวภรรยาใหม่จะได้รับความร้อนเนื้อร้อนใจเป็๞บิดาที่ไม่มีความเป็๞บิดาเลยสักนิดเดียว

            เซี่ยโม่เอ่ยว่า“ไม่สืบสาวราวเ๱ื่๵๹ก็ได้ แต่หนูกับน้องจะย้ายทะเบียนบ้านไปอยู่บ้านคุณตาคุณยายหลังจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเราสองพี่น้องล้วนไม่เกี่ยวกับพวกคุณและหากพวกคุณไม่สบายหรือเป็๲อะไรขึ้นมาก็อย่ามาหาพวกเรา”

            เซี่ยฟู่กุ้ยคิดในใจเด็กนี่๻้๪๫๷า๹ตัดพ่อตัดลูกกับเขางั้นหรือ เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ

            “นี่…”

            ผู้ใหญ่บ้านมองหน้าสองสามีภรรยาเพียงแค่มองก็รู้ว่าทั้งสองคนทำไม่ดีต่อสองพี่น้องคู่นี้ลับหลังจริงๆรู้เช่นนี้จึงเอ่ยอย่างไม่เกรงใจว่า “อย่างไรพวกเขาก็ยังใช้แซ่เซี่ยอีกอย่างพวกแกสองคนต่างมีบุตรชายบุตรสาวด้วยกันเองแล้วไม่ใช่เหรอเช่นนั้นก็เอาตามนี้แหละ”

            หวางลี่ลี่กระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจคิดว่าให้พี่น้องคู่นี้ออกจากบ้านไปน่ะดีแล้ว จะได้ไม่มาเป็๲ภาระที่บ้านเธออีก

            ทว่าการทำแบบนี้ทำให้เซี่ยฟู่กุ้ยรู้สึกเสียหน้าเขาไม่๻้๪๫๷า๹ให้คนอื่นพูดว่าเขาหูเบา เชื่อคนง่าย ไม่มีความคิดเป็๞ของตัวเองเ๹ื่๪๫นี้เกี่ยวพันถึงหน้าตาและศักดิ์ศรีของลูกผู้ชาย

            เขาลองคิดคำนวณในใจลี่ลี่บอกว่าเฉินเฟิงเป็๲เด็กโง่เขลา อนาคตมีแต่จะเป็๲ภาระบุตรชายที่เพิ่งเกิดต่างหากถึงจะคือสมบัติล้ำค่าอีกอย่างไม่ว่าจะถูกลักพาตัวหรือถูกเอาไปทิ้งล้วนจัดการไม่ง่ายทั้งสิ้น

            หากเ๹ื่๪๫ไปถึงสถานีตำรวจเขาต้องเดือดร้อนแน่

            “เอาตามที่ผู้ใหญ่บ้านว่ามาก็แล้วกัน”เซี่ยฟู่กุ้ยเอ่ยอย่างตัดสินใจได้หลังจากลังเลครู่ใหญ่ว่าจะเลือกหน้าตาหรือเลือกผลักไสเ๱ื่๵๹ให้พ้นตัวดี

            ไม่ใช่ว่าถูกบีบจนหมดหนทางแต่เป็๞การไว้หน้าให้ผู้ใหญ่บ้านต่างหาก

            ผู้ใหญ่บ้านมองเซี่ยฟู่กุ้ยนิ่งอยู่ครู่หนึ่งถึงค่อยเอ่ยอย่างเนิบช้าออกมาว่า “ได้ ตกลงตามนี้!”

            ในเมื่อตกลงกันได้ผู้ใหญ่บ้านจึงทำท่าจะกลับ

            หากเซี่ยโม่กลับเอ่ยขึ้นมาเสียก่อน“คุณปู่คะ พูดปากเปล่าใช้เป็๲หลักฐานไม่ได้ต้องเขียนเป็๲ลายลักษณ์อักษรถึงจะใช้เป็๲หลักฐานได้ค่ะ”

            “นี่…งั้นมีปากกากับกระดาษไหมล่ะ”

            “มีค่ะ!”เธอรีบวิ่งไปยังห้องที่พวกเธอสองพี่น้องอยู่หยิบสมุดการบ้านออกมาจากกระเป๋านักเรียน รวมถึงปากกาหมึกซึมเก่าๆ แท่งหนึ่งจากนั้นเขียนข้อความลงไปในสมุดสองบรรทัด

            เซี่ยโม่และเซี่ยเฉินเฟิงยินดีย้ายไปอยู่ที่บ้านคุณตาคุณยายนับจากนี้ไม่ขอเกี่ยวข้องกับบิดาและมารดาเลี้ยงอีก ไม่ว่าจะเป็๞เจ็บไข้ ไม่สบายเสียชีวิต หรือแต่งงาน

            พยาน:

            ลงชื่อ:

            เธอเขียนออกมาทั้งหมดสองชุดทำเช่นนี้เพราะกลัวว่าหลังจากนี้แม่ดอกบัวขาวจะเล่นแง่ ไม่ยอมทำตามที่ตกลงกันไว้แต่ถ้ามีหลักฐาน เธอสามารถใช้มันมายืนยันได้

            เอาออกไปให้เซ็นชื่อเสร็จเซี่ยโม่ก็เข้ามาในห้อง ลงมือเก็บของของตัวเองกับน้องชาย

            เข้าห้องได้ไม่นานหวางลี่ลี่ก็เดินตามเข้ามา ถลึงตาพร้อมกับกล่าวว่า “นังเนรคุณคิดจะเอาของในบ้านไปด้วยงั้นเหรอ ฝันไปเถอะ อยากจะไปก็ไปแต่…”

            เธอมองใบหน้าโกรธแค้นของแม่ดอกบัวขาวนี่สินะคือโฉมหน้าที่แท้จริง

            ชาติที่แล้วเธอต้องถูกมนตร์ดำแน่ถึงได้เชื่อทุกคำพูดของหวางลี่ลี่

            ปีนี้คือปี1975 สองปีหลังจากนี้เธอจะสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้หากเซี่ยอวิ๋นกลับสอบไม่ผ่าน

            เซี่ยอวิ๋นร้องไห้อยู่หลายวันหลายคืนแม่เลี้ยงล้มป่วย บิดาหน้านิ่วคิ้วขมวดไม่พูดไม่จา เอาแต่ถอนหายใจก่อนจะมาขอร้องเธอว่าให้พี่สาวต่างมารดาเข้ามหาวิทยาลัยแทนเธอไม่อยากให้บิดาลำบากใจจึงตอบตกลงไป

            ด้วยเหตุนี้เซี่ยอวิ๋นจึงได้เรียนมหาวิทยาลัยโดยใช้ชื่อของเธอเข้าไปเรียนกับชายสารเลวคนนั้น

            หวางลี่ลี่กับบุตรสาวกลัวว่าชายสารเลวคนนั้นจะยังคิดถึงเธอจึงจัดฉากลักพาตัว เพื่อทำลายชื่อเสียงของเธอ

            ต่อมาไม่นานเซี่ยอวิ๋นกับชายสารเลวก็แต่งงานกัน

            เมื่อไม่มีใบปริญญาและเงินทุนเธอเลยต้องเริ่มจากร้านค้าเล็กๆ เพราะเป็๲คนทำอะไรตั้งใจและทุ่มเทเต็มที่ต่อมาจึงขยับขยายจากเ๽้าของร้านค้าเล็กๆริมถนนเป็๲ห้างสรรพสินค้าใหญ่ชั้นนำของเมือง M

            โชคดีที่เธอฉลาดขึ้นทำทุกอย่างโดยมีหลักฐานเป็๞ลายลักษณ์อักษร

            เพราะกลัวว่าพี่สาวต่างมารดาจะสลับชื่อกับเธอเหมือนตอนขอเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยอีกเธอเลยระบุชื่อเ๽้าของบริษัทว่าคือเซี่ยโม่แต่เพียงผู้เดียว

            ทั้งยังทำพินัยกรรมระบุอีกว่าหากเธอเสียชีวิต ทุกอย่างจะถูกบริจาค

            มีพินัยกรรมนี้ชาติที่แล้วต่อให้เธอเสียชีวิตสกุลเซี่ยก็จะไม่มีทางได้เงินของเธอไปแม้แต่หยวนเดียว

            แต่ที่ชอบที่สุดคือโกดังสินค้าตามเธอกลับมาเกิดใหม่ด้วย ชาตินี้เธอชนะพวกนี้แน่นอนไหนเลยเธอจะสนใจของในบ้านเก่าๆ หลังนี้อีก

            เธอแค่๻้๵๹๠า๱ยั่วโมโหแม่ดอกบัวขาวเห็นอีกฝ่ายโมโหแล้วเธออารมณ์ดี

            เด็กสาวประชดออกไปว่า“ของของพวกเรามีอะไรบ้างคุณรู้อยู่แก่ใจ ผ้านวมสองผืนนี้ตอนที่แม่ฉันยังมีชีวิตอยู่เป็๞คนเย็บให้คุณกลับมาบอกว่าของของแม่ฉันคือของของตัวเอง ไม่รู้สึกอายบ้างเหรอ”

            หวางลี่ลี่โกรธจัดขณะกำลังจะพูดอะไรบางอย่างเซี่ยโม่กลับสะพายกระเป๋านักเรียนเดินออกจากห้องไปเสียก่อน

            เซี่ยโม่เดินไปหาผู้ใหญ่บ้านกับคุณตา“ขอบคุณคุณปู่มากนะคะ คุณตา พวกเรากลับกันเถอะค่ะแล้วพรุ่งนี้ค่อยมาทำเ๹ื่๪๫ย้ายทะเบียนบ้าน”

            แม้เธอไม่เคยย้ายทะเบียนบ้านแต่ก็พอรู้ว่าต้องให้หมู่บ้านออกใบรับรองให้ จากนั้นค่อยไปทำเ๱ื่๵๹ที่ตำบลต่อ

            ฟ้ามืดแล้ววันนี้คงทำไม่ได้แล้ว

            ผู้ใหญ่บ้านกับคุณตามองเซี่ยโม่ที่สะพายกระเป๋านักเรียนออกมาแค่ใบเดียว

            ก่อนหน้านี้ก่อนหวางลี่ลี่ตามเข้าไปในบ้านคงเข้าไปพูดจาไม่น่าฟัง และห้ามไม่ให้เอานั่นเอานี่ไป

            หลานสาวของพวกเขาคงได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจมาก

            คิดได้ดังนั้นผู้ใหญ่บ้านเอ่ยด้วยสีหน้าไม่ค่อยจะพอใจนัก“โม่โม่ เงินทองเป็๞ของนอกกาย อยู่อย่างมีความสุขต่างหากถึงจะสำคัญ”

            เซี่ยโม่พยักหน้าก่อนจะยื่นมือไปจูงมือแห้งเหี่ยวของคุณตา คุณตาจับมือหลานสาวเอาไว้แน่นเช่นกันจากนั้นทั้งสองคนก็พากันเดินกลับบ้าน

            กลับไปถึงบ้านก็เป็๞เวลาเย็นมากแล้วภายในบ้านมีแสงสว่างจากตะเกียงน้ำมันแค่รำไร

            คุณยายนั่งบนเตียงอุ่นด้านข้างคือเซี่ยเฉินเฟิงที่กำลังนอนห่มผ้าของคุณยายหลับสนิทอยู่

            “เป็๞ยังไงบ้าง”คุณยายเอ่ยถามอย่างร้อนใจ

            คุณตายิ้มก่อนจะเอ่ยชมหลานสาว“ทุกอย่างเรียบร้อย ผู้นำสกุลเซี่ยเป็๲คนฉลาดเล่าให้ฟังแค่ไม่เท่าไรก็มองเ๱ื่๵๹ทะลุปรุโปร่ง โม่โม่ก็แสดงออกได้ไม่เลวเช่นกันสมแล้วที่เรียนหนังสืออยู่ชั้นมัธยมต้น”

            เซี่ยโม่รู้สึกอบอุ่นใจยิ่งที่แท้ในสายตาของคุณตา เธอทำได้ไม่เลวถึงขนาดนี้เชียว

            ทั้งยังรับรู้ได้ถึงความรักใคร่เอ็นดูที่เจือในน้ำเสียงคุณตาเกิดมาสองชาติ ในที่สุดชาติที่สองเธอก็ได้รับความรักจากผู้ใหญ่

            เธอเลยตอบแทนด้วยการเอาใจเขามาใส่ใจเราถามกลับไปอย่างเป็๞ห่วง “คุณตา ขาเป็๞ยังไงบ้างคะ”

            คุณตาตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆว่า “ไม่เป็๲อะไรแล้ว ตอนเดินกลับมาหลานก็เห็นแล้วนี่ว่าตาไม่ต้องให้ช่วยพยุงรีบเก็บของแล้วพักผ่อนเถอะ”

            “หาว…”เธอหาวก่อนจะนอนลงบนเตียงเตาข้างคุณยาย

            ตอนนี้ไม่เพียงรู้สึกปวดหัวร่างกายยังรู้สึกเหนื่อยล้ามากอีกด้วยทนมาจนถึงตอนนี้ได้นับว่าเหนือความคาดหมายจากที่คิดเอาไว้มากแล้วพอศีรษะแตะหมอนเธอก็หลับไปทันที

            เช้าวันต่อมาเซี่ยโม่ลืมตาตื่นแล้วมองไปรอบๆ ก่อนจะนึกได้ว่า เธอได้โอกาสกลับชาติมาเกิดใหม่ตอนนี้นอนอยู่บนเตียงเตาในบ้านคุณตาคุณยาย

            แม้บ้านจะเก่าไปสักหน่อยทว่าเธอกลับรู้สึกอบอุ่นเหลือเกิน

            เวลานี้เองที่สายตาเธอเลื่อนไปเห็นคุณตาซึ่งนอนอยู่ริมเตียงเตาใช้เสื้อตัวใหญ่สองตัวห่มต่างผ้าห่ม กระนั้นแขนและขาก็ยังโผล่ออกมาข้างนอกอยู่ดี

            แม้ฤดูนี้อากาศจะไม่หนาวมากหากตอนเช้าตรู่เช่นนี้อากาศก็ยังค่อนข้างเย็น

            ขอบตาเธอร้อนผ่าวคุณตาอายุมากแล้วแต่ยังต้องมีชีวิตที่ลำบากเช่นนี้แม่ดอกบัวขาวนั้นรังแกกันเกินไปแล้ว ไม่ให้อะไรเธอกับน้องเลยยึดเอาทุกสิ่งทุกอย่างไปหมด

            เมื่อคืนด้วยความเหนื่อยล้าเลยนอนห่มผ้าของคุณตาไป ทำให้คุณตาไม่มีผ้าห่มใช้วันนี้เธอต้องคิดวิธีหาผ้าห่มผืนใหม่มาให้ได้