“หืม..”
ดวงตากลมโตเหลือบมองด้วยแววตาฉงนเมื่อเห็นว่ามีชายร่างสูงใหญ่กำยำยืนหันหลังอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ไม่สวมเสื้อปล่อยผมยาวดกดำสลวยสยายเต็มหลังท่อนล่างนุ่งเตี่ยวสีงาช้างโชว์กล้ามขาแกร่งจนสาวเ้าต้องแอบหลุบสายตาลงต่ำเล็กน้อยด้วยเพราะไม่เคยได้เห็นเนื้อหนังผู้ชายคนใดมากเท่านี้มาก่อน
“คุณคะ”
หลังจากรวบรวมความกล้าได้หญิงสาวร่างเล็กก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามองคนที่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ตรงอีกครั้งช้าๆริมฝีปากบางเปิดส่งเสียงเรียกคนที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนักด้วยน้ำเสียงหวาน
“เ้าตื่นแล้วหรือ”
ร่างกำยำใหญ่ผิวขาวใสจนไม่เหมือนคนที่อยู่ในป่าในดงค่อยๆหันกลับมาหาคนเรียกช้าๆพร้อมส่งเสียงทุ้มทักทายหญิงสาวที่เขาช่วยเอาไว้อย่างเป็มิตร
“หา...”
ภาพชายร่างสูงใหญ่กำยำที่หันมาอมยิ้มให้เธอตอนนี้ทำเอาหญิงสาวตัวชาวาบชะงักอ้าปากค้างเพราะไม่เพียงแต่เขาที่หุ่นเหมือนคนโบราณปล่อยผมยาวเท่านั้นที่แปลกแต่ดวงตาคมของเขามีั์ตาเป็สีเหลืองอำพันรอบดวงตาที่มีขนคล้ายขนนกอินทรีย์ราวกับเขาใส่หน้ากากนกอินทรีย์เอาไว้แต่เมื่อเขาเดินมาใกล้ๆให้เธอเพ่งสายตามองดีๆกลับไม่ใช่หน้ากากแต่เป็ใบหน้าของเขาจริงๆ
“อ..อ๊ายยย..”
เมื่อร่างสูงใหญ่ที่ทำให้เธอตื่นกลัวจนทำอะไรไม่ถูกได้เข้ามาใกล้มือน้อยของเธอก็กำมือเอาไว้แน่นหลับตาปี๋เพื่อที่จะไม่มองสิ่งที่ทำให้กลัวตรงหน้าริมฝีปากบางกรีดร้องดังขาเรียวเริ่มขยับและรีบวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตเพื่อหนีสิ่งที่น่ากลัวไปทางหลังกระท่อมน้อย
“ไม่ต้องกลัวข้า..”
เสียงทุ้มเอ่ยตามหลังหญิงสาวที่วิ่งหนีไปทั้งส่ายหัวเบาๆอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไรนักเพราะเขาไม่ได้ตั้งใจทำให้หญิงสาวนั้นกลัวแต่อย่างใด
“..อ๊ายยย..” ตู้มมมม
เป็อีกครั้งที่กรองแก้ววิ่งหนีไม่ลืมหูลืมตาพอเปิดตามาอีกทีเธอก็ลื่นพลัดตกไปในแอ่งน้ำตกใหญ่ไปเสียแล้วไม่คิดเลยว่าการเดินทางมาที่นี่นั้นจะทำให้เธอต้องเจอเื่ที่น่ากลัวถึงสองครั้งสองคราแล้ว
“แม่หญิง”
ร่างใหญ่ที่วิ่งตามมาติดๆเมื่อเห็นหญิงสาวล่วงหล่นลงไปในอ่างน้ำพลันปีกนกงามก็สยายปีกขึ้นที่กลางหลังบินโฉบลงไปที่แอ่งน้ำตกใช้แขนแกร่งรวบร่างบางที่ตะเกียกตะกายอยู่ในแอ่งน้ำขึ้นมาแล้วบินกลับไปที่กระท่อมดังเดิม
“..แค่กๆๆ..”
ร่างบางที่เปียกชุ่มไปทั้งตัวกระแอมกระไอหนักด้วยสำลักน้ำจนแสบจมูกแสบคอทั้งรีบถดตัวถอยหนีคนตรงหน้าที่ดูประหลาดไปกว่าเดิมเนื่องจากมีปีกเพิ่มขึ้นมา
“ไม่ต้องกลัวข้า..ข้าไม่คิดทำร้ายเ้า”
เสียงทุ้มนุ่มลึกเอ่ยออกมาเบาๆปีกด้านหลังนั้นก็ค่อยๆสลายหายไปต่อหน้าหญิงสาวั์ตาสีอำพันฉายแววห่วงใยหญิงสาวตรงหน้าที่ตนพึ่งช่วยมาเป็ครั้งที่สอง
“ท..ทำไมคุณถึงมีปีกแล้วหน้าตาก็เหมือนนกแบบนี้ล่ะคะ”
น้ำเสียงหวานเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างตะกุกตะกักอยากจะรู้นักว่าเขานั้นเป็คนหรือเป็ตัวอะไรกันแน่
“ข้าเป็คนป่าที่เป็ครึ่งคนครึ่งนกข้าอยู่ที่นี่มานานแล้ว...เ้าผลัดผ้านี้ก่อนเถิดเดี๋ยวจักได้ไข้เสียก่อน”
เสียงทุ้มเอ่ยตอบทั้งเอี้ยวตัวหันหลังเปิดหีบผ้าที่อยู่ข้างฟูกนอนสีขาวหยิบผ้าซิ่นผืนสีทองและผ้าฝ้ายผืนยาวสีขาวให้หญิงสาวได้ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนที่เธอจะไม่สบายเมื่อวางผ้าทั้งสองผืนให้หญิงสาวเรียบร้อยแล้วร่างใหญ่กำยำผุดผ่องก็รีบเดินออกไปข้างนอกไปรอที่ชาญกระท่อมด้านหน้าเพื่อให้หญิงสาวผลัดผ้าตามลำพัง
หลังจากผลัดเปลี่ยนผ้าผ่อนเรียบร้อยแล้วเสื้อผ้าที่เปียกกรองแก้วก็ยกมาผึ่งรั้วราวกระท่อมด้านนอกค่อยๆเดินนั่งข้างๆปักษาทั้งเอ่ยกับอีกฝ่ายด้วยท่าทีเกรงใจ
“คือแก้วเห็นว่าชุดค่อนข้างเห็นเนื้อหนังมากเกินไปเลยหยิบผ้าแพรนี่มาคลุมอีกผืนคุณคงไม่ว่าอะไรใช่หรือป่าวคะ”
ด้วยชุดที่ปักษายื่นให้เธอมันดูจะน้อยชิ้นจนเกินไปเธอจึงถือวิสาสะหยิบผ้าแพรผืนสีมุกมาคลุมไหล่อีกผืนด้วยไม่ชินกับการแต่งตัวแบบโบราณที่ออกจะโชว์เนื้อหนังมากเท่าไรนัก
“ตามที่เ้าเห็นสมควรเถิดเ้านามว่าเ้าแก้วรึ”
ปักษาขยับกายหนีเว้นระยะห่างกับหญิงสาวเขาค่อยๆหันมองใบหน้าหวานอย่างเงียบๆครู่หนึ่งจึงค่อยขยับริมฝีปากหนาไม่ว่าอะไรหญิงสาว
สายตาของเขามองร่างบางอย่างตกอยู่ในภวังค์คราแรกว่าเธอนั้นงามมากแล้วเมื่ออยู่ในชุดแบบนี้ยิ่งดูงามมากขึ้นจนเขาแทบข่มสายตาให้ละจากเธอไม่ได้ผมที่ยาวสลวยนั่นก็ส่งกลิ่นหอมจางๆจนเขาไม่อยากอยู่ไกลจากร่างบางอยากจะสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆแบบนี้อยู่นานๆ
แต่เนื่องด้วยกลัวว่าหญิงสาวจะกลัวจึงตัดใจถอยห่างอีกอย่างเขาก็จะได้ไม่ได้กลิ่นกายของเธอจะได้ไม่ฟุ้งซ่าน..นึกถึงคำกล่าวเก่าๆที่ว่ากลิ่นกายมนุษย์แท้นั้นจะเหม็นสาบนั้นคงใช้ไม่ได้กับเธอเสียแล้ว